วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง
ดู: 263|ตอบกลับ: 19

{ New York } Villa of Maverlynz

[คัดลอกลิงก์]



จองไว้ค่อยมาแก้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1USD -10 ย่อ เหตุผล
Admin -10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-10-13 23:59:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ♥ Mikela ♥ เมื่อ 2021-3-3 23:51

Sorrowful night party : Part 1
ปาร์ตี้หรรษาใครฆ่าท่านประธาน??
        ยุฟ

        “ฉันไม่ทำอะไรที่โหดร้ายขนาดนั้นหรอก…” เจ้านายผู้ใจเย็นยังคงยกยิ้มส่งให้หญิงสาวรูปแบบชวนหนาวจับใจมากกว่าทรงสเน่ห์ ไม่รู้ว่าในสมองแม่คุณคิดอะไรอยู่แต่สีหน้าเลิ่กลั่กนี้แทบจะตะโกนบอกถึงความอึดอัดใจ ชายหนุ่มจงใจปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนช้าๆ เชิ้ตที่เขาสวมอยู่ดูผ่อนคลายขึ้น ปล่อยรถแล่นไปตามระบบนำทาง ทิ้งจังหวะแล้วพูดอย่างจริงจัง
         
          “ในป่าแถบนี้มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อ่อนแอไม่มีกำลังพอปกป้องตัวเองตั้งมากมาย เกิดปล่อยให้สาวพลังแกร่งอย่างเธอเข้าไปอีกคน.. คงเปลี่ยนจุดยอดของห่วงโซ่อาหารแน่ แย่ๆ ระบบนิเวศได้พังกันพอดี…”

          ยุฟ

         “เลี้ยงข้าวเธอไง คิดเสียว่าเป็นโบนัสนอกเวลางานก็ได้ หึหึ”
         
         ขืนบอกง่ายๆ คงหมดสนุก รถคันหรูแล่นเข้าเส้นทางลัดแมคเจลเลนถอดแว่นกรองแสงออกเมื่อถึงจุดสแกนม่านตา ระบบเทคโนโลยีของตระกูลเขาเหนือล้ำไปไกลจนสามารถใช้รังสีตรวจจับได้จากระยะไกล ดังนั้นเพื่อไม่ให้สนามที่เต็มไปด้วยระเบิดแสวงเครื่องทำงาน DNA ของเขาเป็นกุญแจสำคัญ

         ไม่รอให้อึดอัดนานนักเมื่อภาพของเนินเขาขนาดย่อมๆ ปรากฎขึ้น เผยให้ผู้มาเยือนได้เห็นสระขนาดยักษ์ทอดตัวล้อมทิศตะวันออกไล่ไปจนถึงน้ำตกจำลองประดับรูปปั้นสไตล์โกธิค สีขาวของหินอ่อนสลับสีฟ้ากระจ่างของน้ำคือความประทับใจแรกที่ส่องประกายด้านหน้าทางเข้าวิลล่า ส่วนตัวอาคารมองผิวเผินราวกับยกปราสาทไบเซนไทม์มาตั้งที่ไม่อาจเรียกว่าคฤหาสน์ธรรมดาได้นั้น ไม่ได้เข้มที่ขนาดแต่ขลังด้วยบรรยากาศกึ่งโบราณและมนต์สเน่ห์ที่สถาปัตยกรรมโลกตะวันออกกับตะวันตกมาบรรจบกัน

         “ขอต้อนรับการกลับมาครับท่านอลัน”

         บนลานด้านหน้าบันไดมีผู้รับใช้มารอคอยทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว แมคเจลเลนก้าวออกจากรถคนแรกพลางสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจหลังจากอ่านข้อความในมือถือ เขาได้ยินเสียงประตูรถที่ปิดจึงหันไปยิ้มกับอีกฝ่าย

         “อาจจะช้าไปหน่อยแต่คงต้องพูดสินะ.. ขอต้อนรับสู่วิลล่าแมฟเวอร์ลินช์ ฟรี wifi ไร้กฎเกณฑ์” และที่สำคัญ.. จงมีชีวิตรอด แน่นอนว่าข้อนี้เขาแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา

          ยุฟ

          “อ้าว นั่นยุฟฟี่ไม่ใช่หรอ…”

          ที่ระเบียงชั้นสองของวิลล่ามีเสียงคล้ายคนพึ่งตื่นนอนเดินออกมาพร้อมชุดนอนลายลูกเป็ดเดินออกมา ผมสีน้ำตาลอ่อนม้วนพันไหล่ ดวงตาคู่หวานราวกับหยาดอำพันนั้นดูอ่อนหวานและซุกซนในเวลาเดียวกัน เครื่องหน้าสุดมั่นขนาดนี้จะมีใครอื่นถ้าไม่ใช่ ‘มิเคล่า แอนนาเบธ แมฟเวอร์ลินช์’ คุณหนูคนเล็กหรี่ตาลงปรับโฟกัส เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนที่มากับพี่ชายตนเป็นเพื่อนเกลอก็ชักชวนเสียงใส “ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมาด้วยนะเนี่ย ก็ดี! ปล่อยตานั่นไว้ตรงนั้นล่ะยุฟฟี่ ฉันได้ขนมแบบใหม่ให้ชิมรีบขึ้นมานี้เร็ว…”
         
          ว่าแต่สองคนนั้นไปสนิทกันถึงขั้นชวนมาบ้านใน ‘วันพิเศษ’ แบบนี้ตอนไหน..         

          ยุฟ

          “...พวกผู้หญิงนี่นะ”

         จะทั้งอาการเมินของน้องสาวหรือท่าทีสดชื่นเหมือนตื่นจากฝันร้ายของลูกจ้างก็ดี สองสิ่งนี้ล้วนทำให้แมคเจลเลนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมสักเท่าไร จังหวะคิดจะดีดหน้าผากหล่อนก่อนชิ่งสักที รถหลักสิบล้านสีดำสนิทเลขทะเบียนไม่คุ้นตาอีกคันก็เคลื่อนตัวมาเทียบข้างๆ ยังไม่ต้องเลื่อนกระจกลงแต่บรรยากาศในนั้นก็ชวนหงุดหงิดแล้ว

          “ไม่ยักรู้ว่าป๊าชวนคนนอกมาด้วย เหอะ ไหนบอกว่างานครอบครัว”

          พ่อบ้านเซบาสเตียนแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้า “คุณท่านต้องการให้ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษขอรับ” ปรายสายตาไปทางผู้รับใช้อีกสองรายให้เข้าต้อนรับ ‘แขกพิเศษ’ ที่เริ่มทยอยกันเดินทางมาถึง บรรยากาศเงียบงันรอบตัวเขาดูไม่น่าไว้ใจพอๆ กับความขลังของวิลล่า

          “หมอนั่นขายบัตรเชิญไปกี่ล้าน” แมคเจลเลนส่ายหน้าเบาๆ เผลอมองตามแผ่นหลังของลูกจ้างสาวเข้าไปด้านในแล้วขมวดคิ้ว.. ‘ดูสบายใจเกินไปไหม? ตอนแรกยังทำเหมือนไม่อยากมา รึเป็นเพราะว่ามิลลี่?’

          “คุณอลันพูดเกินไปแล้วครับ… แขกพิเศษในวันนี้ล้วนเป็นผู้สนับสนุนทุนวิจัยของนายท่าน”

          ไม่ต่ำกว่าสิบล้านแน่ๆ แมคเจลเลนรู้ดีถึงความบ้าคลั่งในวิทยาศาสตร์ของพ่อบังเกิดกล้า นึกแสยะยิ้มในใจมองเหล่ารถหรูหราทั้งหลายที่ทยอยกันเข้ามา บางทะเบียนก็พอระบุจุดประสงค์ได้ว่านอกจากสร้างเส้นสายในวงสังคมแล้ว จะมีอะไรคุ้มให้เสี่ยงชีวิตมาที่นี่กันล่ะ…

          ว่าแต่… ทำไม ‘แขกพิเศษกิติมศักดิ์’ ของเขาทำไมยังไม่โผล่หัวสักที

เอล

          ด้านในอาคารหลักมีโถงวิจิตรที่กว้างพอจัดงานเต้นรำได้โดยบรรดาแขกไม่เหยียบเท้ากันตาย พ่อบ้านเลือกแผ่นเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิคที่คนแต่งนอนในหลุมร่วมทศวรรษมาเปิดสร้างบรรยากาศ ผู้มาเยือนอาจหลงใหลดอกไม้เขตร้อนที่ถูกขนมาประดับสร้างสีสันตามมุมต่างๆ ทว่านอกจากศิลปะทั้งรูปปั้น ภาพวาด ของสะสมยากประเมินมูลค่าแล้ว ในโถงนั้นกลับไม่มีอาหารตามที่ควรจัดเลี้ยง ไม่พบแม่แต่เงาของเจ้าภาพวันเกิด
       
        เอล


          ยุฟ

          “น้ำผลไม้ขอรับจะรับเป็นอะไรดี มาจากเรือนกระจกของนายท่านรับรองว่าปลอดสารพิษ” พ่อบ้านหนุ่มที่ดูอายุไม่ออกอย่างเซบาสเตียนไม่ยอมอยุ่ว่าง เขานำถาดเล็กที่ด้านบนมีน้ำผลไม้สีสันแปลกตาตกแต่งแก้วอย่างวิจิตรเดินมาตรงหน้าแขกของคุณชายอลัน

         ยุฟ

        เอล

          "แว้!! เอาคุ้กกี้คืนมาา" คนที่หลับได้ทุกเวลาอย่างคุณหนูเล็กบ้านนี้ยังคงแยกไม่ออกระหว่างวันเกิดพ่อตนเองหรือวันนอนแห่งชาติ เสียงัวเงียไม่ยอมตื่นเพราะเมื่อคืนเพลย์เกมหนักไปหน่อยทำให้หล่อนพาดตัวพิงกับคนแกล้งเสียดื้อๆ ขออภัยด้วยมิเคล่าที่ท่านเรียกยังไม่พร้อมปาร์ตี้ในเวลานี้

        เอล

          ในมุมหนึ่งของงานมีชายในชุดสูทสีเงินหมุนแก้วแชมเปญในมือเล่น แขกแสวๆ ลอบมองมาทางเขาเป็นระยะทว่าสายตาสีเทานั้นเย็นชาเกินจะสน บรรยากาศรอบตัวเขาดูไม่เข้ากับสถานที่นี่เลยแม้แต่น้อย ที่ด้านข้างมีเลขาส่วนตัวคอยกระซิบบอกทิศทางเป็นระยะ ในที่สุด ‘ประธานโอเบรอน’ ก็สามารถพาตัวเองมาถึงจุดเหมาะๆ ในการลอบมองสาวน้อยชุดเป็ดคนนั้นได้ ‘เวลาหลับยังน่าเอ็นดู อุ้มกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมนะ’

          มีหรือที่แมลงอันตรายเช่นนี้จะรอดพ้นเรด้าห์หวงน้องสาว แมคเจลเลนยืนอยู่บนระเบียงชั้นลอยเหนือหัว ‘ประธานเพลย์บอย’ พอดิบพอดี ด้วยว่าตัวเขาเองนับอีกฝ่ายเป็นอริกลายๆ จู่ๆ มาปรากฎตัวในบ้านที่เป็นถิ่นของตนจึงยิ่งรู้สึกขัดตามากขึ้นกว่าเดิม นิ้วเคาะราวจับสองสามแก๊ก ก่อนจะคว้าแก้วจากถาดแล้วยื่นออกไปกลางอากาศ

          “ลาก่อน.. น้ำมะนาวที่รัก”

          เสียงเคร้งด้านล่างพร้อมกับความวุ่นวายขนาดย่อมเมื่อสูทสีเงินราคาแพงมีกลิ่นเลมอนสด ทว่าเมื่อ ’เหยื่อ’ มองกลับขึ้นมาก็ไม่ปรากฎตัวผู้ก่อเหตุเสียแล้ว

        เอล

        ช่วงที่โรเบนพยายามซับน้ำมะนาวออกจากฟองน้ำที่ได้ชื่อว่าเจ้านาย จังหวะทุกคนไม่ทันระวังก็เกิดเสียงปืนลั่นหลายนัดติดต่อกัน กำแพงสั่นไหวจนรู้สึกได้ กระสุนบางนัดทะลุประตูโถงเป็นรูโหว่ ใครบางคนร้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝั่ง คราบเลือดไหลนองลอดใต้ร่องออกมาอาบเป็นสาย ก่อนฝีเท้าของเหล่าผู้รับใช้จะกรูกันไปยังประตู ท่ามกลางความเงียบอันตื่นตระหนกกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นขัดกับบรรยากาศชื่นมื่นของงานก็เริ่มคละคลุ้งไปทั่ว

        บานประตูถูกดึงเปิดออกพร้อมกันกับร่างหนึ่งที่ทรุดลงกองกับพื้น
        บุรุษผมเงินในชุดขาวโชกเลือด กระสุนแต่ละหย่อมย้อมเสื้อเขาให้กลายเป็นภาพดอกไม้แดงผลิบาน ชายผู้นั้นหลับตานิ่งสนิทไม่ไหวติง ใบหน้าได้รูปซีดจัดไร้สีสัน

        “คุณท่าน!!” พ่อบ้านโยนถาดทิ้งแทบจะพร้อมกับที่เชอร์วาลิเย่ประจำตระกูลตรงดิ่งไปรับตัวเจ้านาย

        “คุณท่านงั้นหรอ.. หมายความว่านั่นคือ.. ? ท่านประธาน?” เหล่าแขกในงานคล้ายเริ่มได้สติจากภาพที่เห็น บ้างก็ถอยกรูดไปติดกำแพง บ้างก็หวีดร้องขึ้นมาด้วยความโกลาหล

         ยุฟ

        “เธอช่วยอะไรฉันหน่อน.. เอานี่เข้าไปซ้ำทีสิว่าตายสนิทไหม” ตอบคำถามด้วยการสั่งงาน ในมือของแมคเจลเลนคือแจกันหินอ่อนน้ำหนักเอาเรื่อง สีหน้าเขาราบเรียบไม่สะทกสะท้าน ดูยังไงก็ห่างจากคนที่พ่อบังเกิดกล้าโดนยิงพรุน

          ยุฟ

        “ไฟไหมม้!!” เสียงปืนดังรัวในที่สุดก็ปลุกเจ้าหญิงนิทรานามมิลลี่สะดุ้งโหยงตื่นขึ้นมาได้ แต่คำที่เธอตะโกนออกมาผิดจากความจริงไปไกลลิบ อัลมาสก้าวเข้ามารับร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ก่อนจะอุ้มออกไปไม่ให้โดนแขกที่กำลังโกลาหนเหยียบเข้า

เอล

        ความวุ่นวายเกิดขึ้นได้ไม่นาน พ่อบ้านที่กลับมาตั้งสติได้แล้วจึงเดินไปนำผ้ามาคลุมร่างของเจ้านายเอาไว้กันสภาพอนาถ เชอวาลิเยร์ทั้งสามเรียกกำลังเสริมเข้ามาล้อมห้องเอาไว้ หัวหน้ากลุ่มผู้คุ้มกันของวิลล่าปรึกษากันอยู่ไม่กี่ประโยคทั้งหมดก็หยิบปืนขึ้นมาและเล็งไปที่แขกทุกคน ท่ามกลางเสียงสบถเซบาสเตียนกล่าวแทนพวกเขาว่า

        “ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วยครับ อย่างที่เห็นว่าท่านประธานคาลิเฟอร์ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีลอบสังหาร คนร้ายยังคงอยู่ในวิลล่า อาจจะเป็นหนึ่งในแขกของวันนี้ จนกว่าจะระบุตัวฆาตกรได้ทุกท่านคือผู้ต้องสงสัยกรุณาอยู่ในห้องโถงก่อนครับ”

         ยุฟ
        “....อืม ที่ว่าคึกคักคงจะหมายถึงเรื่องนี้เองสินะ”

        แมคเจลเลนจูงให้เด็กฝึกงานในปกครองเขาเดินไปนั่งที่โซฟาด้วยกันกับน้องสาวตน เขาเท้าคางเหมือนว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นหนแรก ตาเฒ่านั่นยิ่งอยู่นานก็ยิงขี้เบื่อมักจะหาเรื่องแปลกใหม่ทำแก้ว่างเสมอ แต่ว่าทำไมกันนะ.. ยิ่งอยุ่ในห้องนี้นานก็ยิ่งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว

        เอล

        “หึ ก็เห็นๆ อยู่ว่าถูกยิงจากด้านนอกห้องโถง จะมาตรวจสอบคนด้านในทำไมคิดว่าพวกเราโง่หรอ?” ท่าน รมต.กระทรวงวิทยาศาสตร์ค้านขึ้นมา ชักชวนให้แขกคนอื่นๆ ต่อต้านที่อยู่ ดีๆ พวกเขาก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัย แถมยังมีปืนมาจ่อหัวอีกมันช่างกล้านักไม่รู้เสียบ้างว่าเขาเป็นใคร! “ถึงจะน่าเสียดายที่ท่านประธานมาเสียเอาวันเกิดตัวเองแต่การจับตัวคนร้ายสำคัญกว่า นี่! ฉันมีคนรู้จักอยู่จะให้ช่วยชันสูตรศพให้เอาไหมล่ะ”

        พ่อบ้านตอบกลับอย่างเย็นชา “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ไม่อย่างนั้นพวกผมไม่มีทางเลือกนอกจากทำให้พวกคุณ ‘สงบ’ นะครับ”

        “ใช่ๆ พวกเราไม่มีอาวุธ จะเป็นคนร้ายได้ยังไง แบบนี้ไม่แฟร์!” ดาราสาวเจ้าบทบาทคืออีกรายที่โอเวอร์แอคติ้งเกินไปหน่อย แค่ปลายกระบอกจรดมาที่หน้าผาก เธอก็กลัวจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

        “ถ.. ถ้างั้นก็รีบๆหาตัวคนร้ายสิ ต้องเป็นคนมาที่หลังพวกเราแน่ๆ ฉันเข้ามาในโถงก่อนมีพยานด้วยดังนั้นไม่ใช่ฉันหรอก!!”

        “ตรวจสอบลายนิ้วมือไง… ต้องหลงเหลือหลักฐานบ้างล่ะ อย่างคราบเขม่าดินเปืน” แล้วถ้าฆาตกรสวมถุงมือล่ะ...

        โกลาหลกันไปอีกพักใหญ่คล้ายว่าเหล่าแขกจะกลัวเสียหน้าที่ไม่ได้อวดรู้มากกว่ากลัวตาย พวกเขาลืมไปแล้วว่าตอนนี้ปืนทุกกระบอกจ่อหัวใครอยู่ เหลือก็แต่ลั่นไกเพราะปลดเซฟตี้เรียบร้อยแล้ว ด้านของมิเคล่าที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาก็กำลังถามยูเฟเมียว่า “...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซอสแดงกระจายอยู่เต็มประตู อ้าว เอล..ทำไมวันนี้ใส่ชุดสายเดี่ยวมาไม่หนาวหรอ” ทั้งที่แอร์เปิด 20 องศาเพราะป๊าเธอขี้ร้อน

          ยุฟ

        “ห่ะ!! คนถูกยิงคือปะป๊าหรอ? ไม่ใช่ไฟไหม้หรอ?? อ้าว.. แบบนี้ก็แย่สิ พี่แมค ทำไงดี มิลลี่จะกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วหรอคะ?” ในที่สุดก็มีการตอบสนองอย่างเป็นปกติของลูกสาวที่เป็นห่วงพ่อตัวเอง มิเคล่าลุกพรวดขึ้นไปหาร่างที่ถูกผ้าคลุมไว้โดยไม่สนว่าชุดเป็ดน้อยของเธอจะเปื้อนเป็นเป็ดสยอง หลังจากเปิดยืนยันตัวตนแล้วว่าหน้าตาแบบนี้ โอ้ใช่ นี่คือคนเลี้ยงตนมาแน่ๆ น้ำตาก็คลอใส “โธ่ ปะป๊าคะ..”

        “ไม่ต้องห่วงก่อนหน้านี้ฉันทำประกันชีวิตให้เค้าไว้แล้ว เธอไม่อดตายแน่นอน”

        “ที่จะถามน่ะไม่ใช่เรื่องนั้น!! พ่อเราทั้งคนนะแมคคค”

        “ใช่แล้ว เพราะงั้นผู้ที่มีสิทธิรับมรดกถึงเป็นทายาทอย่างพวกเราไง.. สู่สุขตินะป๋า เดี๋ยวฉันดูแลมิลลี่เอง” ทายาทหนุ่มดูจะไม่สะทกสะท้านอีกทั้งคิดไว้ในใจแล้วว่าคงต้องฝังตามะรรมเนียม ชนิดสะกดวิญญาณไม่ต้องผุดต้องเกิด

        เอล
       
        แมคเจลเลนลูบหัวน้องสาวอย่างปลอบด้วยความชื่นมื่นก่อนจะถอยออกมาข้างลูกพี่ลูกน้องคนสวย “เอลล่า เธอบอกน้าด้วยว่าถ้าเป็นตามนี้ก็เตรียมแบ่งมรดกอาทิตย์หน้า ถ้ามาช้า.. หัก 30%" น้ำเสียงหัวเราะในลำคอปิดไม่มิด มีรึเกรงใจ ‘ศพ’ บนพื้น

เอล

        “น่าเสียดาย.. งั้นคงต้องตัดออกจากกองมรดกซะแล้ว” ชายผมเงินอมยิ้มกริ่ม

        “เอล

        ไม่ถึงอึดใจถัดมาพ่อบ้านเซบาสเตียนก็ให้คนเข็นเอาโหลคริสตัลที่ด้านในมีแคปซูลสีขาวออกมา “กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ ตอนนี้ทางเราจะเริ่มทำการหาผู้ต้องสงสัยขอให้ทุกท่านทำการ ‘จับฉลาก’ ในโถแก้วใบนี้ ด้านในจะมีที่เขียนข้อความเอาไว้ หากจับได้อันที่มีข้อความ ขอให้ท่านทำตามสิ่งที่อยู่ในนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”

        “เดี๋ยวนะ? ที่ว่าทำตามนั่นหมายถึงอะไร พวกคุณใช้วิธีนี้หาตัวคนร้ายงั้นหรอ? ไม่มีเหตุผลเลย!!”

        “หากสามารถทำตามข้อความด้านในได้จนสำเร็จพวกเราจะถือว่าท่านนั้นไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยครับ” ฟังดูเหมือนยุติธรรม แต่ใครกันล่ะจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในแคปซูลหน้าตาธรรมดาไร้พิษสงนั้นคืออะไร?

          ยุฟ

        “หนูต้องจับด้วยใช่ไหม? อื่ม.. คงไม่ใช่คำสั่งเสียของปะป๊านะ?” คงต้องขอบคุณหน่วยกล้าตายอย่างยูเฟเมียที่ช่วยเปิดเวที มิเคล่าผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นลูกเป็ดเปื้อนเลือดเดินไปยังโหลเป็นคนที่สอง พร้อมกันนั้นเธอก็หยิบของอัลมาสและพี่ชายตนมาให้ด้วย

        “ขอบคุณครับคุณหนู…” เค้าบอกให้จับคนละอันแต่นี่ล้วงสามเลย

        “เอาเถอะๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเล่นอะไรกันอยู่ แค่ทำให้จบก็พอใช่ไหม” แมคเจลเลนบีบแคปซูลที่น้องสาวโยนมาให้ในมือ หรี่ดวงตาลงอย่างไม่สบอารมณ์นักทำไมแขกของเขา ‘รายนั้น’ ถึงยังไม่มาสักที

เอล

        หลังจากบรรดาแขกทยอยมาจับฉลากจนครบทั้งแปดสิบคน พ่อบ้านหน้านิ่งก็ประกาศให้ทุกคนสามารถเปิดดูเรื่องที่ต้องทำได้ และห้ามคิดตุกติกแลกเปลี่ยนกันเด็ดขาด เพราะพวกเขาได้ตั้งกล้องสังเกตการณ์ไว้ทุกจุดในโถงนี้ และผลที่ออกมาก็คือ…

ยูเฟเมีย ข้อความในกระดาษ 'ช่วยให้อาหารปลา'

          ยุฟ

          “ให้อาหารปลาหรอครับ เช่นนั้นคงต้องรบกวนคุณอยู่จนถึงเวลาอาหารเย็นแล้วล่ะครับ ผมจะช่วยนำทางไปเอง” พ่อบ้านหนุ่มเข้ามาให้เหตุผลว่าส่วนของพวกปลานั้นไม่ได้อยู่ในโถง

มิเคล่า ข้อความในกระดาษ 'เดินไปที่ห้องหมายเลข 4 นำชุดที่อยู่ในลิ้นชักสีแดงมาสวม 1 วัน'

          “ของยุฟฟี่ง่ายจัง… น่าอิจฉาอ่า” เป็ดน้อยโชกเลือดมองตัวอักษรในกระดาษของตัวเองสลับกับของเพื่อนรักแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เลือกได้ไปให้อาหารเจ้าตัวน่ารักในอควาเรี่ยมชั้นใต้ดินคงสนุกกว่า “แต่เธอพึ่งเคยมาที่นี่คงจะยังไม่รู้ว่าตู้ปลาอยู่ตรงไหนสินะ เอางี้! เดี่ยวเค้าไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปเป็นเพื่อน!”

          ยุฟ

          “ไม่เป็นไรหรอก ปลาพวกนั้นน่ารักจะตายปะป๊าชอบพวกมันมากเลย เธอเองพอเห็นแล้วก็คงกรี้ดแตกแน่ๆ คิกๆ”

          พอฟังที่น้องสาวตัวดีของเขาชักชวนโน้มน้าวแล้ว ขนาดแมคเจลเลนยังเกือบคล้อยตามถ้าไม่ติดว่ารู้ความจริงอยู่เต็มอก ‘อย่าเอาตัวเองไปเป็นอาหารพวกนั้นก็พอ’
         
อัลมาส ข้อความในกระดาษ 'ปิดตาหันหลังเดินลงบันได'

          ในฐานะเชอวาลิเยร์เรื่องแค่นี้ถือว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวเขา อัลมาสมีหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยของคุณหนู ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหาโอกาสแยกไปทำมิชชั่นในกระดาษเงียบๆ ระหว่างที่สถานการณ์ของคุณหนูยังดูปลอดภัย ชายร่างสูงโปร่งปิดเปลือกตาลง และหันหลังก้าวถอยลงบันไดเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทุกอย่างไร้การติดขัด จนสุดท้ายเขาก็ทำตามมิชชั่นสำเร็จ และได้กลับมายืนอยู่คอยปกป้องคุณหนูอีกครั้ง

แมคเจลเลน ข้อความในกระดาษ 'เผาชุดชั้นในตัวเอง'

        “....ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เอ๊ย! ตัวนี้รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ เฮ้! เอาของนายมาแลกกัน” เรียกตำรวจเร็ว ตอนนี้มีคนกำลังปล้นกางเกงในบอดี้การ์ดตัวเอง

เอลเมอร์ ข้อความในกระดาษ 'โทรไปเบอร์ล่าสุดแล้วบอกว่าคุณกำลังปล้นธนาคาร ให้อีกฝ่ายส่งรถมารับ'

        “เบอร์คุณม๊า” เอลเมอร์มองข้อมความในเเคปซูลสลับกับเบอร์ของคุณม๊าบนจอมือถือ ถ้าโทรไปบอกไม่ใช่คุณม๊าตกใจหรอก คุณม๊าจะดีใจพร้อมขนยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นมาเพิ่มให้มากกว่า

เอลล่า ข้อความในกระดาษ 'จุมพิตศพในห้อง'

        เอล
@Ufemia ❈ @ELLA @Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ เมื่อวานซืน 19:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +900 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 900

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืน HK416 ชมพู
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x7
x1
x1
x2
x100
x3
x1
x2
x1
โพสต์ 2020-11-5 16:24:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Ufemia ❈ เมื่อ 2021-3-4 01:15

Crazy Nighi with Maverlyn Villa
Part | 1
ใครฆ่าท่านประธาน !?



          ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างที่จะอธิบายได้ยาก.. ตั้งแต่ถูกเรียกเร่งด่วนแบบไม่มีการบอกล่วงหน้า หรือแม้แต่การที่โดนบอกให้ไปซื้อของที่ชีวิตนี้จะไม่มีทางเอาเข้าบ้านมาชิ้นนึง พร้อมการให้บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินเพื่อไปซื้อของที่ว่า และในตอนนี้ยังต้องมาเจอกับการถูกพาไปที่ไหนก็ไม่รู้ โดยเจ้านายที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ยูเฟเมียทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยความเร็วยิ่งกว่าทบทวนความรู้ของตัวเองเพื่อทำข้อสอบซะอีก..

           หญิงสาวตัวเล็กโอบกอดกล่องของของขวัญตัวเองเอาไว้ มันค่อนข้างเป็นของที่บอบบาง ขนาดไม่ได้ใหญ่จนเทอะทะ แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป ดังนั้นการที่เธอจะนั่งกอดมันมาตลอดทางจึงไม่ใช่ปัญหา นัยน์ตาสีดำสนิทเหลือบมองเจ้านายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เอาจริงๆคือรอให้พี่แกเปิดปากบอกว่านี่มันเรื่องอะไรอยู่ แต่ก็ดูจะไม่ยอมบอกสักที

          รู้งี้ยอมโดนหักโบนัสแล้วนอนในห้องต่อไปดีกว่า.. สองข้างทางนอกหน้าต่างไม่ได้ช่วยปัดเป่าความกังวลให้หายไปเลย มิหนำซ้ำยังเหมือนจะทำให้เริ่มวิตกมากกว่าเดิมด้วย กลางเมืองใหญ่แบบนี้ ทำไมอยู่ๆทุกอย่างถึงไม่มีคน ? เงียบสงบจนเหมือนมีแค่รถเราที่แล่นผ่านถนนเส้นนี้ ? คือ .. ยูเฟเมียก็ค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองส่งงานครบทุกอย่าง ถึงจะมีเลทบ้าง ต้องแก้บ้าง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่คือว่าการพามาแบบนี้ตั้งใจจะเอามาทิ้งรึเปล่าคะบอส ?? หรืออยากจะจับไปเป็นแรงงานนรก !?

          ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่พอเจ้านายของตัวเองเป็นผู้ชายที่ชื่อว่า แมคเจลเลน อลัน แมฟเวอร์ลินช์ เข็มทิศความคิดของเธอก็ไม่เคยปัดไปในทิศดีๆเลยแม้แต่ครั้งเดียว .. หลังจากที่อยู่เงียบๆมานาน สุดท้ายก็หลุดปากพูดไปแบบไม่คิดอยู่ดี “ ตั้งใจพาฉันมาปล่อยป่ารึเปล่าคะบอส.. ”

        “ฉันไม่ทำอะไรที่โหดร้ายขนาดนั้นหรอก…” เจ้านายผู้ใจเย็นยังคงยกยิ้มส่งให้หญิงสาวรูปแบบชวนหนาวจับใจมากกว่าทรงสเน่ห์ ไม่รู้ว่าในสมองแม่คุณคิดอะไรอยู่แต่สีหน้าเลิ่กลั่กนี้แทบจะตะโกนบอกถึงความอึดอัดใจ ชายหนุ่มจงใจปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนช้าๆ เชิ้ตที่เขาสวมอยู่ดูผ่อนคลายขึ้น ปล่อยรถแล่นไปตามระบบนำทาง ทิ้งจังหวะแล้วพูดอย่างจริงจัง
         
          “ในป่าแถบนี้มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อ่อนแอไม่มีกำลังพอปกป้องตัวเองตั้งมากมาย เกิดปล่อยให้สาวพลังแกร่งอย่างเธอเข้าไปอีกคน.. คงเปลี่ยนจุดยอดของห่วงโซ่อาหารแน่ แย่ๆ ระบบนิเวศได้พังกันพอดี…”

          “ อ๋อหรอคะ… ” ไม่มีคำว่าเก็บอาการ สายตาสงสัยผสมโรงด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่เชื่ออย่างชัดเจนหันไปทางเจ้านายซึ่งเป็นผู้พูด อย่างน้อยตัดทิ้งประเด็นการถูกโยนลงจากรถไปใช้ชีวิตในป่าได้ แต่นอกจากนั้นก็ยังไม่มีการบอกมาอยู่ดีว่าลากดิฉันมาในครั้งนี้เพื่ออะไร .. แค่บอกว่ามาทำอะไรมันเป็นเรื่องยากสำหรับซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่นักเรอะ !!!

          “ ถ้างั้นช่วยบอกให้วางใจสักนิดได้ไหมคะว่าพาฉันมาทำอะไรกันแน่ ” สายตาเลื่อนออกไปมองนอกหน้าต่าง ทุกอย่างค่อนข้างน่าแปลกใจ สภาพแวดล้อมเงียบสงบ ไร้รถสวนทาง ระยะเวลาที่เธอออกมาจากห่างมันก็นานพอจะออกนอกเมืองได้ แต่ต่อให้เป็นนอกเมืองอย่างน้อยๆก็สมควรจะมีรถขับสวนสักสองสามคัน แต่การที่มันไม่มีเลยแบบนี้ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าแปลกใจ จะว่าไปแล้ววันนี้เธอใช้คำว่าน่าแปลกใจไปกับทุกๆสิ่ง ใช้จนเหมือนว่าอนาคตจะไม่มีโอกาสได้ใช้ เลยใช้ให้มันหมดๆไปตั้งแต่วันนี้

         “เลี้ยงข้าวเธอไง คิดเสียว่าเป็นโบนัสนอกเวลางานก็ได้ หึหึ”
         
         ขืนบอกง่ายๆ คงหมดสนุก รถคันหรูแล่นเข้าเส้นทางลัดแมคเจลเลนถอดแว่นกรองแสงออกเมื่อถึงจุดสแกนม่านตา ระบบเทคโนโลยีของตระกูลเขาเหนือล้ำไปไกลจนสามารถใช้รังสีตรวจจับได้จากระยะไกล ดังนั้นเพื่อไม่ให้สนามที่เต็มไปด้วยระเบิดแสวงเครื่องทำงาน DNA ของเขาเป็นกุญแจสำคัญ

         ไม่รอให้อึดอัดนานนักเมื่อภาพของเนินเขาขนาดย่อมๆ ปรากฎขึ้น เผยให้ผู้มาเยือนได้เห็นสระขนาดยักษ์ทอดตัวล้อมทิศตะวันออกไล่ไปจนถึงน้ำตกจำลองประดับรูปปั้นสไตล์โกธิค สีขาวของหินอ่อนสลับสีฟ้ากระจ่างของน้ำคือความประทับใจแรกที่ส่องประกายด้านหน้าทางเข้าวิลล่า ส่วนตัวอาคารมองผิวเผินราวกับยกปราสาทไบเซนไทม์มาตั้งที่ไม่อาจเรียกว่าคฤหาสน์ธรรมดาได้นั้น ไม่ได้เข้มที่ขนาดแต่ขลังด้วยบรรยากาศกึ่งโบราณและมนต์สเน่ห์ที่สถาปัตยกรรมโลกตะวันออกกับตะวันตกมาบรรจบกัน

         “ขอต้อนรับการกลับมาครับท่านอลัน”

         บนลานด้านหน้าบันไดมีผู้รับใช้มารอคอยทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว แมคเจลเลนก้าวออกจากรถคนแรกพลางสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจหลังจากอ่านข้อความในมือถือ เขาได้ยินเสียงประตูรถที่ปิดจึงหันไปยิ้มกับอีกฝ่าย

         “อาจจะช้าไปหน่อยแต่คงต้องพูดสินะ.. ขอต้อนรับสู่วิลล่าแมฟเวอร์ลินช์ ฟรี wifi ไร้กฎเกณฑ์” และที่สำคัญ.. จงมีชีวิตรอด แน่นอนว่าข้อนี้เขาแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา

          รู้สึกเหมือนถูกค้อนใหญ่ๆมาทุบลงกลางหัว นับตั้งแต่การที่ได้รับคำตอบจากคำถามที่ถามไปเป็นการตอบว่า ‘เลี้ยงข้าว’ ต้องขออภัยอย่างสูง แต่ชีวิตนี้ยูเฟเมียมองว่าการกินข้าวกับเจ้านายคือเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตแล้ว !!! ไม่มีลูกน้องคนไหนอยากกินข้าวกับเจ้านายที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งยังทวงงานเก่งเหมือนกลัวว่าบริษัทจะล้มละลายถ้าเธอไม่ส่งงาน หน้าชาสมองไร้ความคิดไปได้ช่วงนึงไม่ทันหาย

          ก็ถูกค้อนหนักๆ ทุบเข้ากลางหัวอีกรอบเมื่อทัศนียภาพรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป ความอลังการงานสร้างเหมือนกลัวคนไม่รู้ว่ารวยล้นฟ้า สัญญาณเตือนถึงภัยอันตรายภายในหัวดังถี่ยิบ นี่มันไม่ดีแล้วๆๆๆๆ ใบหน้าหวานของหญิงสาวซีดลงเรื่อยๆ ในทุกเวลาที่รถขยับ มันไม่ใช่แค่การเลี้ยงข้าว หัวเด็ดตีนขาดยังไงมันก็ไม่ใช่การเลี้ยงข้าวธรรมดา เท่านั้นยังไม่พอ !!! เหมือนว่าบอสจะมีความสุขกับการทำให้ความคิดเด็กฝึกงานวุ่นวายเล่น

          คุณพี่พาหนูมาที่วิลล่าตระกูลคุณพี่หาแปะอะไรค๊าาาา !???

          มองเห็นสุดยอดการต้อนรับแล้วก็ได้แต่ฉีกยิ้มการค้าไว้บนหน้า อยากกลับบ้านอ่ะ ไม่อยากอยู่แล้วอ่ะ ช่วยส่งหนูกลับทีได้ไหมคะบอส เป็นหมื่นพันความคิดคร่ำครวญจะกลับบ้านได้แต่อยู่ในใจ “อยู่ๆก็รู้สึกว่าแต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่ ขอกลับไปเปลี่ยนก่อนได้ไหมคะ ???” แน่นอนว่าอันนี้พูดไปด้วยน้ำเสียงที่กัดฟันสุดชีวิต จะจำวันนี้ตลอดไป ว่าการเรียกเร่งด่วนของแมคเจลเลนคือสิ่งที่โคตรจะไว้ใจไม่ได้

          “อ้าว นั่นยุฟฟี่ไม่ใช่หรอ…”

          ที่ระเบียงชั้นสองของวิลล่ามีเสียงคล้ายคนพึ่งตื่นนอนเดินออกมาพร้อมชุดนอนลายลูกเป็ดเดินออกมา ผมสีน้ำตาลอ่อนม้วนพันไหล่ ดวงตาคู่หวานราวกับหยาดอำพันนั้นดูอ่อนหวานและซุกซนในเวลาเดียวกัน เครื่องหน้าสุดมั่นขนาดนี้จะมีใครอื่นถ้าไม่ใช่ ‘มิเคล่า แอนนาเบธ แมฟเวอร์ลินช์’ คุณหนูคนเล็กหรี่ตาลงปรับโฟกัส เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนที่มากับพี่ชายตนเป็นเพื่อนเกลอก็ชักชวนเสียงใส “ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมาด้วยนะเนี่ย ก็ดี! ปล่อยตานั่นไว้ตรงนั้นล่ะยุฟฟี่ ฉันได้ขนมแบบใหม่ให้ชิมรีบขึ้นมานี้เร็ว…”
         
          ว่าแต่สองคนนั้นไปสนิทกันถึงขั้นชวนมาบ้านใน ‘วันพิเศษ’ แบบนี้ตอนไหน..         

          “ โอ้.. สวัสดีค่ะมิลลี่ ” อื้ม.. ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะต้องมา ยูเฟเมียยกรอยยิ้มเบาบางเมื่อเห็นว่าคนที่ทักก็คือมิลลี่ เพื่อนสนิทที่ติดต่อกันมาตลอด แต่โอกาสได้เจอกันตัวเป็นๆค่อนข้างจะมีน้อยพอสมควร ใบหน้าหวานของยูเฟเมียหันไปมองทางตัวต้นเรื่องที่พาเธอมาในวันนี้ด้วยรอยยิ้มที่ดูปกติ ปกติมากทั้งๆ ที่ในใจคือตรงกันข้ามแบบสุดๆ “ก็นะคะบอส ถ้าให้เลือกระหว่างบอสกับมิลลี่แน่นอนว่าฉันไม่เลือกบอสแน่~”

          “เพราะฉะนั้นขอตัวนะคะ” หลังจากที่ส่งรอยยิ้มตาปิดของตัวเองเป็นการตีเนียนก็ก้าวขาฉับๆ เดินหนีตัวต้นเรื่องที่พามาบ้านแบบไม่บอกไม่กล่าว ยูเฟเมียก็ไม่ได้คิดว่าเธอสนิทกับแมคมากขนาดที่เขาจะพามาที่บ้านได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถือว่าโคตรจะเกินความคาดหมาย ยังไม่ได้ทำใจที่มาบ้านของคนรวยล้นฟ้าแล้วแต่งตัวเหมือนมาบ้านเพื่อนปกติ แล้วก็ยังไม่ได้ทำใจกับความหรูหราหมาเห่าของบ้าน ไม่สิ ปราสาทแมฟเวอร์ลินช์ด้วย !!

          “...พวกผู้หญิงนี่นะ” จะทั้งอาการเมินของน้องสาวหรือท่าทีสดชื่นเหมือนตื่นจากฝันร้ายของลูกจ้างก็ดี สองสิ่งนี้ล้วนทำให้แมคเจลเลนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมสักเท่าไร จังหวะคิดจะดีดหน้าผากหล่อนก่อนชิ่งสักที รถหลักสิบล้านสีดำสนิทเลขทะเบียนไม่คุ้นตาอีกคันก็เคลื่อนตัวมาเทียบข้างๆ ยังไม่ต้องเลื่อนกระจกลงแต่บรรยากาศในนั้นก็ชวนหงุดหงิดแล้ว

          “ไม่ยักรู้ว่าป๊าชวนคนนอกมาด้วย เหอะ ไหนบอกว่างานครอบครัว”

          พ่อบ้านเซบาสเตียนแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้า “คุณท่านต้องการให้ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษขอรับ” ปรายสายตาไปทางผู้รับใช้อีกสองรายให้เข้าต้อนรับ ‘แขกพิเศษ’ ที่เริ่มทยอยกันเดินทางมาถึง บรรยากาศเงียบงันรอบตัวเขาดูไม่น่าไว้ใจพอๆ กับความขลังของวิลล่า

          “หมอนั่นขายบัตรเชิญไปกี่ล้าน” แมคเจลเลนส่ายหน้าเบาๆ เผลอมองตามแผ่นหลังของลูกจ้างสาวเข้าไปด้านในแล้วขมวดคิ้ว.. ‘ดูสบายใจเกินไปไหม? ตอนแรกยังทำเหมือนไม่อยากมา รึเป็นเพราะว่ามิลลี่?’

          “คุณอลันพูดเกินไปแล้วครับ… แขกพิเศษในวันนี้ล้วนเป็นผู้สนับสนุนทุนวิจัยของนายท่าน”

          ไม่ต่ำกว่าสิบล้านแน่ๆ แมคเจลเลนรู้ดีถึงความบ้าคลั่งในวิทยาศาสตร์ของพ่อบังเกิดกล้า นึกแสยะยิ้มในใจมองเหล่ารถหรูหราทั้งหลายที่ทยอยกันเข้ามา บางทะเบียนก็พอระบุจุดประสงค์ได้ว่านอกจากสร้างเส้นสายในวงสังคมแล้ว จะมีอะไรคุ้มให้เสี่ยงชีวิตมาที่นี่กันล่ะ…

          ว่าแต่… ทำไม ‘แขกพิเศษกิติมศักดิ์’ ของเขาทำไมยังไม่โผล่หัวสักที

          เอล

          ด้านในอาคารหลักมีโถงวิจิตรที่กว้างพอจัดงานเต้นรำได้โดยบรรดาแขกไม่เหยียบเท้ากันตาย พ่อบ้านเลือกแผ่นเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิคที่คนแต่งนอนในหลุมร่วมทศวรรษมาเปิดสร้างบรรยากาศ ผู้มาเยือนอาจหลงใหลดอกไม้เขตร้อนที่ถูกขนมาประดับสร้างสีสันตามมุมต่างๆ ทว่านอกจากศิลปะทั้งรูปปั้น ภาพวาด ของสะสมยากประเมินมูลค่าแล้ว ในโถงนั้นกลับไม่มีอาหารตามที่ควรจัดเลี้ยง ไม่พบแม่แต่เงาของเจ้าภาพวันเกิด
        
        เอล


          การมาอยู่ตรงนี้คือเรื่องที่ยูเฟเมียมองว่าไม่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความเรียบนิ่งที่หาได้ยาก กวาดสายตามองแขกภายในห้องโถงแล้วก็ได้แต่ดึงสายตาตัวเองกลับมาก่อนที่จะมีคนรู้ว่าเธอกำลังจ้องมอง ร่างเล็กภายใต้เสื้อยืดสีขาวธรรมดา สวมทับด้วยเสื้อคลุมทั่วไป กับกางเกงขายาวสีดำเข้ารูปยังคงจับจองพื้นที่มุมห้องโถงที่เงียบสงบ เท่าที่ฟังก็พอจะได้ยินมาบ้างว่านี่เป็นงานเลี้ยงวันเกิด  

          งานเลี้ยงวันเกิดแล้วยังไง.. เธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอกับการอยู่ท่ามกลางเหล่าตัวท็อปๆของวงการทั้งหลาย นัยน์ตาสีรัตติกาลอยู่ไม่นิ่ง เธอพอใจแค่กับการเจอตัวพวกเขา แต่ไม่คิดจะเข้าไปทักทาย หรือเริ่มต้นแนะนำตัว โอกาสทองที่หลายๆคนอยากได้ แต่ไม่ใช่กับยูเฟเมีย เป็นความคิดที่ไม่คุ้มสุดๆ แต่ถึงอย่างงั้นลึกๆก็ยังตั้งมั่นกับตัวเองอยู่ดี คนแรกที่ให้โอกาสในการทำงานกับเธอคือแมค จนกว่าเขาจะไล่ออก เธอก็ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนที่ทำงานหรอกนะ..  

          “น้ำผลไม้ขอรับจะรับเป็นอะไรดี มาจากเรือนกระจกของนายท่านรับรองว่าปลอดสารพิษ” พ่อบ้านหนุ่มที่ดูอายุไม่ออกอย่างเซบาสเตียนไม่ยอมอยุ่ว่าง เขานำถาดเล็กที่ด้านบนมีน้ำผลไม้สีสันแปลกตาตกแต่งแก้วอย่างวิจิตรเดินมาตรงหน้าแขกของคุณชายอลัน

          จากที่อยู่ในมุมสงบ สุดท้ายก็มีคนทักจนได้.. หญิงสาววาดรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความใจเย็น ถึงจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์แต่ยูเฟเมียก็ยังเป็นคนที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอ นั้นคือสิ่งที่เธอทำอยู่ตลอด “คุณพ่อบ้านที่พบก่อนหน้านี้.. ฉันรับเป็นน้ำผลไม้ที่มีอยู่ในถาดนี้แหละค่ะ งานใหญ่แบบนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ ” เพราะตั้งใจว่าจะอยู่เงียบๆ เพื่อที่จะไม่รบกวนการทำงานของใคร ดังนั้นเธอจึงหยิบน้ำผลไม้ที่มีบนถาดมาถือไว้อย่างว่าง่าย

          “ขอบคุณมากค่ะ” โดยส่วนใหญ่มันคือความเกรงใจ และอีกส่วนคือความเคยชิน วางตัวไว้ตรงกลางที่ไม่รบกวนใคร นั้นคือสิ่งที่ยูเฟเมียพยายามรักษาให้ตัวเองเป็นมาโดยตลอด

        เอล

          "แว้!! เอาคุ้กกี้คืนมาา" คนที่หลับได้ทุกเวลาอย่างคุณหนูเล็กบ้านนี้ยังคงแยกไม่ออกระหว่างวันเกิดพ่อตนเองหรือวันนอนแห่งชาติ เสียงัวเงียไม่ยอมตื่นเพราะเมื่อคืนเพลย์เกมหนักไปหน่อยทำให้หล่อนพาดตัวพิงกับคนแกล้งเสียดื้อๆ ขออภัยด้วยมิเคล่าที่ท่านเรียกยังไม่พร้อมปาร์ตี้ในเวลานี้

        เอล

          ในมุมหนึ่งของงานมีชายในชุดสูทสีเงินหมุนแก้วแชมเปญในมือเล่น แขกแสวๆ ลอบมองมาทางเขาเป็นระยะทว่าสายตาสีเทานั้นเย็นชาเกินจะสน บรรยากาศรอบตัวเขาดูไม่เข้ากับสถานที่นี่เลยแม้แต่น้อย ที่ด้านข้างมีเลขาส่วนตัวคอยกระซิบบอกทิศทางเป็นระยะ ในที่สุด ‘ประธานโอเบรอน’ ก็สามารถพาตัวเองมาถึงจุดเหมาะๆ ในการลอบมองสาวน้อยชุดเป็ดคนนั้นได้ ‘เวลาหลับยังน่าเอ็นดู อุ้มกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมนะ’

          มีหรือที่แมลงอันตรายเช่นนี้จะรอดพ้นเรด้าห์หวงน้องสาว แมคเจลเลนยืนอยู่บนระเบียงชั้นลอยเหนือหัว ‘ประธานเพลย์บอย’ พอดิบพอดี ด้วยว่าตัวเขาเองนับอีกฝ่ายเป็นอริกลายๆ จู่ๆ มาปรากฎตัวในบ้านที่เป็นถิ่นของตนจึงยิ่งรู้สึกขัดตามากขึ้นกว่าเดิม นิ้วเคาะราวจับสองสามแก๊ก ก่อนจะคว้าแก้วจากถาดแล้วยื่นออกไปกลางอากาศ

          “ลาก่อน.. น้ำมะนาวที่รัก”

          เสียงเคร้งด้านล่างพร้อมกับความวุ่นวายขนาดย่อมเมื่อสูทสีเงินราคาแพงมีกลิ่นเลมอนสด ทว่าเมื่อ ’เหยื่อ’ มองกลับขึ้นมาก็ไม่ปรากฎตัวผู้ก่อเหตุเสียแล้ว

        “หืมมม...มุมนี้เห็นชัดเลยครับคนหวงนั้นน่ะ”เสียงที่นุ่มติดแหบหน่อยของผู้ชายที่พึ่งแตกเนื้อหนุ่มกล่าวออกมา แขนทั้งสองข้างวางเท้าลงบนขอบระเบียง ดวงตาสีเทาสว่างมองดูญาติตัวเองที่พึ่งเดินจากไปก่อนจะเลื่อนกลับไปมองยังจุดที่พี่สาวชุดนอนลายเป็ดยืนอยู่ สลับกับพี่สาวอีกคนที่ยืนยิ้มอยู่ “หาเจอแล้วพี่เอลล่า”

        ช่วงที่โรเบนพยายามซับน้ำมะนาวออกจากฟองน้ำที่ได้ชื่อว่าเจ้านาย จังหวะทุกคนไม่ทันระวังก็เกิดเสียงปืนลั่นหลายนัดติดต่อกัน กำแพงสั่นไหวจนรู้สึกได้ กระสุนบางนัดทะลุประตูโถงเป็นรูโหว่ ใครบางคนร้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝั่ง คราบเลือดไหลนองลอดใต้ร่องออกมาอาบเป็นสาย ก่อนฝีเท้าของเหล่าผู้รับใช้จะกรูกันไปยังประตู ท่ามกลางความเงียบอันตื่นตระหนกกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นขัดกับบรรยากาศชื่นมื่นของงานก็เริ่มคละคลุ้งไปทั่ว

        บานประตูถูกดึงเปิดออกพร้อมกันกับร่างหนึ่งที่ทรุดลงกองกับพื้น
        บุรุษผมเงินในชุดขาวโชกเลือด กระสุนแต่ละหย่อมย้อมเสื้อเขาให้กลายเป็นภาพดอกไม้แดงผลิบาน ชายผู้นั้นหลับตานิ่งสนิทไม่ไหวติง ใบหน้าได้รูปซีดจัดไร้สีสัน

       “คุณท่าน!!” พ่อบ้านโยนถาดทิ้งแทบจะพร้อมกับที่เชอร์วาลิเย่ประจำตระกูลตรงดิ่งไปรับตัวเจ้านาย

        “คุณท่านงั้นหรอ.. หมายความว่านั่นคือ.. ? ท่านประธาน?” เหล่าแขกในงานคล้ายเริ่มได้สติจากภาพที่เห็น บ้างก็ถอยกรูดไปติดกำแพง บ้างก็หวีดร้องขึ้นมาด้วยความโกลาหล

          นี่ มั น เ รื่ อ ง บ้ า อ ะ ไ ร กั น ค ะ ? เสียงปืนดังสนั่น กับเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือทำให้สัญชาตญาณตื่นตัว คุณพ่อบ้านตรงหน้าที่ดูจะสงบนิ่ง อยู่ๆก็โยนถาดปลิวว่อนแล้ววิ่งไปตรงไปที่ผู้บาดเจ็บ ม่านตาของหญิงสาวที่ถูกพาตัวมาแบบงงๆ หดลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงรอบข้างเริ่มกลายเป็นเสียงอื้ออึง แต่ถึงอย่างงั้นก็พอจะจับประเด็นได้ว่าคนที่ล้มลงไปนั้นเป็นใคร เดี๋ยวก่อนนะ.. คุณท่าน ? ท่านประธาน ??

          ทันทีที่สมองเริ่มประมวลผลอีกครั้ง กลายเป็นว่าเธอกลับไม่สามารถอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป ความแตกตื่นของผู้คนลามไวยิ่งกว่าอะไร เธอมาในฐานะอะไรเรื่องนี้ไม่รู้ได้ แต่ยูเฟเมียไม่มีทางทำใจนิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แน่นอน เป็นครั้งแรกที่เธออยู่ในห้องโถงและพยายามกวาดสายตาหาใครบางคน ใครบางคนที่ว่าคือตัวต้นเรื่องที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี้ และตอนนี้จะเป็นคนเดียวที่พอจะให้คำตอบกับสิ่งที่เธออยากรู้

          “บอส !! นี่มัน.. ขอโทษนะ แต่นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ??? ” ประโยคเริ่มต้นไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ใบหน้าที่ดูสับสน กับแววตาที่สั่นนิดๆยังคงทำให้รู้ชัดว่ายูเฟเมียไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่สามารถควบคุมความคิดได้อย่างรอบคอบเหมือนแต่ก่อน “ ฉัน เอ่อ .. หมายถึง มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม ? นี่มัน .. ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะทำใจให้อยู่เฉยๆได้”

        “เธอช่วยอะไรฉันหน่อน.. เอานี่เข้าไปซ้ำทีสิว่าตายสนิทไหม” ตอบคำถามด้วยการสั่งงาน ในมือของแมคเจลเลนคือแจกันหินอ่อนน้ำหนักเอาเรื่อง สีหน้าเขาราบเรียบไม่สะทกสะท้าน ดูยังไงก็ห่างจากคนที่พ่อบังเกิดกล้าโดนยิงพรุน

          “... นี่คุณบ้าไปแล้วใช่ไหมเนี่ย” ความคิดที่ว่าแมคเจลเลนพึ่งพาได้ มันไม่ควรจะมีอยู่ในสมองเธอ คงจะต้องจำไว้แล้วว่าเขาเป็นคนที่ควรจะปรึกษาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยูเฟเมียพ่นลมหายใจออกจากริมฝีปากอย่างไม่สบอารมณ์ ที่นี้ไม่ใช่ที่ๆเธอจะทำอะไรตามใจชอบได้ ยูเฟเมียรู้ดี เพราะฉะนั้นจึงต้องมากัดฟันอยู่เฉยๆ รอดูให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันดำเนินต่อไปตามทิศทางของมัน

       “ไฟไหมม้!!” เสียงปืนดังรัวในที่สุดก็ปลุกเจ้าหญิงนิทรานามมิลลี่สะดุ้งโหยงตื่นขึ้นมาได้ แต่คำที่เธอตะโกนออกมาผิดจากความจริงไปไกลลิบ อัลมาสก้าวเข้ามารับร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ก่อนจะอุ้มออกไปไม่ให้โดนแขกที่กำลังโกลาหนเหยียบเข้า

       เอล

        ความวุ่นวายเกิดขึ้นได้ไม่นาน พ่อบ้านที่กลับมาตั้งสติได้แล้วจึงเดินไปนำผ้ามาคลุมร่างของเจ้านายเอาไว้กันสภาพอนาถ เชอวาลิเยร์ทั้งสามเรียกกำลังเสริมเข้ามาล้อมห้องเอาไว้ หัวหน้ากลุ่มผู้คุ้มกันของวิลล่าปรึกษากันอยู่ไม่กี่ประโยคทั้งหมดก็หยิบปืนขึ้นมาและเล็งไปที่แขกทุกคน ท่ามกลางเสียงสบถเซบาสเตียนกล่าวแทนพวกเขาว่า

        “ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วยครับ อย่างที่เห็นว่าท่านประธานคาลิเฟอร์ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีลอบสังหาร คนร้ายยังคงอยู่ในวิลล่า อาจจะเป็นหนึ่งในแขกของวันนี้ จนกว่าจะระบุตัวฆาตกรได้ทุกท่านคือผู้ต้องสงสัยกรุณาอยู่ในห้องโถงก่อนครับ”

          ยูเฟเมียเข้าใจดีในการทำงานของบรรดาคนของตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ ขอนับถือในความเด็ดขาดที่สามารถกลับมาสั่งการได้อย่างรวดเร็วของคุณพ่อบ้านที่เอาน้ำผลไม้มาให้เธอ หญิงสาวร่างบางกอดอกพร้อมกับมองรอบข้างด้วยสายตาที่สั่นไหว ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่สามารถโวยวายอะไรได้อยู่ดี เธอโอเคกับการให้ความร่วมมือ แต่เธอไม่โอเคกับการที่ถูกลากออกจากบ้านในตอนที่กำลังพักแล้วต้องมาเจอเรื่องบ้าบอเหนือความคาดหมายแบบนี้ ทั้งหมดโทษได้แค่คนเดียว เพราะงั้นบางทีลางานยาวอาจจะเป็นตัวเลือกการประท้วงที่ดีที่สุด


        “....อืม ที่ว่าคึกคักคงจะหมายถึงเรื่องนี้เองสินะ”

        แมคเจลเลนจูงให้เด็กฝึกงานในปกครองเขาเดินไปนั่งที่โซฟาด้วยกันกับน้องสาวตน เขาเท้าคางเหมือนว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นหนแรก ตาเฒ่านั่นยิ่งอยู่นานก็ยิงขี้เบื่อมักจะหาเรื่องแปลกใหม่ทำแก้ว่างเสมอ แต่ว่าทำไมกันนะ.. ยิ่งอยุ่ในห้องนี้นานก็ยิ่งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว

        เอล

        “หึ ก็เห็นๆ อยู่ว่าถูกยิงจากด้านนอกห้องโถง จะมาตรวจสอบคนด้านในทำไมคิดว่าพวกเราโง่หรอ?” ท่าน รมต.กระทรวงวิทยาศาสตร์ค้านขึ้นมา ชักชวนให้แขกคนอื่นๆ ต่อต้านที่อยู่ ดีๆ พวกเขาก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัย แถมยังมีปืนมาจ่อหัวอีกมันช่างกล้านักไม่รู้เสียบ้างว่าเขาเป็นใคร! “ถึงจะน่าเสียดายที่ท่านประธานมาเสียเอาวันเกิดตัวเองแต่การจับตัวคนร้ายสำคัญกว่า นี่! ฉันมีคนรู้จักอยู่จะให้ช่วยชันสูตรศพให้เอาไหมล่ะ”

        พ่อบ้านตอบกลับอย่างเย็นชา “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ไม่อย่างนั้นพวกผมไม่มีทางเลือกนอกจากทำให้พวกคุณ ‘สงบ’ นะครับ”

        “ใช่ๆ พวกเราไม่มีอาวุธ จะเป็นคนร้ายได้ยังไง แบบนี้ไม่แฟร์!” ดาราสาวเจ้าบทบาทคืออีกรายที่โอเวอร์แอคติ้งเกินไปหน่อย แค่ปลายกระบอกจรดมาที่หน้าผาก เธอก็กลัวจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

        “ถ.. ถ้างั้นก็รีบๆหาตัวคนร้ายสิ ต้องเป็นคนมาที่หลังพวกเราแน่ๆ ฉันเข้ามาในโถงก่อนมีพยานด้วยดังนั้นไม่ใช่ฉันหรอก!!”

        “ตรวจสอบลายนิ้วมือไง… ต้องหลงเหลือหลักฐานบ้างล่ะ อย่างคราบเขม่าดินเปืน” แล้วถ้าฆาตกรสวมถุงมือล่ะ...

        โกลาหลกันไปอีกพักใหญ่คล้ายว่าเหล่าแขกจะกลัวเสียหน้าที่ไม่ได้อวดรู้มากกว่ากลัวตาย พวกเขาลืมไปแล้วว่าตอนนี้ปืนทุกกระบอกจ่อหัวใครอยู่ เหลือก็แต่ลั่นไกเพราะปลดเซฟตี้เรียบร้อยแล้ว ด้านของมิเคล่าที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาก็กำลังถามยูเฟเมียว่า “...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซอสแดงกระจายอยู่เต็มประตู อ้าว เอล..ทำไมวันนี้ใส่ชุดสายเดี่ยวมาไม่หนาวหรอ” ทั้งที่แอร์เปิด 20 องศาเพราะป๊าเธอขี้ร้อน

          ยูเฟเมียเริ่มรู้สึกได้ลึกๆว่าคนที่นามสกุลแมฟเวอร์ลินช์มันน่ากลัว.. ถึงอย่างงั้นก็ยังคงฉาบทับความหวั่นในใจไว้ด้วยใบหน้าราบเรียบอย่างที่เคย “มีคนประสงค์ร้ายยิงท่านประธานน่ะ..” ทำลายความเข้าใจของมิลลี่ต่อสิ่งที่กระจายอยู่เต็มประตูอย่างย่อยยับโดยไม่คิดจะปิดบัง ความจริงมีให้เห็นอยู่เต็มตา จะให้เธอชักแม่น้ำทั้งห้ามาก็ไม่ใช่นิสัยตัวเอง ดังนั้นน้ำเสียงที่พูดออกไปจึงเบาและดูไม่มั่นคงเป็นพิเศษ ยูเฟเมียไม่ค่อนถูกกับความวุ่นวาย แต่ตอนนี้จะหันไปมองทางไหนก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ดังนั้นทางเลือกที่เธอเลือกคือการปิดเปลือกตาลงปล่อยให้มุมมองของเธอมืดมิดต่อไป

        “ห่ะ!! คนถูกยิงคือปะป๊าหรอ? ไม่ใช่ไฟไหม้หรอ?? อ้าว.. แบบนี้ก็แย่สิ พี่แมค ทำไงดี มิลลี่จะกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วหรอคะ?” ในที่สุดก็มีการตอบสนองอย่างเป็นปกติของลูกสาวที่เป็นห่วงพ่อตัวเอง มิเคล่าลุกพรวดขึ้นไปหาร่างที่ถูกผ้าคลุมไว้โดยไม่สนว่าชุดเป็ดน้อยของเธอจะเปื้อนเป็นเป็ดสยอง หลังจากเปิดยืนยันตัวตนแล้วว่าหน้าตาแบบนี้ โอ้ใช่ นี่คือคนเลี้ยงตนมาแน่ๆ น้ำตาก็คลอใส “โธ่ ปะป๊าคะ..”

        “ไม่ต้องห่วงก่อนหน้านี้ฉันทำประกันให้เค้าไว้แล้ว เธอไม่อดตายแน่นอน”

        “ที่จะถามน่ะไม่ใช่เรื่องนั้น!! พ่อเราทั้งคนนะแมคคค”

       “ใช่แล้ว เพราะงั้นผู้ที่มีสิทธิรับมรดกถึงเป็นทายาทอย่างพวกเราไง.. สู่สุขตินะป๋า เดี๋ยวฉันดูแลมิลลี่เอง” ทายาทหนุ่มดูจะไม่สะทกสะท้านอีกทั้งคิดไว้ในใจแล้วว่าคงต้องฝังตามะรรมเนียม ชนิดสะกดวิญญาณไม่ต้องผุดต้องเกิด

        เอล
        
        แมคเจลเลนลูบหัวน้องสาวอย่างปลอบด้วยความชื่นมื่นก่อนจะถอยออกมาข้างลูกพี่ลูกน้องคนสวย “เอลล่า เธอบอกน้าด้วยว่าถ้าเป็นตามนี้ก็เตรียมแบ่งมรดกอาทิตย์หน้า ถ้ามาช้า.. หัก 30%”         น้ำเสียงหัวเราะในลำคอปิดไม่มิด มีรึเกรงใจ ‘ศพ’ บนพื้น

          เอล

        “น่าเสียดาย.. งั้นคงต้องตัดออกจากกองมรดกซะแล้ว” ชายผมเงินอมยิ้มกริ่ม

        เอล

        ไม่ถึงอึดใจถัดมาพ่อบ้านเซบาสเตียนก็ให้คนเข็นเอาโหลคริสตัลที่ด้านในมีแคปซูลสีขาวออกมา “กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ ตอนนี้ทางเราจะเริ่มทำการหาผู้ต้องสงสัยขอให้ทุกท่านทำการ ‘จับฉลาก’ ในโถแก้วใบนี้ ด้านในจะมีที่เขียนข้อความเอาไว้ หากจับได้อันที่มีข้อความ ขอให้ท่านทำตามสิ่งที่อยู่ในนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”

        “เดี๋ยวนะ? ที่ว่าทำตามนั่นหมายถึงอะไร พวกคุณใช้วิธีนี้หาตัวคนร้ายงั้นหรอ? ไม่มีเหตุผลเลย!!”

       “หากสามารถทำตามข้อความด้านในได้จนสำเร็จพวกเราจะถือว่าท่านนั้นไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยครับ” ฟังดูเหมือนยุติธรรม แต่ใครกันล่ะจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในแคปซูลหน้าตาธรรมดาไร้พิษสงนั้นคืออะไร?

          “สุดยอดไปเลยน้า.. มีคนตายแต่ให้มาจับฉลากเนี่ย..” เปลือกตาข้างนึงถูกยกขึ้นเพื่อมาสังเกตการณ์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่จะหันหน้าไปมองทางบรรดาสายเลือดแมฟเวอร์ลินช์ทั้งหลาย แขกของงานเลี้ยงส่วนใหญ่ยังคงลังเล หรือไม่ก็กำลังวิตก ยูเฟเมียถอนหายใจ ยังไงเธอก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกสิ่งอยู่แล้วถ้ามันทำให้เธอได้กลับบ้าน ก่อนที่คนจะเบียดเสียดกันจบวุ่นวายกว่านี้ เดินไปหยิบมาสักอันให้จบก็สิ้นเรื่อง

          “แค่หยิบมาอันนึงก็พอสินะคะ..” นัยน์ตารัตติกาลหลุบมองโถแก้วที่ด้านในมีแคปซูลบรรจุอยู่จนเต็มโถ หลายคนมองเธอด้วยสายตาตกอกตกใจ ถึงอย่างงั้นทุกอย่างที่เธอทำไปก็ยังดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดินไปหยุดหน้าโถแก้วที่เธอจะต้องยื่นมือไปหยิบแคปซูลมาสักอัน สูดหายใจเข้าลึกๆ และทำให้สิ่งที่ควรทำ ไม่มีการลังเล อันแรกที่มือเธอแตะ ก็คืออันที่เธอเลือกหยิบมันขึ้นมา “ ขออันนี้ไปแล้วกันค่ะ ”

        “หนูต้องจับด้วยใช่ไหม? อื่ม.. คงไม่ใช่คำสั่งเสียของปะป๊านะ?” คงต้องขอบคุณหน่วยกล้าตายอย่างยูเฟเมียที่ช่วยเปิดเวที มิเคล่าผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นลูกเป็ดเปื้อนเลือดเดินไปยังโหลเป็นคนที่สอง พร้อมกันนั้นเธอก็หยิบของอัลมาสและพี่ชายตนมาให้ด้วย

        “ขอบคุณครับคุณหนู…” เค้าบอกให้จับคนละอันแต่นี่ล้วงสามเลย

       “เอาเถอะๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเล่นอะไรกันอยู่ แค่ทำให้จบก็พอใช่ไหม” แมคเจลเลนบีบแคปซูลที่น้องสาวโยนมาให้ในมือ หรี่ดวงตาลงอย่างไม่สบอารมณ์นักทำไมแขกของเขา ‘รายนั้น’ ถึงยังไม่มาสักที

         เอล

        หลังจากบรรดาแขกทยอยมาจับฉลากจนครบทั้งแปดสิบคน พ่อบ้านหน้านิ่งก็ประกาศให้ทุกคนสามารถเปิดดูเรื่องที่ต้องทำได้ และห้ามคิดตุกติกแลกเปลี่ยนกันเด็ดขาด เพราะพวกเขาได้ตั้งกล้องสังเกตการณ์ไว้ทุกจุดในโถงนี้ และผลที่ออกมาก็คือ…

ยูเฟเมีย ข้อความในกระดาษ 'ช่วยให้อาหารปลา'

          “แหม.. คนเขียนก็ต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ขันพอสมควรเลยนะคะ..” หรี่ตามองข้อความในกระดาษที่ตัวเองได้รับ ก่อนจะถอนหายใจ มีคนตายแต่สิ่งที่ทางนั้นขอให้ความร่วมมือดันเป็นการทำตามกระดาษที่มีข้อความแนวไม่จริงจังอยู่เนี่ยนะ.. อีกอย่างเธอจะรู้ได้ไงว่าปลาที่ว่านั้นอยู่ไหน บางทีอาจจะต้องรอให้สงบแล้วก็ถามทางไปให้อาหารปลา.. คิดว่าควรจะเป็นงั้นนะ ?

          “ให้อาหารปลาหรอครับ เช่นนั้นคงต้องรบกวนคุณอยู่จนถึงเวลาอาหารเย็นแล้วล่ะครับ ผมจะช่วยนำทางไปเอง” พ่อบ้านหนุ่มเข้ามาให้เหตุผลว่าส่วนของพวกปลานั้นไม่ได้อยู่ในโถง

มิเคล่า ข้อความในกระดาษ 'เดินไปที่ห้องหมายเลข 4 นำชุดที่อยู่ในลิ้นชักสีแดงมาสวม 1 วัน'

          “ของยุฟฟี่ง่ายจัง… น่าอิจฉาอ่า” เป็ดน้อยโชกเลือดมองตัวอักษรในกระดาษของตัวเองสลับกับของเพื่อนรักแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เลือกได้ไปให้อาหารเจ้าตัวน่ารักในอควาเรี่ยมชั้นใต้ดินคงสนุกกว่า “แต่เธอพึ่งเคยมาที่นี่คงจะยังไม่รู้ว่าตู้ปลาอยู่ตรงไหนสินะ เอางี้! เดี่ยวเค้าไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปเป็นเพื่อน!”

          “อ่า… ในความเป็นจริงที่มาที่นี้วันนี้ฉันไม่รู้อะไรเลยต่างหากล่ะ..” ทุกอย่างโทษคนที่เป็นเจ้านายเธอนั้นแหละ กระดาษข้อความถูกเก็บ พร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มีแต่เรื่องไม่สมเหตุสมผล ในหัวมีแต่คำว่าอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้าน และอยากกลับบ้าน ในความเป็นจริงให้อยู่กับลาเรส … ไม่สิ ถ้าเป็นหมอนั้นก็ไม่เอาเหมือนกัน ไม่ว่าจะทางไหนก็ปวดหัวทั้งนั้นเลยสิน้า..

          “ไม่เป็นไรหรอก ปลาพวกนั้นน่ารักจะตายปะป๊าชอบพวกมันมากเลย เธอเองพอเห็นแล้วก็คงกรี้ดแตกแน่ๆ คิกๆ”

          พอฟังที่น้องสาวตัวดีของเขาชักชวนโน้มน้าวแล้ว ขนาดแมคเจลเลนยังเกือบคล้อยตามถ้าไม่ติดว่ารู้ความจริงอยู่เต็มอก ‘อย่าเอาตัวเองไปเป็นอาหารพวกนั้นก็พอ’
         
อัลมาส ข้อความในกระดาษ 'ปิดตาหันหลังเดินลงบันได'

          ในฐานะเชอวาลิเยร์เรื่องแค่นี้ถือว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวเขา อัลมาสมีหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยของคุณหนู ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหาโอกาสแยกไปทำมิชชั่นในกระดาษเงียบๆ ระหว่างที่สถานการณ์ของคุณหนูยังดูปลอดภัย ชายร่างสูงโปร่งปิดเปลือกตาลง และหันหลังก้าวถอยลงบันไดเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทุกอย่างไร้การติดขัด จนสุดท้ายเขาก็ทำตามมิชชั่นสำเร็จ และได้กลับมายืนอยู่คอยปกป้องคุณหนูอีกครั้ง

แมคเจลเลน ข้อความในกระดาษ 'เผาชุดชั้นในตัวเอง'

        “....ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เอ๊ย! ตัวนี้รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ เฮ้! เอาของนายมาแลกกัน” เรียกตำรวจเร็ว ตอนนี้มีคนกำลังปล้นกางเกงในบอดี้การ์ดตัวเอง

เอลเมอร์ ข้อความในกระดาษ 'โทรไปเบอร์ล่าสุดแล้วบอกว่าคุณกำลังปล้นธนาคาร ให้อีกฝ่ายส่งรถมารับ'

       “เบอร์คุณม๊า”เอลเมอร์มองข้อมความในเเคปซูลสลับกับเบอร์ของคุณม๊าบนจอมือถือ ถ้าโทรไปบอกไม่ใช่คุณม๊าตกใจหรอก คุณม๊าจะดีใจพร้อมขนยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นมาเพิ่มให้มากกว่า
เอลล่า ข้อความในกระดาษ 'จุมพิตศพในห้อง'

        เอล




@Admin @ELLA @♥ Mikela ♥

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +900 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 900

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Medical Book
ปืนเคออส
Super Car
Hand Shield
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x17
x20
x44
x14
x17
x20
x20
x20
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ELLA เมื่อ 2021-3-5 20:19


Pokemon World

95




     ฤกษ์งามยามดี เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้อง พร้อมเเจ้งเตือนสำคัญดังเเจ้งขึ้นผ่านเสียงอัตโนมัติของอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ถึงจะขี้เกียจแล้วก็ต้องขยับตัวลุกจากเตียงรวบเอาเสื้อผ้าวิ่งหายเข้าห้องน้ำเเต่งเนื้อแต่งตัวและปลุกบอดี้การ์ดห้องข้างๆ แล้วค่อยพากันลากสังขารจากโรงเเรมหรูกลางเซ็นทรัลซิตี้ขับปอร์เช่ป้ายแดงมุ่งสู่วิลล่าตระกูลแมฟที่เมืองนิวยอร์กแต่เช้าตรู่โดยมีฮิโระรับหน้าที่เป็นคนขับรถ
เฟรบเป้คาราเมลจากร้านกาแฟแบร์ดนางเงือกถูกดูดจนเหลือเพียงครึ่งเเก้วก่อนจะวางลงบริเวณที่วางแก้ว ก่อนร่างบางของเอลล่าจะยกมือขึ้นมาปิดปากหาวจนน้ำตาซึม เพราะเมื่อคืนดันคึกปั่นงานเสียโต้รุ้งเช้ามาเลยมีสภาพไม่เต็มร้อยสุดๆ


     “หลับก็ได้นะครับ”ฮิโระเหลือบมองเจ้านายสาวก่อนจะกล่าวออกมา ซึ่งเเน่นอนความง่วงไม่เคยปราณีใคร เอลล่าพยักหน้าน้อยๆก่อนปรับเบาะเอนหลังนอนในทันที


      เอลล่าสะดุ้งตื่นมาอีกครั้งก็พบว่ารถที่นั่งอยู่ได้เคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณทางเข้าวิลล่าเเล้วร่างบางขยับเบาะลุกขึ้นมานั่งดีๆแล้วกดลดกระจกหันมองไปยังตัวแสกนม่านตา เป็นจังหวะเดียวกับที่เงาดำหนึ่งเคลื่อนผ่านเหนือศีรษะไป เครื่องบินเจ็ทลวดลาายคุ้นตาบินล่ออนเตรียมลงจอด ณ ลาดบริเวณโซนด้านหลังไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเดินทางมาถึงเเล้ว


    “เข้าไปก็เถอะ คุณม๊ามาถึงแล้ว”เอลล่ากดเลื่อกระจกขึ้นแล้วบอกให้ฮิโระขับรถเข้าไปยังด้านในวิลล่าส่วนตัวประจำตระกูลที่นานๆจะได้มาเหยียบสักทีแต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมาเท่าไหร่ เพราะรวมตัวเเต่ละทีเล่นเอากลับไปนอนเป็นผักกันทุกที


       เอลล่าก้าวลงจากรถเมื่อซุปเปอร์คาร์คันงามเเล่นเข้ามาจอดบริเวณบันไดทางขึ้นบ้าน พร้อมกับฮิโระที่เดินตามลงมา ส่วนรถนั้นก็เป็นหน้าที่ของบรรดาพ่อบ้านขับเอาไปเก็บให้ที่โรงรถ “เอาของลงงมารึยังนั้น”


     “เอาลงมาแล้วครับ”ฮิโระกล่าวออกมาพร้อมชูห่อกระดาษในมือแล้วส่งให้คนรับใช้หญิงใกล้ๆเอาไปเก็บให้ พลางสอดสอดสายตามองดูโดยรอบของตัวบ้านที่ก็เรียกได้ไม่ค่อยเต็มปากเท่าไหร่ ก่อนเจ้าตัวสูดลมหายใจและกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ


      “หึหึ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นยังมีอะไรให้น่าตกใจกว่านี้อีก”เอลล่ากล่าวก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน ถึงจะบอกว่าจัดปาร์ตี้ก็เถอะ แต่ชุดของเธอก็ยังคงสภาพเสื้อสายเดี่ยวกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำกับรองเท้าส้นเข็มเหมือนไปเดินช๊อปปิ้งบนห้างมากกว่าอยู่ดี เพราะเเต่งตัวดียังไง มันก็ไม่จำเปิดสำหรับงานเลี้ยงในตระกูลนี้หรอก


          ด้านในอาคารหลักมีโถงวิจิตรที่กว้างพอจัดงานเต้นรำได้โดยบรรดาแขกไม่เหยียบเท้ากันตาย พ่อบ้านเลือกแผ่นเสียงเพลงบรรเลงคลาสสิคที่คนแต่งนอนในหลุมร่วมทศวรรษมาเปิดสร้างบรรยากาศ ผู้มาเยือนอาจหลงใหลดอกไม้เขตร้อนที่ถูกขนมาประดับสร้างสีสันตามมุมต่างๆ ทว่านอกจากศิลปะทั้งรูปปั้น ภาพวาด ของสะสมยากประเมินมูลค่าแล้ว ในโถงนั้นกลับไม่มีอาหารตามที่ควรจัดเลี้ยง ไม่พบแม่แต่เงาของเจ้าภาพวันเกิด


        เอลล่าเดินเข้ามายังบริเวณที่จัดงานและเเน่นอนว่าด้วยชุดเดินห้างนี้ทุกสายตา บรรดาแขกมีเกียรติและไม่มีเกียรติทั้งหลากล้วนแล้วแต่จับจับมายังเธอแต่แล้วมันยังไงละ ใครจะกล้าตำหนิเธอกัน แต่ก็มียกเว้นเอาไว้สักสองคนที่ก็รู้ๆกันอยู่นั้นแหละ


        “ชุดไม่เด่นไปหรอครับนั้น”ฮิโระที่รับรู้ถึงสายตาที่มองมองกล่าวถามเจ้านายตัวเองขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ


        “ชุดนี้แหละดีแล้ว งานบ้านนี้ไม่เคยปกติหรอก เตรียมปืนมาไหม”เอลล่ากล่าวอย่างไม่สนใจเท่าไหร่


        “ห๊ะ เตรียมอะไรนะครับ”ฮิโระรู้สึกเหมือนตัวเองหูฟาด จึงหันไปถามเจ้านายตัวเองอีกที แต่กลับกลายเป็นเอลล่าไม่ได้สนใจเลยสักนิดเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปในงานสายตาของสาวเจ้าเหลือไปเห็นพี่แมคยืนอยู่เเถวๆระเบียงงาน และมิลลี่ที่อยู่ในชุดนอนเป็ดเหลือนับว่าหนักกว่าเธออีก


          การมาอยู่ตรงนี้คือเรื่องที่ยูเฟเมียมองว่าไม่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความเรียบนิ่งที่หาได้ยาก กวาดสายตามองแขกภายในห้องโถงแล้วก็ได้แต่ดึงสายตาตัวเองกลับมาก่อนที่จะมีคนรู้ว่าเธอกำลังจ้องมอง ร่างเล็กภายใต้เสื้อยืดสีขาวธรรมดา สวมทับด้วยเสื้อคลุมทั่วไป กับกางเกงขายาวสีดำเข้ารูปยังคงจับจองพื้นที่มุมห้องโถงที่เงียบสงบ เท่าที่ฟังก็พอจะได้ยินมาบ้างว่านี่เป็นงานเลี้ยงวันเกิด  


      งานเลี้ยงวันเกิดแล้วยังไง.. เธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเจอกับการอยู่ท่ามกลางเหล่าตัวท็อปๆของวงการทั้งหลาย นัยน์ตาสีรัตติกาลอยู่ไม่นิ่ง เธอพอใจแค่กับการเจอตัวพวกเขา แต่ไม่คิดจะเข้าไปทักทาย หรือเริ่มต้นแนะนำตัว โอกาสทองที่หลายๆคนอยากได้ แต่ไม่ใช่กับยูเฟเมีย เป็นความคิดที่ไม่คุ้มสุดๆ แต่ถึงอย่างงั้นลึกๆก็ยังตั้งมั่นกับตัวเองอยู่ดี คนแรกที่ให้โอกาสในการทำงานกับเธอคือแมค จนกว่าเขาจะไล่ออก เธอก็ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนที่ทำงานหรอกนะ..  


          “น้ำผลไม้ขอรับจะรับเป็นอะไรดี มาจากเรือนกระจกของนายท่านรับรองว่าปลอดสารพิษ” พ่อบ้านหนุ่มที่ดูอายุไม่ออกอย่างเซบาสเตียนไม่ยอมอยุ่ว่าง เขานำถาดเล็กที่ด้านบนมีน้ำผลไม้สีสันแปลกตาตกแต่งแก้วอย่างวิจิตรเดินมาตรงหน้าแขกของคุณชายอลัน


          จากที่อยู่ในมุมสงบ สุดท้ายก็มีคนทักจนได้.. หญิงสาววาดรอยยิ้มบนใบหน้าด้วยความใจเย็น ถึงจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์แต่ยูเฟเมียก็ยังเป็นคนที่มักจะมีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอ นั้นคือสิ่งที่เธอทำอยู่ตลอด “คุณพ่อบ้านที่พบก่อนหน้านี้.. ฉันรับเป็นน้ำผลไม้ที่มีอยู่ในถาดนี้แหละค่ะ งานใหญ่แบบนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ ” เพราะตั้งใจว่าจะอยู่เงียบๆ เพื่อที่จะไม่รบกวนการทำงานของใคร ดังนั้นเธอจึงหยิบน้ำผลไม้ที่มีบนถาดมาถือไว้อย่างว่าง่าย


          “ขอบคุณมากค่ะ” โดยส่วนใหญ่มันคือความเกรงใจ และอีกส่วนคือความเคยชิน วางตัวไว้ตรงกลางที่ไม่รบกวนใคร นั้นคือสิ่งที่ยูเฟเมียพยายามรักษาให้ตัวเองเป็นมาโดยตลอด




        “เป็ดน้อยที่ไหนมายืนเเอบหลับอยู่เเถวนี้นะ”เอลล่าที่เดินไปหาลูกพี่ลูกน้อยอย่างมิลลี่กล่าวกระซิบเบาๆที่ข้างหูก่อนจะเป่าลมเบาๆใส่หูลูกพี่ลูกน้อยตัวเองเพื่อเป็นการปลุกสาวน้อยขี้เซ้า ส่วนทางฮิโระก็หลบไปยืนอยู่มุมเงียบๆมุมหนึ่งของงานสอดส่องสายตาตรวจตราตามนิสัยบอดี้การ์ดไป


          "แว้!! เอาคุ้กกี้คืนมาา" คนที่หลับได้ทุกเวลาอย่างคุณหนูเล็กบ้านนี้ยังคงแยกไม่ออกระหว่างวันเกิดพ่อตนเองหรือวันนอนแห่งชาติ เสียงัวเงียไม่ยอมตื่นเพราะเมื่อคืนเพลย์เกมหนักไปหน่อยทำให้หล่อนพาดตัวพิงกับคนแกล้งเสียดื้อๆ ขออภัยด้วยมิเคล่าที่ท่านเรียกยังไม่พร้อมปาร์ตี้ในเวลานี้


        “ขนาดฝัน ยังไม่พ้นของกินเลยสินะ”เอลล่าเอ่ยยิ้มๆ มือทั้งสองข้างยกขึ้นดึงๆขย้ำแก้มลูกพี่ลูกน้องขี้เซ้าอย่างหมั่นเคี้ยว


          ในมุมหนึ่งของงานมีชายในชุดสูทสีเงินหมุนแก้วแชมเปญในมือเล่น แขกแสวๆ ลอบมองมาทางเขาเป็นระยะทว่าสายตาสีเทานั้นเย็นชาเกินจะสน บรรยากาศรอบตัวเขาดูไม่เข้ากับสถานที่นี่เลยแม้แต่น้อย ที่ด้านข้างมีเลขาส่วนตัวคอยกระซิบบอกทิศทางเป็นระยะ ในที่สุด ‘ประธานโอเบรอน’ ก็สามารถพาตัวเองมาถึงจุดเหมาะๆ ในการลอบมองสาวน้อยชุดเป็ดคนนั้นได้ ‘เวลาหลับยังน่าเอ็นดู อุ้มกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมนะ’


          มีหรือที่แมลงอันตรายเช่นนี้จะรอดพ้นเรด้าห์หวงน้องสาว แมคเจลเลนยืนอยู่บนระเบียงชั้นลอยเหนือหัว ‘ประธานเพลย์บอย’ พอดิบพอดี ด้วยว่าตัวเขาเองนับอีกฝ่ายเป็นอริกลายๆ จู่ๆ มาปรากฎตัวในบ้านที่เป็นถิ่นของตนจึงยิ่งรู้สึกขัดตามากขึ้นกว่าเดิม นิ้วเคาะราวจับสองสามแก๊ก ก่อนจะคว้าแก้วจากถาดแล้วยื่นออกไปกลางอากาศ


          “ลาก่อน.. น้ำมะนาวที่รัก”


          เสียงเคร้งด้านล่างพร้อมกับความวุ่นวายขนาดย่อมเมื่อสูทสีเงินราคาแพงมีกลิ่นเลมอนสด ทว่าเมื่อ ’เหยื่อ’ มองกลับขึ้นมาก็ไม่ปรากฎตัวผู้ก่อเหตุเสียแล้ว


        “หืมมม...มุมนี้เห็นชัดเลยครับคนหวงนั้นน่ะ”เสียงที่นุ่มติดแหบหน่อยของผู้ชายที่พึ่งแตกเนื้อหนุ่มกล่าวออกมา แขนทั้งสองข้างวางเท้าลงบนขอบระเบียง ดวงตาสีเทาสว่างมองดูญาติตัวเองที่พึ่งเดินจากไปก่อนจะเลื่อนกลับไปมองยังจุดที่พี่สาวชุดนอนลายเป็ดยืนอยู่ สลับกับพี่สาวอีกคนที่ยืนยิ้มอยู่ “หาเจอแล้วพี่เอลล่า”


        ช่วงที่โรเบนพยายามซับน้ำมะนาวออกจากฟองน้ำที่ได้ชื่อว่าเจ้านาย จังหวะทุกคนไม่ทันระวังก็เกิดเสียงปืนลั่นหลายนัดติดต่อกัน กำแพงสั่นไหวจนรู้สึกได้ กระสุนบางนัดทะลุประตูโถงเป็นรูโหว่ ใครบางคนร้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝั่ง คราบเลือดไหลนองลอดใต้ร่องออกมาอาบเป็นสาย ก่อนฝีเท้าของเหล่าผู้รับใช้จะกรูกันไปยังประตู ท่ามกลางความเงียบอันตื่นตระหนกกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นขัดกับบรรยากาศชื่นมื่นของงานก็เริ่มคละคลุ้งไปทั่ว


        บานประตูถูกดึงเปิดออกพร้อมกันกับร่างหนึ่งที่ทรุดลงกองกับพื้น


        บุรุษผมเงินในชุดขาวโชกเลือด กระสุนแต่ละหย่อมย้อมเสื้อเขาให้กลายเป็นภาพดอกไม้แดงผลิบาน ชายผู้นั้นหลับตานิ่งสนิทไม่ไหวติง ใบหน้าได้รูปซีดจัดไร้สีสัน


        “คุณท่าน!!” พ่อบ้านโยนถาดทิ้งแทบจะพร้อมกับที่เชอร์วาลิเย่ประจำตระกูลตรงดิ่งไปรับตัวเจ้านาย


        “คุณท่านงั้นหรอ.. หมายความว่านั่นคือ.. ? ท่านประธาน?” เหล่าแขกในงานคล้ายเริ่มได้สติจากภาพที่เห็น บ้างก็ถอยกรูดไปติดกำแพง บ้างก็หวีดร้องขึ้นมาด้วยความโกลาหล


          นี่ มั น เ รื่ อ ง บ้ า อ ะ ไ ร กั น ค ะ ? เสียงปืนดังสนั่น กับเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือทำให้สัญชาตญาณตื่นตัว คุณพ่อบ้านตรงหน้าที่ดูจะสงบนิ่ง อยู่ๆก็โยนถาดปลิวว่อนแล้ววิ่งไปตรงไปที่ผู้บาดเจ็บ ม่านตาของหญิงสาวที่ถูกพาตัวมาแบบงงๆ หดลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงรอบข้างเริ่มกลายเป็นเสียงอื้ออึง แต่ถึงอย่างงั้นก็พอจะจับประเด็นได้ว่าคนที่ล้มลงไปนั้นเป็นใคร เดี๋ยวก่อนนะ.. คุณท่าน ? ท่านประธาน ??


          ทันทีที่สมองเริ่มประมวลผลอีกครั้ง กลายเป็นว่าเธอกลับไม่สามารถอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป ความแตกตื่นของผู้คนลามไวยิ่งกว่าอะไร เธอมาในฐานะอะไรเรื่องนี้ไม่รู้ได้ แต่ยูเฟเมียไม่มีทางทำใจนิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แน่นอน เป็นครั้งแรกที่เธออยู่ในห้องโถงและพยายามกวาดสายตาหาใครบางคน ใครบางคนที่ว่าคือตัวต้นเรื่องที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี้ และตอนนี้จะเป็นคนเดียวที่พอจะให้คำตอบกับสิ่งที่เธออยากรู้


          “บอส !! นี่มัน.. ขอโทษนะ แต่นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ??? ” ประโยคเริ่มต้นไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ใบหน้าที่ดูสับสน กับแววตาที่สั่นนิดๆยังคงทำให้รู้ชัดว่ายูเฟเมียไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่สามารถควบคุมความคิดได้อย่างรอบคอบเหมือนแต่ก่อน “ ฉัน เอ่อ .. หมายถึง มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างไหม ? นี่มัน .. ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะทำใจให้อยู่เฉยๆได้”


        “เธอช่วยอะไรฉันหน่อน.. เอานี่เข้าไปซ้ำทีสิว่าตายสนิทไหม” ตอบคำถามด้วยการสั่งงาน ในมือของแมคเจลเลนคือแจกันหินอ่อนน้ำหนักเอาเรื่อง สีหน้าเขาราบเรียบไม่สะทกสะท้าน ดูยังไงก็ห่างจากคนที่พ่อบังเกิดกล้าโดนยิงพรุน


          “... นี่คุณบ้าไปแล้วใช่ไหมเนี่ย” ความคิดที่ว่าแมคเจลเลนพึ่งพาได้ มันไม่ควรจะมีอยู่ในสมองเธอ คงจะต้องจำไว้แล้วว่าเขาเป็นคนที่ควรจะปรึกษาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยูเฟเมียพ่นลมหายใจออกจากริมฝีปากอย่างไม่สบอารมณ์ ที่นี้ไม่ใช่ที่ๆเธอจะทำอะไรตามใจชอบได้ ยูเฟเมียรู้ดี เพราะฉะนั้นจึงต้องมากัดฟันอยู่เฉยๆ รอดูให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันดำเนินต่อไปตามทิศทางของมัน


        “ไฟไหมม้!!” เสียงปืนดังรัวในที่สุดก็ปลุกเจ้าหญิงนิทรานามมิลลี่สะดุ้งโหยงตื่นขึ้นมาได้ แต่คำที่เธอตะโกนออกมาผิดจากความจริงไปไกลลิบ อัลมาสก้าวเข้ามารับร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ก่อนจะอุ้มออกไปไม่ให้โดนแขกที่กำลังโกลาหนเหยียบเข้า


      เสียงปืนที่ดั่งขั้นหลายสิบนัดเรียกสายตาของเอลล่าให้หันไปมองทางทิศที่คาดว่าจะเป็นต้นเสียง พร้อมมเสียงฮือฮาของเหล่าแขกเหลือที่มางานดังขึ้นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจนัก เพราะไม่รู้ว่าลุงเธอเล่นใหญ่อะไรกับงานเลี้ยงครั้งนี้อีก จะตายจริงหรือ เล่นอะไรแปลกๆ อีกละเนี่ย


    “คุณเอลล่า!!”เสียงตะโกนจากด้านหลังเรียกให้เอลล่หันไปมองก่อนพบฮิโระที่วิ่งสี่คูณร้อยจากประตูอีกฝั่งมาทางเธอ “ไม่เป็นไรนะครับ”


     “อืมไม่เป็นไร ว่าเเต่เกิดอะไรขึ้น”เอลล่าหันไปถามบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะหันควับไปมองมิลลี่ที่อยู่ๆตะโกนไฟไหม้ขึ้นมา ‘นี่ยังไม่ตื่นเรอะ!!!’


    “อ่ะ..คือเหมือนท่านประธานคาลิเฟอร์จะถูกยิงน่ะครับตอนนี้พวกการ์ดกับพ่อบ้านกำลังเข้าไปให้การช่วยเหลืออยู่” เอลล่าที่ได้ยินนั้นก็เลิ่กคิ้วและขมวดมุนลงอีกอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่


        ‘ลุงเธอโดนยิงเนี่ยนะ ใครจะสติหายขนาดบุกเข้ามาฆ่าลุงเธอถึงในวิลล่ากัน ถ้าจะมีก็คงแม่เธอนี่ละที่เอะอะสาดกระสุนเล่น เผลอๆคนยิงนั้นแหละแม่เธอ!! ’


        ความวุ่นวายเกิดขึ้นได้ไม่นาน พ่อบ้านที่กลับมาตั้งสติได้แล้วจึงเดินไปนำผ้ามาคลุมร่างของเจ้านายเอาไว้กันสภาพอนาถ เชอวาลิเยร์ทั้งสามเรียกกำลังเสริมเข้ามาล้อมห้องเอาไว้ หัวหน้ากลุ่มผู้คุ้มกันของวิลล่าปรึกษากันอยู่ไม่กี่ประโยคทั้งหมดก็หยิบปืนขึ้นมาและเล็งไปที่แขกทุกคน ท่ามกลางเสียงสบถเซบาสเตียนกล่าวแทนพวกเขาว่า


        “ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วยครับ อย่างที่เห็นว่าท่านประธานคาลิเฟอร์ถูกผู้ไม่ประสงค์ดีลอบสังหาร คนร้ายยังคงอยู่ในวิลล่า อาจจะเป็นหนึ่งในแขกของวันนี้ จนกว่าจะระบุตัวฆาตกรได้ทุกท่านคือผู้ต้องสงสัยกรุณาอยู่ในห้องโถงก่อนครับ”


          ยูเฟเมียเข้าใจดีในการทำงานของบรรดาคนของตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ ขอนับถือในความเด็ดขาดที่สามารถกลับมาสั่งการได้อย่างรวดเร็วของคุณพ่อบ้านที่เอาน้ำผลไม้มาให้เธอ หญิงสาวร่างบางกอดอกพร้อมกับมองรอบข้างด้วยสายตาที่สั่นไหว ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่สามารถโวยวายอะไรได้อยู่ดี เธอโอเคกับการให้ความร่วมมือ แต่เธอไม่โอเคกับการที่ถูกลากออกจากบ้านในตอนที่กำลังพักแล้วต้องมาเจอเรื่องบ้าบอเหนือความคาดหมายแบบนี้ ทั้งหมดโทษได้แค่คนเดียว เพราะงั้นบางทีลางานยาวอาจจะเป็นตัวเลือกการประท้วงที่ดีที่สุด

        “....อืม ที่ว่าคึกคักคงจะหมายถึงเรื่องนี้เองสินะ”


        แมคเจลเลนจูงให้เด็กฝึกงานในปกครองเขาเดินไปนั่งที่โซฟาด้วยกันกับน้องสาวตน เขาเท้าคางเหมือนว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นหนแรก ตาเฒ่านั่นยิ่งอยู่นานก็ยิงขี้เบื่อมักจะหาเรื่องแปลกใหม่ทำแก้ว่างเสมอ แต่ว่าทำไมกันนะ.. ยิ่งอยุ่ในห้องนี้นานก็ยิ่งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว


        เอลล่าได้ยินกลุ่มเชอวาลิเยร์ประกาศก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อก่อนจะเดินไปหามุมหลบนั่งพักอย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรนัก เอาไว้ถ้าลุงเธอได้รับการยืนยันว่าตายๆจริงๆก่อนแล้วค่อยตกใจก็ไม่สาย สาเหตุอะไรที่ทำให้เธอใจเย็นได้ขนาดนี้แม้ว่าลุงตัวเองจะพึ่งโดนยิงร่วงเป็นผัก หรือต้องรอให้มั่นใจว่าตายจริงๆก่อนนั้นก็ต้องย้อนควานไปตั้งแต่เธอวัยรุ่นนั้นเเหละ


        ปีนั้นเหมือนว่าคุณม๊าให้เธอบินตามไปหาลุงด้วย แต่พอเจอหน้าก็สาดM16ใส่สะหมดแม็คยอมรับว่าตอนนั้นก็ตกใจนะ แต่พอสักพักเห็นลุงตัวเองลุกขึ้นมาเดินปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั้นช๊อกกว่าตั้งแต่นั้นก้พอรู้แล้วล่ะว่าทำไมคุณม๊าเธอถึงขยันสรรหาอาวุธแปลกๆมาเล่นนัก


        “คุณเอลล่าไม่ตกใจหน่อยหรอครับ”ฮิโระที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวถามขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองไปยังเจ้านายสาวสลับกับบริเวณที่เกิดเหตุอย่างสับสน ญาติถูกลอบฆ่าอุกอาจขนาดนี้


        “ทำใจสบายๆ นั่งลงแล้วก็รอดูไปเถอะ”เอลล่ากล่าวตัดบทเลือกหยิบเอาแก้วเครื่องดื่มจากถาดที่บริกรวางทิ้งเอาไว้ขึ้นมาดื่มดับกระหาย ดวงตาสีฟ้าอมเทายังคงมองจ้องไปยังบริเวณร่างที่มีผ้าสีขาวคลุมเอาไว้


       “หึ ก็เห็นๆ อยู่ว่าถูกยิงจากด้านนอกห้องโถง จะมาตรวจสอบคนด้านในทำไมคิดว่าพวกเราโง่หรอ?” ท่าน รมต.กระทรวงวิทยาศาสตร์ค้านขึ้นมา ชักชวนให้แขกคนอื่นๆ ต่อต้านที่อยู่ ดีๆ พวกเขาก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัย แถมยังมีปืนมาจ่อหัวอีกมันช่างกล้านักไม่รู้เสียบ้างว่าเขาเป็นใคร! “ถึงจะน่าเสียดายที่ท่านประธานมาเสียเอาวันเกิดตัวเองแต่การจับตัวคนร้ายสำคัญกว่า นี่! ฉันมีคนรู้จักอยู่จะให้ช่วยชันสูตรศพให้เอาไหมล่ะ”


        พ่อบ้านตอบกลับอย่างเย็นชา “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ไม่อย่างนั้นพวกผมไม่มีทางเลือกนอกจากทำให้พวกคุณ ‘สงบ’ นะครับ”


        “ใช่ๆ พวกเราไม่มีอาวุธ จะเป็นคนร้ายได้ยังไง แบบนี้ไม่แฟร์!” ดาราสาวเจ้าบทบาทคืออีกรายที่โอเวอร์แอคติ้งเกินไปหน่อย แค่ปลายกระบอกจรดมาที่หน้าผาก เธอก็กลัวจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

        “ถ.. ถ้างั้นก็รีบๆหาตัวคนร้ายสิ ต้องเป็นคนมาที่หลังพวกเราแน่ๆ ฉันเข้ามาในโถงก่อนมีพยานด้วยดังนั้นไม่ใช่ฉันหรอก!!”


        “ตรวจสอบลายนิ้วมือไง… ต้องหลงเหลือหลักฐานบ้างล่ะ อย่างคราบเขม่าดินเปืน” แล้วถ้าฆาตกรสวมถุงมือล่ะ...


        โกลาหลกันไปอีกพักใหญ่คล้ายว่าเหล่าแขกจะกลัวเสียหน้าที่ไม่ได้อวดรู้มากกว่ากลัวตาย พวกเขาลืมไปแล้วว่าตอนนี้ปืนทุกกระบอกจ่อหัวใครอยู่ เหลือก็แต่ลั่นไกเพราะปลดเซฟตี้เรียบร้อยแล้ว ด้านของมิเคล่าที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาก็กำลังถามยูเฟเมียว่า “...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซอสแดงกระจายอยู่เต็มประตู อ้าว เอล..ทำไมวันนี้ใส่ชุดสายเดี่ยวมาไม่หนาวหรอ” ทั้งที่แอร์เปิด 20 องศาเพราะป๊าเธอขี้ร้อน


          ยูเฟเมียเริ่มรู้สึกได้ลึกๆว่าคนที่นามสกุลแมฟเวอร์ลินช์มันน่ากลัว.. ถึงอย่างงั้นก็ยังคงฉาบทับความหวั่นในใจไว้ด้วยใบหน้าราบเรียบอย่างที่เคย “มีคนประสงค์ร้ายยิงท่านประธานน่ะ..” ทำลายความเข้าใจของมิลลี่ต่อสิ่งที่กระจายอยู่เต็มประตูอย่างย่อยยับโดยไม่คิดจะปิดบัง ความจริงมีให้เห็นอยู่เต็มตา จะให้เธอชักแม่น้ำทั้งห้ามาก็ไม่ใช่นิสัยตัวเอง ดังนั้นน้ำเสียงที่พูดออกไปจึงเบาและดูไม่มั่นคงเป็นพิเศษ ยูเฟเมียไม่ค่อนถูกกับความวุ่นวาย แต่ตอนนี้จะหันไปมองทางไหนก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ดังนั้นทางเลือกที่เธอเลือกคือการปิดเปลือกตาลงปล่อยให้มุมมองของเธอมืดมิดต่อไป


        “ห่ะ!! คนถูกยิงคือปะป๊าหรอ? ไม่ใช่ไฟไหม้หรอ?? อ้าว.. แบบนี้ก็แย่สิ พี่แมค ทำไงดี มิลลี่จะกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วหรอคะ?” ในที่สุดก็มีการตอบสนองอย่างเป็นปกติของลูกสาวที่เป็นห่วงพ่อตัวเอง มิเคล่าลุกพรวดขึ้นไปหาร่างที่ถูกผ้าคลุมไว้โดยไม่สนว่าชุดเป็ดน้อยของเธอจะเปื้อนเป็นเป็ดสยอง หลังจากเปิดยืนยันตัวตนแล้วว่าหน้าตาแบบนี้ โอ้ใช่ นี่คือคนเลี้ยงตนมาแน่ๆ น้ำตาก็คลอใส “โธ่ ปะป๊าคะ..”


        “ไม่ต้องห่วงก่อนหน้านี้ฉันทำประกันให้เค้าไว้แล้ว เธอไม่อดตายแน่นอน”


        “ที่จะถามน่ะไม่ใช่เรื่องนั้น!! พ่อเราทั้งคนนะแมคคค”


        “ใช่แล้ว เพราะงั้นผู้ที่มีสิทธิรับมรดกถึงเป็นทายาทอย่างพวกเราไง.. สู่สุขตินะป๋า เดี๋ยวฉันดูแลมิลลี่เอง” ทายาทหนุ่มดูจะไม่สะทกสะท้านอีกทั้งคิดไว้ในใจแล้วว่าคงต้องฝังตามะรรมเนียม ชนิดสะกดวิญญาณไม่ต้องผุดต้องเกิด


        “น่าสงสารพี่มิลลี่เขานะครับ”เสียงนุ่มปนแหบกล่าวดังขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีเทาสว่างเช่นเดียวกับเอลล่าเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โดยมีสายตาจ้องจับผิดของฮิโระมองดูอยู่ไม่ห่าง เอลเมอร์ที่รู้สึกถึงสายตาที่กำลังมองมาอยู่ก็หันกลับไปยิ้มใสซื่อให้กับบอดี้การ์ดประจำตัวพี่สาว


        “สวัสดีครับคุณฮิโระ”


        “เอ่อ...สวัสดีครับคุณ”


        “ผมเอลเมอร์ครับเป็นน้องชายของพี่เอลล่า เนอะ”เอลเมอร์ตอบออกมาแล้วหันไปยิ้มกว้างใส่พี่สาวที่นั่งไถแอพพิเคชั่นสีฟ้ารูปตัวเอฟเพื่อเช็คข่าวสารราคาเพรชอยู่       

        “อืมม..น้องชายฉันเอง ไม่ต้องสนใจหรอกแค่เด็กบ้าชอบเรียกร้องความสนใจ”เอลล่ากล่าวออกมาทังทีดวงตายังคงไล่อ่านข่าวต่อไปอย่างไม่คิดจะสนใจน้องชายแท้ๆที่คลานตามกันออกมาเท่าไหร่แม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะบอกรักบอกคิดถึงเธอขนาดไหนก็ตาม ดูภายนอกก็คงเห็นเป็นน้องชายขี้อ้อนที่พยายามอ้อนพี่สาว ใครจะรู้วว่าไอ้เด็กตีหน้าซื่อนี้มันร้ายขนาดไหน
       
        แมคเจลเลนลูบหัวน้องสาวอย่างปลอบด้วยความชื่นมื่นก่อนจะถอยออกมาข้างลูกพี่ลูกน้องคนสวย “เอลล่า เธอบอกน้าด้วยว่าถ้าเป็นตามนี้ก็เตรียมแบ่งมรดกอาทิตย์หน้า ถ้ามาช้า.. หัก 30%”         น้ำเสียงหัวเราะในลำคอปิดไม่มิด มีรึเกรงใจ ‘ศพ’ บนพื้น


     “จะตายจริงรึป่าวเถอะ หนังเหนียวยิ่งกว่าแมลงสาบ”เอลล่าเหลือบมองไปยังพี่แมคแล้วเบะปากใส่ ก่อนจะยกมือถือขึ้นมากดต่อสายไปยังคุณม๊าของเธอ เพียงแต่ปลายสายกลับไม่ยอมกดรับสายเธอทั้งๆที่ปกติเเล้ว ถ้าเธอต่อสายไปยังไม่ทันหายใจออกจนหมดลมคุณม๊าก็รับสายแล้วแท้ๆ


      “คุณม๊าไม่รับอ่ะ ฉันเซ็นรับมรดกแทนได้ไหม”เอลล่าเงยหน้าขึ้นไปตอบลูกพี่ลูกน้องก่อนจะหันไปพะยักพะเยินให้เอลเมอร์ต่อสายหาคุณม๊าแทน


        “น่าเสียดาย.. งั้นคงต้องตัดออกจากกองมรดกซะแล้ว” ชายผมเงินอมยิ้มกริ่ม


        “อย่ามาอมส่วนมรดกของบ้านฉันนะ พี่บ้า!!!!”ถ้าเป็นเรื่องอื่นเธอจะไม่สนใจเลย แต่เรื่องเงินๆทองนี่ยอมไม่ได้


        ไม่ถึงอึดใจถัดมาพ่อบ้านเซบาสเตียนก็ให้คนเข็นเอาโหลคริสตัลที่ด้านในมีแคปซูลสีขาวออกมา “กรุณาอยู่ในความสงบด้วยครับ ตอนนี้ทางเราจะเริ่มทำการหาผู้ต้องสงสัยขอให้ทุกท่านทำการ ‘จับฉลาก’ ในโถแก้วใบนี้ ด้านในจะมีที่เขียนข้อความเอาไว้ หากจับได้อันที่มีข้อความ ขอให้ท่านทำตามสิ่งที่อยู่ในนั้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”


        “เดี๋ยวนะ? ที่ว่าทำตามนั่นหมายถึงอะไร พวกคุณใช้วิธีนี้หาตัวคนร้ายงั้นหรอ? ไม่มีเหตุผลเลย!!”


        “หากสามารถทำตามข้อความด้านในได้จนสำเร็จพวกเราจะถือว่าท่านนั้นไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยครับ” ฟังดูเหมือนยุติธรรม แต่ใครกันล่ะจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในแคปซูลหน้าตาธรรมดาไร้พิษสงนั้นคืออะไร?


          “สุดยอดไปเลยน้า.. มีคนตายแต่ให้มาจับฉลากเนี่ย..” เปลือกตาข้างนึงถูกยกขึ้นเพื่อมาสังเกตการณ์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่จะหันหน้าไปมองทางบรรดาสายเลือดแมฟเวอร์ลินช์ทั้งหลาย แขกของงานเลี้ยงส่วนใหญ่ยังคงลังเล หรือไม่ก็กำลังวิตก ยูเฟเมียถอนหายใจ ยังไงเธอก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกสิ่งอยู่แล้วถ้ามันทำให้เธอได้กลับบ้าน ก่อนที่คนจะเบียดเสียดกันจบวุ่นวายกว่านี้ เดินไปหยิบมาสักอันให้จบก็สิ้นเรื่อง


          “แค่หยิบมาอันนึงก็พอสินะคะ..” นัยน์ตารัตติกาลหลุบมองโถแก้วที่ด้านในมีแคปซูลบรรจุอยู่จนเต็มโถ หลายคนมองเธอด้วยสายตาตกอกตกใจ ถึงอย่างงั้นทุกอย่างที่เธอทำไปก็ยังดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดินไปหยุดหน้าโถแก้วที่เธอจะต้องยื่นมือไปหยิบแคปซูลมาสักอัน สูดหายใจเข้าลึกๆ และทำให้สิ่งที่ควรทำ ไม่มีการลังเล อันแรกที่มือเธอแตะ ก็คืออันที่เธอเลือกหยิบมันขึ้นมา “ ขออันนี้ไปแล้วกันค่ะ ”


        “หนูต้องจับด้วยใช่ไหม? อื่ม.. คงไม่ใช่คำสั่งเสียของปะป๊านะ?” คงต้องขอบคุณหน่วยกล้าตายอย่างยูเฟเมียที่ช่วยเปิดเวที มิเคล่าผู้ที่ตอนนี้กลายเป็นลูกเป็ดเปื้อนเลือดเดินไปยังโหลเป็นคนที่สอง พร้อมกันนั้นเธอก็หยิบของอัลมาสและพี่ชายตนมาให้ด้วย


        “ขอบคุณครับคุณหนู…” เค้าบอกให้จับคนละอันแต่นี่ล้วงสามเลย


        “เอาเถอะๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเล่นอะไรกันอยู่ แค่ทำให้จบก็พอใช่ไหม” แมคเจลเลนบีบแคปซูลที่น้องสาวโยนมาให้ในมือ หรี่ดวงตาลงอย่างไม่สบอารมณ์นักทำไมแขกของเขา ‘รายนั้น’ ถึงยังไม่มาสักที


     “เล่นจับสลากเป็นเด็กไปได้”เอลล่าบ่นพึมพัมออกมาก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินนำไปยังบริเวณที่พ่อบ้านยืนถือโหลแคปซูนอยู่โดยมีเอลเมอร์และฮิโระที่เดินตามหลังไปจับสลากที่ไม่รู้ว่าคุณลุงเธอวางแผนเล่นอะไรแปลกๆอีก


      “เชิญครับคุณหนูเอลล่า คุณชายเอลเมอร์”พ่อบ้านที่ถือโหลแคปซูลกล่าว

      “เฮ้ออ..”เอลล่าพ่นลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆแล้วล้วงมือลงไปหยิบเอาแคปซูลขึ้นมาถือไว้หนึ่งเม็ดก่อนจะผละออกไปให้เอลเมอร์และฮิโระขยับเข้าไปหยิบออกมาอีกคนละเม็ดก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังบริเวณเดิม


        หลังจากบรรดาแขกทยอยมาจับฉลากจนครบทั้งแปดสิบคน พ่อบ้านหน้านิ่งก็ประกาศให้ทุกคนสามารถเปิดดูเรื่องที่ต้องทำได้ และห้ามคิดตุกติกแลกเปลี่ยนกันเด็ดขาด เพราะพวกเขาได้ตั้งกล้องสังเกตการณ์ไว้ทุกจุดในโถงนี้ และผลที่ออกมาก็คือ…


ยูเฟเมีย ข้อความในกระดาษ 'ช่วยให้อาหารปลา'



          “แหม.. คนเขียนก็ต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ขันพอสมควรเลยนะคะ..” หรี่ตามองข้อความในกระดาษที่ตัวเองได้รับ ก่อนจะถอนหายใจ มีคนตายแต่สิ่งที่ทางนั้นขอให้ความร่วมมือดันเป็นการทำตามกระดาษที่มีข้อความแนวไม่จริงจังอยู่เนี่ยนะ.. อีกอย่างเธอจะรู้ได้ไงว่าปลาที่ว่านั้นอยู่ไหน บางทีอาจจะต้องรอให้สงบแล้วก็ถามทางไปให้อาหารปลา.. คิดว่าควรจะเป็นงั้นนะ ?


          “ให้อาหารปลาหรอครับ เช่นนั้นคงต้องรบกวนคุณอยู่จนถึงเวลาอาหารเย็นแล้วล่ะครับ ผมจะช่วยนำทางไปเอง” พ่อบ้านหนุ่มเข้ามาให้เหตุผลว่าส่วนของพวกปลานั้นไม่ได้อยู่ในโถง


มิเคล่า ข้อความในกระดาษ 'เดินไปที่ห้องหมายเลข 4 นำชุดที่อยู่ในลิ้นชักสีแดงมาสวม 1 วัน'



          “ของยุฟฟี่ง่ายจัง… น่าอิจฉาอ่า” เป็ดน้อยโชกเลือดมองตัวอักษรในกระดาษของตัวเองสลับกับของเพื่อนรักแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เลือกได้ไปให้อาหารเจ้าตัวน่ารักในอควาเรี่ยมชั้นใต้ดินคงสนุกกว่า “แต่เธอพึ่งเคยมาที่นี่คงจะยังไม่รู้ว่าตู้ปลาอยู่ตรงไหนสินะ เอางี้! เดี่ยวเค้าไปเปลี่ยนชุดแล้วจะไปเป็นเพื่อน!”


          “อ่า… ในความเป็นจริงที่มาที่นี้วันนี้ฉันไม่รู้อะไรเลยต่างหากล่ะ..” ทุกอย่างโทษคนที่เป็นเจ้านายเธอนั้นแหละ กระดาษข้อความถูกเก็บ พร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มีแต่เรื่องไม่สมเหตุสมผล ในหัวมีแต่คำว่าอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้าน และอยากกลับบ้าน ในความเป็นจริงให้อยู่กับลาเรส … ไม่สิ ถ้าเป็นหมอนั้นก็ไม่เอาเหมือนกัน ไม่ว่าจะทางไหนก็ปวดหัวทั้งนั้นเลยสิน้า..


          “ไม่เป็นไรหรอก ปลาพวกนั้นน่ารักจะตายปะป๊าชอบพวกมันมากเลย เธอเองพอเห็นแล้วก็คงกรี้ดแตกแน่ๆ คิกๆ”


          พอฟังที่น้องสาวตัวดีของเขาชักชวนโน้มน้าวแล้ว ขนาดแมคเจลเลนยังเกือบคล้อยตามถ้าไม่ติดว่ารู้ความจริงอยู่เต็มอก ‘อย่าเอาตัวเองไปเป็นอาหารพวกนั้นก็พอ’
         
อัลมาส ข้อความในกระดาษ 'ปิดตาหันหลังเดินลงบันได'



          ในฐานะเชอวาลิเยร์เรื่องแค่นี้ถือว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวเขา อัลมาสมีหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยของคุณหนู ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะหาโอกาสแยกไปทำมิชชั่นในกระดาษเงียบๆ ระหว่างที่สถานการณ์ของคุณหนูยังดูปลอดภัย ชายร่างสูงโปร่งปิดเปลือกตาลง และหันหลังก้าวถอยลงบันไดเรื่อยๆ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทุกอย่างไร้การติดขัด จนสุดท้ายเขาก็ทำตามมิชชั่นสำเร็จ และได้กลับมายืนอยู่คอยปกป้องคุณหนูอีกครั้ง

แมคเจลเลน ข้อความในกระดาษ 'เผาชุดชั้นในตัวเอง'



        “....ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เอ๊ย! ตัวนี้รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ เฮ้! เอาของนายมาแลกกัน” เรียกตำรวจเร็ว ตอนนี้มีคนกำลังปล้นกางเกงในบอดี้การ์ดตัวเอง

เอลเมอร์ ข้อความในกระดาษ 'โทรไปเบอร์ล่าสุดแล้วบอกว่าคุณกำลังปล้นธนาคาร ให้อีกฝ่ายส่งรถมารับ'



        “เบอร์คุณม๊า”เอลเมอร์มองข้อมความในเเคปซูลสลับกับเบอร์ของคุณม๊าบนจอมือถือ ถ้าโทรไปบอกไม่ใช่คุณม๊าตกใจหรอก คุณม๊าจะดีใจพร้อมขนยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นมาเพิ่มให้มากกว่า
เอลล่า ข้อความในกระดาษ 'จุมพิตศพในห้อง'



        “จุมพิตศพ ศพใครฟะ ลุงเวร!!!”เอลล่ากรีดร้องออกมาหลังจากเห็นข้อความในแคปซูล ให้เธอไปจูบกับศพเนี่ยนะ ใครๆก็รู้ว่าไอ้ศพที่เก็บดองไว้ในเขตตระกูลแมฟมันไม่มีศพคนปกติ ไม่โดนทดลองตายก็กลายเป็นเป้าล่ออาวุธแปลกๆ สภาพไม่ตามจากกองเลย  ตามใหม่ๆยังพอรับได้ แต่ถ้าดองจนเนื้อยุ้ย เอลล่ารับไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

ฮิโระ ข้อความในกระดาษ 'ประกาศว่าตัวเองเป็นเกย์'



       “.....” ฮิโระกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เอาจริงๆโลกของพวกเขามันก็ค่อนข้างเปิดกว้างและยอมรับเพศที่สามแล้วการที่จะมีใครสักคนประกาศตัวออกมามันก็คงไม่น่าอายเท่าไหร่ ‘ไม่อายพ่อง เขาเป็นชายชาตินักรบ ฝ่าสงครามการฝึกมามากมายต้องมาเล่นเกมแล้วประกาศตัวเองเป็นเกย์เนี่ยนะ!!’


        “จุมพิตศพนี่...ศพไหนหรอ”เอลล่าเงยหน้าไปมองยังพ่อบ้านที่อุ้มขวดโหลเอาไว้ ในใจกรีดร้องราวคนใกล้สติแตก ภาวนาอย่างหมดใจให้ศพที่เธอต้องไปทำภารกิจนั้นอยู่ในสภาพดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และแน่นอนว่ามันต้องไม่ถูกเอาไปทำอะไรแปลกๆมา


        “ถ้าศพละก็มีอยู่แล้วล่ะครับ คุณหนูเอลล่า”พ่อบ้านผู้นั้นพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนที่จะผายมือไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นโดยมีผ้าขาวคลุมอยู่กลางกองเลือด “นี่เลยครับศพใหม่ๆ ยังอุ่นๆ”


        “บ้าแล้วววววววววววววววววววว!!!!!”เอลล่าที่ได้ยินก็กรีดร้องออกมาอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์ใดๆ ปลายนิ้วเรียวยกชี้ไปยังศพของลุงตัวเองที่พึ่งโดนสอยร่วงแผละไปหมาดๆ “จะ จะ...จะให้ จูบศพตาแก่นั้นน่ะนะ!!!!!!”


        “ถ้าไม่ทำจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยนะครับคุณหนูเอลล่า”


        “ฮึก….”


       “อย่างน้อย.. นั่นก็ลุงเธอ จะไม่สั่งลาหน่อยหรอ ไม่คิดเลยนะว่าจะเย็นชาขนาดนี้น่ะเอล” ในมือของแมคเจลเลนนั้นคือไฟแชคและสปอร์ตบอกเซอร์ เขาหันไปยังศพและจงใจจะเผาชั้นในสังเวยวิญญาณพ่อตัวเองตรงหน้า


        เอลล่าหันไปจ้องคนพูดตาขวาง ก่อนจะหันกลับมามองยังศพลุงตัวเอง ‘เเค่จูบญาติผู้ใหญ่ ฮะๆ’ หญิงสาวกัดฟันกรอดแล้วจ้ำขาเดินไปยังศพที่นอนกองอยู่บนพื้น มือบางกระชากเอาผ้าคลุมร่างสีขาวออกก่อนจะกลั้นใจก้มหน้าลงไปจุมพิตเบาบนปากคนเป็นลุงอย่างกล้ำกลืนสุดๆ


        จุ๊บ
       
       เลือดนั้นชุ่มโชกไปทั่วใบหน้าเขาและแน่นอนว่าซอสแดงนั้นก็ติดเธอมา ท่ามกลางสายตาของแขกในงานที่เลิ่กลักกันทั่ว


        “คิย๊าาาาาาาา เกินไปเเล้ว เอล เอลจะฟ้องคุณม๊าาาาาาา!!”เอลล่าร้องโวยวายออกก่อนจะพาตัววิ่งไปหลบซุกตัวอยู่ห้องโถงด้วยสภาพจิตตกสุดๆ


          เป็นภาพที่ทำใจลืมไม่ลงแน่ๆ แม้ว่าคนจูบศพจะไม่ใช่เธอก็ตาม ยูเฟเมียหลุดเบ้หน้าเล็กๆ ถึงแม้ว่าเธอจะโอเคกับศพ แต่ต้องไม่ใช่สภาพที่เลือดยังท่วมอยู่แบบนี้ อีกทั้งการเข้าไปสัมผัสให้เลือดติดร่างกายมาด้วยมันก็ค่อนข้างทำใจยอมรับได้ยาก ขอบคุณจริงๆที่ไม่ได้จับได้ใบนั้น อย่างน้อยให้อาหารปลาก็ยังดีกว่าจูบศพล่ะนะ..


          “อ...เอล ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอจะรักคุณพ่อมากขนาดนี้ เรามาช่วยกันหาฮวงซุ้ยดีๆ กันเถอะนะ.. ฮึก” ตกอกตกใจไปกันใหญ่ โดยเฉพาะลูกสาวของท่านประธานอย่างมิเคล่า หลังปาดน้ำตาและเห็นภาพซุดซึ้งโชกเลือด เธอชักลังเลเสียแล้วว่าบางทีเอลล่าอาจเป็นน้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่ลูกของน้ามิราน่า

          “ดูไว้นะน้องรัก.. ที่ล่ะ The Best Horror Scene of 2020” งานโรยเกลือใส่แผลไว้ใจแมคกี้


        “ระ..รัก  เหรอ หึหึหึหึ….”เอลล่าหัวเราะในลำคอ มือบางยกขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากช้าๆ ‘รักก็บ้าแล้ว แม่เย็ก’


        “รักสิ เอลน่ะ รัก (สมบัติ) ของคุณลุงมากๆเลยล่ะ มิลลี่”


          “อ๊ะ.. จริงหรอ งั้นคิ้วตี้คอลเลคชั่นของปะป๊าฉันจะยกให้เธอแล้วกัน” คำว่าคิ้วตี้ไม่ได้แปลว่าน่ารักเสมอไปเมื่อคนใช้คือ ‘คาลิเฟอร์ ฟุนด์ แมฟเวอร์ลินช์’


        “.......” อยากจะกระอักเลือดออกมาเหลือเกิน อยากซ้ำศพ “ไม่เป็นไรหรอกมิลลี่ ให้คุณลุงเก็บเอาไว้เถอะ”


        “พี่เอลล่าน่าสงสาร”เอลเมอร์พูดออกมาหลังจากเห็นสภาพของพี่สาวตัวเองที่ตอนนี้เหมือนจิตตกสุดๆ จะบอกว่าโชคร้ายไปจับโดนภารกิจแปลกๆก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก จะบอกว่าคนผิดเป็นลุงเขาที่คิดภารกิจแบบนี้มาก็ เอลเมอร์ถอนหายใจออกมาแล้วหยิบเอามือถือของตัวเองออกมากดต่อสายหาคุณม๊าอย่างไม่มีทางเลือก รอสายเพียงไม่นานนัก ที่ปลายสายก็กดรับขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ยังติดต่อไม่ได้อยู่แท้ๆ


        ‘จ๊าๆ เอมม์ของม๊า มีอะไรรึป่าวเอ่ย…’เสียงหวานๆจากปลายสายดังออกมาเจื้อยเเจ่วจนเด็กหนุ่มที่ถือสายอยู่ต้องยิ้มแห้งๆ


        “คือ...คือว่า คุณม๊า ตอนนี้ คือ...ผม”เด็กหนุ่มมีท่าทีลังเลหน่อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา “คือผมกำลังปล้นธนาคารอยู่ครับ อยากให้คุณม๊าส่งรถมารับครับ!!!!”


        ‘เอ๋...เอมม์ ตัวร้อนหรอลูก ไม่สบายหรือว่าเจ็ทแล็ค หนูควรไปนอนนะ หรือเงินที่ม๊าให้ใช้ไม่พอ งั้นไปไถ่คุณลุงสิลูก อ๊าาาา เเค่นี้ม๊ามีธุระด่วนสะแล้วสิ ไปน้าาจุ๊บ’สิ้นเสียงสายก็ตัดไป โชคดีเหลือเกินที่รอบนี้คุณม๊าของเขานั้นไม่ได้บ้าจี้เล่นด้วยไม่งั้นต้องแย่แน่ๆ


        ‘ไม่สิ คุณม๊าไม่ได้บ้าจี้ ไม่เล่นด้วย แต่คุณม๊าน่ะ เป็นผู้สมรู้รวมคิดต่างหากล่ะ!!!!’


          ด้านของแขกที่ชุ่มกลิ่นน้ำเลมอนเนดจนต้องแลกสูทกับลูกน้อง ตัวเขาเองก็จำต้องจับฉลากเพราะไม่ต้องการตกเป็นจำเลยที่สังหารพ่อของผู้หญิงที่ตนหมายตา ‘ลองมาคิดๆ ดูแล้ว นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีเผื่อว่าประธานคาลิเฟอร์ประสบเหตุร้ายจริงๆ คู่ค้าที่มีน้ำใจอย่างฉันก็สามารถเข้าประคองกิจการที่ขาดหัวเรือใหญ่… ทั้งยังสามารถช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังเศร้าของหล่อนได้สินะ’ เป็นโอกาสทองชัดๆ โอเบรอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เทพธิดาแห่งโชคกำลังโปรดปรานเขาเป็นแน่


          อย่างน้อยก็จนกระทั่งเปิดแคปซูลออกและอ่านมิชชั่นในมือ


โอเบรอน ข้อความในกระดาษ 'เดินไปสารภาพรักกับคนที่เป็นเกย์'



          “.....เหอะ ไร้สาระสิ้นดี ในงานแบบนี้เนี่ยนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครกล้าทำลายศักดิ์ศรีตัวเองด้วยการประกาศออกมา” ท่านประธานเพลย์บอยขยำกระดาษจนแทบแหลก สายตาเขาเบนไปมีคิดที่จะสลับโพยกับลูกน้องด้วยอำนาจที่เหนือกว่า สุดท้ายต้องล้มเลิกเพราะพลังเมต้าตรวจจับได้ว่าผู้คุ้มกันของวิลล่า.. แทบไม่มีมนุษย์เลยสักราย


          ’ใช้ AI มาควบคุมแขกอีกที.. อย่างที่คิดประธานคาลิเฟอร์เป็นคนที่เคี้ยวยากจริงๆ’ ก็ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดหรอก จะพังระบบออกไปตอนนี้เลยก็ได้มันแค่น่าเสียดายที่ลูกเป็ดน้อยอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองเมตร เหมือนจะกำลังร้องไห้แต่เพราะหมาหวงก้างที่ได้ชื่อว่าพี่ชายไม่เปิดจังหวะให้ตนเข้าไปเช็ดน้ำตาสักที


          “ของนายได้อะไร” ถามลูกน้องคนสนิท...เปื่อว่าจะมีอะไรดึขึ้นบ้าง แต่ก่อนโรเบนจะตอบก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งของแมฟเวอร์ลินช์ตะโกนขึ้นกลางงาน


        “ต่อไปก็ตาผมสินะครับ”ฮิโระมองดูแผ่นกระดาษในมือที่มีรายละเอียยกของภารกิจตัวเองอย่างสั่นเทา แค่ตะโกน แค่พูดออกมาประโยคสั้นๆเท่านั้น แค่พูดแล้วทุกอย่างก็จะจบ ‘ง่ายๆ ของง่ายๆ ง่ายเสียยิ่งกว่ากู้ระเบิด แต่ทำไม’


        ‘ทำไมมันทำใจพูดยากจังฟร๊าาาาาา’


        “ผม..จริงๆแล้ว….ผมเป็นเกย์คร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบ”ถ้าไม่พูดก็ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัย คุณเอลล่าก็ทำไปแล้ว คุณเอลเมอร์ก็ทำไปแล้ว เจ้านายทำไปแล้ว แล้วลูกน้อยอย่างเขามีทางเลือกด้วยหรือ


        “ผมน่ะ...ชอบผู้ชายครับ!!!”


          “Holy Sh*T!!” เจ้านายและลูกน้องหนุ่มแห่งเครือเพลย์บอยสบถออกมาพร้อมกัน


         แกไม่ต้องพูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้นะไอ้หนูวววว!!


          ในเมื่อลงเอยแบบนี้.. แต่ไอ้ครั้นจะให้หญิงสาวที่ตนสนใจอยู่มารับรู้อะไรแบบนี้มันค่อนข้างเสียศักดิ์ศรีเจนเทิลแมน โอเบรอนกำหมัดกัดฟันแน่น “โรเบน.. เก็บหมอนั่นซะ ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ” กระซิบกระซาบระยะเผาขน พร้อมสายตาให้เลือกว่ามันไม่ตาย งั้นแกตายแทนแล้วกัน


         อาการสั่นเลิ่กลั่กๆ ของเลขาหนุ่มเหมือนสันนิบาตระยะต้น เหงื่อไหลเย็นสันหลังวาบ เขาเข้าใจความหมายของเจ้านายดีและคิดอีกทีตนก็ไม่น่ามางานวันนี้เลย แม๊ เอ๊ย! ทำไมพองานสำคัญเลขาคนอื่นๆ หายหัวไปหมด!!


         “..มะ ไม่ได้นะครับเจ้านาย.. ก็ตอนแรกท่านบอกงานนี้งดนองเลือดกระผมเลยเก็บทั้ง ปืน ยาพิษ ระเบิดมือ เอาไว้ในรถหมดแล้ว ท่านบอกอยากทำให้คุณผู้หญิงประทับใจไม่ใช่หรอ? ในงานมงคลแบบนี้แค่ศพเดียวก็แย่พอแล้วนะครับ!!”


         “ฉันไม่สน.. เธอกำลังมองอยู่ทำตัวปกติสิ” ภาพลักษณ์สำคัญยิ่งกว่าอื่นใด พยักหน้าอีกทีให้มิเคล่าพร้อมตั้งศอกเท้าคางในมุมดูดีเพื่อให้เป็นประกายในสายตาคนรัก

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1USD -100 ย่อ เหตุผล
Admin -100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Rolex 'Oyster'
SEDAN Car
Rifle
Mystic G7
บัตรไอดีกลอรี่ธรรมดา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x5
x1
x1
โพสต์ เมื่อวานซืน 04:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Sorrowful night party : Part 2
ปาร์ตี้หรรษาใครฆ่าท่านประธาน??
ฮิโระ ข้อความในกระดาษ 'ประกาศว่าตัวเองเป็นเกย์'

        “.....” ฮิโระกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เอาจริงๆโลกของพวกเขามันก็ค่อนข้างเปิดกว้างและยอมรับเพศที่สามแล้วการที่จะมีใครสักคนประกาศตัวออกมามันก็คงไม่น่าอายเท่าไหร่ ‘ไม่อายพ่อง เขาเป็นชายชาตินักรบ ฝ่าสงครามการฝึกมามากมายต้องมาเล่นเกมแล้วประกาศตัวเองเป็นเกย์เนี่ยนะ!!’

        เอล

       “อย่างน้อย.. นั่นก็ลุงเธอ จะไม่สั่งลาหน่อยหรอ ไม่คิดเลยนะว่าจะเย็นชาขนาดนี้น่ะเอล” ในมือของแมคเจลเลนนั้นคือไฟแชคและสปอร์ตบอกเซอร์ เขาหันไปยังศพและจงใจจะเผาชั้นในสังเวยวิญญาณพ่อตัวเองตรงหน้า

        เอล
        
       เลือดนั้นชุ่มโชกไปทั่วใบหน้าเขาและแน่นอนว่าซอสแดงนั้นก็ติดเธอมา ท่ามกลางสายตาของแขกในงานที่เลิ่กลักกันทั่ว

         เอล ยุฟ

          “อ...เอล ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอจะรักคุณพ่อมากขนาดนี้ เรามาช่วยกันหาฮวงซุ้ยดีๆ กันเถอะนะ.. ฮึก” ตกอกตกใจไปกันใหญ่ โดยเฉพาะลูกสาวของท่านประธานอย่างมิเคล่า หลังปาดน้ำตาและเห็นภาพซุดซึ้งโชกเลือด เธอชักลังเลเสียแล้วว่าบางทีเอลล่าอาจเป็นน้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่ลูกของน้ามิราน่า

          “ดูไว้นะน้องรัก.. ที่ล่ะ The Best Horror Scene of 2020” งานโรยเกลือใส่แผลไว้ใจแมคกี้

          เอล

          “อ๊ะ.. จริงหรอ งั้นคิ้วตี้คอลเลคชั่นของปะป๊าฉันจะยกให้เธอแล้วกัน” คำว่าคิ้วตี้ไม่ได้แปลว่าน่ารักเสมอไปเมื่อคนใช้คือ ‘คาลิเฟอร์ ฟุนด์ แมฟเวอร์ลินช์’

        เอล

        “พี่เอลล่าน่าสงสาร”เอลเมอร์พูดออกมาหลังจากเห็นสภาพของพี่สาวตัวเองที่ตอนนี้เหมือนจิตตกสุดๆ จะบอกว่าโชคร้ายไปจับโดนภารกิจแปลกๆก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก จะบอกว่าคนผิดเป็นลุงเขาที่คิดภารกิจแบบนี้มาก็ เอลเมอร์ถอนหายใจออกมาแล้วหยิบเอามือถือของตัวเองออกมากดต่อสายหาคุณม๊าอย่างไม่มีทางเลือก รอสายเพียงไม่นานนัก ที่ปลายสายก็กดรับขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ยังติดต่อไม่ได้อยู่แท้ๆ

        ‘จ๊าๆ เอมม์ของม๊า มีอะไรรึป่าวเอ่ย…’เสียงหวานๆจากปลายสายดังออกมาเจื้อยเเจ่วจนเด็กหนุ่มที่ถือสายอยู่ต้องยิ้มแห้งๆ

        “คือ...คือว่า คุณม๊า ตอนนี้ คือ...ผม”เด็กหนุ่มมีท่าทีลังเลหน่อยๆ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา “คือผมกำลังปล้นธนาคารอยู่ครับ อยากให้คุณม๊าส่งรถมารับครับ!!!!”

        ‘เอ๋...เอมม์ ตัวร้อนหรอลูก ไม่สบายหรือว่าเจ็ทแล็ค หนูควรไปนอนนะ หรือเงินที่ม๊าให้ใช้ไม่พอ งั้นไปไถ่คุณลุงสิลูก อ๊าาาา เเค่นี้ม๊ามีธุระด่วนสะแล้วสิ ไปน้าาจุ๊บ’สิ้นเสียงสายก็ตัดไป โชคดีเหลือเกินที่รอบนี้คุณม๊าของเขานั้นไม่ได้บ้าจี้เล่นด้วยไม่งั้นต้องแย่แน่ๆ

        ‘ไม่สิ คุณม๊าไม่ได้บ้าจี้ ไม่เล่นด้วย แต่คุณม๊าน่ะ เป็นผู้สมรู้รวมคิดต่างหากล่ะ!!!!’

          ด้านของแขกที่ชุ่มกลิ่นน้ำเลมอนเนดจนต้องแลกสูทกับลูกน้อง ตัวเขาเองก็จำต้องจับฉลากเพราะไม่ต้องการตกเป็นจำเลยที่สังหารพ่อของผู้หญิงที่ตนหมายตา ‘ลองมาคิดๆ ดูแล้ว นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีเผื่อว่าประธานคาลิเฟอร์ประสบเหตุร้ายจริงๆ คู่ค้าที่มีน้ำใจอย่างฉันก็สามารถเข้าประคองกิจการที่ขาดหัวเรือใหญ่… ทั้งยังสามารถช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังเศร้าของหล่อนได้สินะ’ เป็นโอกาสทองชัดๆ โอเบรอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เทพธิดาแห่งโชคกำลังโปรดปรานเขาเป็นแน่

          อย่างน้อยก็จนกระทั่งเปิดแคปซูลออกและอ่านมิชชั่นในมือ

โอเบรอน ข้อความในกระดาษ 'เดินไปสารภาพรักกับคนที่เป็นเกย์'

          “.....เหอะ ไร้สาระสิ้นดี ในงานแบบนี้เนี่ยนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครกล้าทำลายศักดิ์ศรีตัวเองด้วยการประกาศออกมา” ท่านประธานเพลย์บอยขยำกระดาษจนแทบแหลก สายตาเขาเบนไปมีคิดที่จะสลับโพยกับลูกน้องด้วยอำนาจที่เหนือกว่า สุดท้ายต้องล้มเลิกเพราะพลังเมต้าตรวจจับได้ว่าผู้คุ้มกันของวิลล่า.. แทบไม่มีมนุษย์เลยสักราย

          ’ใช้ AI มาควบคุมแขกอีกที.. อย่างที่คิดประธานคาลิเฟอร์เป็นคนที่เคี้ยวยากจริงๆ’ ก็ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดหรอก จะพังระบบออกไปตอนนี้เลยก็ได้มันแค่น่าเสียดายที่ลูกเป็ดน้อยอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองเมตร เหมือนจะกำลังร้องไห้แต่เพราะหมาหวงก้างที่ได้ชื่อว่าพี่ชายไม่เปิดจังหวะให้ตนเข้าไปเช็ดน้ำตาสักที

          “ของนายได้อะไร” ถามลูกน้องคนสนิท...เปื่อว่าจะมีอะไรดึขึ้นบ้าง แต่ก่อนโรเบนจะตอบก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งของแมฟเวอร์ลินช์ตะโกนขึ้นกลางงาน

        “ต่อไปก็ตาผมสินะครับ” ฮิโระมองดูแผ่นกระดาษในมือที่มีรายละเอียยกของภารกิจตัวเองอย่างสั่นเทา แค่ตะโกน แค่พูดออกมาประโยคสั้นๆเท่านั้น แค่พูดแล้วทุกอย่างก็จะจบ ‘ง่ายๆ ของง่ายๆ ง่ายเสียยิ่งกว่ากู้ระเบิด แต่ทำไม’

        ‘ทำไมมันทำใจพูดยากจังฟร๊าาาาาา’

        “ผม..จริงๆแล้ว….ผมเป็นเกย์คร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบ” ถ้าไม่พูดก็ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัย คุณเอลล่าก็ทำไปแล้ว คุณเอลเมอร์ก็ทำไปแล้ว เจ้านายทำไปแล้ว แล้วลูกน้อยอย่างเขามีทางเลือกด้วยหรือ

         “ผมน่ะ...ชอบผู้ชายครับ!!!”

          “Holy Sh*T!!” เจ้านายและลูกน้องหนุ่มแห่งเครือเพลย์บอยสบถออกมาพร้อมกัน
          แกไม่ต้องพูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้นะไอ้หนูวววว!!

          ในเมื่อลงเอยแบบนี้.. แต่ไอ้ครั้นจะให้หญิงสาวที่ตนสนใจอยู่มารับรู้อะไรแบบนี้มันค่อนข้างเสียศักดิ์ศรีเจนเทิลแมน โอเบรอนกำหมัดกัดฟันแน่น “โรเบน.. เก็บหมอนั่นซะ ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุกระซิบกระซาบระยะเผาขน พร้อมสายตาให้เลือกว่ามันไม่ตาย งั้นแกตายแทนแล้วกัน

         อาการสั่นเลิ่กลั่กๆ ของเลขาหนุ่มเหมือนสันนิบาตระยะต้น เหงื่อไหลเย็นสันหลังวาบ เขาเข้าใจความหมายของเจ้านายดีและคิดอีกทีตนก็ไม่น่ามางานวันนี้เลย แม๊ เอ๊ย! ทำไมพองานสำคัญเลขาคนอื่นๆ หายหัวไปหมด!!

         “..มะ ไม่ได้นะครับเจ้านาย.. ก็ตอนแรกท่านบอกงานนี้งดนองเลือดกระผมเลยเก็บทั้ง ปืน ยาพิษ ระเบิดมือ เอาไว้ในรถหมดแล้ว ท่านบอกอยากทำให้คุณผู้หญิงประทับใจไม่ใช่หรอ? ในงานมงคลแบบนี้แค่ศพเดียวก็แย่พอแล้วนะครับ!!”

         “ฉันไม่สน.. เธอกำลังมองอยู่ทำตัวปกติสิ” ภาพลักษณ์สำคัญยิ่งกว่าอื่นใด พยักหน้าอีกทีให้มิเคล่าพร้อมตั้งศอกเท้าคางในมุมดูดีเพื่อให้เป็นประกายในสายตาคนรัก

         “แต่จากข้อมูลแล้ว.. คุณมิลลี่เธอมีเปอร์เซ็นที่จะเป็นสาววายนะครับ” เลขาหนุ่มผู้น่าสงสารดึงผ้ามาซับเหงื่อแทบไม่ทันสมองประมวลผลจนหน้าผากร้อนฉ่า

         “นั่น..! บ้าจริง บ้านนี้เลี้ยงลูกกันยังไงให้เป็นแบบนั้นไปได้!! แต่เอาเถอะฉันค่อยทำให้เธอกลับมาเป็นปกติที่หลังเอง” ชายสวมสูทเงินแทบไถลลงจากเก้าอี้เมื่อได้ยิน แต่ด้วยความสุขุมและเยือกเย็นที่มีอยู่เขาก็รับมือได้ในไม่กี่อึดใจ “นายหมายความว่าถ้าตามน้ำไป ก็มีโอกาสที่เธอจะสังเกตเห็นถึงความใจกว้างของฉันสินะ”

         “ใช่ครับ… ยังไงซะ นี่อาจเป็นแค่เกมที่ท่านประธานคาลิเฟอร์ทำขึ้นมา ขอโปรดอย่าลืมว่าการขัดใจพ่อเท่ากับการขัดใจลูกสาวของเขานะครับ” แม้ลึกๆแล้วโรเยนอยากจะโกนอัดหูเจ้านายเขาแค่ไหนว่า ‘ตามใจคนบ้านนี้เกินไปแล้ว’ ถึงขนาดยอมยกสัมปาทานโรงงานไฟฟ้าที่ใช้เวลาสามปีกว่าจะได้มาครองแลกบัตรเชิญงานนี้ไปเปล่าๆ ก็เถอะ

         “หึ… ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้”

         คนอย่างโอเบรอนหรือจะยอมเสียโอกาสดีๆ นี้ไป เขาอุตส่าห์สั่งจัดการสกัดขาเจ้าหนุ่มตี๋นั่นไม่ให้มางานนี้ทัน มีหรือจะปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ ดังนั้นเมื่อร่างสูงลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ตรงไปยังกลุ่มเครือญาติแมฟเวอร์ลินช์ สายตาที่เย็นชาจนพร้อมแช่แข็งบอดี้การ์ดหนุ่มจดจ้อง.. เป็นนานก็พูดสั้นๆ

         “นายจงมาเป็นของฉันซะ

         โรเบนทรุดลงกุมขมับ นี่มันคำสารภาพรักประเทศไหนกันวะครับ!!

         “......”ฮิโระเงียบ

        เอล

        “คะ...คุณเอลล่า ครับ” ฮิโระมองชายแปลกหน้าก่อนจะหันไปมองเจ้านายสาวที่นั่งยกมือข้างนึงปิดปากข้างนึงกุมอกอยู่ ‘ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันอะไรครับ ไอ้ท่าทางเหมือนลูกชายขายออกนั้นน่ะ’

         “อุ๊!! อุ๊ยต๊ายว้ายกรี้ดด ไม่รู้มาก่อนเลยนะนี่.. โอเบรอน?? เดี๋ยวก่อนนะเค้ามางานนี้ด้วยหรอ??” มิเคล่าที่พึ่งรู้การมีอยู่ของอีกฝ่ายกำลังสับสนกับฉากสารภาพรักสุดดิบเถื่อนตรงหน้า พร้อมหยิบมือถือคุ่ใจมาถ่ายคลิปเตรียมอัพลงโซเชี่ยล เธอต้องการป๊อบคอร์นกับเพลงบรรเลงประกอบ!! คิดไปคิดมาสาวเจ้าก็พูดอีกหนึ่งประโยค

         “วางใจเถอะฮิโระ… เรื่องบนเตียงเค้าก็ไม่ได้แย่ ยินดีด้วยจ้ะ”

         “ห๊ะ!! อะไรนะ!! บนเตียง!!” แมคเจลเลนหันขวับคอแทบหัก

         เจ้าเป็ดน้อยโชกเลือดพูดได้เท่านั้นก่อนจะโดนทั้งพี่ชายสุดซิสคอนและบอดี้การ์ดสาย S ก้าวออกมากันตัวเข้าวงใน คนที่มีปฎิกิริยาที่สุดแทบกลายร่างเป็นพ่อเป็ดกางปีกปกป้องลูกน้อย “ว่าไงนะมิลลี่.. นี่แกทำอะไรกับเธอไป!! มิลลี่ ถอยออกมาห่างๆ เลย”

         “อยากรู้? จะให้บอกรายละเอียดรึจำนวนครั้ง? ช่างเถอะเรื่องนั้นคงไม่เหมาะในตอนนี้เท่าไร---” ก่อนจะพูดจบก็ต้องถอยฉากหลบฝ่าเท้าของแมคเจลเลนตรงนั้น ‘เผลอหลุดปากไป.. งานหยาบแล้วสินะ’

        เอล

         “คนนี้ไงเจ้านายเก่า ที่บอกว่าเค้ามอมเหล้าฉัน!!” มิเคล่ายกมือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เอาเถอะเธอเองก็ไม่ได้คิดว่ามันมีความหมายสักเท่าไรสาวๆ บ้านนี้หัวก้าวหน้ากันอยู่แล้ว “เอาเป็นว่าบอดี้การ์ดเธอเจอแจ็คพ็อตแล้วล่ะแอล.. การเงินไม่มีปัญหา ภาษากายก็จัดว่าใช้ได้ แต่งไปเลยเถอะ!”

         โอเบรอนหัวคิ้วกระตุก… แน่นอนว่าคนที่เขาจะ ‘Say, I do’ น่ะ มันไม่ใช่หมอนี่

         “คุณมิลลี่ โฟกัสมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องบนเตียงนะครับ!!!”ฮิโระหันไปตอบกลับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้า ก่อนจะหันไปมองยังชายหน้านิ่งปานก้อนน้ำแข็งจากขั่วโลกเหนือ แล้วก็พาให้รู้สึกขนลุกอย่างไม่มีสาเหตุ

        เอล

        “น้ำเสียง กับสีหน้าผม มันบอกว่าอยากแต่งหรอครับ!!!!”

          ยุฟ

         “อัลมาส.. นายทำตามมิชชั่นไปแล้วใช่ไหม พาน้องสาวฉันออกไปหาชุด เรื่องตรงนี้.. เดี๋ยวจัดการเอง” เสียงหักกระดูกนิ้วกร๊อบแกร็บของแมคเจลเลนดังขึ้นถี่ๆ เหล่าคนในงานต่างหูตาพร่างพราวเดี่ยวคงได้เรื่องเด็ดประเด็นดังไปเม้าท์มอยกันอีกแน่ๆ

         “หวังว่าคงเตรียมใจก่อนเหยียบเข้ามาในวิลล่านี้แล้วนะ.. นิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส…” ประกาศชื่อศัตรูให้รู้กันถ้วนทั่ว คล้ายพวกเขาจะลืมไปว่าศพของพ่อยังนอนโชกซอสแดงอยู่หน้าประตู

         “............” เรียกเป็นเพื่อนเล่นเลย ฉันรุ่นพ่อนายนะไอ้หนูหัวเงิน

         “คุณหนูครับเชิญทางนี้” เชอวาลิเย่ร์ประจำตัวย่อมปกป้องทั้งร่างกายและชื่อเสียงของเจ้านาย ดังนั้นเขาจึงคิดจะพาเป้าหมายออกไปจากบริเวณนี้แต่แรกแม้ว่าเธอจะอยากตามติดขอบจอฉากเร่าร้อนนี้แค่ไหนก็ตาม

         “พี่แมคดูจะยั่วะสุดๆเลยไม่ใช่หรอนั้นน่ะ”เอลเมอร์ที่ยืนกอดแขนพี่สาวตัวเองอยู่พูดออกมาพร้อมร้อยยิ้มสดใส “แต่ผมก็เหมือนกันนะถ้าพี่เอลไปแอบมีหนุ่มๆ ผมต้องยั่วมากๆแน่เลย เนอะ”

        เอล

        “โอ้ยย พี่ใจร้าย”

         ยุฟ

         “รู้จักหรอ? ก็ไม่แปลก… นั่นคู่แข่งทางการค้าพวกเรา”

         โอเบรอนแย้งขึ้น “เรียกคู่ค้าจะถูกกว่านะน้องชาย” แม้ในใจจะกาหัวเรียบร้อย

          ยุฟ
         
         “คุณพระ.. นั่นมันประธานเครือเพลย์บอยจริงๆ ด้วย” เหล่าแขกเหรื่อเริ่มซุบซิบ

         “แปลก ที่ผานมาเขาแทบไม่ยอมโผล่ไปงานไหนเลยนี่นา ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้…”

          เซบาสเตียนยกนาฬิกาขึ้นมาเพื่อตรวจดูเวลา เพื่อที่จะไม่ให้ทุกอย่างวุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาจำเป็นจะต้องนำคนๆนึง ออกไปทำตามมิชชั่นที่มีอยู่ในกระดาษ “ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะครับ รบกวนคุณผู้หญิงช่วยไปกับผมหน่อยนะครับ ถึงเวลาที่จะต้องย้ายไปห้องสำหรับทำตามข้อความในกระดาษของคุณแล้วล่ะครับ”

          ยุฟ

         จุดที่ไม่ทันมีใครสังเกตก็คือเหงื่อเม็ดโตแสดงความลำบากใจของเลขาประธานเพลย์บอย จะสถานการณ์คับขันตรงหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยกอบกู้ก็ดี จะคดีติดตัวเรื่องคุณมิเคล่ากับคืนแรกนั้นก็ใช่ ที่สำคัญคือข้อความภารกิจในมือหัวใจวายตายตรงนี้เลยได้ไหม ‘ผมขอโทษนะครับท่านประธาน’

โรเบน ข้อความในกระดาษ 'คุณคือบาทหลวงต้องไล่วิญญาณร้ายออกจากคู่รักร่วมเพศทั้งสอง จนกว่าพวกเขาจะได้สติ'

         หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่เลขาหน้ามนก็ฮึดขึ้นสู้ ‘เพื่อกอบกู้ภาพพจน์ท่านประธานและคืนความบริสุทธ์ให้ตัวผม.. เอาเว้ยย!!’ โรเบนหยิบไม้กางเขนของประกอบฉากมาจากไหนไม่ทราบ หลังจากคว้าแก้วน้ำได้แล้วก็ก้าวไปยืนตรงกลางสมรภูมิ

         “ผมรู้สึกได้ว่ามีปีศาจร้ายสิงสู่ในโถงแห่งนี้.. มันจะทำให้พวกคุณแสดงกิริยาแปลกออกไปจากปกติ… เช่นอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย รักร่วมเพศเดียวกัน” ในใจพึมพำคำว่าขอโทษครับเป็นพันหมื่นล้าน แต่ใบหน้าของโรเบนยังคงเคร่งขรึมประหนึ่งองค์หลวงพ่อเอกโซซิสสิงร่าง เขาหันมือข้างที่ถือไม้กางเขนไปยังบอดี้การ์ดของเอลล่า


         “ในนามของพระเจ้า!! ขอสั่งให้ปีศาจร้ายจงออกไป!!!” ตะโกนลั่นพร้อมเชิดสะบัดไม้กางเขนกลางอากาศด้วยท่าทางสุดเฟี้ยวฟ้าว
         
         “...............” แมคเจลเลนและคนในงาน ‘บ้าอะไรวะเนี่ย’

        “ผมต้องร้อนไหม หรือต้องกรีดร้องแบบผีในหนังครับ”ฮิโระมองไม้กางเขนในมือของชายคนหนึ่งที่ยกมือปาดซ้ายปาดขวาอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก

         “พลังชั่วร้ายนี้แข็งแกร่งเกินไปสินะ.. งั้นต้องมีตัวช่วย!!”

         โอเบรอนมองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาว่างเปล่า “สงบสติก่อนสิโรเบน”

         กลับกันเลขาของเขาไม่ยอมหยุดทั้งยังคว้าเกลือหอมพร็อบประกอบฉากมาใส่ในแก้วน้ำ อมมันเข้าไปทำปากขมุบขมิบๆ จากนั้นสแปลชใส่ทั้งเจ้านายและชายบอดี้การ์ดประหนึ่งฝนทิพย์ชโลมหน้า “ปีศาจร้ายจงออกไป!!! ปีศาจร้ายจงออกไปๆๆ” คอมโบการอมน้ำเกลือแล้วพ่นซ้ำทำเชนดาเมจรัวๆ ช่วงท้ายคล้ายจะมันส์เข้าว่าควักเกลือแล้วสาดเป็นคริติคอลสไตรค์

         โอเบรอนติดสตั้นท์ไปแล้ว… โรคคลั่งความสะอาดของเขาทำให้นึกขึ้นได้ว่าดีแค่ไหนได้เห็นใบตรวจโควิดของลูกน้องก่อนมางาน สะเก็ดเกลือร่วงกราวจนคนในงานเขยิบหนีไปกองกันที่มุมโถง

         “เฮ้ คุณทำไรเนี่ย มันสกปรกนะ”ฮิโระที่โดนเกลือสแปซจากพระเจ้าร้องตะโกนออกมา ขาสองข้างก้าวถอยหลบเกลือที่พ่นออกมาจากปาก ตามด้วยสารพัดเกลือที่ไม่รู้อีกฝ่ายหามาจากไหนมาปาใส่ไม่หยุด

        เอล

         “ก… นี่แก!! พอสู้ไม่ได้ก็ใช้อาวุธชีวภาพงั้นหรอ หยุดเดี๋ยวนี้นะเฮ้ยย!!” แมคเจลเลนดึงโล่จากรูปปั้นนักรบด้านหลังมาเป็นเครื่องป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าทำไมตัวเองไม่งัดหอกมาแล้วปาเสียบรวดเดียวสองหน่อไปเลยให้จบเรื่อง

         ‘นี่ไอ้น้องชายลืมไปแล้วรึไงว่าฉันเองก็โดนไปด้วย...’ ท่านประธานเพลย์บอยแข็งเป็นหินไปแล้ว รู้สึกขยะแขยงจนอยากเข้าห้องปลอดเชื้อแล้วกรอกเอลกอฮอลทะลวงลำใส้

         ขณะนี้ถ้าโรเบนเป็นโควิด = ติดทั้งงาน
         พ่อบ้านคนรองส่งสัญญาณมือให้จับแยกโดยทันทีก่อนจะหายนะไปมากกว่าเดิม
@ELLA @Admin @Ufemia ❈



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +1000 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 1000

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืน HK416 ชมพู
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x7
x1
x1
x2
x100
x3
x1
x2
x1
โพสต์ เมื่อวานซืน 12:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Crazy Nighi with Maverlyn Villa
Part | 2
มิชชั่นปั่นสมอง




ฮิโระ ข้อความในกระดาษ 'ประกาศว่าตัวเองเป็นเกย์'

       “.....” ฮิโระกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ เอาจริงๆโลกของพวกเขามันก็ค่อนข้างเปิดกว้างและยอมรับเพศที่สามแล้วการที่จะมีใครสักคนประกาศตัวออกมามันก็คงไม่น่าอายเท่าไหร่ ‘ไม่อายพ่อง เขาเป็นชายชาตินักรบ ฝ่าสงครามการฝึกมามากมายต้องมาเล่นเกมแล้วประกาศตัวเองเป็นเกย์เนี่ยนะ!!’

        เอล

       “อย่างน้อย.. นั่นก็ลุงเธอ จะไม่สั่งลาหน่อยหรอ ไม่คิดเลยนะว่าจะเย็นชาขนาดนี้น่ะเอล” ในมือของแมคเจลเลนนั้นคือไฟแชคและสปอร์ตบอกเซอร์ เขาหันไปยังศพและจงใจจะเผาชั้นในสังเวยวิญญาณพ่อตัวเองตรงหน้า

        เอล
        
       เลือดนั้นชุ่มโชกไปทั่วใบหน้าเขาและแน่นอนว่าซอสแดงนั้นก็ติดเธอมา ท่ามกลางสายตาของแขกในงานที่เลิ่กลักกันทั่ว

       เอล

          เป็นภาพที่ทำใจลืมไม่ลงแน่ๆ แม้ว่าคนจูบศพจะไม่ใช่เธอก็ตาม ยูเฟเมียหลุดเบ้หน้าเล็กๆ ถึงแม้ว่าเธอจะโอเคกับศพ แต่ต้องไม่ใช่สภาพที่เลือดยังท่วมอยู่แบบนี้ อีกทั้งการเข้าไปสัมผัสให้เลือดติดร่างกายมาด้วยมันก็ค่อนข้างทำใจยอมรับได้ยาก ขอบคุณจริงๆที่ไม่ได้จับได้ใบนั้น อย่างน้อยให้อาหารปลาก็ยังดีกว่าจูบศพล่ะนะ..

          “อ...เอล ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเธอจะรักคุณพ่อมากขนาดนี้ เรามาช่วยกันหาฮวงซุ้ยดีๆ กันเถอะนะ.. ฮึก” ตกอกตกใจไปกันใหญ่ โดยเฉพาะลูกสาวของท่านประธานอย่างมิเคล่า หลังปาดน้ำตาและเห็นภาพซุดซึ้งโชกเลือด เธอชักลังเลเสียแล้วว่าบางทีเอลล่าอาจเป็นน้องสาวแท้ๆ ไม่ใช่ลูกของน้ามิราน่า


          “ดูไว้นะน้องรัก.. ที่ล่ะ The Best Horror Scene of 2020” งานโรยเกลือใส่แผลไว้ใจแมคกี้

        เอล

          “อ๊ะ.. จริงหรอ งั้นคิ้วตี้คอลเลคชั่นของปะป๊าฉันจะยกให้เธอแล้วกัน” คำว่าคิ้วตี้ไม่ได้แปลว่าน่ารักเสมอไปเมื่อคนใช้คือ ‘คาลิเฟอร์ ฟุนด์ แมฟเวอร์ลินช์’

        เอล

          ด้านของแขกที่ชุ่มกลิ่นน้ำเลมอนเนดจนต้องแลกสูทกับลูกน้อง ตัวเขาเองก็จำต้องจับฉลากเพราะไม่ต้องการตกเป็นจำเลยที่สังหารพ่อของผู้หญิงที่ตนหมายตา ‘ลองมาคิดๆ ดูแล้ว นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีเผื่อว่าประธานคาลิเฟอร์ประสบเหตุร้ายจริงๆ คู่ค้าที่มีน้ำใจอย่างฉันก็สามารถเข้าประคองกิจการที่ขาดหัวเรือใหญ่… ทั้งยังสามารถช่วยปลอบประโลมหัวใจที่กำลังเศร้าของหล่อนได้สินะ’ เป็นโอกาสทองชัดๆ โอเบรอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เทพธิดาแห่งโชคกำลังโปรดปรานเขาเป็นแน่

          อย่างน้อยก็จนกระทั่งเปิดแคปซูลออกและอ่านมิชชั่นในมือ

โอเบรอน ข้อความในกระดาษ 'เดินไปสารภาพรักกับคนที่เป็นเกย์'

          “.....เหอะ ไร้สาระสิ้นดี ในงานแบบนี้เนี่ยนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครกล้าทำลายศักดิ์ศรีตัวเองด้วยการประกาศออกมา” ท่านประธานเพลย์บอยขยำกระดาษจนแทบแหลก สายตาเขาเบนไปมีคิดที่จะสลับโพยกับลูกน้องด้วยอำนาจที่เหนือกว่า สุดท้ายต้องล้มเลิกเพราะพลังเมต้าตรวจจับได้ว่าผู้คุ้มกันของวิลล่า.. แทบไม่มีมนุษย์เลยสักราย

          ’ใช้ AI มาควบคุมแขกอีกที.. อย่างที่คิดประธานคาลิเฟอร์เป็นคนที่เคี้ยวยากจริงๆ’ ก็ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดหรอก จะพังระบบออกไปตอนนี้เลยก็ได้มันแค่น่าเสียดายที่ลูกเป็ดน้อยอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองเมตร เหมือนจะกำลังร้องไห้แต่เพราะหมาหวงก้างที่ได้ชื่อว่าพี่ชายไม่เปิดจังหวะให้ตนเข้าไปเช็ดน้ำตาสักที

          “ของนายได้อะไร” ถามลูกน้องคนสนิท...เปื่อว่าจะมีอะไรดึขึ้นบ้าง แต่ก่อนโรเบนจะตอบก็มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งของแมฟเวอร์ลินช์ตะโกนขึ้นกลางงาน

        เอล

          “Holy Sh*T!!” เจ้านายและลูกน้องหนุ่มแห่งเครือเพลย์บอยสบถออกมาพร้อมกัน
         แกไม่ต้องพูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้นะไอ้หนูวววว!!

          ในเมื่อลงเอยแบบนี้.. แต่ไอ้ครั้นจะให้หญิงสาวที่ตนสนใจอยู่มารับรู้อะไรแบบนี้มันค่อนข้างเสียศักดิ์ศรีเจนเทิลแมน โอเบรอนกำหมัดกัดฟันแน่น “โรเบน.. เก็บหมอนั่นซะ ทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ” กระซิบกระซาบระยะเผาขน พร้อมสายตาให้เลือกว่ามันไม่ตาย งั้นแกตายแทนแล้วกัน

         อาการสั่นเลิ่กลั่กๆ ของเลขาหนุ่มเหมือนสันนิบาตระยะต้น เหงื่อไหลเย็นสันหลังวาบ เขาเข้าใจความหมายของเจ้านายดีและคิดอีกทีตนก็ไม่น่ามางานวันนี้เลย แม๊ เอ๊ย! ทำไมพองานสำคัญเลขาคนอื่นๆ หายหัวไปหมด!!

         “..มะ ไม่ได้นะครับเจ้านาย.. ก็ตอนแรกท่านบอกงานนี้งดนองเลือดกระผมเลยเก็บทั้ง ปืน ยาพิษ ระเบิดมือ เอาไว้ในรถหมดแล้ว ท่านบอกอยากทำให้คุณผู้หญิงประทับใจไม่ใช่หรอ? ในงานมงคลแบบนี้แค่ศพเดียวก็แย่พอแล้วนะครับ!!”

         “ฉันไม่สน.. เธอกำลังมองอยู่ทำตัวปกติสิ” ภาพลักษณ์สำคัญยิ่งกว่าอื่นใด พยักหน้าอีกทีให้มิเคล่าพร้อมตั้งศอกเท้าคางในมุมดูดีเพื่อให้เป็นประกายในสายตาคนรัก

         “แต่จากข้อมูลแล้ว.. คุณมิลลี่เธอมีเปอร์เซ็นที่จะเป็นสาววายนะครับ” เลขาหนุ่มผู้น่าสงสารดึงผ้ามาซับเหงื่อแทบไม่ทันสมองประมวลผลจนหน้าผากร้อนฉ่า

         “นั่น..! บ้าจริง บ้านนี้เลี้ยงลูกกันยังไงให้เป็นแบบนั้นไปได้!! แต่เอาเถอะฉันค่อยทำให้เธอกลับมาเป็นปกติที่หลังได้” ชายสวมสูทเงินแทบไถลลงจากเก้าอี้เมื่อได้ยิน แต่ด้วยความสุขุมและเยือกเย็นที่มีอยู่เขาก็รับมือได้ในไม่กี่อึดใจ “นายหมายความว่าถ้าตามน้ำไป ก็มีโอกาสที่เธอจะสังเกตเห็นถึงความใจกว้างของฉันสินะ”

         “ใช่ครับ… ยังไงซะ นี่อาจเป็นแค่เกมที่ท่านประธานคาลิเฟอร์ทำขึ้นมา ขอโปรดอย่าลืมว่าการขัดใจพ่อเท่ากับการขัดใจลูกสาวของเขานะครับ” แม้ลึกๆแล้วโรเบนอยากจะโกนอัดหูเจ้านายเขาแค่ไหนว่า ‘ตามใจคนบ้านนี้เกินไปแล้ว’ ถึงขนาดยอมยกสัมปาทานโรงงานไฟฟ้าที่ใช้เวลาสามปีกว่าจะได้มาครองแลกบัตรเชิญงานนี้ไปเปล่าๆ ก็เถอะ

         “หึ… ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้”

         คนอย่างโอเบรอนหรือจะยอมเสียโอกาสดีๆ นี้ไป เขาอุตส่าห์สั่งจัดการสกัดขาเจ้าหนุ่มตี๋นั่นไม่ให้มางานนี้ทัน มีหรือจะปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ ดังนั้นเมื่อร่างสูงลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ตรงไปยังกลุ่มเครือญาติแมฟเวอร์ลินช์ สายตาที่เย็นชาจนพร้อมแช่แข็งบอดี้การ์ดหนุ่มจดจ้อง.. เป็นนานก็พูดสั้นๆ

         “นายจงมาเป็นของฉันซะ”

         โรเบนทรุดลงกุมขมับ นี่มันคำสารภาพรักประเทศไหนกันวะครับ!!

         เอล

         “อุ๊!! อุ๊ยต๊ายว้ายกรี้ดด ไม่รู้มาก่อนเลยนะนี่.. เดี๋ยวก่อนนะเค้ามางานนี้ด้วยหรอ??” มิเคล่าที่พึ่งรู้การมีอยู่ของอีกฝ่ายกำลังสับสนกับฉากสารภาพรักสุดดิบเถื่อนตรงหน้า พร้อมหยิบมือถือคุ่ใจมาถ่ายคลิปเตรียมอัพลงโซเชี่ยล เธอต้องการป๊อบคอร์นกับเพลงบรรเลงประกอบ!! คิดไปคิดมาสาวเจ้าก็พูดอีกหนึ่งประโยค

         “วางใจเถอะฮิโระ… เรื่องบนเตียงเค้าก็ไม่ได้แย่ ยินดีด้วยจ้ะ”

         “ห๊ะ!! อะไรนะ!! บนเตียง!!” แมคเจลเลนหันขวับคอแทบหัก

         เจ้าเป็ดน้อยโชกเลือดพูดได้เท่านั้นก่อนจะโดนทั้งพี่ชายสุดซิสคอนและบอดี้การ์ดสาย S ก้าวออกมากันตัวเข้าวงใน คนที่มีปฎิกิริยาที่สุดแทบกลายร่างเป็นพ่อเป็ดกางปีกปกป้องลูกน้อย “ว่าไงนะมิลลี่.. นี่แกทำอะไรเธอไป!! มิลลี่ ถอยออกมาห่างๆ เลย”

         “อยากรู้? จะให้บอกรายละเอียดรึจำนวนครั้ง? ช่างเถอะเรื่องนั้นคงไม่เหมาะในตอนนี้เท่าไร---” ก่อนจะพูดจบก็ต้องถอยฉากหลบฝ่าเท้าของแมคเจลเลนตรงนั้น ‘เผลอหลุดปากไป.. งานหยาบแล้วสินะ’

        เอล

         “คนนี้ไงเจ้านายเก่า ที่บอกว่าเค้ามอมเหล้าฉัน!!” มิเคล่ายกมือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เอาเถอะเธอเองก็ไม่ได้คิดว่ามันมีความหมายสักเท่าไรสาวๆ บ้านนี้หัวก้าวหน้ากันอยู่แล้ว “เอาเป็นว่าบอดี้การ์ดเธอเจอแจ็คพ็อตแล้วล่ะแอล.. การเงินไม่มีปัญหา ภาษากายก็จัดว่าใช้ได้ แต่งไปเลยเถอะ!”

         โอเบรอนหัวคิ้วกระตุก… แน่นอนว่าคนที่เขาจะ ‘Say, I do’ น่ะ มันไม่ใช่หมอนี่

         เอล

          เสียงผิวปากเบาๆดังมาจากทางหญิงสาวลูกครึ่งเอเชียที่จับจ้องเหตุการณ์สารภาพรักสุดร้อนแรง ยูเฟเมียหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าคนสารภาพรักนั้นประธานบริษัทเพลย์บอยหรอกหรอ ไม่นึกไม่ฝันว่ามีรสนิยมแบบนี้ด้วย ? แต่ดูเหมือนจะนิสัยเสียอยู่หน่อยๆ เพราะกวนโอ้ยจนน่าต่อย “ยินดีกับคู่รักใหม่ด้วยนะคะ ” โดยส่วนตัวแล้ว.. เธอค่อนข้างเอนเอียงไปในทิศทางสาววาย อยู่ๆมีเหตุการณ์ร้อนแรงเกิดขึ้นก็จะปิดตาไม่มองความนิสัยที่ไม่น่ารักนั้นก็แล้วกัน

         “อัลมาส.. นายทำตามมิชชั่นไปแล้วใช่ไหม พาน้องสาวฉันออกไปหาชุด เรื่องตรงนี้.. เดี๋ยวจัดการเอง” เสียงหักกระดูกนิ้วกร๊อบแกร็บของแมคเจลเลนดังขึ้นถี่ๆ เหล่าคนในงานต่างหูตาพร่างพราวเดี่ยวคงได้เรื่องเด็ดประเด็นดังไปเม้าท์มอยกันอีกแน่ๆ

         “หวังว่าคงเตรียมใจก่อนเหยียบเข้ามาในวิลล่านี้แล้วนะ.. นิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส…” ประกาศชื่อศัตรูให้รู้กันถ้วนทั่ว คล้ายพวกเขาจะลืมไปว่าศพของพ่อยังนอนโชกซอสแดงอยู่หน้าประตู

         “............” เรียกเป็นเพื่อนเล่นเลย ฉันรุ่นพ่อนายนะไอ้หนูหัวเงิน

         “คุณหนูครับเชิญทางนี้” เชอวาลิเย่ร์ประจำตัวย่อมปกป้องทั้งร่างกายและชื่อเสียงของเจ้านาย ดังนั้นเขาจึงคิดจะพาเป้าหมายออกไปจากบริเวณนี้แต่แรกแม้ว่าเธอจะอยากตามติดขอบจอฉากเร่าร้อนนี้แค่ไหนก็ตาม

         เอล

          โอเค ยููเฟเมียเริ่มจะไม่ชอบหน้าประธานเพลย์บอยอยู่หน่อยๆ หญิงสาวถอนหายใจก่อนที่จะเบนสายตาไปทางอื่น เธอไม่ได้ชอบความวุ่นวาย ยิ่งเป็นความวุ่นวายประเภทนี้ก็ยิ่งไม่ค่อยอยากจะยุ่ง แต่พอได้ยินชื่อเต็มของประธานเพลย์บอย ทุกสิ่งก็พลิกไปทันที “เดี๋ยวก่อนนะ.. เขาคือนิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส ?”

         “รู้จักหรอ? ก็ไม่แปลก… นั่นคู่แข่งทางการค้าพวกเรา”

         โอเบรอนแย้งขึ้น “เรียกคู่ค้าจะถูกกว่านะน้องชาย” แม้ในใจจะกาหัวเรียบร้อย

          “ โอ้… ไม่น่าเชื่อเลย เขามีความกล้าพอจะสารภาพรัก มีความกล้าพอจะพูดจาอวดดี แต่ไม่มีความรับผิดชอบพอจะทำในสิ่งที่ควรทำงั้นสิ ? ฮะ.. ตลกเป็นบ้า ” หญิงสาวลูกครึ่งเอเชียกอดอกพร้อมกับยกมุมริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ออกแนวเหยียดมากกว่าปกติ.. คะแนนความชอบติดลบจนถึงคขั้นกู่ไม่กลับ ยูเฟเมียขยับเดินไปหาเจ้านายที่เป็นคนเริ่มประกาศสงครามด้วยท่าทีที่ต่างจากปกติ “ตอนแรกว่าจะห้าม แต่ตอนนี้.. ฝากจัดการทีนะ เขามีคดีกับฉันอยู่”
         
         “คุณพระ.. นั่นมันประธานเครือเพลย์บอยจริงๆ ด้วย” เหล่าแขกเหรื่อเริ่มซุบซิบ

         “แปลก ที่ผานมาเขาแทบไม่ยอมโผล่ไปงานไหนเลยนี่นา ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้…”

          เซบาสเตียนยกนาฬิกาขึ้นมาเพื่อตรวจดูเวลา เพื่อที่จะไม่ให้ทุกอย่างวุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาจำเป็นจะต้องนำคนๆนึง ออกไปทำตามมิชชั่นที่มีอยู่ในกระดาษ “ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะครับ รบกวนคุณผู้หญิงช่วยไปกับผมหน่อยนะครับ ถึงเวลาที่จะต้องย้ายไปห้องสำหรับทำตามข้อความในกระดาษของคุณแล้วล่ะครับ”

          ยูเฟเมียถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องไป นัยน์ตารัตติกาลฝากความหวังไว้ที่เจ้านายของตัวเอง หัวหน้าบ้านพักสตาร์ลิ่งของสถาบัน HOJ คนนี้ยังมีเรื่องต้องสะสางกับนิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส แต่น่าเสียดายจริงๆที่เวลามันไม่ประจวบเหมาะ ร่างบางของหญิงสาวลูกครึ่งเอเชียได้แต่หันตัวเดินตามพ่อบ้านออกจากห้องโถงไป

         จุดที่ไม่ทันมีใครสังเกตก็คือเหงื่อเม็ดโตแสดงความลำบากใจของเลขาประธานเพลย์บอย จะสถานการณ์คับขันตรงหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยกอบกู้ก็ดี จะคดีติดตัวเรื่องคุณมิเคล่ากับคืนแรกนั้นก็ใช่ ที่สำคัญคือข้อความภารกิจในมือหัวใจวายตายตรงนี้เลยได้ไหม ‘ผมขอโทษนะครับท่านประธาน’

โรเบน ข้อความในกระดาษ 'คุณคือบาทหลวงต้องไล่วิญญาณร้ายออกจากคู่รักร่วมเพศทั้งสอง จนกว่าพวกเขาจะได้สติ'

         หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่เลขาหน้ามนก็ฮึดขึ้นสู้ ‘เพื่อกอบกู้ภาพพจน์ท่านประธานและคืนความบริสุทธ์ให้ตัวผม.. เอาเว้ยย!!’ โรเบนหยิบไม้กางเขนของประกอบฉากมาจากไหนไม่ทราบ หลังจากคว้าแก้วน้ำได้แล้วก็ก้าวไปยืนตรงกลางสมรภูมิ

         “ผมรู้สึกได้ว่ามีปีศาจร้ายสิงสู่ในโถงแห่งนี้.. มันจะทำให้พวกคุณแสดงกิริยาแปลกออกไปจากปกติ… เช่นอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย รักร่วมเพศเดียวกัน” ในใจพึมพำคำว่าขอโทษครับเป็นล้าน แต่ใบหน้าของโรเบนยังคงเคร่งขรึมประหนึ่งองค์หลวงพ่อเอกโซซิสสิงร่าง เขาหันมือข้างที่ถือไม้กางเขนไปยังบอดี้การ์ดของเอลล่า


         “ในนามของพระเจ้า!! ขอสั่งให้ปีศาจร้ายจงออกไป!!!” ตะโกนลั่นพร้อมเชิดสะบัดไม้กางเขนกลางอากาศด้วยท่าทางสุดเฟี้ยวฟ้าว
         
         “...............” แมคเจลเลนและคนในงาน ‘บ้าอะไรวะเนี่ย’

        “ผมต้องร้อนไหม หรือต้องกรีดร้องแบบผีในหนังครับ”ฮิโระมองไม้กางเขนในมือของชายคนหนึ่งที่ยกมือปาดซ้ายปาดขวาอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก

         “พลังชั่วร้ายนี้แข็งแกร่งเกินไปสินะ.. งั้นต้องมีตัวช่วย!!”

         โอเบรอนมองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาว่างเปล่า “สงบสติก่อนสิโรเบน”

         กลับกันเลขาของเขาไม่ยอมหยุดทั้งยังคว้าเกลือหอมพร็อบประกอบฉากมาใส่ในแก้วน้ำ อมมันเข้าไปทำปากขมุบขมิบๆ จากนั้นสแปลชใส่ทั้งเจ้านายและชายบอดี้การ์ดประหนึ่งฝนทิพย์ชโลมหน้า “ปีศาจร้ายจงออกไป!!! ปีศาจร้ายจงออกไปๆๆ” คอมโบการอมน้ำเกลือแล้วพ่นซ้ำทำเชนดาเมจรัวๆ ช่วงท้ายคล้ายจะมันส์เข้าว่าควักเกลือแล้วสาดเป็นคริติคอลสไตรค์

         โอเบรอนติดสตั้นท์ไปแล้ว… โรคคลั่งความสะอาดของเขาทำให้นึกขึ้นได้ว่าดีแค่ไหนได้เห็นใบตรวจโควิดของลูกน้องก่อนมางาน สะเก็ดเกลือร่วงกราวจนคนในงานเขยิบหนีไปกองกันที่มุมโถง

         “เฮ้ คุณทำไรเนี่ย มันสกปรกนะ”ฮิโระที่โดนเกลือสแปซจากพระเจ้าร้องตะโกนออกมา ขาสองข้างก้าวถอยหลบเกลือที่พ่นออกมาจากปาก ตามด้วยสารพัดเกลือที่ไม่รู้อีกฝ่ายหามาจากไหนมาปาใส่ไม่หยุด

         “ถึงจะปลดล็อคดาวน์แล้ว แต่ทำแบบนี้มันเสี่ยงแพร่เชื้อโควิดนะครับ!”

         “ก… นี่แก!! พอสู้ไม่ได้ก็ใช้อาวุธชีวภาพงั้นหรอ หยุดเดี๋ยวนี้นะเฮ้ยย!!” แมคเจลเลนดึงโล่จากรูปปั้นนักรบด้านหลังมาเป็นเครื่องป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าทำไมตัวเองไม่งัดหอกมาแล้วปาเสียบรวดเดียวสองหน่อไปเลยให้จบเรื่อง

         ‘นี่ไอ้น้องชายลืมไปแล้วรึไงว่าฉันก็โดนไปด้วย...’ ท่านประธานเพลย์บอยแข็งเป็นหินไปแล้ว รู้สึกขยะแขยงจนอยากเข้าห้องปลอดเชื้อแล้วกรอกเอลกอฮอลทะลวงลำใส้

         ขณะนี้ถ้าโรเบนเป็นโควิด = ติดทั้งงาน
         พ่อบ้านคนรองส่งสัญญาณมือให้จับแยกโดยทันทีก่อนจะหายนะไปมากกว่านี้




@Admin @ELLA @♥ Mikela ♥


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +20 ความโหด โพสต์ เมื่อวานซืน 19:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +1000 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 1000

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Medical Book
ปืนเคออส
Super Car
Hand Shield
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x17
x20
x44
x14
x17
x20
x20
x20
โพสต์ เมื่อวานซืน 14:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ELLA เมื่อ 2021-3-5 20:59


Pokemon World

95.2




      “แต่จากข้อมูลแล้ว.. คุณมิลลี่เธอมีเปอร์เซ็นที่จะเป็นสาววายนะครับ” เลขาหนุ่มผู้น่าสงสารดึงผ้ามาซับเหงื่อแทบไม่ทันสมองประมวลผลจนหน้าผากร้อนฉ่า


         “นั่น..! บ้าจริง บ้านนี้เลี้ยงลูกกันยังไงให้เป็นแบบนั้นไปได้!! แต่เอาเถอะฉันค่อยทำให้เธอกลับมาเป็นปกติที่หลังได้” ชายสวมสูทเงินแทบไถลลงจากเก้าอี้เมื่อได้ยิน แต่ด้วยความสุขุมและเยือกเย็นที่มีอยู่เขาก็รับมือได้ในไม่กี่อึดใจ “นายหมายความว่าถ้าตามน้ำไป ก็มีโอกาสที่เธอจะสังเกตเห็นถึงความใจกว้างของฉันสินะ”


         “ใช่ครับ… ยังไงซะ นี่อาจเป็นแค่เกมที่ท่านประธานคาลิเฟอร์ทำขึ้นมา ขอโปรดอย่าลืมว่าการขัดใจพ่อเท่ากับการขัดใจลูกสาวของเขานะครับ” แม้ลึกๆแล้วโรเยนอยากจะโกนอัดหูเจ้านายเขาแค่ไหนว่า ‘ตามใจคนบ้านนี้เกินไปแล้ว’ ถึงขนาดยอมยกสัมปาทานโรงงานไฟฟ้าที่ใช้เวลาสามปีกว่าจะได้มาครองแลกบัตรเชิญงานนี้ไปเปล่าๆ ก็เถอะ


         “หึ… ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้”


         คนอย่างโอเบรอนหรือจะยอมเสียโอกาสดีๆ นี้ไป เขาอุตส่าห์สั่งจัดการสกัดขาเจ้าหนุ่มตี๋นั่นไม่ให้มางานนี้ทัน มีหรือจะปล่อยหลุดมือไปง่ายๆ ดังนั้นเมื่อร่างสูงลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ตรงไปยังกลุ่มเครือญาติแมฟเวอร์ลินช์ สายตาที่เย็นชาจนพร้อมแช่แข็งบอดี้การ์ดหนุ่มจดจ้อง.. เป็นนานก็พูดสั้นๆ


         “นายจงมาเป็นของฉันซะ”


         โรเบนทรุดลงกุมขมับ นี่มันคำสารภาพรักประเทศไหนกันวะครับ!!


        “......”ฮิโระเงียบ


        “.....”เอลล่าเงียบ


        “.......”เอลเมอร์เงียบ


        “What the f_ck!!!!!”เป็นเอลล่าที่สบถออกมาอย่างลืมมารยาท ก่อนจะหันไปมองบอดี้การ์ดหนุ่มของตัวเองที่พึ่งประกาศตัวว่าเป็นเกย์ ก่อนจะได้ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งมาขอให้เป้นเป็นของตัวเอง ประโยคแบบนี้มันขอเป้นแฟนชัดๆ แม้จะรู้ในใจเเหละว่าเป็นการเล่นแปลกๆของคุณลุง แต่มัน

        ‘ทำให้หัวใจสาววายรู้สึกกระซุ่มกระซวยสะมัด!!!!!’


        “คะ...คุณเอลล่า ครับ”ฮิโระมองชายแปลกหน้าก่อนจะหันไปมองเจ้านายสาวที่นั่งยกมือข้างนึงปิดปากข้างนึงกุมอกอยู่ ‘ไอ้ท่าทางแบบนั้นมันอะไรครับ ไอ้ท่าทางเหมือนลูกชายขายออกนั้นน่ะ’


         “อุ๊!! อุ๊ยต๊ายว้ายกรี้ดด ไม่รู้มาก่อนเลยนะนี่.. เดี๋ยวก่อนนะเค้ามางานนี้ด้วยหรอ??” มิเคล่าที่พึ่งรู้การมีอยู่ของอีกฝ่ายกำลังสับสนกับฉากสารภาพรักสุดดิบเถื่อนตรงหน้า พร้อมหยิบมือถือคุ่ใจมาถ่ายคลิปเตรียมอัพลงโซเชี่ยล เธอต้องการป๊อบคอร์นกับเพลงบรรเลงประกอบ!! คิดไปคิดมาสาวเจ้าก็พูดอีกหนึ่งประโยค


         “วางใจเถอะฮิโระ… เรื่องบนเตียงเค้าก็ไม่ได้แย่ ยินดีด้วยจ้ะ”


         “ห๊ะ!! อะไรนะ!! บนเตียง!!” แมคเจลเลนหันขวับคอแทบหัก


         เจ้าเป็ดน้อยโชกเลือดพูดได้เท่านั้นก่อนจะโดนทั้งพี่ชายสุดซิสคอนและบอดี้การ์ดสาย S ก้าวออกมากันตัวเข้าวงใน คนที่มีปฎิกิริยาที่สุดแทบกลายร่างเป็นพ่อเป็ดกางปีกปกป้องลูกน้อย “ว่าไงนะมิลลี่.. นี่แกทำอะไรเธอไป!! มิลลี่ ถอยออกมาห่างๆ เลย”


         “อยากรู้? จะให้บอกรายละเอียดรึจำนวนครั้ง? ช่างเถอะเรื่องนั้นคงไม่เหมาะในตอนนี้เท่าไร---” ก่อนจะพูดจบก็ต้องถอยฉากหลบฝ่าเท้าของแมคเจลเลนตรงนั้น ‘เผลอหลุดปากไป.. งานหยาบแล้วสินะ’


        “เห๊ มีลับลมคมในนะเนี่ย”เอลล่าที่นั่งฟังอยู่ยกแขนขึ้นเท้าคางมองลูกญาติผู้น้องสลับกับหนุ่มหล่อที่คุ้นๆว่าจะเป็นประธานบริษัทเพลย์บอย แล้วจึงเบนสายตาเป็นมองพี่ชายที่กลายร่างพร้อมกินหัวคนแล้ว


         “คนนี้ไงเจ้านายเก่า ที่บอกว่าเค้ามอมเหล้าฉัน!!” มิเคล่ายกมือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เอาเถอะเธอเองก็ไม่ได้คิดว่ามันมีความหมายสักเท่าไรสาวๆ บ้านนี้หัวก้าวหน้ากันอยู่แล้ว “เอาเป็นว่าบอดี้การ์ดเธอเจอแจ็คพ็อตแล้วล่ะแอล.. การเงินไม่มีปัญหา ภาษากายก็จัดว่าใช้ได้ แต่งไปเลยเถอะ!”


         โอเบรอนหัวคิ้วกระตุก… แน่นอนว่าคนที่เขาจะ ‘Say, I do’ น่ะ มันไม่ใช่หมอนี่


         “คุณมิลลี่ โฟกัสมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องบนเตียงนะครับ!!!”ฮิโระหันไปตอบกลับลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหน้า ก่อนจะหันไปมองยังชายหน้านิ่งปานก้อนน้ำแข็งจากขั่วโลกเหนือ แล้วก็พาให้รู้สึกขนลุกอย่างไม่มีสาเหตุ


        “ว่าไงฮิโระนายอยากเเต่งไหม ฉันให้คุณม๊ามาเป็นผู้ใหญ่ให้ได้นะ”เอลล่าพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มส่งเสริม

        “น้ำเสียง กับสีหน้าผม มันบอกว่าอยากแต่งหรอครับ!!!!”


          เสียงผิวปากเบาๆดังมาจากทางหญิงสาวลูกครึ่งเอเชียที่จับจ้องเหตุการณ์สารภาพรักสุดร้อนแรง ยูเฟเมียหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าคนสารภาพรักนั้นประธานบริษัทเพลย์บอยหรอกหรอ ไม่นึกไม่ฝันว่ามีรสนิยมแบบนี้ด้วย ? แต่ดูเหมือนจะนิสัยเสียอยู่หน่อยๆ เพราะกวนโอ้ยจนน่าต่อย “ยินดีกับคู่รักใหม่ด้วยนะคะ ” โดยส่วนตัวแล้ว.. เธอค่อนข้างเอนเอียงไปในทิศทางสาววาย อยู่ๆมีเหตุการณ์ร้อนแรงเกิดขึ้นก็จะปิดตาไม่มองความนิสัยที่ไม่น่ารักนั้นก็แล้วกัน


         “อัลมาส.. นายทำตามมิชชั่นไปแล้วใช่ไหม พาน้องสาวฉันออกไปหาชุด เรื่องตรงนี้.. เดี๋ยวจัดการเอง” เสียงหักกระดูกนิ้วกร๊อบแกร็บของแมคเจลเลนดังขึ้นถี่ๆ เหล่าคนในงานต่างหูตาพร่างพราวเดี่ยวคงได้เรื่องเด็ดประเด็นดังไปเม้าท์มอยกันอีกแน่ๆ


         “หวังว่าคงเตรียมใจก่อนเหยียบเข้ามาในวิลล่านี้แล้วนะ.. นิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส…” ประกาศชื่อศัตรูให้รู้กันถ้วนทั่ว คล้ายพวกเขาจะลืมไปว่าศพของพ่อยังนอนโชกซอสแดงอยู่หน้าประตู


         “............” เรียกเป็นเพื่อนเล่นเลย ฉันรุ่นพ่อนายนะไอ้หนูหัวเงิน


         “คุณหนูครับเชิญทางนี้” เชอวาลิเย่ร์ประจำตัวย่อมปกป้องทั้งร่างกายและชื่อเสียงของเจ้านาย ดังนั้นเขาจึงคิดจะพาเป้าหมายออกไปจากบริเวณนี้แต่แรกแม้ว่าเธอจะอยากตามติดขอบจอฉากเร่าร้อนนี้แค่ไหนก็ตาม


        “พี่แมคดูจะยั่วสุดๆเลยไม่ใช่หรอนั้นน่ะ”เอลเมอร์ที่ยืนกอดแขนพี่สาวตัวเองอยู่พูดออกมาพร้อมร้อยยิ้มสดใส “แต่ผมก็เหมือนกันนะถ้าพี่เอลไปแอบมีหนุ่มๆ ผมต้องยั่วมากๆแน่เลย เนอะ”


        “แล้วแกมายุ่งอะไรว่าฉันจะไปกุ๊กกิ๊กกับใครทำไมมิทราบห๊ะ ตั้งใจเรียนหนังสือไปเถอะ”เอลล่าหัยไปดุน้องชายตัวเองพร้อมยกมือขึ้นมาดีดแรงๆไปที่กลางหน้าผาก ดวงตาสีฟ้าอมเทาเหลือบมองไปยังกองศพที่ยังคงนอนกองอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครคิดจะเก็บกู้ ‘มันน่าซ้ำให้มีรูพรุนหลายๆรู’


        “โอ้ยย พี่ใจร้าย”


          โอเค ยููเฟเมียเริ่มจะไม่ชอบหน้าประธานเพลย์บอยอยู่หน่อยๆ หญิงสาวถอนหายใจก่อนที่จะเบนสายตาไปทางอื่น เธอไม่ได้ชอบความวุ่นวาย ยิ่งเป็นความวุ่นวายประเภทนี้ก็ยิ่งไม่ค่อยอยากจะยุ่ง แต่พอได้ยินชื่อเต็มของประธานเพลย์บอย ทุกสิ่งก็พลิกไปทันที “เดี๋ยวก่อนนะ.. เขาคือนิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส ?”


         “รู้จักหรอ? ก็ไม่แปลก… นั่นคู่แข่งทางการค้าพวกเรา”


         โอเบรอนแย้งขึ้น “เรียกคู่ค้าจะถูกกว่านะน้องชาย” แม้ในใจจะกาหัวเรียบร้อย


          “ โอ้… ไม่น่าเชื่อเลย เขามีความกล้าพอจะสารภาพรัก มีความกล้าพอจะพูดจาอวดดี แต่ไม่มีความรับผิดชอบพอจะทำในสิ่งที่ควรทำงั้นสิ ? ฮะ.. ตลกเป็นบ้า ” หญิงสาวลูกครึ่งเอเชียกอดอกพร้อมกับยกมุมริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ออกแนวเหยียดมากกว่าปกติ.. คะแนนความชอบติดลบจนถึงคขั้นกู่ไม่กลับ ยูเฟเมียขยับเดินไปหาเจ้านายที่เป็นคนเริ่มประกาศสงครามด้วยท่าทีที่ต่างจากปกติ “ตอนแรกว่าจะห้าม แต่ตอนนี้.. ฝากจัดการทีนะ เขามีคดีกับฉันอยู่”
         
         “คุณพระ.. นั่นมันประธานเครือเพลย์บอยจริงๆ ด้วย” เหล่าแขกเหรื่อเริ่มซุบซิบ


         “แปลก ที่ผานมาเขาแทบไม่ยอมโผล่ไปงานไหนเลยนี่นา ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้…”


          เซบาสเตียนยกนาฬิกาขึ้นมาเพื่อตรวจดูเวลา เพื่อที่จะไม่ให้ทุกอย่างวุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาจำเป็นจะต้องนำคนๆนึง ออกไปทำตามมิชชั่นที่มีอยู่ในกระดาษ “ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะครับ รบกวนคุณผู้หญิงช่วยไปกับผมหน่อยนะครับ ถึงเวลาที่จะต้องย้ายไปห้องสำหรับทำตามข้อความในกระดาษของคุณแล้วล่ะครับ”


          ยูเฟเมียถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องไป นัยน์ตารัตติกาลฝากความหวังไว้ที่เจ้านายของตัวเอง หัวหน้าบ้านพักสตาร์ลิ่งของสถาบัน HOJ คนนี้ยังมีเรื่องต้องสะสางกับนิเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส แต่น่าเสียดายจริงๆที่เวลามันไม่ประจวบเหมาะ ร่างบางของหญิงสาวลูกครึ่งเอเชียได้แต่หันตัวเดินตามพ่อบ้านออกจากห้องโถงไป


         จุดที่ไม่ทันมีใครสังเกตก็คือเหงื่อเม็ดโตแสดงความลำบากใจของเลขาประธานเพลย์บอย จะสถานการณ์คับขันตรงหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยกอบกู้ก็ดี จะคดีติดตัวเรื่องคุณมิเคล่ากับคืนแรกนั้นก็ใช่ ที่สำคัญคือข้อความภารกิจในมือหัวใจวายตายตรงนี้เลยได้ไหม ‘ผมขอโทษนะครับท่านประธาน’


       โรเบน ข้อความในกระดาษ 'คุณคือบาทหลวงต้องไล่วิญญาณร้ายออกจากคู่รักร่วมเพศทั้งสอง จนกว่าพวกเขาจะได้สติ'



         หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่เลขาหน้ามนก็ฮึดขึ้นสู้ ‘เพื่อกอบกู้ภาพพจน์ท่านประธานและคืนความบริสุทธ์ให้ตัวผม.. เอาเว้ยย!!’ โรเบนหยิบไม้กางเขนของประกอบฉากมาจากไหนไม่ทราบ หลังจากคว้าแก้วน้ำได้แล้วก็ก้าวไปยืนตรงกลางสมรภูมิ


         “ผมรู้สึกได้ว่ามีปีศาจร้ายสิงสู่ในโถงแห่งนี้.. มันจะทำให้พวกคุณแสดงกิริยาแปลกออกไปจากปกติ… เช่นอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย รักร่วมเพศเดียวกัน” ในใจพึมพำคำว่าขอโทษครับเป็นล้าน แต่ใบหน้าของโรเบนยังคงเคร่งขรึมประหนึ่งองค์หลวงพ่อเอกโซซิสสิงร่าง เขาหันมือข้างที่ถือไม้กางเขนไปยังบอดี้การ์ดของเอลล่า


         “ในนามของพระเจ้า!! ขอสั่งให้ปีศาจร้ายจงออกไป!!!” ตะโกนลั่นพร้อมเชิดสะบัดไม้กางเขนกลางอากาศด้วยท่าทางสุดเฟี้ยวฟ้าว
         
         “...............” แมคเจลเลนและคนในงาน ‘บ้าอะไรวะเนี่ย’


        “ผมต้องร้อนไหม หรือต้องกรีดร้องแบบผีในหนังครับ”ฮิโระมองไม้กางเขนในมือของชายคนหนึ่งที่ยกมือปาดซ้ายปาดขวาอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก


         “พลังชั่วร้ายนี้แข็งแกร่งเกินไปสินะ.. งั้นต้องมีตัวช่วย!!”


         โอเบรอนมองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาว่างเปล่า “สงบสติก่อนสิโรเบน”


         กลับกันเลขาของเขาไม่ยอมหยุดทั้งยังคว้าเกลือหอมพร็อบประกอบฉากมาใส่ในแก้วน้ำ อมมันเข้าไปทำปากขมุบขมิบๆ จากนั้นสแปลชใส่ทั้งเจ้านายและชายบอดี้การ์ดประหนึ่งฝนทิพย์ชโลมหน้า “ปีศาจร้ายจงออกไป!!! ปีศาจร้ายจงออกไปๆๆ” คอมโบการอมน้ำเกลือแล้วพ่นซ้ำทำเชนดาเมจรัวๆ ช่วงท้ายคล้ายจะมันส์เข้าว่าควักเกลือแล้วสาดเป็นคริติคอลสไตรค์


         โอเบรอนติดสตั้นท์ไปแล้ว… โรคคลั่งความสะอาดของเขาทำให้นึกขึ้นได้ว่าดีแค่ไหนได้เห็นใบตรวจโควิดของลูกน้องก่อนมางาน สะเก็ดเกลือร่วงกราวจนคนในงานเขยิบหนีไปกองกันที่มุมโถง


        “เฮ้ คุณทำไรเนี่ย มันสกปรกนะ”ฮิโระที่โดนเกลือสแปซจากพระเจ้าร้องตะโกนออกมา ขาสองข้างก้าวถอยหลบเกลือที่พ่นออกมาจากปาก ตามด้วยสารพัดเกลือที่ไม่รู้อีกฝ่ายหามาจากไหนมาปาใส่ไม่หยุด


        “ถึงจะปลดล็อคดาวน์แล้ว แต่ทำแบบนี้มันเสี่ยงแพร่เชื้อโควิดนะครับ!”


         “อี้ยยยย สกปรก!!!”เอลล่าร้องโวยวายออกมาพร้อมกับหิ้วน้องชายโดดหยงหลบวงสแปรซไปอยู่หลังพี่แมค


         “ก… นี่แก!! พอสู้ไม่ได้ก็ใช้อาวุธชีวภาพงั้นหรอ หยุดเดี๋ยวนี้นะเฮ้ยย!!” แมคเจลเลนดึงโล่จากรูปปั้นนักรบด้านหลังมาเป็นเครื่องป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ ถึงอย่างนั้นก็คิดว่าทำไมตัวเองไม่งัดหอกมาแล้วปาเสียบรวดเดียวสองหน่อไปเลยให้จบเรื่อง


         ‘นี่ไอ้น้องชายลืมไปแล้วรึไงว่าฉันก็โดนไปด้วย...’ ท่านประธานเพลย์บอยแข็งเป็นหินไปแล้ว รู้สึกขยะแขยงจนอยากเข้าห้องปลอดเชื้อแล้วกรอกเอลกอฮอลทะลวงลำใส้


         พ่อบ้านคนรองส่งสัญญาณมือให้จับแยกโดยทันทีก่อนจะหายนะไปมากกว่านี้

         ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงกว่าเหตุการณ์จะกลับคืนสู่ปกติ ด้วยข้อความในแคปซูลทำให้เหล่าแขกเหรื่อโกลาหลไม่ต่ำกว่าสิบรอบ พวกเขาเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาแล้วว่านอกจากตนจะโดนแกง คนอื่นก็โดนไปด้วยเช่นเดียวกัน หนแรกๆ นั้นชวนให้หวาดหวั่น แต่พอมันดำเนินไปจนสิบยี่สิบรอบ จะคนกรอกหญ้าเข้าปาก สุภาพสตรีที่ชวนให้คนมาดูสีบิกินี่ของตนเอง แม้แต่ผู้เฒ่าอายุเกินร้อยที่ทำตัวเป็นเด็ก ทั้งหมดนั้นเริ่มทำให้แขกในงานเริ่มจิตแข็งและมีภูมิคุ้มกันเรื่องเหนือความคาดหมาย


         แต่ก็มีอยู่จุดหนึ่งที่แทบไม่มีคนสังเกตเลยก็คือ.. ทำไมพวกเขาถึงทำตามกระดาษใบนั้นทั้งที่เงื่อนไขแค่ว่า ‘ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย’ กันล่ะ? คำตอบนั้นใกล้เข้ามาทุกที รอจนกระทั่งมิเคล่ากลับเข้ามาในห้องโถงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง.. และทุกคนก็ได้เห็นว่าเธออยู่ในชุดคอสตูมสาวน้อยเวทย์มนต์เวอร์ชั่นหวิว…


         “ชิ.. ไม่แฟร์เลย สายเดี่ยวของเอลยังดีกว่า” ชุดนั้นสั้นมาก มีแค่บิกินี่และผ้าชีฟองซ้อนกันหลายชั้น ไม่ต้องพูดถึงสีสันนีออนที่เด่นในระยะร้อยไมล์ถ้ามีสไนเปอร์ส่องเธอจากภูเขาอีกลูกแน่นอนว่าเข้าเป้า


        เอลล่าหันมองญาติสาวแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับพึมพัมขึ้นมาเบาๆ “นี่สินะเป้าหมายหลักของงานปาร์ตี้นี้”


        แชะ แชะ


        “น่ารักมากครับพี่มิลลี่”เอลเมอร์ที่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายเเป้นที่เรียบร้อยแล้วพูดออกมาพลางยกนิ้มโป้งชูให้พี่สาวอีกคน “ถ้ามีปีกนางฟ้าน้อยๆด้วย คุณลุงต้องได้ไปสวรรค์แน่ๆครับ”


         “ใส่มาไม่ได้ครับ.. แบบนั้นจะรั้งเสื้อลงไปคงแย่แน่” อัลมาสเป็นคนตอบแทน ดังนั้นอันที่จริงมันมีพร็อบปีกให้สวม น่าเสียดายที่หน้าอกของคุณหนูไซส์เอเชียแต่ชุดในกล่องเป็นไซส์มาตราฐานยูโรเปียน


         “....อึก” ดาเมจนี้รุนแรงกว่าโฮลี่วอเตอร์ของพระเจ้า โอเบรอนกุมอกแน่นส่งสัญญาณให้ลูกน้องเก็บภาพโดยไวก่อนกำเดาจะไหลขึ้นบน ‘สวรรค์.. ใช่ ตายตอนนี้ก็มีเรื่องไปโม้กับยมบาลแล้ว’


         จังหวะมิเคล่าเบปากร้อยที พี่ชายสุดซิสคอนก็ถอดเสื้อนอกออกแล้วจับน้องรักมาทำแคเลฟอร์เนียโรล ม้วนก่อดิบดียังไม่ลืมแผ่รังสีอำมหิตไปทั่วโถง “ขืนยังมองมั่วซั่วฉันจะควักลูกตาพวกนาย และบอกก่อนนี่ไม่ใช่คำขู่”


         แป๊ะ แปะ แปะ…


         เสียงปรบมือนั้นดังมาจากด้านหน้าประตูที่ถูกปิดตาย ประโยคหนึ่งดังตามมาด้วยน้ำเสียงของคนที่ควรนอนกองอยู่บนพื้น “พูดอะไรน่ากลัวแบบนั้นหืมเจ้าลูกชาย… คงไม่คิดจะไล่แขกของฉันกลับไปก่อนดินเนอร์ใช่ไหม”


        “เสื้อน่ะจะห่อไว้ทำไม ถอดออกน้าาา ชุดนั้นน่ะ น้าอุสาห์หามาน้าาาาา”สียงหวานงุ๊งงิ๊งอีกเสียงดังขึ้นแต่ไม่ได้ดังมาจากทางประตูแต่เป็นบนระเบียงชั้นสองของห้องโถง “แลกกับงบซื้ออุปกรณ์ใหม่เลยน้าาา”


         “ในฐานะพี่ชายคงต้องบอกว่าไม่ประทับใจเพราะแทนที่ฉันจะได้ของขวัญ ดันขูดรีดกันแบบนั้น ฮะๆๆ” เสียงเคาะหลังประตูดังขึ้นราวกับปีศาจร้ายกำลังจะออกจากโลง


        “เฮีย ทุกอย่างมันก็ต้องมีการเเลกเปลี่ยน ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ แล้วไอ้ภารกิจให้ลูกสาวน้องไปจุ๊บๆศพเฮียเนี่ย น้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มนะคะ”มิราน่าพูดออกมาพร้อมกับร่างบางที่กระโดดขึ้นไปเดินบนราวระเบียงอย่างไม่กลัวตก รองเท้าส้นเข็มสี่นิ้วเดินก้าวไปตามราวระเบียงอย่างมั่นคง จะมีบ้างที่ร่างบางกระโดดลงไปเดินบนพื้นเพื่ออ้อมเสาแต่ก็ไม่แคล้วกระโดดกลับขึ้นมาเดินเล่นบนราวระเบียงราวแมวนิสัยซุกซน


        “คุณม๊า!!”ทั้งเอลล่าและเอลเมอร์พร้อมเรียกหญิงสาวที่เดินทอดน่องอยู่บนราวระเบียงออกมาอย่างพร้อมเพียง ที่บอกว่าเป็นคุณม๊าเธอเป้นผู้สมรู้ร่วมคิดนี่ ‘เป็นจริงอย่างที่คิด’


         พ่อบ้านเซบาสเตียนเปิดประตูออกปรากฎร่างของบุรุษสูงเพรียวในชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน เส้นผมยาวสลายนั้นเป็นสีเงินคุ้นตากระทั่งช่อบูเก้ประดับอกยังมีเปลือกหอยสีชมพูน่ารักวาววับ แน่นอนจุดที่แขกเหรื่อประหลาดใจไม่ใช่หญิงสาวผมดำผู้เดินตามมาด้วยหรือรอยยิ้มสุดเจิดจ้าตรงนั้น แต่มันคือการที่อีกฝ่ายไร้รอยยขีดข่วนแม้แต่ปลายเล็บ


         “ศพ? บอกไปแล้วนี่ว่าอย่าเล่นกับอาหาร.. เซบาสเตียน นายดูแลเกล่าแขกคนสำคัญของฉันเป็นอย่างดีใช่ไหม?”


         “ครับท่าน ในโถงอาจจะเลอะเทอะเกินไปแต่ผมจัดโต๊ะรับรองไว้แล้วที่สวนครับ” พ่อบ้านหนุ่มคล้ายไม่สะทกสะท้านกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย


          “ระหว่างที่ไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย.. ” หลังจากผ่านช่วงเวลาสยองในอควาเรี่ยม สุดท้ายก็ได้กลับมายืนบนพื้นดีๆสักที นัยน์ตารัตติกาลกวาดมองคนในห้องโถง ยูเฟเมียที่เดินตามคาลิเฟอร์มาตลอดเส้นทางตอนนี้เปลี่ยนไปยืนพิงกำแพง เพื่อสังเกตการณ์อยู่เงียบๆแทน ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อส่วนใหญ่แล้ว เกินครึ่งของบรรดาแขกที่มาในงานวันนี้ ไปในทิศทางตกอกตกใจเสมือนว่าเห็นผี อ่า… แต่มันก็ใกล้เคียงล่ะนะ ในเมื่อคนที่ทุกคนคิดว่าตายแล้ว ดันไม่ตายเนี่ยสิ


         “นี่มันเรื่องอะไรกันครับท่านประธานคาลิเฟอร์” ใช่แล้ว แขกเหรื่อทุกคนพยักหน้า


         “ชิ… ตายยากตายเย็น” แมคเจลเลนปัดเศษเกลือออกจากไหล่ ถอนหายใจอย่างเสียดาย เขาเหลือบมองเด็กฝึกงานที่ตามพ่อตนกลับมาต้อยๆ ก็รู้สึกโล่งไปหนึ่ง ‘เจอคนๆ นั้นแล้วยังกลับมาครบสามสิบสองได้ก็ไม่เลวแล้ว’


         “ป๊ะป๋าาาา” มิเคล่าวิ่งสี่คูณร้อยเข้าไปกระโจนกอดคุณพ่อของเธอแม้จะยังงุนงงอยุ่บ้างก็ตามที สองพอลูกกอดกันกลมท่ามกลางการอ้าปากตาค้างของแขกเหรื่อได้ไม่นาน่ทานประธานก็ได้อ่านสีหน้าแววตาไปทีละราย โดยเฉพาะ ‘โอเบรอน’ ที่แทบสะกดความเสียดายที่ว่าที่พ่อตาตนยังมีชีวิตอยู่ไว้ไม่ได้


         ห้องโถงเละเทะ ห่างจากการก่อวินาศกรรมไปนิดเดียว…


         “ดูจากสภาพแล้วทุกคนใช้พลังงานกันไม่น้อย เริ่มหิวกันรึยัง? ปาร์ตี้ของจริงจะเริ่มแล้วนะ หวังว่าช่วงที่ผ่านมาจะบันเทิงกับ ‘การต้อนรับ’ ของวิลล่าแมฟเวอร์ลินช์”
       
        มิร่าน่าเดินส่ายหัวด๊อกแด๊กลงมาจากบันได แขนทั้งสองข้างอ้ากว้างรอรับลูกสาวลูกชายที่วิ่งโถมเข้ามากอดก่อนจะหันไปหอมหัวลูกๆทั้งสองอย่างคิดถึง ดูสิเนี่ยลุกๆที่น่ารักของเธอมอมแมมหมดเลย ส่งสัยต้องเบิกค่าเสียหาย แล้วก็ค่าทำขวัญให้ลูกสาวที่น่ารักของเธอเพิ่มสะแล้วสิ’


        คุณม๊าคุณลุงให้เอลจูบศพ”เอลล่าที่สอมกอดคนเป็นแม่อยู่กล่าวฟ้องออกมาพร้อมน้ำตาที่คลอไหลออกมาจากหางตา ทำเอาคนเป้นเเม่เห็นก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ต้องยกมือขึ้นลูบหัวลูบหางลูกสาวเป็นการใหญ่


        “ไม่ต้องร้องนะเด็กดี ม๊าจะเรียกค่าทำขวัญแพงๆ”       


         แม้จะใช้เวลาในการทำใจว่าเมื่อครู่นั้นแค่เกม แถม ‘ศพ’ ที่เคยนอนอยู่บนพื้นจะถูกนำออกไปที่ใดไม่ทราบ คราบเลือดยังสดใหม่ ทว่าผู้รับใช้ก็ได้นำทางแขกที่ยังรอดชีวิตไม่หัวใจวายรึหมดสติไปยังสวนด้านหลังที่ติดกับสระว่ายน้ำ บริเวณนี้เข้าใกล้คำว่า ‘ปาร์ตี้ปกติ’ นั่นคือมีทั้งบุฟเฟต์จากสตาร์เชฟ ฟองดูว์ช็อคโกแลต 9 ชั้นในตำนาน ของประดับหรูหราทว่าชวนหลอนแถมยังหยิบกินได้ ธีมงานเลี้ยงในสวนและน้ำพุแชมเปญกว้างพอให้คนลงไปแช่


         แต่พ้อยท์สำคัญของอาหารไม่ได้อยู่ตรงนั้น… มันกลับเป็น ‘ศพ’ คนเดียวและคนเดิมในห้องโถง ถูกนำมาตรึงไว้ที่โต๊ะใหญ่ใจกลางงาน สภาพของเลือดที่ยังคงเจิ่งนองจากการยิงถล่มของ ‘มิราน่า แมฟเวอร์ลินช์’ ยังประกอบด้วยเทียนอธิษฐานหลากสีสันราวกับสายรุ้งปักตามรูกระสุน


         “อ่า.. จะเรียกค่าทำขวัญก็ขอเก็บค่าชดเชยที่ทำให้สเปเชี่ยลเมนูของวันนี้ทานยากขึ้นนะน้องสาว สุดที่รัก”


        “อะไรอ่ะ ไม่แฟร์ เฮียอย่ามาขี้โกงหมกเม็ดนะ ฉันก็ทำตามออเดอร์พี่แล้วไง แค่ระบายความอัดอั้นตันใจใส่นิดๆหน่อยๆเองนะ เงินเฮียเยอะจนจะเอาไปจุดไฟคลายหนาวได้แล้ว เอามาเปย์น้อง เปย์ลูกหลานหน่อยจะเป็นอะไรไป”มิราน่าบ่นออกมาขณะเดินจูงมือลูกชายลูกสาวทั้งสองคนไปนั่งยังโต๊ะอาหารในตำแหน่งของตัวเองซึ่งลดหลั่นกันไปตามบรรดาศักดิ์


        จริงๆแล้วสามีเธอจะต้องมาด้วยเเต่ดันติดปัญหาธุระด่วนจนมาไม่ได้นิสิ ไอ้พวกมดปลวกนั้นช่างขัดเวลาครอบครัวจริงๆ กลับไปแม่จะกวาดทิ้งลงถังให้หมด หึ!!!


         พ่อบ้านเซบาสเตียนก้าวออกมาจากด้านหลังของเจ้านาย เขาผายมือไปยังศพบนโต๊ะและเริ่มแนะนำจานเด็ด “นี่คือ ‘เค้กคาลิเฟอร์’ สูตรพิเศษของตระกูลเราครับ ทุกส่วนทำจากไบโอเซลที่ปรุงรสขึ้นมาทำให้สมจริงและสามารถทานได้ เมื่อผ่าลงจากเปลือกนอกเข้าไปแล้วด้านในอวัยวะถูกแทนที่ด้วยซีฟู้ดชั้นหนึ่ง.. แน่นอนว่าเรามีซอสที่เข้ากันเตรียมไว้ให้ทุกท่านตามความชื่นชอบแล้วครับ”


         “งั้นฉันตัดเค้กเลยแล้วกัน ทุกคนคงหิวกันแล้ว”


         ระหว่างหยิบอุปกรณ์ยังนึกเสียดายอยู่บ้างที่เซเลน่าลูกสาวอีกคนไม่ได้มางานวันเกิด บ้านอื่นใช้มีด บ้านนี้ใช้สปาต้าเป็นตัวตัดเค้ก เมื่อคาลิเฟอร์ผู้มีสีหน้าชื่นมื่นลงมือสับกลางลำตัว ‘เค้ก’ น้ำพุซอสแดงรสไวน์ก็ทะลักใส่เสื้อสีขาวของเขาจนดูคล้ายฆาตกรโรคจิต


        “ที่เอลจูบไปนั้นเค้กหรอ ใช่หรอ มันไม่เห็นเหมือนสักนิด ไหนจะกลิ่นคาวเลือดที่ดูยังไงมันก็เลือดจริงๆไม่ใช่หรอคะ”เอลล่ากล่าวออกมา แล้วมองดูลุงตัวเองที่เอาสปาต้าเฉาะร่างตัวเองด้วยสีเป็นสุข โอ้ก๊อด


         มิเคล่าลูบหน้าจรดปลายคางตัวเอง.. ตกลงว่าปะป๊าทำอะไรกับออเดอร์เค้กวานิลลาสอดใส้แกงเขียวหวานของเธอกันแน่ ทำไมมันออกมาพิศดารได้ระดับนี้.. อัลมาสเห็นคุณหนูดูเศร้าๆ เขาเข้าใจจึงไปเตรียมถุงกระดาษไว้กันเหนียว ด้านแมคเจลเลนนั้นลากให้ลูกจ้างสาวมานั่งด้วยเพื่อที่ว่าหากหล่อนสยองจนร่วงกลางอากาศจะได้คว้าทัน


         “ใช่สิจ้ะหลานรัก.. ถึงเลือดรสไวน์จะยังไม่วางจำหน่ายแต่ก็เป็นหนึ่งในผลิตภันต์ของตระกูลเรานะ” คาลิเฟอร์ดูดนิ้วที่เปื้อนซอสแดงนั้นอย่างอารมณ์ดี รสชาติชวนหลงใหลแบบนี้จัดว่าเชฟผลิตมาตามสเปคเป๊ะๆ จากนั้นเขาล้วงมือลงไปหยิบเอาส่วนบริเวณตับอ่อนออกมาและวางใส่จานของน้องสาวกับหลานสาว “ฉันจำได้ว่าบ้านเธอชอบเป่าฮื้อ? นี่ไง ตุ๋นซุปอย่างดี เคี่ยวสามวัน ตัดให้เข้ารูปแล้วเหมือนตับอ่อนฉันจนแทบแยกไม่ออก”


        “ใช่แล้วเอลลี่ เอลลี่ต้องลองเปิดใจดูนะ”มิราน่ากล่าวบอกับลูกสาว มือก็หยิบเอาส้อมเงินขึ้นมาถือก่อนจะปักฉึกแรงๆลงไปที่บริเวณดวงตาแล้วควักเอาเค้กทรงลูกตาที่เชฟแต่งทุกอย่างออกมาได้เหมือนสุดขนาดๆเนื้อเยื่อและซอสเลือดที่ทะลักออกมายังเหมือน โยนเข้าปากเคี้ยวหยับๆ


        “ขอบคุณน้าเฮีย รักเฮียจัง”


          รับไม่ได้.. ยูเฟเมียเบือนหน้าหนีเค้กสุดพิเศษที่เป็นรูปเจ้าของงานวันเกิด เดิมทีเธอก็คลื่นไส้กับการเกาะครีบฉลามอยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องมาเห็นภาพชำแหละเค้กระยะประชิด ใบหน้าหวานเบือนไปทางอื่นก่อนจะยกมือขึ้นป้องปาก ไม่เอาแล้วอ่ะ ! อยากกลับบ้าน ใครก็ได้ส่งฉันกลับบ้านที !


         “อ๊ะ.. จริงด้วย คราวนี้เจ้าลูกชายพาแขกส่วนตัวมา อยู่ตรงนี้เองสินะ เธอชอบซีฟู้ดเหมือนบ้านฉันเลย ต้องเป็นส่วนที่พิเศษ… อ่ะ เจอแล้ว” เพื่อแสดงถึงความใส่ใจของเจ้าบ้าน ใครกันจะเชื่อว่าคาลิเฟอร์ลงทุน ‘ตัดเค้ก’ เดินแจกเองทั้งงาน บ้างได้นิ้ว บ้างก็ได้หู ส่วนน้องสาวคว้าลูกตารสราสเบอร์รี่ไปกินแล้ว ท่านประธานปีศาจคิดอยู่ไม่นานจากนั้นก็ตัดลำคอเค้กเพื่อล้วงเอากล่องเสียงที่ทำจาก ‘หอยเชลล์อบเนย’ มาให้ยูเฟเมีย


         “ขอให้อร่อยนะ ส่วนนี้เป็นเนยจากนมวัวของแลปฉันเอง เลี้ยงด้วยส้มรับลองไม่เลี่ยน”


          “ก เกรงใจจังเลยค่ะ...” ยูเฟเมียเรียนหมอ เธอเคยทำงานกับศพ แต่ไม่ถึงขั้นเห็นการชำแหละเอาชิ้นส่วนร่างกายออกมา ถึงแม้ว่านี้มันจะเป็นของกิน แต่ก็สยองเกินไปแล้ว !! นัยน์ตารัตติกาลสั่นไหวก่อนที่เธอจะต้องจำใจยื่นมือสั่นๆไปรับเอาจานเค้กมา กินไม่ลง ต่อให้หลับตาก็ทำใจกินไม่ลง บ้านนี้มันพิศดารเกินความคาดหมาย ริมฝีปากบางถูกเม้มกัดจนเป็นรอยจางๆ อดทนไว้ อย่าเผลอคลื่นไส้ขึ้นมาเชียวนะ !


        “นี่ๆ นี่หนูน่ะ”มิราน่าละความสนใจจากของกินบนโต๊ะหันไปมองแขกของหลานชาย “หนูเป็นแฟนแมคกี้หรอ ยินดีต้อนรับสู่ตระกูลนะ ได้กันเร็วๆล่ะ คุณม๊าอยากอุ้มหลานแล้ววว”ไม่ว่าป่าวมือยังคงสาระวนอยู่กับการตัด (ชำแหละ)เค้ก(ศพ)พี่ชายส่งให้เอลล่าและเอลเมอร์อย่างหน้าชื่นตาบาน โดยที่ไม่ลืมให้ลูกสาวตักเอาส่วนลำไส้ที่เป้นปลิงทะเลตุ๋นไปให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มที่หลบอยู่ซอกมุมห้องด้วย


          “ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันไม่มีความคิดจะรู้จักกับคุณแมคเจลเลนด้วยสถานะคนรักแน่นอน..” ปัดตกความเข้าใจผิดอย่างรวดเร็ว หัวเด็ดตีนขาดเธอก็ไม่มีทางที่จะคิดเอาคนแบบแมคเจลเลนมาทำแฟนแน่ นัยน์ตารัตติกาลเบนออกไปมองในทิศทางอื่น คนส่วนใหญ่ก็มีความพะอืดพะอมกับเค้กคาลิเฟอร์สุดพิเศษนี่กันทั้งนั้น ยูเฟเมียเก็บความหวั่นใจลงไปให้ลึก ก่อนที่จะยังคงนั่งรักษาท่าทีใจเย็นแบบนี้ต่อไป แม้ว่าหลายครั้งจะเผลอหลุบตาลงไปมองกับอาหารพิศดารบนจานของตัวเองก็ตาม


        “เห๊…. ไม่ต้องอายหรอกน๊าา น้าเห็นมาเยอะพูดแบบนี้ทีไรได้กันทุกที เนอะเฮียยยย”


         “....วัยรุ่นนี่ดีจังเลยน้า” คาลิเฟอร์ยิ้มเรียบๆ หากไม่มีใครทันสังเกตว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงแววตา โดยเฉพาะเมื่อมองลงยังลูกชายตนยิ่งเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกระดับ ‘แน่นอน.. คนที่ยินดีที่สุดก็คือฉันถ้าเจ้าลูกชายยอมมีเจ้าสาวสักที’


         “เธอเป็นเด็กในปกครองของผม น้าไม่ต้องห่วงหรอกพวกเอลผลิตหลานให้อุ้มก่อนแน่ๆ” ไม่บ่อยนักที่แมคเจลเลนจะยื่นมือเข้าช่วยใครโดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นสตรี มองสีหน้าพะอืดพะอมของเจ้ากระรอกเสียขวัญ ตัวเขาทำได้แค่หัวเราะในใจ ตักเอาหอยเชลล์ในจานหล่อนมาเคี้ยวหน้าตาย โดยไม่ลืมวางช็อคโกแลตทรัฟเฟิลแฟนซีลงบนจานของเธอแทน




          หอยเชลล์น่ากลัวหายไปแล้ว… หญิงสาวลูกครึ่งเอเชียเหลือบตามองผู้ช่วยเหลือด้วยแววตาขอบคุณ ที่จริงแล้ว ความอยากอาหารของเธอมันลดฮวบไปนาน แต่ก็รู้ตัวว่าในเมื่ออยู่กลางสถานการณ์แบบนี้ก็ควรจะต้องกินให้พอเป็นมารยาท.. ดังนั้นช็อคโกแลตทรัฟเฟิลแฟนตาซีที่พึ่งจะได้มาจึงถูกตักให้พอดีคำและส่งตรงเข้าปากไปในทันที ต้องยอมรับว่ารสชาติสมกับเป็นอาหารในปาร์ตี้ระดับสูง ชีวิตนี้จะหากินอีกคงจะลำบากสำหรับเธอ


        “หืมมมม...เป็นแบบนั้นหรอ แมคกี้เนี่ยก็มีนิสัยไม่ดีเหมือนกันนะ หุหุหุ”มิร่าน่ากล่าวก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วยกมีดจิ้มคว้านค้อนเค้กจนซอสสีแดงสดไหลนองออกมาแล้วเอาแก้วไปลองจนได้มาเกือบเต็มแก้ว


        ซอสราสเบอรี่สีแดงสดไหลจากแก้วจรมลงริมฝีปากบาง ดวงตาสีทองสว่างหรุบมองไปยังลูกสาวตัวเองก่อนจะแลบลิ้นเลียคราบซอสหวานที่ติดอยู่มุมปากไปกิน


         “ผมเป็นแมฟเวอร์ลินช์นี่ฮะ” แมคเจลเลนยักไหล่ตอบส่งๆ โดยไม่ลืมหยิบช็อกโกแลตทรัฟเฟิลอีกสองลูกวางให้กับมิเคล่าและเอลล่า เพราะเมื่อเขาเห็นชิ้นส่วนที่พ่อบังเกิดกล้าตัดเลือกให้น้องสาวแล้ว เธอคงจะฝันร้ายแน่ๆ คืนนี้


         “....หัวใจเนี่ยนะ โอ้ย ขอร้องล่ะ!!”


         สะอึกสะอื้นกุมกางเขนตอนนี้คงไม่ทันเสียงหวีดร้องส่งไปไม่ถึงสวรรค์ พระเจ้าของคริสต์คงกำลังสาปส่งเธออยู่คุณพ่อถึงได้ช้อนเอาส่วนสำคัญมาให้เธอด้วยสีหน้าตื่นเต้น


         “เบค่อนกริลมอสซาเรลล่าชีสไงมัฟฟินน้อย ดูเส้นเลือดพวกนี้สิผลงานชิ้นโบว์แดงเลยนะ ปะป๊าทำวงจรพิเศษให้มันดิ้นตุ้บๆ ตอนกำลังกัดลงไป รึอยากได้เทาซันด์ไอแลนด์ซอสมาจิ้มด้วย?” แลดูจะภูมิใจเป็นพิเศษกับเรื่องนี้ สายตาของอัจฉริยะและคนบ้ามันมีเส้นกั้นบางๆ โดยเฉพาะคาลิเฟอร์ที่มองทุกอย่างเป็นศาสตร์บูรนาการร่วม เขาดูจะชอบเท็กเจอร์ของกล้ามเนื้อหัวใจในอาหารมากทีเดียว


         ด้านข้างที่คนเป็นพ่อจัดการป้อนหัวใจลูกสาวพร้อมรอยยิ้ม อีกมุมหนึ่งมิเคล่าโวยวายไม่หยุดก่อนจะวิ่งไปที่น้ำพุแชมเปญเพื่อล้างคอ


        “ขอบคุณค่ะพี่แมค”เอลล่ากล่าวขอบคุณพี่ชายของบ้านก่อนจะหันไปมองน้องชายที่กำลังลังเลกับส่วนปอดที่เป็นกระเพาะปลาน้ำแดงอยู่ ซึ่งดูแล้วเจ้าตัวก็นั่งทำใจอยู่ตั้งนานกว่าจะทำใจเอาช้อนตักมันขึ้นมาเข้าปากได้ ส่วนเธอขอนั่งกินของที่มันดูเหมือนของกินปกติดีกว่า แต่ก็ไม่วายโดนคุณม๊าตักเอาส่วนแปลกๆมาใส่จานให้เธอกินอีก แล้วเธอเลือกอะไรได้ไหม


         หันมามองทางฝั่งโอเบรอน… ชิ้นส่วน ‘นั้น’ ถูกวางไว้บนจาน ถ้าหากโรบนจำไม่ผิดนี่คือหอยงวงช้างที่ขนาดใหญ่ผิดปกติ คาลิเฟอร์ผู้นั้นบอกเขาว่า ‘หลังจากได้รับชมและได้ยินเรื่องในโถงแล้ว เชื่อว่านายจะชอบส่วนนี้มากกว่าแขกคนอื่นในงานสินะ’ มันถูกตุ๋นซอสแดงจนชุ่มชื่นเรื่องราคาไม่ต้องพูดถึง ปัญหาคือความหมายของอีกฝ่าย..คงจะทราบแล้วสินะว่าเป็นเป็นคนปล้น ‘คืนแรก’ ของลูกสาวสุดที่รักไป


         “โรเบน…”


         “ขอปฎิเสธครับท่าน สิ่งนี้เป็นประธานคาลิเฟอร์ตักมาให้ด้วยตนเอง หากไม่ทานล่ะก็อาจทำให้เกิดความหมางใจนะครับ”


          แค่อีกฝ่ายอ้าปากเลขาหนุ่มก็คาดเดาได้ว่าเจ้านายจะสั่งให้ตนกินแทน ช่อยไม่ได้นะ ต่อให้สิ่งนี้จะรสชาติเยี่ยมยอดขนาดไหนแต่การรับประทานอาหารหน้าตาเหมือน ‘อันนั้น’ กลางงานเลี้ยงใหญ่มันก็…


         เครื่องดื่มเริ่มทยอยมาเสริฟ มีหลากหลายแบบให้เลือกเพื่อความคึกคัก เหล่าบริการเดินสายนำแชมเปญ ไวน์ คอกเทล หรือแม้แต่โซจูเข้ามาให้แขกทุกท่านได้เลือกตามความชอบ บาร์เทนเดอร์ประจำการริมขอบสระ แม้แต่เหล่าเมดและคนงานหนุ่มในเวลาปกติยังใส่ชุดคอสตูมมาเล่นน้ำลอยคอกันกลางสระ เป็นอาหารตาให้แขกกันไม่เว้น


         เคยมีคำร่ำลือว่าวิลล่านี้คัดพนักงานด้วยหน้าตา


         นั่นไม่จริงเสมอไป เพราะการจะอยู่รอดในตระกูลนีได้จะเป็นต้องใช้ ‘กึ๋น’ ที่เพียงพอ


          หลังจากที่หญิงสาวลูกครึ่งเอเชีย ซึ่งไม่ได้มีข้อเกี่ยวข้องอะไรใดๆ กับครอบครัวแมฟเวอร์ลินช์ ได้สังเกตการณ์อยู่สักพักใหญ่ เพราะเหมือนว่าทุกอย่างมันเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทาง เธอเองก็ไม่คิดที่จะกินอาหารหรือขนมอะไรเพิ่ม อาจจะยกเว้นพวกเครื่องดื่มเอาไว้ ดังนั้นก่อนที่เธอจะเอาตัวเองไปปล่อยกินดื่มให้เมา ก็สมควรจะทำเรื่องที่ควรทำให้ลุล่วงก่อน ภายในมือของหญิงสาวมีกล่องของขวัญวันเกิดขนาดกลางอยู่ เป้าหมายของเธอคือเจ้าของวันเกิด


          หลังจากยืนรอมาหลายนาที สุดท้ายก็คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เหมาะสมในการจะเข้าไปให้ของขวัญ ตามที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ในห้องอควาเรี่ยม “ท่านประธานใหญ่คะ.. ขอรบกวนเวลาสักครู่” น้ำเสียงนุ่มใสเอ่ยทักเจ้าของงานวันเกิดด้วยความนอบน้อมเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าเธอจะลงไปร่วมให้อาหารฉลามกับเขามาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเกรงใจในบางช่วงเวลาอยู่ดี..


          “หืม.. อ้าว ว่าไงเด็กน้อย อยากได้ชิ้นส่วนไหนเพิ่มไหม?” ประธานปีศาจส่งยิ้มพ่อพระช่างเป็นภาพที่ขัดกันทว่าลงตัวอย่างบอกไม่ถูก เจ้าของวันเกิดหลังไปทักทายกับแขกในงานจนแทบจะครบทุกคนแล้วยังไร้วี่แววของอาการอ่อนล้า มีก็แต่ดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย ‘เข้าสังคมแบบพวกมนุษย์นี่..พอขาดเธอไปสักคนจะกี่ร้อยปีก็ไม่ชินเลยจริงๆ นะ แคลร์’


          “ไม่ได้ตั้งใจมาขอส่วนไหนเพิ่มหรอกค่ะ.. แต่ว่าก่อนหน้านี้ทำได้แค่บอกว่าสุขสันต์วันเกิดสินะคะ ? แต่ว่าฉันไปหยิบของขวัญที่บอกไว้มาให้แล้ว.. ” สุดยอด ประธานใหญ่ทั้งๆที่ตระเวนแจกเค้กแขกไปทั่วงานก็ยังดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด.. กล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีครีมอ่อน ถูกยื่นส่งให้กับเจ้าของงานวันเกิด ของขวัญที่มาจากคำพูดของเจ้านาย ของที่ไม่คิดจะซื้อเข้าบ้าน.. ในตอนแรกก็สงสัยเหตุผล แต่พอมาเจอกับตัวเองก็เริ่มเข้าใจ ของขวัญธรรมดา กับบ้านแมฟเวอร์ลินช์บางทีอาจจะเข้ากันไม่ได้ล่ะนะ..


           “เธอเลือกก็จริงแต่เงินผมซื้อเท่ากับว่าเป็นของขวัญจากเรา” ตอนนั้นเองแมคเจลเลนก็ลุกตามมาด้วย แน่นอนเรื่องเลือกของขวัญวันเกิดให้พ่อตัวเองสุดจะไร้สาระ เขาไม่เสียเวลาทำเองแน่นอนที่สุด “ได้ยินว่ามิลลี่แอบให้ป๋าไปแล้วตอนเช้า อย่าเอามาเปรียบเทียบกันเชียว”


          “ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะลูกชาย… แต่เน็คไทลายเจลลี่บีนกลิ่นลาเวนเดอร์ก็ดีกว่าปีก่อนที่เป็นคุ๊กกี้ใส้นัตโตะล่ะนะ” พูดถึงของขวัญจากลูกสาวสุดรัก ท่านประธานคิดแล้วจะใส่ไปเข้าแลปอวดพวกมนุษย์ในบริษัทวันรุ่งขึ้น แม้ว่าสีของถั่วจะดูเอเลี่ยนไปหน่อยก็ตาม มันช่างสร้างสรรค์ดีเหลือเกิน แค่คิดว่าสีหน้าพวกลูกทีมจะเป็นแบบไหนตอนที่เห็นก็สนุกแล้วสิ


         “คุณแมคเจลเลนให้โจทย์เลือกของขวัญที่ค่อนข้าง ‘พิเศษ’ มากเลยล่ะค่ะ.. หวังว่าจะถูกใจนะคะ.. ” รอยยิ้มเบาบางที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งๆที่ในกล่องของขวัญคือ ช้อนส้อมสำหรับลดน้ำหนัก แต่ค่อนข้างที่จะเป็นช้อนส้อมไร้ประโยชน์เพราะใช้งานจริงไม่ได้ เนื่องจากตัวช้อนก็มีรู้โหว่กว้างตรงกลาง ส้อมเองก็ปลายหักจนจิ้มอะไรไม่ได้ เป็นของไร้ประโยชน์ที่มีเพื่อแกล้งคนอื่นโดยเฉพาะ..


          “นี่มันเยี่ยมมาก.. ผู้ช่วยฉันกำลังบ่นว่าอยากลดน้ำหนักอยู่พอดี สิ่งนี้คงมีประโยชน์กับหล่อน ขอบใจเด็กน้อย.. ชักเสียดายแล้วสิที่ให้แค่กล่องเสียง เธออยากได้ลิ้นไก่ของฉันเพิ่มไหม?” ไอเดียการเลือกของขวัญแสดงออกถึงความสร้างสรรค์ผู้ให้ เด็กคนนี้มีแววจนคาลิเฟอร์นึกอยากชวนมาทำงานในแลปของตน


          “อ๊ะ.. อย่าเลยค่ะ ฉันเองก็ทานจนอิ่มแล้ว ขอรับไว้แค่ความรู้สึกแล้วกันนะคะ” ยูเฟเมียปฏิเสธอย่างว่องไว แม้ว่าใบหน้าจะยังคงประดับรอยยิ้ม กับแววตาปลอดโปร่งที่ดูมั่นคง ตอนนี้เธออย่างวิ่งไปกระโดดใส่มิลลี่แล้วซัดแชมเปญสักสองสามแก้ว ทำไมยิ่งอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังสูญเสียคำว่า ‘ปกติ’ ไปเรื่อยๆ ยังไงก็ไม่รู้..


          งานเลี้ยงก็ดำเนินมานานเห็นที่ก็คงได้ฤกษ์มอบของขวัญให้กับเจ้าของวันเกิดแล้ว เอลล่ามองดูคุณลุงที่เดินวนแจกเค้กร่างตัวเองเสียรอบงานจนได้ฤกษ์ดีที่ต้องเอาของขวัญที่เธอคิดแล้วคิดอีกว่าจะซื้ออะไรให้ 'เลือกยากเสียยิ่งกว่าคิดสมการเลขวิชาคณิต แต่สุดท้ายก็หาซื้อมาจนได้แหละ


          "คุณลุงสุขสันต์วันเกิดค่ะ"เอลล่ากล่าวเสียงเบาแล้วยืนกล่องของขวัญกล่องน้อยๆให้ ด้านในเป็นกลัดสำหรับติดไททำจากทองคำขาวฝังเพลงบลูออฟโจเซฟินที่หาอย่างยากและโคตรแพงให้ ด้านในทำการเลเซอร์ด้วยเทคนิคพิเศษเป็นรูปตัวMที่ด้านใน


          “โอ้ น่ารักจริงๆ หลานเอล พอดีเลยได้ใช้คู่กับไทค์ที่เจ้าลูกสาวให้ เหมือนนัดกันมานะเนี่ย.. จะสั่งหัวหน้าเธอเพิ่มวันพักร้อนให้แล้วกัน” ดีดนิ้วเปาะเดียวหลังรับของขวัญ ข้อมูลนี้ก็ถูกส่งเข้าเครื่องของผู้จัดการร้านจิวเวลรี่พอดี บ่งบอกว่าคาลิเฟอร์ใจป๋าแค่ไหนกับหลานสาวเพียงหนึ่งเดียว


          "จริงหรอคะ ลุงไม่หลอกนะ เยสสสสสส!!!!!"เอลล่ากำมือชูขึ้นฟ้าแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ ในที่สุดก็ได้พักร้อนเพิ่ม ฮาวายจ้าฉันมาแล้ววววว


        ทางด้านเอลเมอร์ เพราะเขายังเด็กยังไม่มีงานหรือเงินเก็บของขวัญที่เอามามอบให้คุณลุงครั้งนี้จึงเป็นของที่พ่อของเขานั้นฝากมาอีกที ซึ่งมันก็กองรวมอยู่กับของคุณม๊าเขานั้นแหละ


          เด็กก็ให้ขอขวัญไปแล้ว ถึงตราวผู้ใหญ่ มิราน่ายันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินตัวเปล่ายิ้มแฉ่งไปหาผู้เป็นพี่ชายก่อนจะกระโดดหอมแก้มอีกฝ่ายไปฟอดใหญ่
          
          "สุขสันต์วันเกิด ของขวัญเฮียเป็นจูจุ๊บจากน้องสาวที่น่ารัก"มิราน่าว่าอย่างอารมณ์ดีโดยที่ตัวเธอนั้นยังไม่ยอมปล่อยกอดจากผู้เป็นพี่ชาย ก่อนอาศัยจังหวะมุมอับกระซิบเบาๆที่ข้างหู "ของขวัญน้องทิ้งไว้ห้องใต้ดินนะ" แล้วจึงค่อยผละออกเดินไปยืมรวมกลุ่มกับลูกๆ


          “ไม่ใช่ว่าเธอให้ฉันไปแล้วหรอ? ตั้งหลายร้อยเม็ดแนะ ดีที่แขกในงานไม่ติดคอกัน” ความเกลือนั้นไม่มีใครเค็มไปกว่าน้องสาวเขา ตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ แทนความรักความขอบคุณ หากจำไม่ผิดเมื่อศตวรรศก่อนเธอเคยห่อบ๊วยให้เขาเม็ดหนึ่ง แต่อย่างว่าล่ะ เป็นพี่น้องกันมานาน สิ่งไหนที่ให้ได้ก็เคยให้ไปหมดแล้ว.. แต่ห้องใต้ดินจะเอาอะไรไปใส่ไว้กันนะ น่าสนใจ…


          "เม็ดอะไรหรอ จำไม่เห็นได้เลยฮ้าๆๆๆ"มิราน่าหัวเราะออกมา 'นั้นแค่ออเดิร์ฟเฉยๆหรอกใช่ของขวัญที่ไหนกัน'


          เมื่อถึงคราวของโอเบรอนนำของขวัญมาให้ เดิมทีเขาคิดถ้อยคำไว้อวยพรมากมายถึงกับร่างยาวไม่ต่างกับสุนทรพจน์ จนกระทั่งมาเห็น ‘ประธานปีศาจในตำนาน’ กับวิธีการเสิร์ฟเค้กแล้วก็ยิ่งคิดหนัก คาดไว้ไม่ผิดพ่อของมิเคล่าเป็นคนจาก ‘โลกเบื้องหลัง’ งานอดิเรกแก้เบื่อแต่ละอย่างเหนือความคาดหมายจริงๆ แทบรอวันที่ทั้งสองจะจับมือเป็นทองแผ่นเดียวกันไม่ไหวแล้ว


          “ผมใช้เวลาเลือกของขวัญชี้นนี้นานมาก แต่เชื่อว่าประธานคาลิเฟอร์จะประทับใจที่ได้รับครับ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ขอให้มิตรภาพของเราเหมือนดั่งสายน้ำที่ทอดยาวไกล”


          สายตาของแขกเหรื่อในงานล้วนจับจ้องไปยังคาลิเฟอร์ที่ประดับรอยยิ้มเรียบๆ และมีประธานเพลย์บอยในสูทเงินมอบกล่องสีดำสนิทต่างการอวยพร จังหวะก้มลงกระซิบนั้นไม่รู้ว่าแขกกี่คนคาดเดามูลค่าและสิ่งที่อยู่ในกล่องของขวัญไปตั้งเท่าไร มีแค่สองคนที่จะรู้ได้…


          ”ขอบใจสำหรับของขวัญและการให้เกียรติมางานในค่ำคืนนี้ เพียงแต่เรื่องบางเรื่องอยู่ที่ความสามารถของคุณแล้วล่ะว่าจะสามารถพิชิตสิ่งที่ยากเย็นได้รึเปล่า” คาลิเฟอร์ลูบกล่องสีดำนั้นคล้ายจะพึ่งพอใจ เมื่อแบบพิมพ์เขียวของกระสวยอวกาศรุ่นใหม่ล่าสุดถูกส่งมาอยู่บนตัก แถมสัญญาอนนุญาตวิจัยโครงการข้ามประเทศที่แค่มีเงินก็ใช่จะได้มาง่ายๆ สมกับเป็นเจ้าพ่อวงการมืดจริงๆ


          “รึท่านคิดว่าผมทุ่มเทไม่มากพอ? ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ผมมีแผนสำหรับธุรกิจของเราทั้งสองอีกเยอะ” สายตาที่มีแค่สองคนในงานสามารถเข้าใจความหมาย โรเบนคอยเก็บทุกรายละเอียดที่เจ้านายของเขาอาจได้ใช้ แน่นอน รวมถึงข้อมูลแขกที่มางานในค่ำคืนนี้ด้วย


          คล้อยหลังประธานโอเบรอนเดินกลับไป ด้านของคาลิเฟอร์ที่เริ่มจรดไวน์ละเมียดสีเลือด มือของเขายังคงกุมจี้ห้อยคออย่างไม่รู้สึกรู้สา พลางถอนหายใจเบาๆ


          “คนหนุ่มสาวนี่น้า… ถ้าคุณอยู่ตรงนี้คงช่วยบ่นพวกเขาแทนผมไปแล้ว”


          รออีกสักหน่อย ให้เวลาผมนะที่รัก.. อีกไม่นานผมจะทำให้แน่ใจว่าคุณได้มาเห็นภาพเหล่านี้เ้วยตาตัวเองอีกครั้ง แคลร์...


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ เมื่อวาน 22:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +900 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 900

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Rolex 'Oyster'
SEDAN Car
Rifle
Mystic G7
บัตรไอดีกลอรี่ธรรมดา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x5
x1
x1
โพสต์ เมื่อวานซืน 20:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Sorrowful night party : Part 3
ปาร์ตี้หรรษาใครฆ่าท่านประธาน??



         นาฬิกาข้อมือบ่งบอกเมื่อถึงเวลา ‘ให้อาหาร’ ตามกิจวัตร พ่อบ้านเซบาสเตียนมองเมินความวุ่นวายภายในห้องโถงก่อนก้าวไปยังหญิงสาวนัยน์ตาดำขลับที่ได้รับข้อความนั้น “คุณผู้หญิงกรุณาตามผมมาทางนี้ครับ”

         มิเคล่าพึ่งออกไปตามหาชุดยังห้องที่สี่ไม่นาน จะเรียกว่าบังเอิญรึประจวบเหมาะก็ว่าได้ กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกเชิญออกจากโถงมีแค่เด็กฝึกงานของแมคเจลเลนเพียงผู้เดียว สายตานับแปดสิบคู่จรดตรึงบางคนก็สงสัยว่าหล่อนเป็นใครรึแอบเล่นโกงกันแน่ แม้แต่ทายาทบริษัทโภคภัณฑ์เครือ CDF ยังลอบประเมินเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

       ยุฟ

       "....รู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าครับ นายท่านพูดอยู่เสมอว่างานหนักทำให้คนมีโอกาสได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพราะตำแหน่งจะอยู่กับผู้ที่คู่ควรเท่านั้นไม่ยังงั้นผมเองก็คงเปลี่ยนอาชีพไปนานแล้ว…"

       เซบาสเตียนหยักรอยยิ้มมุมปากเมื่อพูดถึงหน้าที่อันทรงเกียรติของตน การจะรับใช้ท่านผู้นั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเป็นเรื่องที่ยากเย็น ระดับ 'เซบาสเตียนรุ่นก่อนๆ' ต้องทำคู่มือหนาปึกให้ท่องจำกันเลยทีเดียว พ่อบ้านหนุ่มที่เหมือนหลุดออกมาจากโชโจมังงะก้าวเข้าไปจนถึงทางเชื่อมปีกซ้าย เขาหยุดก่อนจะกล่าวเตือนหญิงสาว

       "เส้นทางหลังจากนี้เป็นเขตส่วนตัวของคนในตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ พวกเราคือตระกูลเก่าแก่ได้รวบรวมกลิ่นอายของกาลเวลาในหลายยุคสมัย หากคุณได้เห็นรึได้ยินบางสิ่งที่ 'แปลก' จากโลกภายนอกไปบ้าง ก็ถือว่าเปิดหูเปิดตาแล้วกันนะครับ"

       ยุฟ

       พ่อบ้านหนุ่มสำรวจมองเธอและได้เห็นหญิงสาวที่มีความเยือกเย็นผิดวัยก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสตรีผู้นี้คือคนที่เป็นแขกของท่านอลัน 'นั่นสินะ.. ถ้าเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปก็คงไม่พามาแต่แรก'

       ส่วนเรื่องความสัมพันธ์…. เซบาสเตียนหลับตาแล้ว RIP ในใจ

       แทนการตอบรับเขาจึงพาหญิงสาวเดินข้ามไปยังปีกตะวันตกของอาคาร เมื่อผ่านซุ้มโค้งที่สลักอักษรแปลกประหลาดที่มีสัญลักษณ์ตัว M อยู่เด่นสง่า ก็คือข้อความที่อ่านว่า 'ทองคำคืออำนาจ' ตามด้วยอักษรละตินอีกแถว

       'จงสรรเสริญแด่วิญญาณอันเป็นนิรันดร์ เมื่อกายข้ามอดใหม้ อรุณรุ่งใหม่จึงมาเยือน'

       ต่อจากซุ้มคือหนทางที่เต็มไปด้วยงานศิลปะวัตถุจำนวนมาก ที่ไม่ต้องบอกยุคสมัยก็คาดเดาด้วยตาได้ว่ามันเก่าแก่จากความขรึมขลัง แต่ละช่วงมีประเภทจำแนกชัดเจน จะอาวุธโบราณ หัวและหนังสัตว์สต๊าฟ เครื่องโถโอชาม หรือแม้แต่คอลเลคชั่นอวัยวะมนุษย์ย่อส่วนจากชนเผ่าอินเดียนแดง

       ยุฟ

       "ของสะสมส่วนใหญ่เป็นของที่นายท่านได้รับมาจากการช่วยเหลือผู้คนทำเรื่องต่างๆ เป็นของกำนัลเสียส่วนมาก นอกนั้นก็เป็นงานคุณหนูเอง… ดูรกไปบ้าง ขนาดเก็บไปขายทุกเดือนก็ยังเป็นแบบที่เห็นครับ"

       จู่ๆ พ่อบ้านที่กำลังก้าวขาอยู่ก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งกลมๆ กลิ้งหลุนๆ มา ที่พื้น ด้วยแสงของช่องทางเดินตรงนี้ประกอบกับปีกตะวันตกได้ประดับสไตล์วิคตอเรียนมันจึงทั้งทึบทั้งขลัง แทบมองไม่ออกว่าสิ่งนั้นคืออะไร เซบาสเตียนก้มลงเก็บแต่ขณะนั้นไฟก็ตก.. ทุกสิ่งอยู่ในความมืด

       "ไรอันคงกำลังซ่อมสัญญาณอยู่.. คงไปโดนวงจรแถบนี้เข้า รบกวนถือสิ่งนี้สักครู่นะครับ ผมจะลองไปเปิดระบบไฟฉุกเฉินดู" พ่อบ้านส่งเจ้าสิ่งกลมๆ ทะมึนเงาในความมืดไปทางหญิงสาว

       ยุฟ

         สิ่งนั้นค่อนข้างหยุ่น ให้สัมผัสคล้ายหนังและมีรอยปรุรอบๆ มีกลิ่นการใช้งานพอสมควร

        ใช้เวลาไม่นานนักเมื่อไฟกลับมาส่องสว่างตามปกติ ก่อนที่พ่อบ้านจะพบว่าของที่อยู่ในมือหญิงสาวนั้นคืออะไร.. เขาดูหนักใจอย่างเห็นได้ชัด "คิดว่าเอาออกไปแล้วเสียอีก ถ้าคุณอลันมาเห็นคงไม่ค่อยดีแน่…"

       มันคือลูกบอลหนังที่ถูกทำมือขึ้นด้วยกรรมวิธีโบราณ แม้สีสันจะซีดด้วยการใช้งานแต่ก็ยังแข็งแรงและคงทน นัยน์ตาของพ่อบ้านผู้เย็นชาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อมองเจ้าสิ่งนี้ "คุณจะรับมันไปก็ได้นะครับ หรือจะทิ้งก็ไม่เป็นไร… คงมีเหตุผลที่อยู่ๆ มันก็ออกมากลิ้งตรงทางเดิน"

        ยุฟ

       "ฮะๆ ครับ แค่คุณไม่รังเกียจที่จะรับมันไว้… เจ้า 'มัวร์' เองก็คงจะดีใจเช่นกัน บอลนี้.. คุณอลันทำมันขึ้นมาเองเมื่อนานมาแล้วเพื่อเล่นกับคู่หูน่ะครับ" เซบาสเตียนชะงักไปชั่วคราวเมื่อรู้สึกว่านี้อาจเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย แต่เมื่อคิดแล้วอีกฝ่ายเองก็เป็นถึงคนที่คุณอลันพามาด้วยตนเองก็คงไม่มีปัญหา เขาจึงเล่าต่อคลายความสงสัยพลาง เดินนำทาง

       "มัวร์เป็นลูกหมาป่าสีดำสนิทตัวหนึ่งที่คุณอลันไปเก็บได้จากข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าทำยังไงทั้งคู่ถึงสนิทกันราวกับมองตาก็รู้ใจ… ใครจะคิดล่ะครับว่าหมาป่าสามารถเชื่อฟังมนุษย์ได้โดยไม่ต้องฝึก ย้อนไปในเวลานั้นทั้งคู่ไปเล่นบอลนี้ที่หน้าลานแทบทุกวันเลยครับ กว่าจะยอมกลับมากินข้าวเย็นก็เปรอะไปทั้งตัว"

       ยุฟ

       "ฮะๆ ครับ… ตั้งแต่แรกคุณอลันก็ดูจะเข้ากับสัตว์ได้ดีกว่ามนุษย์ นายท่านบอกว่าเพราะลูกชายค่อนข้างยึดติดกับสัญชาติญาณมากกว่าความรู้สึก กลายเป็นว่า.. พอรู้ตัวอีกที คนๆ นั้นเค้าก็แทบจะเป็นจ่าฝูงหมาป่าไปแล้ว จะไปที่ไหน หายใจเข้าออกก็ต้องมีมัวร์ไปด้วย แทบจะอยู่กับคนทั่วไปลำบาก"

       เซบาสเตียนยังสามารถเล่าเรื่องราวเป็นฉากๆ ได้ราวกับว่าภาพในอดีตนั้นไหลเวียนอยู่รอบกาย "ลูกบอลนี้ก็เหมือนกันครับ… ต่างจากคุณหนูมิลลี่ ฝ่ายพี่ชายไม่ค่อยมีพรสวรรค์ด้านงานฝีมือสักเท่าไร บอลลูกเท่านี้ ยังใช้เวลาเป็นเดือนทำมันออกมา ด้วยเหตุผลแค่ว่าสิ่งที่วางขายทั่วไป เจ้ามัวร์ไม่ชอบกลิ่น และขนาดก็ไม่พอดีกับปากของมัน… ตัวติดกันคิดแทนกันมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าเสียดาย"

       "ในฤดูหนาวของสิบปีก่อน คุณคงได้ยินหรือจำข่าวอุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่ที่หน้าเอ็มไพร์สเตทได้? หนนั้น ล่ะครับ.. เพื่อปกป้องคุณอลัน เจ้ามัวร์ก็เลย…"

       เมื่อนึกถึงเหตุการณ์คราวนั้นแม้แต่พ่อบ้านเองก็ยังหวั่นใจไม่หาย สองคำที่นายท่านบอกว่าลูกชายนั้น 'ยึดติด' ไม่ใช่แค่ระดับปกติเลย ภาพของชายผมเงินที่เอาแต่กอดศพของสุนัขป่าสีดำ แม้ว่ามันจะเน่าเปื่อยและเหลือแต่กระดูกก็ไม่นึกรังเกียจ ยังคงพูดคุยกับความว่างเปล่านั้น… คงจะเป็นอาการ 'ยึดติด' อย่างที่ว่า หนึ่งในกรรมพันธุ์วิปโยคของตระกูลนี้จริงๆ

       "หลังจากนั้นคุณอลันก็สั่งให้ทิ้งของทุกอันที่เกี่ยวกับเจ้ามัวร์ให้หมด ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่บางชิ้นที่ทิ้งไม่ลงครับ…"

       ยุฟ

       "ไม่แปลกหรอกครับ... คุณยูเฟเมีย"

       เซบาสเตียนหยุดอยู่ตรงหนเล้าประตูใหญ่ลวดลายหยดน้ำบานหนึ่ง หันมาหยักรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้ทั้งห้องสว่างสไวขึ้น เขาพูดไปพร้อมๆ กับทาบมือลงบนแท่นสแกนด้านข้าง "ผมอยู่รับใช้ตระกูลนี้มานานพอ.. สามารถพูดได้ว่าสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขานอกจากครอบครัวแล้วก็คือ 'ความทรงจำ' สิ่งที่จะช่วยทำให้เรายังคงเป็นตัวเราแม้ว่ากาลเวลาจะนำพาสิ่งใดผ่านพ้น หวังว่าบอลลูกนี้จะช่วยเป็นเครื่องรางที่ช่วยให้คุณได้พบกับความทรงจำที่ดีจากนี้ไปนะครับ"

       ยุฟ

       ทันทีที่ประตูทรงหยดน้ำถูกเปิดออกมันก็กลายเป็นลิฟต์แคปซูลสุญญากาศพาให้ทั้งสองลงไปยังชั้นใต้ดิน รอบๆ ทั้งสองคือกระจกความหนาแน่นสูงมันใสจนทำให้สามารถเห็นกระแสน้ำรอบๆ ที่ไหลผ่านและเหล่าปะการังหลากสีสันนี่คือความหมายของคำว่า 'ยกทะเลมาวางตรงหน้าคุณ' เผื่อใครจะลืมไป ส่วนนี้ยังคงอยู่ใต้วิลล่าเช่นกัน

       "ช่วงที่นายท่านสนใจสมุทรศาสตร์เป็นพิเศษก็มีการต่อเติมส่วนอควาเรี่ยมเพิ่มเข้ามา ตอนนี้ทำได้แค่จำลองส่วนหนึ่งของทะเลแปซิฟิกเพื่อทดลองเพาะพันธุ์จำพวกหายากครับ…" ทันทีที่เขาพูดจบ ปลากระเบนสีดำทะมึนก็ว่ายข้ามหัวไปอย่างเริงร่า

       ยุฟ

       'คนที่เข้ามาครั้งแรก? ถ้าไม่ใช่คนของแมฟเวอร์ลินช์อยู่แล้ว ก็มีแค่เธอนั่นล่ะ' รู้สึกคำถามนี้ตอบยากเพราะไม่มีตัวให้เปรียบเปรย แต่แน่นอนว่าพ่อบ้านมือทองเอาอยู่

       "สิ่งแรกคงเป็นความประทับใจครับเพราะมันไม่ง่ายเลยที่คุณจะมีโอกาสได้ 'ใกล้ชิด' และสัมผัสกับชีวิตในท้องทะเลขนาดนี้" ยิ้มละมุนเมื่อลิฟต์แก้วหยุดลงด้านหน้าเขตพิเศษ… ใกล้แล้วสินะงานของกระดาษแผ่นนั้น

       เมื่อประตูถูกเปิดและคนทั้งสองก้าวเข้าไปด้านในส่วนสระแยก ทันทีที่ประตูปิดลงอีกครั้งก็พบแผ่นหลังในชุดสีขาวของคนผู้หนึ่ง เขาสูงเกือบสองเมตร บ่ากว้างและดูค่อนไปทางเพรียวสง่า เส้นผมเงินยาวระบั้นเอวนั้นสะอาดสะอ้านบรรยากาศรอบตัวชายผู้นี้มีชีวิตชีวาต่างกับ 'ร่างของบางคน' ในห้องโถง ประโยคเปี่ยมความเอ็นดูดังมาก่อนตัว

       "ได้เวลาให้อาหารแล้วสินะ กำลังรออยู่เลย.."

       ยุฟ

       ทั้งสองฝ่ายจ้องมองโดยที่ชายผมยาวสลวยราวกับออกมาจากแคตตาลอคซาลอนนั้นกระพริบตาปริบๆ อยู่มาหลายศตวรรษพึ่งจะมีใครทักทายเขาแบบนี้ 'นี่ฉันตายแล้วหรอคะ' ก็ยอมรับว่าประทับใจเหมือนกันนะ

       "นายท่านครับ… คุณคนนี้ยังไม่ทราบ…" เพื่อกู้สถานการณ์เดธแอร์ พ่อบ้านหนุ่มจำต้องออกหน้า "เธอได้ใบนั้นครับ"

       ใบที่ว่าก็คือ 'Jackpot' มีแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่สามารถรับประสบการณ์ระดับเอกคลูซีฟ มาช่วยเจ้าของวันเกิดให้อาหารเหล่าปลาน้อยที่น่ารักที่นี่

       "ฉันเห็นทุกอย่างหมดแล้วล่ะ ขอบใจนายมากเซบาสเตียน ที่เหลือฉันจะจัดการเอง ช่วยไปเก็บภาพมัฟฟินน้อยใน 'ชุดนั้น' มาให้ทีสิ" ชายคาลิเฟอร์กอดอกพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตัวเขาเองสามารถเข้าชมภาพผ่านระบบการมองเห็นของเหล่า AI ในห้องโถงได้ นั่นหมายถึงรับชมอย่างสนุกสนานแม้ตัวจริงจะอยู่ที่นี่ก็ตาม หลังไล่พ่อบ้านไปทำงานที่สำคัญยิ่งกว่า ต้นตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ก็ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างปลอดโปร่ง

       "ดูเหมือนจะยังไม่ตายนะ… ดีเลย เด็กๆ ของฉันชอบแบบที่ยังดิ้นได้ด้วยสิ อื่ม… สาวน้อยเธออยากรู้อะไรเอาไว้ค่อยถามทีละข้อ ดีไหม?" นิ้วเรียวยาวที่ขาวจัดราวกับไม่เคยโดนแดดนั้นแทบจะโปร่งแสง เขาแตะแก้มเธอเบาๆ อย่างเอ็นดูพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้า 'เด็กลูกครึ่งเอเชีย อายุ 18 ปี ชื่อก็รู้สึกว่าจะเป็น..ยู อะไรสักอย่าง ที่เจ้าลูกชายเลี้ยงเอาไว้สินะ' แต่ตัวของเขาน่ะ ไม่ค่อยจะจำชื่อใครเท่าไร อยู่มานานเกินจะนับชื่อคนรู้จัก ยังจำหน้าคนในตระกูลได้ก็บุญแล้ว

       ถึงจะอายุขัยเกินนิ้วสิบคนนับ ทว่าใบหน้าของชายผมเงินยังคงอ่อนเยาว์ราวกับยี่สิบต้นๆ ดวงตายาวรีสีอำพันสุกมอบให้ได้ทั้งฤดูหนาวอันเย็นเยือก และสายลมฤดูใบไม้ผลิอันอ่อนโยน แม้คำพูดคำจาจะไร้เหตุผลไปบ้างแต่บุรุษตรงหน้าเธอนี้ก็มีรูปลักษณ์ในระดับภูตผีร่ำไห้ สวรรค์ไร้ผู้ต้านทาน เหนือกว่าแมคเจลเลนขึ้นมาหลายขั้น

       ยุฟ

       "หึหึหึ… ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกสาวน้อย ฉันชอบความแปลกใหม่ สิ่งที่คาดเดาได้ง่ายนั่นค่อนข้าง… น่าเบื่อไปบ้าง"

       หลังผละออกไปเพื่อกดวงจรโฮโลแกรมเรียก 'เด็กๆ' มาที่ศูนย์แล้ว คาลิเฟอร์ยังใจกว้างเดินไปยังแลปย่อยและเรียกให้เธอตามเข้าไป "ตอนกลางวันให้กินจนพุงกางคงต้องใช้เวลาย่อยสักหน่อย ระหว่างรอก็มาอยู่ตรงนี้ก่อน เธอ.. ชอบชารึกาแฟ?"

       ด้านในแลปย่อยมีตัวอย่างสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ย้อมโครงกระดูกเอาไว้ค่อนข้างสวยงาม ด้านหลังคือกระดาษแผนงาน และรอบตัวบางครั้งก็ขึ้นจุดเขียวหลายกระจุกบนจอเรด้าห์ ส่วนสิ่งที่คาลิเฟอร์กำลังทำคือตั้งน้ำร้อนด้วยบีกเกอร์

       ยุฟ

       "เป็นตัวเลือกที่ดี อย่างนั้นก็ชาที่อุตส่าห์เก็บเอาไว้ใช้ในโอกาสพิเศษแล้วกัน… ว่าแต่ทำไมเธอถึงทำหน้าแบบนั้น? ฉันน่ะ ไม่กัดหรอก ฮะๆ" แถมเนื้อมนุษย์เองเทียบกับกาแฟแล้วยังแย่กว่าหลังทราบแล้วก็ได้เวลาน้ำเดือดปุดๆ ฟองแทบล้น เขาใส่ใบชาสดลงในบีคเกอร์เพียงเขย่าไปมา กลิ่นหอมจรุงใจของชาก็ซาบซ่านไปทั่ว

       ยุฟ

       "น่าประทับใจใช่ไหม? ให้พวกเธอได้มีโอกาสผ่อนคลายกันบ้างล่ะนะ” อีกอย่างการ ‘เสียชีวิต’ ของตัวเขาไม่ได้พึ่งเคยเกิดขึ้นแค่ครั้งสองครั้ง คิดแล้วต้องเซฟภาพช่วงที่ลูกสาวสุดรักกำลังร่ำไห้ไว้ดูก่อนนอน...

       ยุฟ

       “โอ้.. น่ารักเสียจริงคงต้องบอกว่าขอบใจที่มาร่วมงานในวันนี้สินะ ไหนล่ะของขวัญ? ก่อนอื่นรับชาถ้วยนี้ไปก่อน มันจะช่วยเรื่องลดผลของเกสรดอกไม้ที่เธอสูดเข้าไปก่อนหน้า” ประธานหนุ่มที่จำไม่ได้แล้วว่าตนจัดงานวันเกิดมากี่หนก็ยังคงยิ้มกริ่ม เป็นรอยยิ้มที่ชวนพิศวงจะบอกว่าน่าหลงใหลหรืออ่อนโยนและชวนให้รู้สึกว่างเปล่าในขณะเดียวกันก็ไม่เชิง เขายื่นแก้วบีคเกอร์ที่ห่อด้วยผ้าจับกันร้อนให้แก้สาวน้อย

       คนบ้านนี้ ต้มชา กาแฟ ด้วยบีคเกอร์...

       ยุฟ

       แน่นอนว่าเธอคงไม่คาดคิดที่จะได้เจอเขาในสภาพเป็นๆ และยังดิ้นได้ คาลิเฟอร์หัวเราะในลำคอ จุ๊ปากเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมาจนเส้นผมนิ่มลื่นนั้นไหลคลอบ่า

       “ไม่เป็นไรเด็กน้อย.. ของขวัญไม่สำคัญเท่าสิ่งที่ฉันกำลังให้เธอทำหรอก รับรองนี่จะทำให้ฉันพอใจมากๆ เอาล่ะ เธอใส่ชุดว่ายน้ำไซส์อะไร?” อีกครั้งกับคำถามไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับของศูนย์ดังแจ้งเตือนว่า ‘M901 M902 กำลังเข้าสู่อุโมงค์’ ประตูของบ่อยักษ์ใจกลางห้องก็เลื่อนเปิดออกในนั้นเต็มไปด้วยน้ำจำนวนมากทะลักขึ้นมา

       ยุฟ

       คาลิเฟอร์ดีดนิ้วทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ชุดคลุมป้องกันสีเทาสองชุดก็หล่นลงมาจากช่องด้านบน เขาสวมมันทับเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ทันทีความคล่องแคล่วนั้นราวกับว่าทำสิ่งนี้มาแล้วกว่าพันหน “แนะนำให้ทำตามฉันดีกว่านะ บางทีเด็กๆ ก็ชอบเล่นกับเราจนเผลอหนักมือไปบ้าง” เสียงซิบที่รูปขึ้นและผสานล็อคอย่างแน่นหนาแสดงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุด ชุดถูกสานขึ้นจากใยแร่ไวแบรเนี่ยมในวาคันด้า ราคาของมันเหนือกว่ารัตนชาติเสียอีก

       ยุฟ           

       “เหมาะมาก.. เธอน่าจะมาช่วยงานฉันในนี้มากกว่าเจ้าลูกชายนะ” เชื่อเถอะว่านี่ใกล้เคียงกับคำชมที่สุดแล้วสำหรับคนอย่างคาลิเฟอร์ ระหว่างเชื่อมต่อระบบรับภาพกับเชอวาลิเย่ในห้องโถงได้เห็นภาพแมคเจลเลนกำลังเผาบ็อกเซอร์ตัวโปรดพร้อมสาปส่งเขาก็ทำให้หัวเราะขึ้นมาได้ ท่านประธานใหญ่อารมณ์ดียิ่งจังหวะรวบผมเข้าในฮู้ดจึงไม่ทันระวังด้านหลัง

  

       ฉลามขาวตัวเขื่องพุ่งจากน้ำและกระชากตัวเขาลงไปด้วยแรงอันน่าเหลือเชื่อ พรายฟองขาวผุดเดือด ใต้น้ำมีบางอย่างกำลังดิ้นอยู่ทว่าไม่เห็นเงาร่างของเจ้าบ้านอีกเลย..

       ยุฟ

       เงาของสิ่งมีชีวิตที่เข้าใกล้ผิวน้ำทำให้นักล่าอีกตัวเริงร่าและกระโดดขึ้นมางับแขนเธอจะลากลงไปเล่นด้วย ฉลามขาวขนาดน้องๆ ยักษ์พร้อมเขี้ยวโลหะวาววับฉุดกระชากลากถูหล่อนไม่ว่าจะดิ้นรนขัดขืนยังไง ‘เพื่อนใหม่หรออ มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ-----♥’ หางมันดีดโผงผางบนน้ำไปมาดูมีชีวิตชีวาสุดๆ

       ยุฟ

       ขณะที่เธอลงมาในน้ำและชุดได้สัมผัสกับความดัน ครอบแก้วจากฮูดก็ลงมาป้องกันระบบหายใจตามอัตโนมัติเพื่อป้องกันชีวิตน้อยๆ เสียงของประธานคาลิเฟอร์ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสาร “ไม่ไหวเลยๆ สงสัยคงดีใจมากไปหน่อยที่เจอเพื่อนใหม่ล่ะนะ เธอได้หยิบแปรงสีขาวด้านบนมาไหม? เหมือนว่าหลมมี่จะกินของผิดสำแดงเข้าไปจนติดคราบน่ะ”

       ยังไม่จบแค่นั้น เครื่องแปลภาษาโซน่าร์ของชุดยังทำให้พวกเขาเข้าใจเจ้าฉลามสายดีดทั้งสอง ‘หวาดเดพรี๊สาว!! เยงเน้มี๊อาไหร่กิง?’ เจ้าตัวที่งาบเธอลงมาเอาครีบถูๆ บริเวณที่มันงับให้อย่างเป็นมิตร

       ยุฟ

       ‘ยินดี๊ทิได๋รู๊จั๋กป๋มหลามเมอร์ฮับ’ มันทักทายแขกด้วยการยิ้มเผยเขี้ยวฉลามหนับสิบชุดที่เรียงเป็นแถวงดงาม ฉลามตัดต่อพันธุกรรมเหล่านี้มีมาเก้ารุ่น และรุ่นปัจจุบันคือที่ขนาดตัวเล็กที่สุด ถึงมันจะเทียบเคียงรถซุปเปอร์คาร์ได้สบายๆ

       “งั้นหรอ ลืมเอาลงมาก็ช่วยไม่ได้นะ.. ใช้ฟองน้ำแถวนี้ไปก่อนแล้วกัน” ดูเหมือนท่านประธานจะอารมณ์ดีมาก ถึงขนาดฮัมเพลงสเลนเดอรืแมนไปด้วยขณะทำความสะอาดฟันให้ฉลามยักษ์ที่เขารักดั่งลูกในใส้ “สุดยอดไปเลยใช่ไหม? ฉันลองสกัด DNA ของเมกาโลดอนเอามาสร้างเด็กๆ พวกนี้ แม้อวัยวะบางส่วนจะใช้ระบบประสาทของฉลามขาว แต่สมองถูกเพิ่มขนาดด้วยโครโมโซมของมนุษย์นะ”

       ‘จ๋า มะ จ๊ะ ทิงจา มาจ๊ะทิงจา มาจ๊ะทิงจา’ หลังฟันสะอาด หลมมี่ก็เริ่มติดสปีดว่ายวนๆ ไปรอบๆ มนุษย์ทั้งสองอย่างสนุกสนาน

       “เห็นเป็นฉลามแบบนี้ก็มีสติปัญญาเทียบเท่าเด็ก 5-6 ขวบเลยทีเดียว” สุดยอดสิ่งประดิษฐที่คุณพ่อแลดูจะภูมิใจ

       ยุฟ

       “คิดแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหม? ฉันก็ว่ามนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่สำคัญตนมากไปหน่อย ก็เลยทดลองอะไรเล่นแก้ว่างไปเรื่อย ตามประสาคนมีอายุ”

       ท่ามกลางอายุขัยอันยาวนานในโลกที่เผ่าพันธุ์ของเขาแทบจะล่มสลายไปหมดแล้ว การมองมนุษย์เคลมภูมิปัญญาและสิ่งต่างๆ เป็นของตัวเองคงต้องบอกว่าทั้งประทับใจและเหนื่อยหน่ายในเวลาเดียวกัน  

        ยุฟ

       “โอ้.. แน่นอน ฉันรักเด็กๆ ทั้งสองเหมือนลูกเลยทีเดียว เพราะเวลาที่ทำแบบนี้มันสนุกมากยังไงล่ะ”

       คาลิเฟอร์ฟังความเห็นของสาวน้อยใจกล้าที่ยังคงไม่สติแตกจนถึงตอนนี้แล้วก็รู้สึกว่าต้องประเมินมนุษย์ใหม่ ดูแล้วหล่อนคงเป็นประเภทเหตุผลกดความรู้สึกสินะ จับว่าเป็นเด็กน้อยที่ใจเย็นไม่เบา “เอาล่ะ คงถึงเวลาให้อาหารก่อนที่เด็กๆ จะหิวจนสัญชาติญาณควบคุมสติสัมปัชชัญญะและมองหาสิ่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อเติมเต็มกระเพาะ แบบนั้นพวกเราคงไม่ได้กลับขึ้นไปง่ายๆ แน่ว่าไหม?”

       ยุฟ

       “เด็กดี.. เธอเห็นปุ่มตรงนั้นไหม? แค่ไปกดก็พอ งานของเธอก็จะจบลง เห็นไหม ง่ายนิดเดียว”

       กล่าวจบคนที่ว่ายวนอยู่เหนือกระแสน้ำก็ชี้ไปยังดงสาหร่ายทะเลลึกสูงกว่าห้าเมตรที่มันดูทะมึนราวกับหนวดไฮดร้า แม้ว่ามันจะมืดทะมึนไปหมดในบริเวณนั้นหากมองดูดีๆ แล้วใจกลางความรกรุงรังนั้นเมื่อกระแสคลื่นพัดผ่าน จะยังเห็นแท่นวางหอยมุกตัวใหญ่เปิดฝาอ้าอยู่ บนลิ้นของมันมีปุ่มสวิชต์สีสันแสบตา “ตอนแรกก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอก แต่ดูเหมือนผู้ช่วยฉันจะเพาะมันได้ดีเกินไปหน่อย”


       ยุฟ

       ‘พี๊สาว เด๊ะป๋มนำทางหั้ยฮับ’ กระแสน้ำเชี่ยวกราดทะลวงเข้าดงสาหร่ายตามเธอมาติดๆ อาศัยแรงของนักล่าแห่งท้องทะเลช่วยพัดกอสาหร่ายจนปั่นปั่นหนักยิ่งกว่าเดิม ราวกับเฮอริเคนใต้น้ำ ‘กินข้าว กินข้าว เย้ๆๆ’

       ยุฟ

       คาลิเฟอร์กำลังจะเตือนหล่อนว่านั่นอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไร แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขายังไม่เคยทดลองให้ ‘มนุษย์’ ขี่เจ้าหลามเมอร์มาก่อน ก็เรียกว่าเก็บตัวอย่างเป็นข้อมูลแล้วกัน เจ้าหลามเมอร์หันมาใช้ดวงตาดำขลับปุ๊กปิ๊กนั้นขอพ่อของมันก่อนจะได้รับอนุญาต

       ‘อ๊ะ ให้ป๋มช่วยหยออ ดั้ยเร้ยๆ จับวรั้ยน๊า จับแน่นๆ น๊าาา’ มันคืออะไรกับเสียงฉลามวัยขบเผาะที่ดูจะสะดีดสะดิ้งเป็นพิเศษ ข้อนี้แม้แต่คาลิเฟอร์เองก็ตอบไม่ได้แค่เชื่อว่าชุดป้องกันออกแบบมาอย่างดีพอจะไม่เกิดศพใต้อควาเรี่ยม

       ยุฟ

       ‘จะแง๊นล้ะน๊าาาา!!’

       ไม่ทันให้อีกฝ่ายมีเวลาตั้งตัวมากนัก เมื่อมนุษย์เกาะครีบของมันจนเข้าที่ หางอันทรงพลังก็สะบัดดีดตัวพ่วงกับระบบเทอร์โบใต้ท้องที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ช่วยไม่ได้ในเมื่อรุ่นก่อนของเหล่า M เกิดอยากทำยุทธนาวีนอกจากไม่ต้องใช้คนขับแล้วเจ้าหลาม-หลมทั้งสอง ยังติดตั้งอุปกรณ์พ่วงรุ่นล่าสุดของ Submarine เอาไว้อีกด้วย

       ความเร็วแรงของเรือน้ำน้ำคงไม่ต้องพูดถึง มันเหมือนคุณขี่เจ็ทสกีลงยอดเขาเอเวอเรสต์ น้องๆ จรวดทางเรียบดีๆ นี่เอง ปลายหางฉลามหมุนเป็นความถี่สูงเกิดภาพพร่าเบลอชั่วขณะและแรงปะทะคลื่นน้ำมหาศาล

       ยุฟ

       “โอ้… ดูเหมือนจะไวหว่ารอบก่อนที่ทดสอบแบบไม่มีคนนั่งนะเนี่ย รึว่าเพราะแรงจูงใจเป็นอาหารกันนะ?” ร่างสูงที่กำลังใช้ฟองน้ำขัดถูไปตามหนังของเจ้าหลมมี่มองภาพการเคลื่อนที่ระดับหายนะนั้นพลางลูบคาง

       ท้ายที่สุดด้วยพลังมัลติเทอร์โบก็สามารถแว๊นซ์มาส่งหญิงสาวที่ใจกลางกอสาหร่ายจนได้ ส่วนสภาพของเธอจะยังครบสามสิบสองรึไม่คงต้องรอยืนยันอีกที ‘ปี๊ฉาวๆ อาหังๆๆ’ คำคะยั้นนคะยอเจ้าฉลามที่นอกจากตัวใหญ่ยังมีระบบการทำงานหลากฟังก์ชั่น ทำให้มันมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติเพื่อพลังงานเพียงพอ… ไม่ยังงั้นคงต้องแทะขาคนใกล้ๆเป็นแคลเซียมเสริมไปก่อน


       ยุฟ

       ‘เย้ๆๆ อาหังๆๆ’

       เจ้าฉลามขาวทั้งสองพร้อมใจกันว่ายขึ้นด้านบนโดยลืมไปว่ามีมนุษย์นางหนึ่งติดอยู่ใจกลางกอสาหร่ายเขียว เมื่อปุ่มถูกกด ปลาสดจำนวนมากจากอีกส่วนหนึ่งก็ว่ายลงมาฝูงใหญ่ หลมมี่กับหลามเมอร์ออกไล่ล่าอาหารกันอย่างสนุกสนาน ถือว่าการให้อาหารเย็นครั้งนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น(?)

       “ดูเหมือนว่าหลามเมอร์จะลืมเพื่อนใหม่พอเห็นของว่าง.. ให้ไปรับไหมเด็กน้อย?” คาลิเฟอร์ลอยตัวอยู่ใจกลางน้ำถึงแม้ว่าความจริงตัวเขาไม่จำเป็นต้องใส่ชุดป้องกันก็สามารถหายใจได้ก็ตาม เขากำลังม้วนเก็บสายระบบบางอย่างอยู่ พอคำนวนเวลาก็น่าจะได้จังหวะกลับไปต้อนรับแขกเหรื่อเสียที “ไม่บ่อยที่สองรายนั้นๆ จะต้อนรับคนแปลกหน้า วันนี้ช่วยได้เยอะ ขอบใจเธอมากนะ ”

      ยุฟ

       “ฮะๆ รับรองว่าตระเวณไปสวนน้ำทั่วโลกก็ไม่ได้เจอแบบนี้หรอก”

       ถึงจะไม่สวมเท้ากบแต่การเคลื่อนที่ใต้น้ำของท่านประธานกลับรวดเร็วมาก มองผิวเผินคล้ายว่าเป็นผลมาจากชุดทว่าความจริงนั้น ต่อให้นักวิทยาศาสตร์มนุษย์มาฝ่าร่างเขาดูก็มีแค่ความพิศวง ใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็ถึงตัวของสาวเจ้ากลางกอสาหร่าย คาลิเฟอร์พบว่าพวกมันโตไวจนเกินไปอาจจะต้องปรับปริมาณแสงแดดเทียมต่อวัน “ได้ยินว่าเธอเป็นเพื่อนของลูกสาวฉันสินะ พอมาเห็นแบบนี้แล้วพอเข้าใจอยู่หน่อยๆ สนิทกันไว้ล่ะ แอนนาเบธไม่ค่อยมีเพื่อนที่ใจกล้าระดับนี้มากนักหรอก”

       คาลิเฟอร์รับรู้ได้ถึงหัวใจและชีพจรของเธอที่มันเต้นไวกว่าผิดปกติจากข้อมูลเซ็นเซอร์ชุด คนขี้แกล้งชาวบ้านอย่างเขาไม่ได้ประจานเธอมันหาได้ยาก ถึงอย่างนั้นท่านประธานปีศาจยังคง ‘ไว้หน้า’ เพื่อนของลูกสาวมากกว่าเด็กในปกครองของลูกชายตน

       “หิวแล้วรึยัง…? ป่านนี้ทุกคนคงใช้พลังงานกันจนพร้อมรับอาหารจานเด็ดแน่ๆ เอาล่ะ เราไปกกันเถอะ ได้เวลาปาร์ตี้แล้วสิ”

       แขนที่ดูบอบบางแต่กลับทรงพลังพอจะดึงสาหร่ายรากลึกนั้นไปให้พ้นทางเข้ามาช้อนตัวหญิงสาวพร้อมกับว่ายกลับขึ้นไปด้านบน แน่นอนว่าไม่ลืมแวะเก็บหอยเม่นที่ก้นอควาเรี่ยมไปด้วย “เธอชอบซีฟู้ดไหม?”

      ยุฟ

       “ยอดเยี่ยม!! รับรองว่าเธอต้องถูกใจ ‘จานพิเศษ’ ในคืนนี้แน่นอน”

       เมื่อพวกเขาขึ้นมาจากน้ำและสลัดชุดป้องกันทิ้งไป คาลิเฟอร์เก็บเปลือกหอยประดับเป็นบูเก้เล็กๆ มาติดอกเสื้อ จากนั้นเสยเส้นผมยาวสลวยที่มันแห้งได้ไวผิดปกติไปด้านหลัง เผยหน้าผากกว้างที่ดูผุดผาดราศีจับขัดกับบรรยากาศในวิลล่าหลังนี้

       ทรงผม เช็ค! ชุดออกงาน เช็ค! รอยยิ้มพิมพ์ใจ เช็ค! แผนก่อวินาศกรรม เช็ค !
       ประธานปีศาจพร้อมปาร์ตี้แล้ว..

@Admin @@Ufemia ❈

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 ความโหด โพสต์ เมื่อวานซืน 20:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +900 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 900

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืน HK416 ชมพู
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x7
x1
x1
x2
x100
x3
x1
x2
x1
โพสต์ เมื่อวานซืน 20:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Crazy Nighi with Maverlyn Villa
Part | 3
ใครว่าให้อาหารปลาน่ะมันง่าย?




         นาฬิกาข้อมือบ่งบอกเมื่อถึงเวลา ‘ให้อาหาร’ ตามกิจวัตร พ่อบ้านเซบาสเตียนมองเมินความวุ่นวายภายในห้องโถงก่อนก้าวไปยังหญิงสาวนัยน์ตาดำขลับที่ได้รับข้อความนั้น “คุณผู้หญิงกรุณาตามผมมาทางนี้ครับ”
         
         มิเคล่าพึ่งออกไปตามหาชุดยังห้องที่สี่ไม่นาน จะเรียกว่าบังเอิญรึประจวบเหมาะก็ว่าได้ กลายเป็นว่าผู้ที่ถูกเชิญออกจากโถงมีแค่เด็กฝึกงานของแมคเจลเลนเพียงผู้เดียว สายตานับแปดสิบคู่จรดตรึงบางคนก็สงสัยว่าหล่อนเป็นใครรึแอบเล่นโกงกันแน่ แม้แต่ทายาทบริษัทโภคภัณฑ์เครือ CDF ยังลอบประเมินเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

       “รบกวนด้วยนะคะคุณพ่อบ้าน” เรื่องที่เกิดในห้องโถงวันนี้มันสุดยอด ถึงแม้จะไม่ค่อยคุ้มค่ากับการที่เธอต้องมาสับสนกับเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวันก็ตาม คนที่ก้าวออกจากห้องนี้นอกจากเธอก็มีแต่มิลลี่ ดังนั้นจึงไม่ได้แปลกใจสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้องมา หรือบางทีอาจจะต้องใช้คำว่า ‘ไม่อยากใส่ใจ’ ให้กับกลุ่มคนในสังคมที่ติดนิสัยประเมินคนอื่น ยูเฟเมียก็เป็นเพียงสาวร่างเล็ก โครงหน้าที่ออกไปในทางเอเชีย กับการแต่งการธรรมดาที่เรียบง่ายแต่เข้ากับเจ้าตัว

       เธอก็เคยกังวลเรื่องแต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่นะ แต่หลังจากเห็นมิลลี่แล้วเธอก็รู้สึกว่าเธอไม่ควรจะกังวลกับอะไรแบบนี้ ตราบใดที่ที่นี้ยังเป็นที่ของบ้านแมฟเวอร์ลินช์ นัยน์ตารัตติกาลมีเพียงความราบเรียบที่แสนปลอดโปร่ง สองขาก้าวตามพ่อบ้านที่รับหน้าที่นำทางอย่างมั่นคง หลายครั้งที่พอกวาดสายตาไปทางอื่นนอกจากแผ่นหลังของคนนำทาง ก็มักจะไปสบตากับคนนู้นคนนี้ไปทั่ว แต่ถึงอย่างงั้นก็มีหลายคนที่เลือกจะหลบสายตาเธอไปก่อน

       อย่างที่คิด ต่อให้เธอปรับตัวเข้ากับสังคมของแขกส่วนใหญ่ได้ สุดท้ายมันก็ยังให้ความรู้สึกไม่น่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอยู่ดี มุมของริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย ทันทีที่เธอเดินพ้นจากห้องโถง และประตูปิดลง ยูเฟเมียก็เปิดบทสนทนาสั้นๆ กับพ่อบ้านที่รับหน้าที่เป็นผู้นำทาง “วุ่นวายไม่ใช่น้อยเลยนะคะ.. คงจะเหนื่อยพวกคุณมากแน่ๆ ”

       "....รู้สึกเป็นเกียรติมากกว่าครับ นายท่านพูดอยู่เสมอว่างานหนักทำให้คนมีโอกาสได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพราะตำแหน่งจะอยู่กับผู้ที่คู่ควรเท่านั้นไม่ยังงั้นผมเองก็คงเปลี่ยนอาชีพไปนานแล้ว…"

       เซบาสเตียนหยักรอยยิ้มมุมปากเมื่อพูดถึงหน้าที่อันทรงเกียรติของตน การจะรับใช้ท่านผู้นั้นอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเป็นเรื่องที่ยากเย็น ระดับ 'เซบาสเตียนรุ่นก่อนๆ' ต้องทำคู่มือหนาปึกให้ท่องจำกันเลยทีเดียว พ่อบ้านหนุ่มที่เหมือนหลุดออกมาจากโชโจมังงะก้าวเข้าไปจนถึงทางเชื่อมปีกซ้าย เขาหยุดก่อนจะกล่าวเตือนหญิงสาว

       "เส้นทางหลังจากนี้เป็นเขตส่วนตัวของคนในตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ พวกเราคือตระกูลเก่าแก่ได้รวบรวมกลิ่นอายของกาลเวลาในหลายยุคสมัย หากคุณได้เห็นรึได้ยินบางสิ่งที่ 'แปลก' จากโลกภายนอกไปบ้าง ก็ถือว่าเปิดหูเปิดตาแล้วกันนะครับ"

       เป็นพ่อบ้านที่มีแนวคิดที่ดีมากคนนึง ยูเฟเมียขอนับถืออยู่เงียบๆ ในขณะที่ทบทวนในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเตือนมา ทุกบ้านล้วนมีเรื่องที่เป็นส่วนตัว เรื่องนี้เธอรู้ดี และจะพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่อาจจะได้เจอ เพราะจากคำเตือนนี้มันก็ค่อนข้างน่าระแวงมากพอสมควร ริมฝีปากคลี่ยิ้มเบาบาง ในขณะที่นัยน์ตารัตติกาลยังคงปลอดโปร่ง “อย่างน้อยก็ขอบคุณที่เตือนกันไว้ล่วงหน้านะคะ คิดว่าพอจะทำความเข้าใจได้อยู่แหละค่ะ.. ”

       เข้าใจได้ = ไม่เข้าใจ ยูเฟเมียไม่เข้าใจความคิดของคนจากบ้านแมฟเวอร์ลินช์เลยสักคน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ แต่ถึงอย่างงั้นการที่ไม่พยายามที่จะเข้าใจมากจนเกินไป ก็ทำให้เธอพอที่จะอยู่กับพวกเขาได้ สำหรับยูเฟเมีย หลากสิ่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ ตราบใดที่ยังรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แค่นั้นก็เกินพอ เป็นความคิดที่ชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยึดถือมันตลอดเวลา อย่างน้อยเธอก็คิดว่าข้อคิดนี้น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังใช้ชีวิตร่วมกับชาวแมฟเวอร์ลินช์ได้ล่ะนะ..

       พ่อบ้านหนุ่มสำรวจมองเธอและได้เห็นหญิงสาวที่มีความเยือกเย็นผิดวัยก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสตรีผู้นี้คือคนที่เป็นแขกของท่านอลัน 'นั่นสินะ.. ถ้าเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปก็คงไม่พามาแต่แรก'

       ส่วนเรื่องความสัมพันธ์…. เซบาสเตียนหลับตาแล้ว RIP ในใจ

       แทนการตอบรับเขาจึงพาหญิงสาวเดินข้ามไปยังปีกตะวันตกของอาคาร เมื่อผ่านซุ้มโค้งที่สลักอักษรแปลกประหลาดที่มีสัญลักษณ์ตัว M อยู่เด่นสง่า ก็คือข้อความที่อ่านว่า 'ทองคำคืออำนาจ' ตามด้วยอักษรละตินอีกแถว

       'จงสรรเสริญแด่วิญญาณอันเป็นนิรันดร์ เมื่อกายข้ามอดใหม้ อรุณรุ่งใหม่จึงมาเยือน'

       ต่อจากซุ้มคือหนทางที่เต็มไปด้วยงานศิลปะวัตถุจำนวนมาก ที่ไม่ต้องบอกยุคสมัยก็คาดเดาด้วยตาได้ว่ามันเก่าแก่จากความขรึมขลัง แต่ละช่วงมีประเภทจำแนกชัดเจน จะอาวุธโบราณ หัวและหนังสัตว์สต๊าฟ เครื่องโถโอชาม หรือแม้แต่คอลเลคชั่นอวัยวะมนุษย์ย่อส่วนจากชนเผ่าอินเดียนแดง

       ขนลุก.. อยู่ๆยูเฟเมียก็รู้สึกว่ารอบข้างมันเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าที่ปลอดโปร่งก็ยังประดับรอยยิ้มจางๆ แต่ถ้าสังเกตดูดีๆจะรู้ได้ว่ามันซีดลงกว่าปกติไม่น้อยเลย อย่างที่คิด แมฟเวอร์ลินช์ก็คือแมฟเวอร์ลินช์ ไม่ควรยุ่งด้วยจริงๆ !! มีหลายชิ้นที่เธอสนใจ พวกของใช้จากโบราณ ยังคงทำให้สายตาหันไปความสนใจได้เสมอ แต่เมื่อละสายตาไปอีกทางแล้วเจอะเจอกับคอลเลคชั่นอวัยวะมนุษย์ยูเฟเมียก็หันกลับแทบไม่ทัน

       เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ได้แน่ๆ บรรยากาศมันไม่น่าไว้ใจเกินไปแล้ว ! พวกสัตว์สต๊าฟที่ก็เหมือนจ้องมองเราตลอดเวลาทุกครั้งที่เดิน ให้ตายสิ!! นี่มัน ไ ม่ ดี สุดๆ ยูเฟเมียที่เลือกเดินกอดอกได้แต่ยิ้มแห้งอยู่คนเดียวเงียบๆ จะไม่รบกวนคุณพ่อบ้าน และจะพยายามสลัดความอึดอัดจากการโดนสิ่งไร้ชีวิตจ้องมอง..

       "ของสะสมส่วนใหญ่เป็นของที่นายท่านได้รับมาจากการช่วยเหลือผู้คนทำเรื่องต่างๆ เป็นของกำนัลเสียส่วนมาก นอกนั้นก็เป็นงานคุณหนูเอง… ดูรกไปบ้าง ขนาดเก็บไปขายทุกเดือนก็ยังเป็นแบบที่เห็นครับ"

       จู่ๆ พ่อบ้านที่กำลังก้าวขาอยู่ก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งกลมๆ กลิ้งหลุนๆ มา ที่พื้น ด้วยแสงของช่องทางเดินตรงนี้ประกอบกับปีกตะวันตกได้ประดับสไตล์วิคตอเรียนมันจึงทั้งทึบทั้งขลัง แทบมองไม่ออกว่าสิ่งนั้นคืออะไร เซบาสเตียนก้มลงเก็บแต่ขณะนั้นไฟก็ตก.. ทุกสิ่งอยู่ในความมืด

       "ไรอันคงกำลังซ่อมสัญญาณอยู่.. คงไปโดนวงจรแถบนี้เข้า รบกวนถือสิ่งนี้สักครู่นะครับ ผมจะลองไปเปิดระบบไฟฉุกเฉินดู" พ่อบ้านส่งเจ้าสิ่งกลมๆ ทะมึนเงาในความมืดไปทางหญิงสาว

       ยูเฟเมียไม่ถูกกับเรื่องสยองขวัญ .. ไม่ว่าจะจากสิ่งเหนือธรรมชาติ หรือสิ่งที่วิทยาศาสตร์รองรับ ตราบใดที่มันน่ากลัวเธอก็ไม่ถูกกับมันอยู่ดี รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้าในขณะที่เหมือนว่าร่างกายจะชัตดาวน์ไปแล้วนับตั้งแต่ไฟตก หญิงสาวร่างบางนิ่งค้างอยู่กับที่ ในขณะที่สายตากวาดไปมา รอบข้างนี่มันทำให้ระแวงจริงๆนะ ทำใจให้สงบไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว..

       “เอ๊ะ.. อ่อ ให้ถือเจ้านั่นสินะคะ.. เอ่อ ” เธอไม่ได้กลัวความมืดนะ แต่พอมาเป็นความมืดในทางเดินที่ตกแต่งแบบนี้บอกเลยว่ายูเฟเมียค่อนข้างจะสติแตกพอสมควร ถึงจะไม่ได้เตลิดเป็นหนูโดนไฟลนก็เถอะ.. คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะเออออตามคุณพ่อบ้านไปอย่างช่วยไม่ได้ ยังไงก็ตามเธอคงจะอุ่นใจกว่าถ้าทางที่เดินไปมันกลับมาสว่าง แค่ถือของและอยู่นิ่งๆตรงนี้แค่สักพักคงจะไม่ทำให้เธอหัวใจวายหรอก.. “ ได้ค่ะ.. ฉันจะรอตรงนี้แล้วกันนะคะ ”

         สิ่งนั้นค่อนข้างหยุ่น ให้สัมผัสคล้ายหนังและมีรอยปรุรอบๆ มีกลิ่นการใช้งานพอสมควร

        ใช้เวลาไม่นานนักเมื่อไฟกลับมาส่องสว่างตามปกติ ก่อนที่พ่อบ้านจะพบว่าของที่อยู่ในมือหญิงสาวนั้นคืออะไร.. เขาดูหนักใจอย่างเห็นได้ชัด "คิดว่าเอาออกไปแล้วเสียอีก ถ้าคุณอลันมาเห็นคงไม่ค่อยดีแน่…"

       มันคือลูกบอลหนังที่ถูกทำมือขึ้นด้วยกรรมวิธีโบราณ แม้สีสันจะซีดด้วยการใช้งานแต่ก็ยังแข็งแรงและคงทน นัยน์ตาของพ่อบ้านผู้เย็นชาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อมองเจ้าสิ่งนี้ "คุณจะรับมันไปก็ได้นะครับ หรือจะทิ้งก็ไม่เป็นไร… คงมีเหตุผลที่อยู่ๆ มันก็ออกมากลิ้งตรงทางเดิน"

        “น่าแปลกนะคะ.. มันดูเก่ามาก และร่องรอยการใช้งานก็มีอยู่ชัด แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังคงสภาพและน้ำหนักได้สมกับเป็นลูกบอล..” นับตั้งแต่ไฟติด ยูเฟเมียก็จ้องมองเจ้าสิ่งในมือมาตลอด ไอ้หนูก้อนกลมที่ดูเหมือนจะถูกใช้งานมานานนี่มันอะไรกัน จากการสัมผัสมันยังดูเป็นของที่ใช้ได้ แม้ว่าจะเก่าไปบ้าง หญิงสาวยกมันขึ้นมาในระดับสายตาเพื่อประเมินให้หายสงสัย “อ่า.. อยู่ๆมาสำรวจของแบบนี้ต้องขอโทษด้วยนะคะ ”

       ยูเฟเมียยกยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนจะลดลูกบอลลง ถึงอย่างงั้นก็ยังเลือกที่จะถือมันไว้ต่อไป “ ถึงแม้ว่าปกติฉันจะไม่ใช่คนแบบนี้ก็เถอะ แต่ในเมื่อทางคุณบอกว่าฉันสามารถที่จะรับมันไปได้ ถ้าอย่างงั้นก็ขอเก็บไว้แล้วกันนะคะ ” เธอไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ แต่แค่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่จับถนัดมือ แล้วก็ยังมีความยืดหยุ่นพอสมควร ถ้าเอาไปทำความสะอาดอีกสักหน่อย คงจะใช้เล่นกับเฟลิกซ์ที่สตาร์ลิ่งได้สบายๆ

       "ฮะๆ ครับ แค่คุณไม่รังเกียจที่จะรับมันไว้… เจ้า 'มัวร์' เองก็คงจะดีใจเช่นกัน บอลนี้.. คุณอลันทำมันขึ้นมาเองเมื่อนานมาแล้วเพื่อเล่นกับคู่หูน่ะครับ" เซบาสเตียนชะงักไปชั่วคราวเมื่อรู้สึกว่านี้อาจเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย แต่เมื่อคิดแล้วอีกฝ่ายเองก็เป็นถึงคนที่คุณอลันพามาด้วยตนเองก็คงไม่มีปัญหา เขาจึงเล่าต่อคลายความสงสัยพลาง เดินนำทาง

       "มัวร์เป็นลูกหมาป่าสีดำสนิทตัวหนึ่งที่คุณอลันไปเก็บได้จากข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าทำยังไงทั้งคู่ถึงสนิทกันราวกับมองตาก็รู้ใจ… ใครจะคิดล่ะครับว่าหมาป่าสามารถเชื่อฟังมนุษย์ได้โดยไม่ต้องฝึก ย้อนไปในเวลานั้นทั้งคู่ไปเล่นบอลนี้ที่หน้าลานแทบทุกวันเลยครับ กว่าจะยอมกลับมากินข้าวเย็นก็เปรอะไปทั้งตัว"

       “ฟังดูเป็นเรื่องราวมิตรภาพที่ดีเลยนะคะ..” ยูเฟเมียตอบรับการเล่านั้นด้วยถ้อยคำสั้นๆ นัยน์ตารัตติกาลหลุบลงมองลูกบอลในมือ ใครจะคิดว่าเจ้าก้อนกลมนี้ถูกสร้างมาโดยเจ้านายที่คาดเดาไม่ได้คนนั้น ทั้งๆที่เป็นของที่เต็มไปด้วยความทรงจำ แต่กลับเลือกที่จะทิ้งมัน จับประเด็นได้ ยูเฟเมียก็พอจะรู้ว่าเรื่องราวของมันอาจจะไม่ได้ดีไปซะทั้งหมด

       ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะถาม เพราะมันอาจจะลำบากใจ แต่เหมือนว่าโชคจะเข้าข้างที่คุณพ่อบ้านเลือกเล่าออกมาให้ฟัง แม้จะรู้สึกแปลกๆที่เป็นแค่เด็กฝึกงานแต่ได้มาฟังเรื่องตอนเด็กของเจ้านาย อะไรแบบนี้มัน… ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่เลยแหะ ? แต่ตลอดการที่ได้มาอยู่ในปราสาทแมฟเวอร์ลินช์วันนี้ ทุกอย่างมันก็ค่อนข้างที่จะลงล็อค เรื่องราวในบ้านแมฟเวอร์ลินช์บางครั้งก็ใช้คำว่าสมเหตุสมผลกับมันไม่ได้หรอก..

       "ฮะๆ ครับ… ตั้งแต่แรกคุณอลันก็ดูจะเข้ากับสัตว์ได้ดีกว่ามนุษย์ นายท่านบอกว่าเพราะลูกชายค่อนข้างยึดติดกับสัญชาติญาณมากกว่าความรู้สึก กลายเป็นว่า.. พอรู้ตัวอีกที คนๆ นั้นเค้าก็แทบจะเป็นจ่าฝูงหมาป่าไปแล้ว จะไปที่ไหน หายใจเข้าออกก็ต้องมีมัวร์ไปด้วย แทบจะอยู่กับคนทั่วไปลำบาก"

       เซบาสเตียนยังสามารถเล่าเรื่องราวเป็นฉากๆ ได้ราวกับว่าภาพในอดีตนั้นไหลเวียนอยู่รอบกาย "ลูกบอลนี้ก็เหมือนกันครับ… ต่างจากคุณหนูมิลลี่ ฝ่ายพี่ชายไม่ค่อยมีพรสวรรค์ด้านงานฝีมือสักเท่าไร บอลลูกเท่านี้ ยังใช้เวลาเป็นเดือนทำมันออกมา ด้วยเหตุผลแค่ว่าสิ่งที่วางขายทั่วไป เจ้ามัวร์ไม่ชอบกลิ่น และขนาดก็ไม่พอดีกับปากของมัน… ตัวติดกันคิดแทนกันมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าเสียดาย"

       "ในฤดูหนาวของสิบปีก่อน คุณคงได้ยินหรือจำข่าวอุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่ที่หน้าเอ็มไพร์สเตทได้? หนนั้น ล่ะครับ.. เพื่อปกป้องคุณอลัน เจ้ามัวร์ก็เลย…"

       เมื่อนึกถึงเหตุการณ์คราวนั้นแม้แต่พ่อบ้านเองก็ยังหวั่นใจไม่หาย สองคำที่นายท่านบอกว่าลูกชายนั้น 'ยึดติด' ไม่ใช่แค่ระดับปกติเลย ภาพของชายผมเงินที่เอาแต่กอดศพของสุนัขป่าสีดำ แม้ว่ามันจะเน่าเปื่อยและเหลือแต่กระดูกก็ไม่นึกรังเกียจ ยังคงพูดคุยกับความว่างเปล่านั้น… คงจะเป็นอาการ 'ยึดติด' อย่างที่ว่า หนึ่งในกรรมพันธุ์วิปโยคของตระกูลนี้จริงๆ

       "หลังจากนั้นคุณอลันก็สั่งให้ทิ้งของทุกอันที่เกี่ยวกับเจ้ามัวร์ให้หมด ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่บางชิ้นที่ทิ้งไม่ลงครับ…"

       สิบปีก่อนเธอพึ่งจะแปดขวบ.. แต่ก็พอจะจำได้ถึงข่าวอุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น มีผู้บาดเจ็บหลายรายทีเดียวถ้าจำไม่ผิด.. คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ความทรงจำดีๆที่จบไม่สวย ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องเจอ เพราะได้รับฟังความหลังที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้รู้ รอยยิ้มเบาบางจึงผุดขึ้นมาบ้าง “ยิ่งได้ฟังแบบนี้ก็ยิ่งทิ้งไม่ลงเลยค่ะ..”

       “เพราะเป็นของที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวดไปบ้างก็ตาม ” นัยน์ตารัตติกาลปรากฏแววอ่านยากเพียงแค่ครู่เดียวก่อนที่จะเลือนหาย ตัวเธอไม่มีอะไรเลยที่พอจะทำให้นึกย้อนถึงชีวิตช่วงก่อน ยูเฟเมียเป็นเด็กกำพร้า ชีวิตเธอไม่ได้เริ่มต้นมาดีแม้แต่นิดเดียว สิ่งล้ำค่าที่มีอยู่เป็นเพียงแค่ความทรงจำ สิ่งของในตอนนั้น ทุกอย่างได้หายไปหมดแล้ว “ อาจจะเพราะฉันเองไม่มีของแบบนี้ก็ได้ค่ะ.. ถึงได้มองว่ามันสำคัญ ของที่ไม่ว่ามองเมื่อไหร่ก็จะทำให้นึกถึงความทรงจำเก่าๆ ”

       “อ่า.. เผลอพูดเรื่องแปลกๆไปซะแล้ว.. เอาเป็นว่าจะดูแลเจ้าลูกบอลความทรงจำนี้อย่างดีก็แล้วกันนะคะ” เพราะเจ้าของไม่ต้องการ ดังนั้นเธอก็จะรับมันไปเอง จะว่าไปเจ้านายเธอก็ดูจะเป็นคนที่เข้ากับมนุษย์ไม่ค่อยได้จริงๆนั้นแหละ ถ้าเป็นสัตว์ก็อาจจะ… เป็นมิตรกันมากกว่าสานสัมพันธ์กับมนุษย์สินะ คนๆนั้น..

       "ไม่แปลกหรอกครับ... คุณยูเฟเมีย"

       เซบาสเตียนหยุดอยู่ตรงหนเล้าประตูใหญ่ลวดลายหยดน้ำบานหนึ่ง หันมาหยักรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้ทั้งห้องสว่างสไวขึ้น เขาพูดไปพร้อมๆ กับทาบมือลงบนแท่นสแกนด้านข้าง "ผมอยู่รับใช้ตระกูลนี้มานานพอ.. สามารถพูดได้ว่าสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขานอกจากครอบครัวแล้วก็คือ 'ความทรงจำ' สิ่งที่จะช่วยทำให้เรายังคงเป็นตัวเราแม้ว่ากาลเวลาจะนำพาสิ่งใดผ่านพ้น หวังว่าบอลลูกนี้จะช่วยเป็นเครื่องรางที่ช่วยให้คุณได้พบกับความทรงจำที่ดีจากนี้ไปนะครับ"

       เพราะมีความทรงจำทั้งหมด ตัวเองถึงได้เป็นตัวเราในตอนนี้ ยูเฟเมียตอบรับคำพูดที่คล้ายจะเป็นการอวยพรจากคุณพ่อบ้านด้วยการพยักหน้าเบาๆ ความทรงจำที่ดีมีอยู่ในทุกๆวัน เช่นเดียวกันกับความทรงจำที่เลวร้าย แต่ถึงอย่างงั้นทุกความทรงจำก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้อยู่ดี

       ทันทีที่ประตูทรงหยดน้ำถูกเปิดออกมันก็กลายเป็นลิฟต์แคปซูลสุญญากาศพาให้ทั้งสองลงไปยังชั้นใต้ดิน รอบๆ ทั้งสองคือกระจกความหนาแน่นสูงมันใสจนทำให้สามารถเห็นกระแสน้ำรอบๆ ที่ไหลผ่านและเหล่าปะการังหลากสีสันนี่คือความหมายของคำว่า 'ยกทะเลมาวางตรงหน้าคุณ' เผื่อใครจะลืมไป ส่วนนี้ยังคงอยู่ใต้วิลล่าเช่นกัน

       "ช่วงที่นายท่านสนใจสมุทรศาสตร์เป็นพิเศษก็มีการต่อเติมส่วนอควาเรี่ยมเพิ่มเข้ามา ตอนนี้ทำได้แค่จำลองส่วนหนึ่งของทะเลแปซิฟิกเพื่อทดลองเพาะพันธุ์จำพวกหายากครับ…" ทันทีที่เขาพูดจบ ปลากระเบนสีดำทะมึนก็ว่ายข้ามหัวไปอย่างเริงร่า

       “อ่า.. สุดยอดไปเลยนะคะ..” ว่างเปล่า สายตาของหญิงสาวร่างบางที่มองตามปลากระเบนสีดำนั้นมันช่างว่างเปล่า ไม่รู้ว่าควรจะทำความรู้สึกยังไงที่อยู่ๆในหัวของเธอก็มีความคิดว่า ‘สมกับเป็นแมฟเวอร์ลินช์’ ขึ้นมาในหัวเมื่อเห็นอควาเรี่ยมแห่งนี้ มาตราฐานมนุษย์ทั่วไปใช้ไม่ได้กับพวกเขา เรื่องนี้ยูเฟเมียเข้าใจดี คุณประธานที่มีของสะสมน่ากลัวตลอดทางเดิน มีอควาเรี่ยมส่วนตัว เธอก็พอจะเข้าใจ

       “โดยปกติแล้วคนที่เข้ามาครั้งแรกทำหน้าแบบไหนกันหรอคะ ? นับจากเรื่องทุกอย่างที่เจอภายในวิลล่า ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองควรจะต้องทำหน้ายังไง ” เธอไม่ควรคาดหวังสิ่งที่ปกติจากบ้านแมฟเวอร์ลินช์ นั้นคือเรื่องแรกที่ต้องรู้หากจะทำความรู้จัก และเรียนรู้กลุ่มคนที่มีสายเลือดแมฟเวอร์ลินช์ทั้งหลาย ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังทำใจยอมรับได้ยากอยู่ดี..

       'คนที่เข้ามาครั้งแรก? ถ้าไม่ใช่คนของแมฟเวอร์ลินช์อยู่แล้ว ก็มีแค่เธอนั่นล่ะ' รู้สึกคำถามนี้ตอบยากเพราะไม่มีตัวให้เปรียบเปรย แต่แน่นอนว่าพ่อบ้านมือทองเอาอยู่

       "สิ่งแรกคงเป็นความประทับใจครับเพราะมันไม่ง่ายเลยที่คุณจะมีโอกาสได้ 'ใกล้ชิด' และสัมผัสกับชีวิตในท้องทะเลขนาดนี้" ยิ้มละมุนเมื่อลิฟต์แก้วหยุดลงด้านหน้าเขตพิเศษ… ใกล้แล้วสินะงานของกระดาษแผ่นนั้น

       เมื่อประตูถูกเปิดและคนทั้งสองก้าวเข้าไปด้านในส่วนสระแยก ทันทีที่ประตูปิดลงอีกครั้งก็พบแผ่นหลังในชุดสีขาวของคนผู้หนึ่ง เขาสูงเกือบสองเมตร บ่ากว้างและดูค่อนไปทางเพรียวสง่า เส้นผมเงินยาวระบั้นเอวนั้นสะอาดสะอ้านบรรยากาศรอบตัวชายผู้นี้มีชีวิตชีวาต่างกับ 'ร่างของบางคน' ในห้องโถง ประโยคเปี่ยมความเอ็นดูดังมาก่อนตัว

       "ได้เวลาให้อาหารแล้วสินะ กำลังรออยู่เลย.."

       “ฮะ.. ” ถ้าคิดว่าตอนที่รู้ว่าเจ้านายพามาบ้านคือการโดนค้อนทุบหัว ตอนนี้คงเหมือนเธอโดนตบหน้าฉากใหญ่ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยคำถาม และคำถาม อัดแน่นจนเด็กอนุบาลเห็นก็ยังรู้ว่ายูเฟเมียอยู่ในสภาพที่ช็อกจนกระทั้งจะถามให้ชัดเจนก็ยังพูดไม่ถูก ได้แต่มองเจ้าของเส้นผมสีเงินสลับกับคุณพ่อบ้านที่เดินร่วมทางกันมาสักพัก ยูเฟเมียค่อนข้างมั่นใจ และมั่นใจมาก ว่าศพที่เห็นตรงห้องโถง กับคุณผมเงินยาวคนนี้ ควรจะเป็นคนเดียวกัน แล้ว.. เอ๊ะ ??

       “ ... นี่ฉันตายแล้วหรอคะ ? ” โคตรจะ… เป็นความสิ้นคิดมากที่ถามออกไป ยูเฟเมียยกมือข้างนึงมาลูบแก้มตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยแก้ไปอีกครั้ง “เอ่อ.. ไม่ต้องสนใจเมื่อกี้นี้หรอกนะคะ ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรไปก็แล้วกัน..” นี่มัน ! โคตรจะ !! ไม่สมเหตุสมผลเลย !!! ใครก็ได้เอาหนูกลับบ้านทีค่า !! ไม่อยากอยู่แล้ว !!!

       ทั้งสองฝ่ายจ้องมองโดยที่ชายผมยาวสลวยราวกับออกมาจากแคตตาลอคซาลอนนั้นกระพริบตาปริบๆ อยู่มาหลายศตวรรษพึ่งจะมีใครทักทายเขาแบบนี้ 'นี่ฉันตายแล้วหรอคะ' ก็ยอมรับว่าประทับใจเหมือนกันนะ

       "นายท่านครับ… คุณคนนี้ยังไม่ทราบ…" เพื่อกู้สถานการณ์เดธแอร์ พ่อบ้านหนุ่มจำต้องออกหน้า "เธอได้ใบนั้นครับ"

       ใบที่ว่าก็คือ 'Jackpot' มีแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่สามารถรับประสบการณ์ระดับเอกคลูซีฟ มาช่วยเจ้าของวันเกิดให้อาหารเหล่าปลาน้อยที่น่ารักที่นี่

       "ฉันเห็นทุกอย่างหมดแล้วล่ะ ขอบใจนายมากเซบาสเตียน ที่เหลือฉันจะจัดการเอง ช่วยไปเก็บภาพมัฟฟินน้อยใน 'ชุดนั้น' มาให้ทีสิ" ชายคาลิเฟอร์กอดอกพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตัวเขาเองสามารถเข้าชมภาพผ่านระบบการมองเห็นของเหล่า AI ในห้องโถงได้ นั่นหมายถึงรับชมอย่างสนุกสนานแม้ตัวจริงจะอยู่ที่นี่ก็ตาม หลังไล่พ่อบ้านไปทำงานที่สำคัญยิ่งกว่า ต้นตระกูลแมฟเวอร์ลินช์ก็ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างปลอดโปร่ง

       "ดูเหมือนจะยังไม่ตายนะ… ดีเลย เด็กๆ ของฉันชอบแบบที่ยังดิ้นได้ด้วยสิ อื่ม… สาวน้อยเธออยากรู้อะไรเอาไว้ค่อยถามทีละข้อ ดีไหม?" นิ้วเรียวยาวที่ขาวจัดราวกับไม่เคยโดนแดดนั้นแทบจะโปร่งแสง เขาแตะแก้มเธอเบาๆ อย่างเอ็นดูพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้า 'เด็กลูกครึ่งเอเชีย อายุ 18 ปี ชื่อก็รู้สึกว่าจะเป็น..ยู อะไรสักอย่าง ที่เจ้าลูกชายเลี้ยงเอาไว้สินะ' แต่ตัวของเขาน่ะ ไม่ค่อยจะจำชื่อใครเท่าไร อยู่มานานเกินจะนับชื่อคนรู้จัก ยังจำหน้าคนในตระกูลได้ก็บุญแล้ว

       ถึงจะอายุขัยเกินนิ้วสิบคนนับ ทว่าใบหน้าของชายผมเงินยังคงอ่อนเยาว์ราวกับยี่สิบต้นๆ ดวงตายาวรีสีอำพันสุกมอบให้ได้ทั้งฤดูหนาวอันเย็นเยือก และสายลมฤดูใบไม้ผลิอันอ่อนโยน แม้คำพูดคำจาจะไร้เหตุผลไปบ้างแต่บุรุษตรงหน้าเธอนี้ก็มีรูปลักษณ์ในระดับภูตผีร่ำไห้ สวรรค์ไร้ผู้ต้านทาน เหนือกว่าแมคเจลเลนขึ้นมาหลายขั้น

       “โอ้.. ค่ะ.. นั้นค่อนข้างเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว”

       ตั้งตัวไม่ทันคือสิ่งที่ตรงกับยูเฟเมียที่สุดในตอนนี้ ถ้าเธอเข้าใจไม่ผิดคนตรงหน้านี้จะต้องเป็นเจ้าของงานวันเกิดที่แสนวุ่นวายครั้งนี้แน่ ไม่รู้ว่าควรจะตกใจกับเรื่องไหนก่อนดี จะเป็นเรื่องคนที่คิดว่าตายแล้วยังมีชีวิตอยู่ เรื่องที่อยู่ๆก็โดนแตะแก้มแบบงงๆ หรือจะเป็นเรื่อง ไอ้ความหมายของคำว่า ‘เด็กๆ ของฉันชอบแบบที่ยังดิ้นได้ด้วยสิ’ ไม่ว่าจะยังไงก็ตามยูเฟเมียก็ยังยกยิ้มบางๆ และพยายามประคองสถานการณ์เอาไว้ “ขอโทษที่เมื่อกี้นี้.. ค่อนข้างที่จะใช้ประโยคทักทายที่แปลกไปหน่อยนะคะ”

       "หึหึหึ… ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกสาวน้อย ฉันชอบความแปลกใหม่ สิ่งที่คาดเดาได้ง่ายนั่นค่อนข้าง… น่าเบื่อไปบ้าง"

       หลังผละออกไปเพื่อกดวงจรโฮโลแกรมเรียก 'เด็กๆ' มาที่ศูนย์แล้ว คาลิเฟอร์ยังใจกว้างเดินไปยังแลปย่อยและเรียกให้เธอตามเข้าไป "ตอนกลางวันให้กินจนพุงกางคงต้องใช้เวลาย่อยสักหน่อย ระหว่างรอก็มาอยู่ตรงนี้ก่อน เธอ.. ชอบชารึกาแฟ?"

       ด้านในแลปย่อยมีตัวอย่างสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ย้อมโครงกระดูกเอาไว้ค่อนข้างสวยงาม ด้านหลังคือกระดาษแผนงาน และรอบตัวบางครั้งก็ขึ้นจุดเขียวหลายกระจุกบนจอเรด้าห์ ส่วนสิ่งที่คาลิเฟอร์กำลังทำคือตั้งน้ำร้อนด้วยบีกเกอร์

       เอ๊… เป็นคนที่ .. ต่างจากทั้งมิลลี่และเจ้านาย ด้วยฐานะของเขากับการที่หลังจากเรื่องวุ่นวายภายในงานเลี้ยงทั้งหมด เขาดูจะรับรู้และยังวางใจ นี่มันชัดมากว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความตั้งใจของคนตรงหน้าเธอ ก็อยากจะใช้เวลารับชมอควาเรี่ยมใต้วิลล่าอยู่หรอกนะ แ