วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ New York } Central Park

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-5-2 15:24:59 |โหมดอ่าน

Central Park

{ New York }




เซ็นทรัลพาร์ค
เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ถือว่าเป็นปอดขนาดใหญ่ของชาวนิวยอร์กเก้อเลยก็ว่าได้
แถมยังเป็น แลนด์มาร์ค นิวยอร์ก ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วยนะ มาดูกันว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง
ที่ เซ็นทรัลพาร์ค ในแต่ละฤดูก็จะมีกิจกรรมต่างๆหมุนเวียนมาให้ชาวเมืองได้ใช้ชีวิตสนุกสนานกัน
ไม่ว่าจะเป็นการถีบเรือเป็ด ละครกลางแจ้ง ในหน้าร้อนจะมีกิจกรรมถี่ๆกว่าทุกฤดูเลย ส่วนฤดูใบไม้ร่วง
เป็นฤดูที่เราชอบมาก อากาศเย็นๆประมาณ 10-18 ต้นไม้ก็ต่างพากันเปลี่ยนสีสันกันทั่วเมือง
แล้วยิ่งใน เซ็นทรัลพาร์ค คงไม่ต้องพูดอะไรมาก สีส้มเหลืองแดงงามสะพรั่งกันทั้งสวนเลย

อีกทั้งที่นี่ยังมีมีขนาดพื้นที่ 843 เอเคอร์ หรือประมาณ 3.41 ตร.กม. ตั้งอยู่ระหว่าง
ย่าน Upper West Side และ Upper East Side ในปี ค.ศ. 2013 มีคนมาเยี่ยมชมที่นี่สูงถึง 40 ล้านคน
และเป็นสวนสาธารณะที่ถูกนำไปใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์มากที่สุดด้วย นอกจากเรื่องของขนาดแล้ว ในปี ค.ศ. 1858
สวนสาธารณะแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบมาอย่างดีจากสถาปนิกผังเมือง Frederick Law Olmsted
และนักออกแบบผังเมือง Calvert Vaux มาช่วยกันเนรมิตให้เป็นสวนสาธารณะในฝันให้กับชาวเมืองกันเลยทีเดียว
ในข่วงที่เราไปเที่ยวกันเป็นฤดูหนาว หนาวมากๆ อุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียส แต่พอได้เข้าไปในสวนเท่านั้นแหละ
อากาศก็ดรอปลงเพราะความชื้นและความหนาแน่นของป่าไม้ในนั้น รีบเอามือซุกกระเป๋าแทบไม่ทัน หูชากันเลยทีเดียว
หมวกบีนและเสื้อโอเวอร์โค้ทก็เอาไม่ค่อยอยู่ แต่ชาวเมืองที่มาเดินเล่นแถวนั้นกลับแต่งตัวกันชิลมาก เหมือนว่ามันไม่ได้หนาวซักเท่าไหร่
นี่ก็มองหน้าเพื่อน สบตากันแล้วก็คิดว่า เอ๊ะ เราเว่อกันไปเองป่าวอ่ะ สถานที่เที่ยวในนี้ก็มีตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น สวนสัตว์
โรงหนัง คอร์ดเทนนิส เอาเป็นว่าถ้าไม่มีเวลาไปไหนไกลอย่างเช่น การออกไปนอกเมือง ก็มาใช้เวลากันที่นี่ให้เต็มที่ได้เลย

โพสต์ 2020-5-3 03:40:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2020-5-8 15:03

2-3วันต่อมา ...


วันหนึ่ง ฟรานโก้ได้ออกเดินทางไปต่างเมืองอีกครั้งเพื่อที่จะไปร่วมงานอีเว้นท์สำคัญที่เขาชื่นชอบ และเคยไปหลายครั้ง...
เป็นงานที่รวมและขายโดจินจากหลายเจ้าหลายนักวาดดังๆหลายคน มารวมกัน ณ ที่นี่ ที่เมืองนิวยอร์ค ศูนย์กลางความเจริญของอเมริกานั่นเอง
ฟรานโก้เองไม่คิดจะพลาดอยู่แล้ว ...


..
...

ฟรานโก้เดินทางมาถึงนิวยอร์คหลังจากนั้น ตามคำชักชวนของเพื่อนๆในงาน ซึ่งปกติเขาจะต้องไปขายของด้วย แต่ว่าวันนี้เขาไม่ได้คิดจะไปขายอะไร เลยบอกว่าของดก่อน สภาพจิตใจยังไม่เต็มที่นัก


ฟรานโก้เดินทางมาคนเดียวโดยไม่ได้มีใครตามมา เขาได้นัดแนะกับเพื่อนว่าไปเจอกันที่นั่นน่าจะดีที่สุด ซึ่งหลายคนก็ตกลงตามนั้น ฟรานโก้ก็เลยจะไปที่นั่นแบบไม่เร่งรีบ
เขาขึ้นรถประจำทางต่อหลายสายนิดหน่อย แต่ดูเหมือนมันจะไปช้า ทว่าเขาเองก็มั่นใจว่าจะไปถึงที่หมาย..


ฟรานโก้ลงจากรถประจำทาง แล้วกำลังเดินทางไปตามทางถนนตามปกติ ผ่านสวนสาธารณะประจำนิวยอร์ค....


แต่ทว่า...


"อะ..อุก!!"
ฟรานโก้เองจู่ก็รู้สึกเจ็บแลบในอกอย่างรุนแรงและกระทันหัน


"อั่กกกกกกกกกก!!"
"อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!"
ความเจ็บปวดนี้เองทำให้เขาเกิดความบ้าคลั่งขึ้นมา เขาเริ่มไม่ได้สติรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาโค้งงอ มือกุมศีรษะอย่างปวดแสบปวดร้อน
จากนั้นก็มีเหตุการณ์ประหลาด หมอกสีดำปริศนาปกคลุมตัวเขา..


*ครืนนน ครืนนน*
ความคิดเขาฟุ่งซ่าน บิดเพี้ยน จนกระทั่งหมอกสีดำนั้นเริ่มรวมตัวเป็นรูปบางอย่าง ก่อตัวเป็นรูปร่างคน แต่ไม่ใช่คนซะทีเดียว
มันกลายเป็นอสูรกายตามที่ฟรานโก้คิด และ อสูรกายจาก...ภาพโดจินในสภาพหน้าตาอสูรแต่ร่างกายเป็นสาวนมโต
--

Cr.thegutter


สิ่งมีชีวิตในจินตนาการมันเกิดขึ้นมาบนโลกจริงเสียแล้ว


"แฮร่ กรรรรรรรรรร!!"
สัตว์ประหลาดตัวนั้นถึงแม้รูปร่างจะดี แต่นิสัยนั้นเหมือนสัตว์ป่าทั่วไไป เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็เริ่มออกอาละวาด โจมตีสิ่งกีดขวางไม่เลือกหน้า
ชาวเมืองละแวกใกล้เคียงต่างเห็นความผิดปกติ ก็เลยพากันหนีอย่างจ้าละหวั่น


"อะ..!" ฟรานโก้ที่ได้สติกลับคืนมา จากเมื่อครู่ที่ตนเองเสียสติไปแล้วเหมือนจะปล่อยอะไรไม่คาดคิดออกมาซะแล้ว
"เมื่อกี้ เราทำอะไร..วะเนี่ย..!?" ฟรานโก้้ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สัตว์ประหลาดนั้นเราเคยเห็นในโดจินหรือมังงะนี่หว่า ทำไมมันเกิดขึ้นมาได้วะ ชิบหายละ แทนที่จะได้ไปงานสงบๆคงไปได้ยากซธแล้ว


ชั้นควรทำยังไงดีเนี่ย!?


====================================

ความโกลาหลขนาดย่อมๆเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
ที่จู่ๆ สัตว์ประหลาดรูปร่างผู้หญิงคล้ายจากในจินตนาการจู่ๆก็โผล่ออกมา จากไหนไม่รู้ในมุมมองของคนอื่นๆ
แต่กับฟรานโก้นั้นเหมือนจะรู้ตัว...อยู่นะว่าเป็นฝีมือเขา

ฟรานโก้เองก็ทำตัวไม่ถูก.. ที่จู่ๆสัตว์ประหลาดรูปร่างคนนั่นก็โผล่ออกมาแบบไม่มีปี่ขลุ่ยแล้วออกอาละวาดในเมือง โดยที่ไม่รู้แหล่งที่มาที่ไป
ให้ตายซิ แต่ฟรานโก้คิดว่าครึ่งนึงตนทำอะไรสักอย่างถึงเรียกมันมาแน่ๆ แต่เราจำอะไรไม่ได้เลยนี่นามันมายังไงกันวะ
แถมมาตอนระหว่างเราเดินทางไปงานซธด้วย ควรจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ต้องหนีก่อนมั้ย...

จากนั้นไม่นาน

"นั่น สไปเดอร์แมน!"
"สไปเดอร์แมนมาแล้ว!"

เสียงชาวเมืองมองขึ้นบนฟ้า ก็พบบุรุษใส่ชุดสีแดงสลับน้ำเงินลายใยแมงมุมที่รู้จักกันดี ฮีโร่ผู้มีชื่อเสียงในนิวยอร์คอีกต่างหาก เขาคือสไปเดอร์แมน กำลังโหนใยมาแก้ไขความโกลาหลนี้อย่างรวดเร็ว

"โย่วชาวเมือง! รีบหนีไปเดี๋ยวผมจัดการให้!"
เสียงสไปเดอร์แมนตะโกนบอกทุกคน อาจจะรวมถึงเราด้วย... แต่เรายังไม่คิดจะหนี ขอดูต่ออีกนิดๆ แม้จะวุ่นวายก็ตาม

ชาวเมืองพากันหลบหนีออกจากบริเวณนั้นกันไปหมดแล้ว จากนั้นฟรานโก้ก็เห็นสไปเดอร์แมนพุ่งตัวเข้าไปโจมตีใส่สัตว์ประหลาดตัวนั้น! ที่คิดว่าฟรานโก้เขาเรียกออกมา...เรียกออกมายังไงกันแน่วะเรา...

"ทางนี้ เจ้าสัตว์ประหลาดหญิงเอ้ย!" สไปเดอร์แมนหยอกล้อไปพร้อมสุ้กับเจ้านั่น ความเร็วของเขาสามารถปั่นหัวของสัตว์ประหลาดได้ดีมาก ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังของเขาเกือบจะเทียบได้กับสัตว์ประหลาดเลย หรืออาจจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ

"กรรรรรรรร!!" สัตว์ประหลาดตัวนั้นหันมาสนใจสไปเดอร์แมน แต่ว่โจมตีไม่โดนเขาเลยสักที มันก็เลยดูเหมือนจะโมโหขึ้นด้วย

*ผัวะ*
*ผัวะ*
*ตูมมมม*

สถานการณ์ตรงหน้าเป้นไปอย่างดุเดือด แต่ฟรานโก้เองก็ปักหลักแอบดูอยู่อีกเล็กน้อย รักษาระยะห่างประมาณ 20เมตร+เพื่อไม่ให้โดนลูกหลง ก่อนที่เขาจะไปนั้น อยากจะรู้ว่า สัตว์ประหลาดตัวนั้นมีที่มาที่ไปยังไง แล้วมันออกมายังไงกัน...


==================================


การต่อสู้ระหว่างสไปเดอร์แมนกับสัตว์ประหลาดนั้นดำเนินไป...ซักระยะ
ต่างฝ่ายต่างไม่เพลี้ยงพล้ำกันได้ง่ายๆ สไปเดอร์แมนก็สู้แบบออมแรงพยายามหาจุดอ่อนอยู่
ส่วนสัตว์ประหลาดร่างคนผู้หญิงนั้น ก็ต่อสู้แบบไม่มีท่าทีที่จะเหนื่อยเลย..

ฟรานโก้เองก็ปักหลักยืนดูอยู่ระยะห่างเท่าเดิม รักษาระยะ20เมตรเพื่อกันตัวเองจากอันตราย..
"สไปเดอร์แมนจะไหวมั้ยเนี่ย?..." ฟรานโก้คิดในใจ

จังหวังนั้น.. ระหว่างที่สไปเดอร์แมนกำลังต่อสู้ติดพัน ด้วยพลังเซ้นส์ของเขานั้นที่ใช้อยู่ทำให้อ่านการโจมตีของสัตว์ประหลาดตัวนี้ออก
แต่ที่เขาประหลาดใจอยู่อย่างหนึ่งที่พบเจอระหว่างสู้
นั้นคือ เซ้นส์สไปเดอร์ที่เขาเห็น กลับพบว่าเส้นจิตใจของสัตว์ประหลาดตัวนี้เชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่าง ที่อยู่นอกเหนือจากจิตใจของตัวมันเองอยู่
ระหว่างนั้นสไปเดอร์กวาดสายตามองรอบๆด้วยความรวดเร็ว จนกระทั่งพบ ฟรานโก้ ที่แอบดูอยู่.. แม้จะอยู่ไกลแต่สไปเดอร์แมนก้ยังเห็นเขา
เซ้นส์สไปเดอร์เห็นเส้นจิตใจของสัตว์ประหลาดตัวนี้ เชื่อมโยงกับตัวฟรานโก้

"เฮ้ นายตรงนั้นน่ะ!" สไปเดอร์แมนเห็นฟราน เลยพุ่งไปหาอย่างไวด้วยความเร็วที่ไม่คาดคิด

"เหวอ สไปเดอร์แมน!?" ฟรานโก้ตกใจที่จู่ๆฮีโร่คนนี้ก็พุ่งมาหาเขา

"ชั้นเห็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกับนาย นายรู้มั้ยว่าทำไมนายถึงทำได้ นายเรียกมันมางั้นเหรอ?" สไปเดอร์ถามฟรานซ์

"ผะ...ผมเองก็ไม่รู้
ผมรู้สึกว่าเสียสติไปครู่นึงตอนกำลังเดินในเมือง แล้วเจ้าตัวนั้นก็โผล่มาแบบ ผมไม่รู้อะไรเลย แล้วคุณสไปดี้รู้ด้วยเหรอว่าผมมีอะไรเชื่อมโยงกับเจ้าตัวนั้นกันครับ?" ฟรานโก้ถามแบบงงงวยจริงๆนะ

"อืมมมมมมมมมม........" สไปดี้ฟังเหตุผลที่ฟรานโก้บอก ก่อนจะครุ่นคิด ใช่อย่างที่เขาคิดจริงๆ
"เอางี้นะนาย นายลองตั้งสมาธิ ทำจิตใจให้นิ่งไว้ สื่อจิตใจถึงเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้ได้ดูนะ เผื่อว่ามันจะได้ผล ตอนนี้ผมต้องล่อมันออกไปให้ไกลจากเขตเมืองก่อน!" สไปดี้แนะนำให้ฟรานโก้ฝึกจิตสื่อถึงมันให้ได้ ก่อนจะกระโดดออกไปจากจุดที่ฟรานโก้หลบอยู่

"ทางนี้เลยเจ้าสัตว์ประหลาด!
แล้วก็นาย! ลองตั้งสมาธิทำจิตให้นิ่ง น่าจะควบคุมมันได้!" สไปดี้บอกก่อนล่อสัตว์ประหลาดไปทางอื่น

"เฮ้ย เดี๋ยว! ไอ้ตั้งจิตที่ว่ามันอะไรกันล่ะเนี่ย!? ผมจะคุมมันได้จริงๆเหรอ!?" ฟรานโก้ยังไม่เข้าไป แต่สไปดี้แมนก็ไปตรงนู้นซะแล้ว.. ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมเลย

"......"
"เอาไงเอากันวะ...!" ฟรานโก้เองก็คิดว่าจะลองทำตามที่สไปเดอร์บอก ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วเราหนีไปเฉยๆ เราสัมผัสได้ว่า เรียกมันมาแท้ๆ ก็ต้องรับผิดชอบมันสักหน่อย..
จากนั้นฟรานโก้นั่งลง หลับตา ตั้งจิตให้นิ่ง คลายความตื่นเต้นลงให้มากที่สุด ก่อนจะหายใจเข้า หายใจออกลึกๆ.. พยายามนึกถึงสัตว์ประหลาดตัวนั้นว่าเป็นตัวอะไรกันแน่..
มาจากหนังสือเล่มไหน รหัสอะไร...
เขานั่งทำจิตให้สงบพร้อมกับนั่งนึกไปพร้อมๆกัน...

@Admin





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-8 15:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
จักรยานเสือภูเขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x2
x3
x2
x6
x1
x108
x6
x3
โพสต์ 2020-5-5 23:23:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2020-5-6 00:12


Mikela MaverLynz
140
What is Love
           ท้องถนนนิวยอร์คให้อารมณ์ที่แตกต่างออกไปจากเซ็นทรัลซิตี้ อย่างน้อยๆ ร้านรวงก็ดูมีคลาสกว่า และน่าประทับใจที่แคปบอกว่าเขามาจาก ‘บรูคลิน’ มันอยู่ไม่ไกลจากแมนฮัตตัน เธอเองให้ความสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับนิวยอร์คในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังทานอาหารทั้งคู่เลือกขี่รถเล่น ในรูปแบบที่คนซ้อนท้ายต้องไว้ใจกันอย่างมาก…

            “จับให้แน่นนะสาวน้อยตกไปล่ะก็ไม่ดีแน่”

            “งื้อออ ปกติคุณพาสาวมาเดทวิธีนี้หรอคะ” เกาะอยู่ด้านหลังเขาเหมือนลูกหมีโคอาล่า มอเตอร์ไซค์แรนเชอร์ขับไปไม่เร็วนักแคปคงคิดว่าเธอจะจุกเพราะแรงลมตีหน้าเปล่าๆ มีหมวกกันน็อคลายหมีให้ด้วยแนะ ส่วนถุงมือขับรถเขาใช้อันที่เธอให้พร้อมดอกไม้เสียด้วยอดยิ้มกริ่มไม่ได้

           เสียงลมตีมาบ้างแต่ยังพอได้ยินอยู่ “....ไม่รู้สิหลังจากตื่นขึ้นมาผมก็พึ่งขอเธอเดทเป็นคนแรกรู้สึกเป็นยังไงบ้าง..?”

            “ก้ออ ด้ายย อยู้” ให้คะแนนเพิ่มเพราะเบอร์ริโต้อร่อยหล่ะนะ ถึงแม้สุดท้ายแล้วเจ้าตัวจะงับไปแค่ครึ่งชิ้นท่ามกลางสายตาและแรงเชียร์ของคนในร้านก็เถอะ แกล้งกัปตันอเมริกานี่มันบันเทิงจริงๆ

           ตะลอนขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยจนถึงช่วงบ่าย เหมือนว่าแคปค่อนข้างชอบการเดทในสไตล์วินเทจ ถึงได้เลือกพาคนตัวเล็กมาจูงมือเดินตามกันในสวนสาธารณะเซ็นทรัล ดอกไม้สีหวานมีเหล่าผึ้งและผีเสื้อบินฉวัดเฉวียนไปมา ข้างน้ำพุขนาดใหญ่ใจกลางสวนทิวทัศน์งดงามและเพราะความร้อนทำให้คนเพี้ยน มิเคล่าไม่รอช้าที่จะวักน้ำขึ้นมาใส่คู่เดทจนตัวเปียกปอน

           “ชุดคุณนี่เปียกไม่เป็นแน่ๆ ดูสิสาดขนาดนี้ยังสีเดิมเลย!!”

           จับมือคนตัวเล็กมารวบกอดไว้ ก้มลงเอาจมูกถูไถแก้มนุ่มอย่างเอ็นดู “ฮะๆ เพื่อนผมออกแบบให้น่ะบางครั้งถ้าตัวเปียกมันจะนำไฟฟ้า ลดอันตรายลงไปได้เยอะ”

           ตวัดสายตาคู่แบ๊วกลับมาหาอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน “อื้อ… ทำอะไรอ่ะ!! ฮั่นแน่!! อยากกินหนูล่ะสิ”

           “.............” แคปไร้คำจะโต้ก็เด็กมันยั่ว้ลยหลวมตัวบ่อยๆ

           ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาภายในสวนเต็มไปด้วยคู่รักกระหนุงกระหนิง ต่างอยู่ในโลกของสองเราโดยไม่วิ่งมากรี้ดกัปตันและขอถ่ายเซลฟี่เหมือนย่านดาวน์ทาวน์ มิเคล่าไม่ได้ปฎิเสธเมื่ออีกฝ่ายอยากขอถ่ายรูปเธอเก็บไว้ ‘ถ้าจะแค่ทัศนะศึกษาเขาก็ดูจริงจังเกินไปหน่อยนะเนี่ย.. ถึงกับเตรียมผ้าปูปิคนิคมาด้วย’ เลือกที่นั่งใต้ต้นไพน์มีกลิ่นหอมจากยางไม้อ่อนๆ จนชวนเคลิ้ม

           “เธอ… ชอบเดทของเราในวันนี้ไหม? ผมทำให้เธอมีความสุขหรือเปล่า?”

           ไม่รู้ว่าเมื่อไรจากการนั่งพิงต้นไม้กลายเป็นพิงไหล่แคปเสียได้ เธอกำลังสะลึมสะลือทั้งอิ่มแปร้และเป็นสุข ดังนั้นเมื่อเขาถามจึงพยักหน้ารับเบาๆ อย่างว่าง่ายและน่าเอ็นดู

            นั่นทำให้กัปตันรู้สึกกล้ามากขึ้นในสิง่ที่เขากำลังจะพูด “ผมเองก็มีความสุขเหมือนกันเวลาที่ได้อยู่กับเธอแบบนี้ มิเคล่า”

            กำลังจะพยักหน้าอีกรอบกลับรู้สึกได้ถึงเงาที่ใกล้เข้ามาเมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าอีกฝ่ายประทับริมฝีปากเข้าจุมพิต โดยไม่ให้สุ้มเสียงเหมือนมาชเมลโล่นุ่มๆที่ค่อนข้างหวานและชุ่มชื้นบดลงมา เขาใช้ความอ่อนโยนทำให้เด็กสาวเคลิบเคลิ้มและยินยอมเปิดรับเรียวลิ้นเข้ามาสร้างความซาบซ่านกว่าเดิม ‘หากคราวก่อนเป็นเพราะรู้สึกผิดแล้วหนนี้.. ทำไมเขาถึงจูบฉันล่ะ??’ แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธท่าทีรุกล้ำนี้ กัปตันประคองเองบ้างเข้ามาในอ้อมกอดแกร่ง มิเคล่าซ้อนอยู่บนตักของเขารับรุ้ทุกการเคลื่อนไหวและเติมเต็มรสจูบอันแสนหวานนี้อย่างละเมียดละไม

            “อ...อื้ม.. แคป?” เมื่อเปลี่ยนองษาเสียงหวานระเส่าก็หลุดออกมาได้แว่บเดียว ก่อนจุมพิตที่ดูดดื่มกว่าเดิมจะประโคมเข้ามาจนหูอื้อตาลาย ‘อยู่ดีดี ก็รุกแรงอ่าส์… เฮียกินอะไรผิดสำแดงมาอีกนี่’

             กว่าสามนาทีสำหรับสงครามลิ้นจนเมื่อยปากเมื่อยคอในการโรมรันพันตู ในที่สุดกัปตันก็ยอมถอนใบหน้าออก พรมจูบลงตามใบหน้าเนียนของเธอราวกับทุกส่วนทาน้ำผึ้งไว้และเขากำลังลิ้มรสทีละส่วน “จุ้บ.. อื่ม มิลลี่ เธอมีสเน่ห์มาก….” แทบหยุดสัมผัสไม่ได้เมื่อเผลอตัวไปแล้วหนหนึ่ง

             “.............” จะให้พูดอะไร บอกว่าเรื่องนั้นหนูรู้อยู่แล้วก็ดูจะมั่นเกิน ทำได้เพียงลูบไล้แผงอกแน่นหนั่นผ่านเสื้อผ้า ตัวเขาร้อนผ่าวเป็นไปได้ไหมว่าจูบเมื่อครู่ทำได้ดีจัดจนจุดเพลิงขึ้นมา

            “มิลลี่ ผมสงสัยอยู่บางเรื่องที่ต้องถามความเห็นเธอก่อน”

             “ว่ามาสิคะคุณคิดตรงกันกับหนูไหม” เกริ่นมาแบบนี้เธอรอตอบรับแล้วถ้าจะถูกกัปตันหิ้วไปโรงแรมตอนนี้ เดี๋ยวนี้!! สะโพกเล็กบดเบียดไปกับหน้าท้องของอีกฝ่าย คล้องสองแขนกับลำคอร่างสูงเอวของเธออ่อนเป็นรูปแตัว S อยากจะเร่งให้เขารีบๆพูดมาได้แล้ว การรอคอยนี่มันทรมานนะ

             “....เรื่องที่ว่าเธอสนใจจะเป็นแฟนของผมไหม?”

             “..................” ท่าทียั่วๆ หยุดชะงักทั้งหมด สองแก้มที่ร้อนผ่าวไปด้วยแรงปรารถนากลับมาเผือดสี เงยหน้าขึ้นเหมือนเมื่อครู่นี้หล่อนหูฝาดรึฟังผิด “นี่.. ไม่ใช่เรื่องที่เราคุยกันไว้แต่แรก แคป อย่างน้อยคุณก็ไม่เคยมีปฎิกิริยาเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา”

            “ถ้าไม่เพราะสนใจเธอ ผมจะคอยดูแลเป็นพิเศษและคอยปลอบเธอในทุกครั้งที่เจอเรื่องยากๆ ไหม?” สำหรับแคปแล้วเด็กสาวตรงหน้าคือสิ่งมีชีวิตที่น่ามหัศจรรย์และแสนงดงามจนเขาแทบละสายตาไม่ได้ “มิเคล่า.. ผมสนใจเธอตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งแววตาที่เดี๋ยวดื้อรั้นเดี๋ยวออดอ้อนคู่นี้ มันช่างมีชีวิตชีวา ริมฝีปากที่มักมีวาจาน่าเหลือเชื่อออกมาเสมอ หึหึ ผมแทบคาดเดาสิ่งที่เธอจะทำไม่ถูก”

            “...............!!!”

            รู้สึกงงตึบจะลุกออกอีกฝ่ายก็ยังคงกดตัวเธอไว้ เหมือนกังวลว่าหนึ่งวิข้างหน้าหล่อนพร้อมจะวิ่งหนีไปทุกเมื่อ “แต่หนูคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ความคิดที่ดีนะ หนูแหกกฎเสมอแต่คุณคือคนสร้างกฎ เราคงไปกันไม่ได้.. ไม่ดีแน่”

            “อย่าพูดแบบนั้นสาวน้อยของผม”

            “ยังไม่ได้ลองด้วยซ้ำทำไมถึงด่วนตัดสินล่ะ มิลลี่.. เราอาจเป็นคู่ที่เฟอร์เฟคถ้าเธอลองเปิดใจลองดูสักครั้ง” ตุมพิตพรมลงที่แก้มใสถัดมาคือลำคอ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าแคปกำลังยั่วยวน บ้าจริงที่แรงดึงดูดนี้ปฎิเสธยาก
            ยกมือกันเอาไว้ก่อนเธอจะเคลิ้มไปกับการพะเน้าพะนอ “ไม่หรอก.. เราไปกันไม่ได้แน่ หนูไม่เคยเห็นหน้าคุณเต็มๆ ด้วยซ้ำ ไหนเรื่องที่ว่าคุณไม่เคยบอกชื่ออีก มันเหมือนคุณพร้อมหายไปได้ทุกเมื่อเรื่องแบบนั้นน่ะไม่เอาหรอก”

            “เรื่องนั้นตั้งใจจะบอกในตอนพิธีตั้งฉายาของเธอ… มันสำคัญด้วยหรอในเมื่อใจเราตรงกัน”

            “แคป อันที่จริงหนูเคยสนใจคุณนะแค่ก็ถอดใจและเลือกมาเป็นนักเรียนที่ดี เพราะสัมผัสได้ว่าคุณไม่มีความจริงใจให้หนูเลยในส่วนนี้” ขมวดคิ้วลุกพรวดขึ้นอัตโนมัติอาศัยจังหวะเขานิ่งอึ้งไปจนเธอแกะมือคีมเหล็กออกได้ง่าย

            “อาจคิดได้ว่าคุณดีเกินไปสำหรับหนูก็ได้… แต่หนูไม่ชอบเงื่อนไขและการเหนี่ยวรั้งเท่าไร รวมถึงกฎเกณฑ์ยุ่งยากที่จะตามมาหากคนในสถาบันสนใจเรื่องนี้ด้วย”

            “ไม่ใช่แบบนั้น มิลลี่ ผมจริงจังกับเธอถึงได้ถามก่อนและไม่คิดจะใช้ฐานะของอาจารย์เพื่อเอาเปรียบเธอเลย” มือหนาคว้าแขนอีกฝ่ายให้ลงมาคุยกันก่อน ในเมื่อเธอบอกว่าสนใจเขา.. แล้วทำไมถึงมีปฎิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงขนาดนี้ บางทีอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

            “มิลลี่.. มิลลี่ จะลองเก็บไปคิดสักสองสามวันไหม.. บางทีมันอาจไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้ จริงไหม?”
            “...หนูยังไม่รู้จักคุณดีพอด้วยซ้ำมันเป็นเรื่องที่ยากกว่าสอบเข้ามหาลัยนะคะแคป”

            เธอไม่ชอบการถูกผูกมัดเท่าไรและอะไรบางอย่างเตือนว่า หากตอบตกลงไปตอนนี้กัปตันอาจกลายเป็นพ่อคนที่สามถัดจากแมคเจลเลน อย่างน้อยสีจิ้นเฟยก็ไม่เคยขัดใจหล่อนมาก่อน เขาให้อิสระเธอมากจนเกินพอดีด้วยซ้ำ คิดไปคิดมา ทางเลือกค่อนข้างเคลียร์ ส่วนที่จะเสียก็มีแค่ความรู้สึกที่มีให้คนตรงหน้า.. ความจริงก็รู้อยู่ว่าตัวเองชอบความอ่อนโยนและเอาใจใส่ได้รับจากเขาไม่น้อย อย่างตอนนี้ที่ถูกกอดไว้ก็หาได้รุ้สึกรังเกียจต่อต้าน

            เพียงแต่ทุกเรื่องมาพร้อมราคาที่ต้องจ่าย.. ซึ่งสารพัดอย่างที่ตามมาชักจะมากไป
            เขายืนอยู่บนเส้นทางของฮีโร่ ทางของแสงสว่าง วันหนึ่งอาจต้องกอบกู้

            สุดท้ายถอนหายใจหันกลับมาประคองใบหน้าอีกฝ่าย เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบแรงๆ “หนูชอบคุณนะ ชอบจูบของคุณด้วย คิดว่าเราอาจทำเรื่องสนุกๆ กันได้หลายอย่างแฟร์ๆ แต่ถ้าในทางสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้น คุณต้องผ่านด่านโหดและอย่าคิดว่าจะรอดชีวิตเพราะมันไม่ใช่ WW2”

            “อะไรที่ว่าโหด ? ผมผ่านสงครามและภารกิจมานับไม่ถ้วน มีที่หินกว่านี้อีกหรอสาวน้อย?” สัมผัสได้ว่าเธอมีใจเอนเอียง แต่กำแพงบางอย่างกั้นพวกเขาเอาไว้ ก็ไม่หัวแข็งพอจะดันทุรังข้ามไปตอนนี้เพียงแต่.. สงสัย แค่พิชิตใจสาวน้อยตรงหน้า จะยากกว่าการกอบกู้โลกอีกหรือ? เพราะมิเคล่าเริ่มเพลียแล้วทั้งสองถึงตั้งใจจะเปิดโรงแรมพักในคืนนี้

             เห็นความไม่เชื่อในแววตาของกัปตัน หญฺงสาวหัวเราะเสียงเย็นแน่นอนว่ายาก… ด่านครอบครัวหนูไง!!

             “ที่นี่นิวยอร์ค หูตาของคุณพ่อมีอยุ่ทุกที่ อาจจะเป็นชายแก่ที่หัวมุมถนน หรือกล้องตรงลานจอดรถยนต์ คุณคิดว่าสสารภาพรักกับหนูแล้วจะรอดตัวไปง่ายๆ หรอคะ??”

ดอก+ถุงมือขับรถ แคป



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --5 ความโหด โพสต์ 2020-5-6 08:43
คุณได้รับ --30 คุณธรรม +15 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-6 08:43
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [025] กัปตันอเมริกา เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2020-5-6 00:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืน HK416 ชมพู
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x7
x1
x1
x2
x100
x3
x1
x2
x1
โพสต์ 2020-5-10 03:53:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ฟรานโก้ตั้งสมาธิอยู่สักพัก ในรหว่างที่สไปเดอร์แมนกำลังถ่วงเวลากับสัตว์ประหลาดให้อยู่ระยะหนึ่ง...


แต่แล้วเหมือนฟรานโก้จะนึกออก จนจำได้ว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาจากซ๊รีย์ไหนของเขาที่เคยเขียน หรืองานคนอื่นนั้น ทำให้ฟรานโก้สามารถดึงและคุมจิตใจของสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้
จนกระทั่งทำให้สัตว์ประหลาดตัวนั้นหยุดเคลื่อนไหวลง จากที่เกรี้ยวกราด ดุดันเมื่อครู่ กลยเป้นสงบนิ่ง ราวกับอารมณืคนละขั้วอะไรมาคุม อย่างไงอย่างงั้น...


"เยี่ยม นายทำได้สหาย!" สไปเดอร์แมนกระโดดกลับมาหาฟรานโก้หลังจากสัตว์ประหลาดหยุดนิ่งไป แสดงว่าฟรานโก้ทำได้และยังเชื่อว่าตัวฟรานโก้มีพลังเมต้าจริงๆ


ฟรานโก้หลับตาปี๋ พยายามลบภาพสัตว์ประหลาดเหล่านั้นออกไปจากในหัว..
สักพัก สัตวืประหลาดตัวนั้นก็อันตธานหายไปดื้อๆ บวกกับภาพที่วาดสัตว์ประหลาดในสมุดสีดำที่ฟรานโก้พกมานั้น ก็ได้หายไปด้วย


สไปเดอร์แมนมองสถานการณืที่เกิดขึ้น ทุกอย่างเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว และจบลงด้วยความเร็วกว่าปกติ..
สไปเดอร์แมนคิดดูแล้ว เขาก็เลยอาจจะแน่ใจได้บางอย่างแน่ๆกับชายคนนี้ที่ชื่อฟรานโก้


"ขอถามอะไรหน่อยนะ? หรือว่า นายจะเป็นเมต้าฮิวแมนต์ สินะ?" สไปเดอร์แมนสงสัยเลยถาม พลังแบบนี้ไม่ใช่พลังทั่วๆไป


"อะไรนะครับ? เมต้าฮิวแมนต์??" ฟรานโก้เพิ่งจะเคยได้ยินศัพท์ดูล้ำไฮเทคแบบนี้ในชีวิตจริงไม่อิงการ์ตูน คงหมายถึงมนุษย์ที่มีพลังพิเศษที่คิดว่ามีแต่ในการ์ตูน
จะบอกว่าเรามีพลังพิเศษน่ะเหรอ?
"หมายถึง... ผมน่ะเหรอ?" ฟรานโก้ชี้ตัวเอง


"ถูกต้องแล้วสหาย เท่าที่ดู นายสามารถควบคุมสัตว์ประหลาดตัวเมื่อกี้ได้และก็ทำให้หายไปได้ด้วย ชั้นว่านายน่ะไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะ" สไปเดอร์แมนอธิบาย


"แล้ว.. ผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมมีพลังอะไรครับ?.. ผมจะใช้มันยังไงไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกกัน?" ฟรานโก้สงสัยอีกเลยถาม


"เราเองก้ไม่รู้รายละเอียดมากซะด้วยสิ... เอาเป็นว่า ถ้านายว่างแล้วลองไปที่เซ็นทรัลซีตี้ ไปยังSTAR LABS ให้คนที่นั่นช่วยตรวจร่างกายดูนะบางทีอาจจะได้คำตอบมากขึ้น
ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปนะ ลาก่อน!" สไปเดอร์แมนแนะนำก่อนทิ้งท้ายไว้ให้แล้วกระโดดจากไปอย่างรวดเร็ว


"อ้าวเดี๋ยวสิครับ!?" ฟรานโก้ไม่ทันได้เรียกสไปเดอร์แมนเขาก็ไปเสียก่อนแล้ว.. ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายเล็กน้อยบริเวณนั้น
ก่อนปราณโก้จะรีบเดินทางต่อออกไปจากบริเวณนั้นเพื่อเข้าไปร่วมงานที่ตนตั้งใจไว้ และทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว...


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-10 12:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
จักรยานเสือภูเขา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x2
x3
x2
x6
x1
x108
x6
x3
โพสต์ 2021-1-12 19:37:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
Open Role-Play

วันธรรมดา ๆ ที่ไม่ธรรมดา

เหนื่อยชะมัก....


    @ผู้ผ่านทาง - โรลเพลย์อิสระสร้างเรื่องราวก่อนมาสวนสาธารณะ

    เจสันไล่ล่าแมนติคอร์สองตัวมาจนถึงบริเวณเซนทรัลพาร์ค เขาคลาดสายตาจากพวกมันที่มุมโค้งถนน ไม่นึกว่าคนจะเดินไปมาเยอะเช่นนี้ในวันนี้ อีกทั้งเจ้าแมนติคอร์สองตัวนี้ยังวุ่นทำให้เขาหัวเสียด้วยเขาออกมาทำธุระกับแม่ทัพกองพันที่หนึ่ง (หน่วยงาน CIA) เรื่องภายในอเมริกาเกี่ยวกับปัญหาบางอย่างที่มีมนุษย์ตาทิพย์ผ่านไปแถวนั้นสังเกตเห็น หรือบางทีอาจได้เวลาแล้วที่โรมจะเปิดตัวต่อสาธารณชน ปิดม่านบาเรียที่ครอบเกาะลงแบบในหนังแบล็กแพนเธอร์ เขามาหารือในครั้งนี้ก็ด้วยเรื่องดังกลาว

     "หน๊อย แน่ พวกแกออกมาเดี๋ยวนี้นะ" เจสันชบถ กวาดสายตามองหาแมนติคอร์ อีกทั้งเขาไม่อยากปล่อยพวกมันวิ่งเล่นเช่นนี้ หากไปพบเจอกึ่งเทพฝึกหัดเข้ากับอสุรกายระดับนี้คงยากเอาชนะและเขาคงรู้สึกผิดไม่น้อยกับการที่ปล่อยทิ้งไว้แบบนี้
     เจสันค่อย ๆ หลับเปลือกตาลงเพื่อรีบจัดการให้จบ ๆ จะได้มุ่งหน้าไปปารีส ด้วยวันนี้วันครบรอบวันเกิดของเขา ไม่คิดว่าจะได้รับเมล์จากสหายที่ขาดการติดต่อไปตั้งแต่ช่วงแรกที่เขารับตำแหน่งแม่ทัพ แอนนาเบ็ธ เธอจะเป็นยังไงบ้างนะตอนนี้
     'ยัยฉลาดเอ้ย ทำชะเป็นห่วงแทบแย่' เขาคิดก็ยิ้มด้วยความสบายใจ ก่อนประสาทรับฟังรอบข้างด้วยสมาธิ เสียงฝีเท้าคนเดินผ่านไปมา เสียงสัตว์ป่า และ อสุรกาย


      ทางนั้นสินะ เจสันลืมตาขึ้นมา ก่อนมองไปทางสวนหย่อม เขาวิ่งไปทางที่คิดว่าอสุรกายแมนติคอร์อยู่ทางนั้น ชายหนุ่มเดินเข้าไปกว่าสองกิโล สวนแห่งนี้นับว่ากว้างขึ้นมากกว่าสมัยก่อนเยอะเลย เขาตามจนตัวมัน เจสันชักกราดิอุสทองคำคู่พุ่งจู่โจมอีกฝ่าย
      แมนติคอร์ตัวหนึ่งเหมือนรู้ว่าผมกำลังจะโจมตี มันหันกลับมาก่อนตวัดหาง ซึ่งตาไม่ฝาดแน่ มันคัดแปลงตัวเอง แต่เป็นฝีมือใครล่ะ ริปเปอร์ด็อคไม่น่าจะมองเห็นเจ้าพวกนี้ ดูเหมือนมีมนุษย์กึ่งเทพอยู่เบื้องหลังอสุรกายระดับนี้มาอยู่กลางเมือง หางมันยิงระเบิดพุ่งมาทางผม ทำให้ผมต้องเบี่ยงตัวหลบ ยกดาบขึ้นบัง แต่ด้วยแรงระเบิดก็ไม่อาจทานได้ทำให้ปลิวไถลไปกับพื้นครูดกับสวยหญ้าบริเวณนั้น
     "แกคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะที่มาปรากฎตัวที่นี่" เจสันพูดขึ้น ดูเหมือนเขาอาจจะต้องเตรียมการแจ้งบรรณารักษ์อัปเดตข้อมูลอสูรกายคัดแปลง
    เจสันรอบนี้ ระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาคว้าดาบก่อนวิ่งพุ่งไปทางอีกฝ่าย เจ้าตัวที่สองหันมาวิ่งพุ่งมาหาผม ขาหน้าของมันเป็นใบมีดคล้ายแขนแมนทิสที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ในเมืองไนท์ซิตี้  การต่อสู้ครั้งนี้นับได้ว่าทำเอาผมสะบัดสะบอมไปมากพอสมควรด้วยการรับมือกับแมนติคอร์คัดแปลง ซึ่งพวกมันคงไม่ไปหาริปเปอร์ค็อดติดต่อคัดแปลงแน่ ๆ ต้องเป็นฝีมือใครบางคนที่ต้องการสร้างความวุ่นวายระลอกใหม่
    เจสันเดินไปนั่งพักที่ม้านั่ง ผิวปากเรียกเบทาเนีย เพกาซัสสีขาวคู่ใจ ใช้เวลาไม่นานมันก็มาถึง ผมเอื้อมมือไปลูบศีรษะเบทาเนีย "ขอพักสักเดี๋ยวนะ เจ้าเองก็ออมแรงไว้เดินทางซีกโลกเถอะ"
     "ฮื้ๆ" เบทาเนียขานรับอย่างรู้ใจเจ้านาย มันก้มลงรับการลูบ สำหรับคนอื่นคงเห็นผมลูบศีรษะม้าธรรมดาๆ หรือเด็กสักคน หรือจักรยาน จักรยานยนต์สักอย่าง ไม่ก็รูปปั้นเพกาซัส ซึ่งจินตนาการมนุษย์นี่นับวันยิ่งเกินจะเข้าใจได้ บางครั้งเล่นเอาผมกุมขมับ หลายครั้งที่ผมขี่เบทาเนียผ่านปั้มน้ำมัน เด็กปั้มทักผมให้เติมน้ำมันไหม พวกเขาคงเห็นผมกำลังเข็นจักรยานยนต์หมดน้ำมันอยู่สินะ ในตอนนั้นผมนี่กลั้นขำไว้เลย หากพาเบทาเนียไปเข้าปั้มปล่อยให้เด็กปั้มทำตามที่พวกเขาเห็นตามมนต์บังตานี่ อยากรู้จังเบทตี้ของผมจะมีปฏิกิริยายังไงนะ
     "......" @คนผ่านมา
     "ถามทางไปงานการแสดงศิลปะโบราณประจำปีเหรอครับ รู้สึกว่าน่าจะไปทางซ้ายสี่กิโล" เจสันชี้บอกทางอีกฝ่าย เขาค่อนข้างจำได้คร่าว ๆ เหมือนจะผ่านซุ้มงานใหญ่ตอนไล่แมนติคอร์สองตัวนี้มา




     "....." @คนผ่านมา สังเกตกล่องบนหลังบิ๊กไบค์ (ม้าเพกาซัส ซึ่งคนที่ไม่ใช่มนุษย์กึ่งเทพรอบนี้จะเห็นเป็นบิ๊กไบค์ - หากมนุษย์กึ่งเทพเห็นปกติ)  โรลขอกล่องของขวัญที่เขียนว่าแจก
     "กล่อง?" เจสันงุงงง ก่อนหันไปตามที่อีกฝ่ายชี้ไปทางเบทาเนีย ซึ่งตอนแรกเขาก็งงว่าบิ๊กไบค์ไหนมาอยู่แถวนี้ ก่อนพอจะนึกออก ก็เห็นกล่องอะไรแปลก ๆ วางบนหลัง 'พระเจ้า ให้ตายสิ เทพองค์ไหนเล่นแผลง ๆ อีกแล้วเนี่ย กล่องอะไรเนี่ยมาจากไหน'
      "ได้สิ...ผมเองก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไรเหมือนกัน" เจสันหยิบกล่องแจกใบนั้นให้อีกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็ยิ้มหน้าแป้น แม้จะงงอยู่ว่ามาได้ไง คงเป็นเทพองค์ไหนสักองค์แกล้งเขาแน่ ๆ
     "......" @คนผ่านทาง  อำลาก่อนโบกมือลา 15,000K
      "โชคดี" เจสันกล่าวลาตอบกลับอีกฝ่าย ก่อนหันไปถอนหายใจ เมื่อกล่องหมดแล้ว เขาลุกขึ้นบิดตัว ขึ้นหลังเบทาเนียเพื่อบินสู่ปารีส

   (ห้ามแก้ไขเนื้อหาโรลเพลย์ใด ๆ ทั้งสิ้น ใครแก้ไขจะได้แค่รางวัลอื่น ไม่ได้กล่อง 12.01)


       @ผู้ผ่านทางเมต้า - โรลเพลย์อิสระสร้างเรื่องราวไปงานศิลปะโบราณ จำนวนหนึ่ง
        @ชาวค่าย - โรลจบแค่สนทนา ไม่ทันเดินไปไหน






รางวัลก็อบข้อความนี้ไปใส่ท้ายโพสต์ด้วย) ในกล่องได้ชิปไอเท็มสำหรับ Legen of Wulin  (เขียนโรลอิสระในโลก Legend of Wulin 15K ตัวผู้เล่น ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับ เปิดกล่องที่อยู่บนตัวคุณ จะได้รับ หีบหมื่นชั่ง, (ค่าชื่อเสียง+1000 เลือกจะให้+คุณธรรม ชั่ว โหด), กล่อง 12.01 จำนวน 60 ใบ และ กล่องวัตถุดิบสองชนิดอย่างละ 7 กล่อง


ระยะเวลาโรลเพลย์: ก่อน 00.00 วันนี้
(สำหรับสตาฟที่ส่งงานค้างวันนี้ จะมีเวลาถึง 12.00 วันพรุ่งนี้)


     



โพสต์ 2021-1-13 00:01:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จองโรลกิจ @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy -3 ย่อ เหตุผล
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปืน HK416 ชมพู
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x7
x1
x1
x2
x100
x3
x1
x2
x1
โพสต์ 2021-1-13 09:38:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Izanami Izumi เมื่อ 2021-1-13 10:38

Events


          ร่างเล็กนุ่มนิ่มสวมใส่เสื้อสเวตเตอร์แขนยาวคอกลมสีเทาและกางเกงขาสั้น เผยเรียวขาเล็กกระทบแสง เดินดุ๊กดิ๊กๆไปตามถนนเส้นยาว รองเท้าผ้าใบสีขาวเข้ากันทุกองค์ประกอบ

          "น่ารักปุ๊กปิ๊กจนอยากลักพาตัวกลับบ้าน" ชายหนุ่มคนพึมพำเสียงแหบแห้ง ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปหญิงสาวคนหนึ่ง "น่ารักจนอยากก่ออาชญากรรม" เป็นคำนิยามที่คิดได้ในขณะนี้ ไม่ได้สวยเซ็กซี่แต่มีเสน่ห์วัยใส แอบถ่ายตามหลังราวกับสโตกเกอร์

          อิซึมิเห็นแสงแฟลชก่อนหันไปมองชายคนนั้น ไม่ทันไรอีกฝ่ายก็วิ่งไปซะแล้ว ยังไม่ทันจะได้ถามอะไรเลย

          โอนี่จัง!

          โดนยึดสมาร์ทโฟนในระหว่างออกมาข้างนอก อยู่ในสายเลือดพลังกึ่งเทพ การใช้อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารเป็นเหมือนกับสัญญาณอันตราย และอาจเชื้อเชิญอสูรกายอย่างไม่ทันระหว่างตัว ถึงจะรู้ว่าเป็นห่วงกันมากแต่ไหงยึด เครื่องมือสื่อสารน้องสาวกันเล่า แง

          คนตัวเล็กแทบอยากร้องไห้ ถ้าไม่ติดว่าต้องมางานการแสดงศิลปะโบราณประจำปีเพราะเพื่อนๆในมหาลัยชวนคงไม่ออกมาหรอก อยู่ในค่ายกำลังเปิดธุรกิจค้าขายทำขนมสนุกเพลิดเพลิน ไวแอตต์บอกว่าหลังจบงานจะมีงานนัดร่วมรุ่น อยากให้เธอมาปาร์ตี้ร่วมฉลองกับเพื่อนๆซะหน่อย หลังจากหายหน้าหายตาไม่เจอกันนานหลายเดือน

          ในกลุ่มแชทคุยถึงเรื่องนมผง(ยาเคนมผง) อยากชวนให้อิซึมิมาลองสนุกไปด้วยกัน ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับเรื่องอะไรพวกนี้ นมผงสำหรับทำเบเกอรี่หรือเปล่านะ? ต้องใช่แน่ๆ ไม่แน่ว่าพวกไวแอตต์คงอยากให้เธอไปทำขนม เรื่องฝีมืองานครัวไม่เป็นสองรองใคร ขาดสมาร์ทโฟน ไร้ซึ่ง GPS โลเคชั่นก็ไม่รู้

          โอนี่จังของน้องก็ไม่ได้ด้วยกัน เห็นบอกจะไปทำธุระในเมือง

          สาวน้อยเดินเตร็ดเตร่ในสวนสาธารณะ สายเหลือบเห็นคนคุ้นเคย พระเจ้ามาโปรด! คนดีไม่ทอดทิ้ง พ่อต้องช่วยหนูแน่ๆ  ถึงได้ส่งคนรู้จักมาปรากฏตัวแถวนี้ๆ "ซัลเวค่ะ พี่เจสัน"

          "อ้าว อิซึมิมาทำอะไรแถวนี้"

          "คือหนู กำลังไปงานการแสดงศิลปะโบราณประจำปี…..อ่า สมาร์ทโฟนโดนโอนี่จังยึดเลยเปิดหาโลเคชั่นไม่ได้"

          "ถามทางไปงานการแสดงศิลปะโบราณประจำปีเหรอครับ รู้สึกว่าน่าจะไปทางซ้ายสี่กิโล" เจสันชี้บอกทางอีกฝ่าย เขาค่อนข้างจำได้คร่าว ๆ เหมือนจะผ่านซุ้มงานใหญ่ตอนไล่แมนติคอร์สองตัวนี้มา

          สังเกตกล่องบนหลังม้าเพกาซัส { Give away gifts } ดวงตาคู่หวานประกายแสงซุกซนเคลือบความน่าเอ็นดูในคราวเดียว "รบกวนธุระพี่หรือเปล่าคะเนี่ย พี่เจสันกำลังเล่นเป็นคุณซานต้าแจกของขวัญเด็กๆสินะ ถ้าอย่างนั้นขอกล่องใบนั้นได้หรือเปล่า หนูว่าตัวเองก็เป็นเด็กดีอยู่นะคะ" ผ่านช่วงเทศกาลคริสต์มาสมาแล้วแท้ๆ เป็นการจัดงานแจกของขวัญย้อนหลังให้กับเด็กดีที่ผ่านไปผ่านมาแถวนี้เหรอ

          "กล่อง?" เจสันงุงงง ก่อนหันไปตามที่อีกฝ่ายชี้ไปทางเบทาเนีย ซึ่งตอนแรกเขาก็งงว่าบิ๊กไบค์ไหนมาอยู่แถวนี้ ก่อนพอจะนึกออก ก็เห็นกล่องอะไรแปลก ๆ วางบนหลัง 'พระเจ้า ให้ตายสิ เทพองค์ไหนเล่นแผลง ๆ อีกแล้วเนี่ย กล่องอะไรเนี่ยมาจากไหน'

          "(。◕‿◕。)"

          "ได้สิ...ผมเองก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไรเหมือนกัน" เจสันหยิบกล่องแจกใบนั้นให้อีกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็ยิ้มหน้าแป้น แม้จะงงอยู่ว่ามาได้ไง คงเป็นเทพองค์ไหนสักองค์แกล้งเขาแน่ ๆ

          "ขอบคุณค่ะ" อมยิ้มจนแก้มบุ๋มเผยให้เห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง เธอรับกล่องที่มีขนาดกลางๆมาถือไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ข้างในกล่องมีของขวัญอะไรนะ "การมาเจอพี่เจสันในครั้งนี้ ต้องเป็นเพราะท่านพ่อช่วยหนูแน่เลย ดูท่าทางคำอธิษฐานจะเป็นจริง เกือบเดินหลงซะแล้ว"

          ท่านพ่อน่ะใจดีที่สุด!

          "ขอตัวก่อนนะคะ กลัวไปไม่ทันงาน น่าจะมีป้ายรอรถประจำทางอยู่ใกล้ๆนี่" แค่นี้ไม่ต้องกลัวหลง เดี๋ยวขึ้นรถประจำทางไปไม่ต้องลำบากเดินถึงสี่กิโล โบกมืออำลาไม่รีบ หยิบขนมในกระเป๋าเป้ยื่น "ส่วนนี่ช็อกโกแลตพราลินส์ เป็นของเล็กๆน้อยๆที่ช่วยบอกทางคนเอ๋อๆอย่างหนู ไม่งั้นแย่แน่….. ถึงรสชาติมันอาจไม่อร่อยเท่าขนมที่หนูทำ เอาไว้วันหลังไปนั่งทานขนมที่ร้านได้นะคะ ลดราคาให้พิเศษเลย"

          "โชคดี" เจสันกล่าวลาตอบกลับอีกฝ่าย ก่อนหันไปถอนหายใจ เมื่อกล่องหมดแล้ว เขาลุกขึ้นบิดตัว ขึ้นหลังเบทาเนียเพื่อบินสู่ปารีส

          "(◕‿◕✿) บายคร่าาาาาา"

          เธอหมุนตัวไปยืนรถตรงป้ายรถเมล์จะมีคนขับอยู่เป็นเจ้าหน้าที่บนรถเพียงคนเดียว การชำระเงิน ชำระที่ประตูหน้า ตรงทางขึ้นจะมีเครื่องให้ใส่เงินเข้าไปอยู่ ค่าโดยสารเที่ยวละ $1.50 ไม่ได้ใช้บริการบ่อยๆเลยไม่คิดจะซื้อตั๋วรายวัน มีทั้งรายวัน รายตั๋วสัปดาห์หรือตั๋วเดือน

          หยิบอมยิ้มขึ้นมาแกะถือทานเล่นระหว่างรอ ป่านนี้พวกเพื่อนๆคงรัวแชทกันยกใหญ่ เอาให้ไปถึงที่นั่นเซอร์ไพรส์ทีเดียว

ช็อกโกแลตพราลินส์ - เจสัน


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2021-1-13 21:35
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [001] เจสัน บัลธาซาร์ ไดซ์ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2021-1-13 12:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +300 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Solis Iuceat
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
มีดสั้นฟูจิโอ
DUEL DISC
VR Headset
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x7
x3
x14
x12
x50
x7
โพสต์ 2021-1-13 12:00:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Ufemia ❈ เมื่อ 2021-3-4 13:42

{ ONE DAY }
62
Just one day
[ Event ]



               เช้าวันใหม่ที่เริ่มต้นด้วยความเงียบเหงาในห้องพักที่คอนโดขนาดกลางใจกลางเมืองเซ็นทรัลซิตี้ การที่ตื่นมารับรู้ความสงบ และอากาศหนาวๆที่ลอดมาจากหน้าต่าง มันก็ค่อนข้างที่จะน่าเบื่อ และชวนเหงาไม่น้อย ยูเฟเมียพึ่งจะก้าวขาออกจากดงเกมทั้งหลายที่เล่นติดต่อกันมาหลายวัน แจ้งเตือนข้อความจากบรรดาเพื่อนๆ ที่ดองเอาไว้ เริ่มทำให้รู้สึกว่านี่มันถึงเวลาที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตในสถาบันอย่างที่ควรจะเป็นได้แล้ว

               ยูเฟเมียเป็นคนที่เมื่อจดจ่อกับสักสิ่ง เธอจะทิ้งสิ่งอื่นๆไปโดยปริยาย การที่ไม่ตอบแชทใครก็เป็นหนึ่งในนั้น หญิงสาวกลับไปเลื่อนดูข่าวคราวความเป็นไปของโลกอย่างเงียบๆ ส่งข้อความทิ้งระเบิดไปในแชทชาวสตาร์ลิ่งว่าวันนี้จะกลับสถาบัน หลังจากนั้นใครจะส่งอะไรมา เธอก็ไม่ได้สนใจมันอีกเลย หญิงสาวจัดการใช้ชีวิตอย่างที่เคย กินข้าวเช้า ล้างตัว และกลับมานั่งจุ่มอยู่ที่โซฟา จนสะดุดตากับโพสโปรโมทงานจัดแสดงศิลปะโบราณ

               วันนี้หรอ ? อืม .. นิวยอร์ก  ? .. ไปสักหน่อยมันก็คงไม่แย่ละมั้ง..

               มันเป็นแค่วันธรรมดาวันนึง ใช่ .. วันธรรมดาวันนึง

               ร่างบางของเมต้าฮิวแมนด์สาวที่ออกมาโลดแล่นนอกสถาบันได้พักใหญ่ๆ กำลังเดินทอดน่องอยู่ที่ทางเดิน มันเป็นวันสุดท้ายที่ยูเฟเมียคิดจะออกมาใช้ชีวิตนอกสถาบันหลังจากหนีหายหน้าหายตามานานขนาดนี้ พักหลังๆเริ่มจะมีประเด็นกับการควบคุมพลังเกราะฟ้าใสนี้ที่มักจะโผล่มาครอบมือเวลาใช้สมาธิมากๆ ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าเธอจะกลับไปที่สถาบันและไปฝึกพัฒนาและควบคุมพลังตัวเองให้ดีมากกว่านี้

               โดยปกติเธอสมควรจะอยู่ที่เซ็นทรัลซิตี้ แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ที่นิวยอร์ก ? สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ได้ยินมาว่าวันนี้มีจัดงานแสดงศิลปะโบราณประจำปี มันเป็นอะไรที่หลายๆคนคงไม่ค่อยจะสนใจ แต่สำหรับนักเรียนสายจิตวิทยาคนนี้กลับมองว่าศิลปะโบราณนั้นน่าสนใจและน่าค้นหากว่าที่คิด เพราะอะไรทำไมถึงได้เป็นสิ่งที่ตราตรึงใจคนมาหลายช่วงยุคสมัย นี่คือปริศนาที่ถ้าแก้ได้ก็จะเข้าใจรูปแบบการทำงานของความคิดมากขึ้น

               มันคงจะใช้เวลานานพอสมควร แต่ถึงอย่างงั้นยูเฟเมียก็มั่นใจว่าเธอจะต้องลากตัวเองกลับสถาบันให้ได้ภายในคืนนี้ ไม่งั้นมีหวังได้โดนคนขี้แกล้งทั้งหลายในสตาร์ลิ่งรุมแซวไปอีกนานแน่ว่าเธอไม่ยอมกลับสถาบันสักที มือบางของหญิงสาวจับสมาร์ทโฟนไว้อย่างมั่นคง โดยที่ก็พิมพ์ส่งข้อความไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เนื้อหาของข้อความคือจดหมายลางานส่งตรงดิ่งแก่บอสสุดน่ากลัวของยูเฟเมีย เพราะรู้ตัวว่าหลังจากนี้คงไม่ได้มีสภาพพร้อมปั่นโอทีอีกแน่

                จะว่าไป.. เจ้างานจัดแสดงศิลปะโบราณนี่มันต้องไปทางไหนนะ.. หญิงสาวมองซ้ายมองขวาด้วยความสับสน นิวยอร์กไม่ใช่ถิ่นที่เธอถนัดนัก หูฟังบลูทูธถูกถอดออกไปชั่วขณะเมื่อต้องเริ่มตามหาตัวช่วยเป็นบุคคลท้องถิ่นที่น่าจะพอตอบคำถามให้ได้ จะหวังพึ่งแอปนำทางในมือถือบางทีมันก็ค่อนข้างที่จะกวนประสาทจนไม่อยากจะเชื่อถือ

               ตัวเลือกดีๆในตอนนี้คงจะเป็นคุณผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างบิ๊กไบค์คันหรู รถสวย ! นั่นคือความประทับใจแรก “ ขออนุญาตนะคะคุณ.. คือ พอจะทราบไหมคะว่างานจัดแสดงศิลปะโบราณไปทางไหน ? ”  น้ำเสียงนุ่มถามอย่างลื่นไหล และท่าทีเกรงอกเกรงใจ เลือกได้ก็ไม่อยากรบกวนนัก แต่ว่ามันคงจะดีกว่าถ้าถามคนแถวนี้เอา

     "ถามทางไปงานการแสดงศิลปะโบราณประจำปีเหรอครับ รู้สึกว่าน่าจะไปทางซ้ายสี่กิโล" เจสันชี้บอกทางอีกฝ่าย เขาค่อนข้างจำได้คร่าว ๆ เหมือนจะผ่านซุ้มงานใหญ่ตอนไล่แมนติคอร์สองตัวนี้มา

               “ โอ้ ขอบคุณมากเลยค่ะ ” ยูเฟเมียหันมองไปในเส้นทางที่คู่สนทนาได้ชี้ให้ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้รับทราบอย่างรวดเร็ว ในตอนที่ตั้งใจจะแยกตัวออกไป หางตาก็ไปสะดุดกับบางสิ่งที่อยู่บนหลังบิ๊กไบค์คันสวย ริมฝีปากสีระเรื่อเหยียดเป็นรอยยิ้มเบาบาง ก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่กล่องหลังบิ๊กไบค์อันมีป้ายติดเอาไว้อยู่

               “ คุณเป็นอาสาสมัครแจกของหรอคะ ? ถ้างั้นฉันขอไปสักกล่องได้ไหมเอ่ย ? ” ถึงจะไม่ได้หวังเอาจริงจังก็เถอะ แต่ก็ยังเอ่ยปากไปในท่าทีเล่นๆแบบที่ทำความรู้จักไว้สักหน่อยคงไม่เสียหาย โดยส่วนใหญ่อาสาสมัครแจกของก็คงอยากจะกลับบ้านเร็วๆ เพราะฉะนั้นก็สมควรจะช่วยรับของไปสักกล่องสินะ

     "กล่อง?" เจสันงุงงง ก่อนหันไปตามที่อีกฝ่ายชี้ไปทางเบทาเนีย ซึ่งตอนแรกเขาก็งงว่าบิ๊กไบค์ไหนมาอยู่แถวนี้ ก่อนพอจะนึกออก ก็เห็นกล่องอะไรแปลก ๆ วางบนหลัง 'พระเจ้า ให้ตายสิ เทพองค์ไหนเล่นแผลง ๆ อีกแล้วเนี่ย กล่องอะไรเนี่ยมาจากไหน'

      "ได้สิ...ผมเองก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไรเหมือนกัน" เจสันหยิบกล่องแจกใบนั้นให้อีกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็ยิ้มหน้าแป้น แม้จะงงอยู่ว่ามาได้ไง คงเป็นเทพองค์ไหนสักองค์แกล้งเขาแน่ ๆ

               แปลกๆนะเนี่ย เหมือนเจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามีกล่องอยู่บนรถของเขา.. ซึ่งมันก็แปลกนั้นแหละ ยูเฟเมียโคลงศีรษะพร้อมกับรับกล่องที่อีกฝ่ายยื่นมาอย่างช้าๆ เท่าที่จับๆดูน้ำหนักก็ไม่ได้หนัก ตัวกล่องก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย จะเป็นอะไรกันนะ ? น่าสนใจดีจริงๆ

               “ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ จะใช้อย่างดีเลย ” ร่างบางโค้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่คิดขึ้นได้ก่อนที่จะก้าวเดินออกไปจากบริเวณนี้ “ แต่พอได้มาแบบนี้มันก็แอบแปลกๆ ถ้างั้นฉันให้เฟรปเป้แก้วนี้แล้วกันค่ะ วางใจได้นะคะ ฉันยังไม่ได้กินมัน ” หญิงสาวยื่นแก้วเฟรปเป้ให้กับชายแปลกหน้าเป็นการแลกเปลี่ยนที่.. อาจจะดูไม่คุ้ม แต่เธอให้ได้เท่านี้จริงๆนั้นแหละ

               “ จะว่าไปรถคุณสวยดีนะคะ.. เอาเป็นว่าไม่รบกวนแล้วค่ะ ขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ ” โบกมือให้สักครั้งเป็นการอำลาหลังจากรู้จักกันพอประมาน

      "โชคดี" เจสันกล่าวลาตอบกลับอีกฝ่าย ก่อนหันไปถอนหายใจ เมื่อกล่องหมดแล้ว เขาลุกขึ้นบิดตัว ขึ้นหลังเบทาเนียเพื่อบินสู่ปารีส

               คนก็ไปแล้ว ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อ ยูเฟเมียหมุนตัวในขณะที่โอบถือกล่องซึ่งพึ่งจะได้รับมาเดินไปตามทางเท้าเพื่อที่จะไปงานจัดแสดง ไปไวจะได้กลับไว และหวังว่าคนจะไม่เยอะ.. เพราะการชมงานศิลป์บางทีคู่กับความสงบก็น่าจะดีกว่า ร่างบางก้าวไปเรื่อยๆ อย่าไม่เร่งรีบ หูฟังถูกกลับมาสวมใส่ทั้งสองข้าง ก่อนจะเปิดเพลย์ลิสต์เพลงคลาสสิกฟังไปพลางๆ



เฟรปเป้ - เจสัน


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2021-1-13 21:35
( ยุฟอย่าลืมไปรับรางวัล กิจกรรม3 ในห้องกิจกรรมเฟสบุคด้วยนะ )  โพสต์ 2021-1-13 12:44
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [001] เจสัน บัลธาซาร์ ไดซ์ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2021-1-13 12:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +300 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Medical Book
ปืนเคออส
Super Car
Hand Shield
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x17
x20
x44
x15
x17
x20
x20
x20
โพสต์ 2021-1-13 21:19:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Pokemon World
94



     คริสต์มาสนี้เหมือนจะเป็นไปด้วยความเหงาแต่ก็ไม่เหงาขนาดนั้นเมื่อจู่ๆเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของคุณม๊าก็บินมาลงที่สนามบินใกล้ๆและเดินทางมาเซอร์ไพร์ซเธอที่โรงเเรมพร้อมกับคุณแด๊ดเสียอย่างหรูหราหมาเห่าเลยทีเดียว ซึ่งไม่ได้มาเพียงตัวเปล่าท่านดันให้ขอขวัญปีใหม่เป็นมาPorsche 911 Carrera S ราคาเบาๆ13ล้านนิดๆ ให้เธอเป็นของขวัญวันคริสต์มาสเพราะเวลาที่ฮิโระไม่อยู่จะเธอจะได้ขับเจ้ารถคันนี้ไปทำงานแทนการนั่งรถโดยสารประจำทางไปนั้นเอง คุณม๊ากับคุณแด๊ดพูดคุยกับเธออยู่พักหนึ่งก่อนจะให้บอดี้การ์ดขับไปจอดไว้ให้ในโรงรถของโรงเเรมและรับเธอไปเที่ยวต่อยังเกาะส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกลจากสหรัฐสเท่าไหร่ก่อนจะกลับมาส่งเธอและกลับไปทำงานของพวกท่านต่อที่อังกฤษ


     “เมื่อไหร่จะได้ฤกษ์กลับมาคะคุณบอดี้การ์ด ลานานขนาดนี้ลาออกเลยไหมคะ”เสียงพูดคุยของเอลล่าผ่านทางมือถือกับฮิโระดังออกมาจากห้องอาบน้ำเป็นระยะๆ หลังจากที่ผ่านปีใหม่มาแล้วเเต่บอดี้การ์ดประจำตัวเธอก็ยังไงม่กลับมาทำงานเสียที เธอจึงโทรไปหาชายหนุ่มด้วยตัวเองเสียเลย


      ‘มีเรื่องโควิดนิดหน่อยน่ะครับ ตอนนี้ก็เลยถูกกักตัวยังกลับไม่ได้ คุณเอลล่าก็ต้องระมัดระวังนะครับร่างกายยิ่งไม่เเข็งแรงอยู่’เสียงจากปลายสายกล่าวตอบกลับมา


      “ฉันรู้เเล้วล่ะ ฉันจะระวัง งั้นแค่นี้ก่อนนะ ฉันอาบน้ำต่อละ”เอลล่ากล่าวก่อนจะกดวางสายแล้ววางมือถือเอาไว้ที่โต๊ะตรงข้างอ่างอาบน้ำ แผลนวันนี้ไม่ใช่การตื่นไปทำงานเเต่เป็นการเดินทางไปเป็นตัวเเทนของคุณม๊าเพื่อเข้าชมงานศิลปะโบราณที่นิวยอร์กเเทนตามที่มีจดหมายเชิญส่งมาให้เพราะคนมีชื่อเสียงในโลกล้วนเเต่รู้ทั้งนั้นว่าตระกูลเเมฟเวอร์ลินซ์นั้นมีหัวหน้าตระกูลที่ชื่นชอบศิลปะโบราณเอามากๆ นอกจากนำออกมาโชว์แล้วเผลอๆอาจมีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันลับตามที่เศรษฐีบางคนชอบก็ได้ ซึ่งเธอเป็นตัวเเทนไปเสาะหาของถูกใจเอาไปประดับบ้านนั้นเอง


     หลังเตรียมตัวเสร็จเอลล่าก็เดินมุงหน้าไปยังรถของเธอก่อนจะขับเเล่นชิ่วออกจากโรงรถของโรงเเรมไปมุ่งหน้าสู่เมืองนิวยอร์คอันเป็นสถานที่จัดงานโดนทันที เสื้อโค้ดขนจิ้งจอกแท้ถูกถอดโยนเอาไว้ที่เบาะด้านข้างคนขับเพื่อความถนัดในการขับรถโดยด้านข้างมีกระเป๋าถือแบร์นดังวางเคียงคู่เอาไว้


      รถหรูป้ายเเดงเเล่นเข้าสู่เมืองนิวยอร์คก่อนจะเลี้ยวเข้ามาจอดที่ปั้มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันและเเวะซื้อของทานรองท้องยามเช้าด้วยเพราะเธอต้องตื่นและออกเดินทางแต่เช้าจึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย ระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าไปจ่ายเงินค่าน้ำมันอยู่นั้น ดวงตาเธอก็เหลือบไปเห็นชายหนุมคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่ข้างบิ๊กไบค์ที่ด้านหลังมีกล่องเขียนว่าเเจกฟรีอยู่ ‘เล่นบทเป็นซานต้าหลังผ่านคริสต์มาสไปเกือบเดือนแล้วรึไงนะนั้น’


      เอลล่าหันไปมองยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปจ่ายค่าน้ำมันในร้านแล้วเดินกลับออกมาเเต่เเทนที่เธอจะเดินไปยังรถกลับเดินไปหาชายที่ยืนอยู่ข้างบิ๊กไบค์นั้นเเทน อีกทั้งเมื่อครู่ตอนเข้าไปจ่ายเงินกับซื้อของก็มั่วเเต่มองของกินจนลืมถามทางไปงานเลย งั้นก็เลือกถามนายคนนี้ไปเลยแล้วกัน


      “ขอโทษนะคะพอดีฉันจะไปงานแสดงศิลปะที่จัดในเมืองนี้ไม่ทราบว่าพอจะรู้ทางรึป่าวคะ”เอลล่าเดินเข้าไปทักพร้อมเเจ้งสาเหตุ


      "ถามทางไปงานการแสดงศิลปะโบราณประจำปีเหรอครับ รู้สึกว่าน่าจะไปทางซ้ายสี่กิโล" เจสันชี้บอกทางอีกฝ่าย เขาค่อนข้างจำได้คร่าว ๆ เหมือนจะผ่านซุ้มงานใหญ่ตอนไล่แมนติคอร์สองตัวนี้มา


     “ขอบคุณมากเลยค่ะ เอ่อแล้ว…”เอลล่าเหลือบมองไปทางกล่องด้านหลังชายหนุ่ม “ไม่ทราบวว่าของที่เเจกนั้นฉันจะขอไปบ้างได้ไหมคะ”


    "กล่อง?" เจสันงุงงง ก่อนหันไปตามที่อีกฝ่ายชี้ไปทางเบทาเนีย ซึ่งตอนแรกเขาก็งงว่าบิ๊กไบค์ไหนมาอยู่แถวนี้ ก่อนพอจะนึกออก ก็เห็นกล่องอะไรแปลก ๆ วางบนหลัง 'พระเจ้า ให้ตายสิ เทพองค์ไหนเล่นแผลง ๆ อีกแล้วเนี่ย กล่องอะไรเนี่ยมาจากไหน'


      "ได้สิ...ผมเองก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไรเหมือนกัน" เจสันหยิบกล่องแจกใบนั้นให้อีกฝ่าย ซึ่งเขาเองก็ยิ้มหน้าแป้น แม้จะงงอยู่ว่ามาได้ไง คงเป็นเทพองค์ไหนสักองค์แกล้งเขาแน่ ๆ


      “ขอบคุณนะคะ”เอลล่ารับเอากล่องนั้นมาถือไว้พร้อมรอยยิ้มก่อนเอ่ยต่อ “มายืนเเจกอยู่ตรงนี้นานเเล้วสิคะเนี่ย เหนื่อยหน่อยนะคะ งั้นฉันขอตัวนะคะ อ้อนี่ค่ะฉันให้” เอลล่าที่กำลังจะเดินผละจากไปก็ยื่นแล้วเครื่องดื่มส่งไปให้


      “คิดว่าคุณคงเหนื่อยกับการยืนรอเเจกของ”เอลล่ายื่นใส่แก้วให้อีกฝ่ายถือก่อนที่เธอนั้นจะหมุนตัวเดินกลับไปยังรถหรูของตัวเองแล้วถอดเสื้อโค้ดวางเก็บไว้ที่เบาะข้างๆพร้อมกับวางกล่องที่ได้รับมาเอาไว้ ก่อนจะขับรถเลื่อนออกไปจอดบริเวณลานจอดรถของปั๊มเพื่อจัดการอาหารเช้าอย่างเเซมวิสและนมที่เธอพึ่งซื้อมาก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางต่อไปยังงานจัดแสดงศิลปะตามที่ชายหนุ่มเมื่อครู่ได้บอกเอาไว้


     ครืดดดดด…. ครืดดดดด….


      ระหว่างที่กำลังนั่งสวาปามเเซมวิสอยู่มือถือทที่วางอยู่ก็สั่นขึ้นมาด้วยสายที่โทรเข้ามา มือบางจัดการวางเเซมวิสในมือแล้วเอื้อมไปหยิบกระดาษเปียมาเช็ดมือก่อนจะกดรับสาย ของคุณม๊าที่โทรเข้ามา


     “สวัสดีค่ะคุณม๊า มีอะไรรึป่าวคะ”


    ‘เอลลี่ตอนนี้หนูอยู่ไหนแล้วลูก ไม่ได้ลืมว่าวันนี้มีงานศิลปะที่ต้องไปใช่ไหม’เสียงคุณม๊าจากสายยดังออกมาก่อนที่เธอจะเอามือถือไปวางเสียบไว้ตรงที่ตั้งมือถือในรถแล้วกดเปิดสปีกเกอร์โฟนพร้อมกับหยิบเอาแซมวิสขึ้นมาทานต่อ


      “คุณม๊า เอลไม่ลืมหรอกค่ะ นี่ก็มาถึงนิวยอร์กแล้วด้วย ตอนนี้แวะทานมื้อเช้าอยู่ที่ปั้มค่ะ”เอลล่าตอบคุณม๊าไปแล้วกัดเเซมวิสที่กินค้างไว้ต่อ


      'ได้ยินแบบนั้นม๊าก็สบายใจ งั้นถ้าเห็นอะไรดีๆแปลกก็ถ่ายรูปมาให้ม๊าดูมั้งน้าาา'คุณม๊ากล่าวเพียงแค่นั้นแล้วจึงตัดสายไปเอลล่าได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มๆและจัดการมื้อเช้าของเธอต่อให้หมดก่อนจะสตาร์ทรถเข้าเกียร์และขับมุ่งหน้าออกจากปั๊มน้ำมันไปเพื่อเดินทางไปยังงานจัดแสดงศิลปโบราณที่ป่านนี้คงเปิดให้ผู้คนเข้าไปเดินชมกันเเน่นแล้วเเน่ๆ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [001] เจสัน บัลธาซาร์ ไดซ์ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2021-1-13 22:10
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2021-1-13 21:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +300 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Rolex 'Oyster'
SEDAN Car
Rifle
Mystic G7
บัตรไอดีกลอรี่ธรรมดา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x8
x1
x2
x5
x1
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต