วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ Washington D.C } Anahiem Inc.'s headoffice

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-3-29 16:56:16 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2020-3-31 16:45









Anahiem Inc.




บริษัทจำกัดขนาดใหญ่ 

เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหลายแขนงและกลุ่มนายทุนที่เป็นเจ้าของบริษัทวิจัยและค้นคว้าสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆ 

กลุ่มนายทุนซึ่งเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมวิศวกรรมต่างๆได้รวมตัวกันสร้างบริษัทแห่งนี้ขึ้นมา...


โดยพวกเขาทั้งหมดนั้นมีวัตถุประสงค์ที่เหมือนกันคือ ให้บริษัทใหญ่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของนักวิทยาศาตร์ที่มีชื่อเสียงและมีความสามารถรวมไปถึงนักประดิษฐ์

ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ต่างๆที่มีผู้เสนอเป็นทฤษฎีและช่วยกันสร้างมันขึ้นมาให้เป็นจริงขึ้นมา

โดยที่สุดท้าย สิ่งที่ประดิษฐ์และโครงการทุกอย่างก็จะเป็นประโยชน์ต่อโลกในอนาคต

และแน่นอนว่าบริษัทที่ร่วมมือด้วยเช่นเดียวกัน 


โดยผู้ที่เป็นหัวหอกในการก่อตั้งบริษัทนี้ คือ แคทเทอลีน หลิว นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนนึง ได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์และเคมี 

ซึ่งหลังจากที่ได้รับการยอมรับจากรอบ ข้างเธอก็คือเจ้าของอนาไฮม์กับสามีของเธอ 

โดยที่หลังจากบริษัทถูกก่อตั้งขึ้นมาได้เป็นเวลาหลายสิบปี ก็ได้มีบริษัทอื่นๆมากมายเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน 

จนทำให้บริษัทขยายและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสิบปี

....

โดยที่สำนักงานใหญ่ของอนาไฮม์นั้น เดิมทีเป็นที่ตั้งของ "่Joint Base Anacostia-Bolling Police" ซึ่งมีพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ก่อนที่ตรงนี้จะเกิดเหตุร้ายบางอย่างจนทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ต่อมา Anahiem Inc. ได้ขอพื้นที่ตรงจุดนี้ทั้งหมดเพื่อสร้างเป็นสำนักงานใหญ่ของตัวเองและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ประกอบไปด้วยหลายส่วน โดยประกอบไปด้วยสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า 

โดยที่จะมีพื้นที่ส่วนตัวของผู้ก่อตั้งที่อยู่ชั้นบนสุดของตึกที่สูงที่สุดในเขตบริษัทเป็นคฤหาสน์ลอยฟ้าที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของตึกระฟ้า อนาไฮม์สกายทาวเวอร์



ทัศนียภาพโดยรอบ














คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1USD +500 ย่อ เหตุผล
Admin + 500

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-4-5 00:55:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WeishaoTien เมื่อ 2020-4-5 01:04

                                 Day ???...
                                 หลังจากเรื่องที่ผ่านๆไปร่วมหลายวัน ดูเหมือนจะมีเรื่องอะไรผ่านเข้ามาเยอะแยะ...
                                 ฉันได้ยิงปืนครั้งแรก.. ได้ช่วยชีวิตคนครั้งแรก.. ได้ฆ่าคนครั้งแรก...
                                 มันดูมีอะไรเป็นครั้งแรกหลายอย่างมากๆเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่ ทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ๆ แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องที่เรื่องบางเรื่องนี่ ฉันเองไม่อยากคิดว่าฉันจะผ่านมันมาได้.. เรื่องที่ฉันฆ่าคนตายนั่นล่ะ กล้องในบริเวณนั้นจับภาพของฉันที่เดินเข้าไปในตรอกหลักจากที่กลุ่มน้องๆวิ่งหนีเข้าไปและพวกกุ๊ยที่เดินตามก่อนที่จะเป็นฉัน ก่อนที่จะมีเสียงปืนและแสงที่เกิดขึ้นในตรอกนั้นเป็นหลักฐาน.. ง่ายๆก็คือ ฉันใช้อาวุธฆ่าคนจนถึงแก่ความตาย แต่ทางทนายประจำของครอบครัวฉันได้ช่วยเอาไว้ ทำให้เรื่องนี้จบลงได้อย่างหวุดหวิด ฉันเกือบจะต้องเข้าไปนอนซังเตซะเองหากไม่มีพวกเขาช่วยเอาไว้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันฉันเองก็ยังไม่ชินกับการใช้ชีวิตเยี่ยงราชาเช่นนี้ ยังไงก็ช่าง ตอนนี้ฉันเองก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว...


                                "คุณผู้ชายครับ" อัลเฟรดเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นกล่องๆนึงให้กับฉัน กล่องนี้มีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก พอที่จะให้ชายวัยกลางคนถือได้ด้วยสองมือ
                                "ฮะ? อะไรเหรอครับ?" ฉันเปิดกล่องนั้นดู.. ดั่งเวรกรรมที่ไม่อาจหนีพ้น ในกล่องนั้นคืออาวุธปืนสั้นที่เมื่อหลายวันก่อนนั้นฉันเพิ่งให้เป่ากระหม่อมชายร่างใหญ่ล้มในตรอกไปสามคน
                                "เอ่อ.. อัลครับ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะถือมันน่ะครับ เก็บเอาไว้ก่อนครับอัลฯ" ฉันสั่งให้ชายวัยกลางคนปิดกล่องนั้นเอาไว้ก่อน และให้เขาเอาไปเก็บ
                                "ไหนๆคุณชายก็ได้ลองยิงครั้งแรก ไม่ลองต่อยอดไปอีกสักหน่อยเหรอครับ?" ชายวันกลางคนเอ่ยเหมือนกับยุส่งเล็กๆ ซึ่ง.. เหมือนเขารู้ว่าฉันนั้นเป็นคนที่ถ้าใครยุอะไรก็ชอบบ้าจี้ตามยุเขาไปเรื่อย


                                ฉันคว้ากล่องนั้นดึงให้หันมา ก่อนที่จะเปิดกล่องและหยิบปืนนั้นขึ้นมาพร้อมกับหมุนปืนไปรอบๆเพื่อลักษณะของปืนที่ฉันกำลังถืออยู่ กระบอกนี้ ใหญ่กว่า Glock 18 ที่ฉันเคยใช้ก่อนหน้านี้เสียอีก




                                   

                                   "ผมได้ลองดูความชื่นชอบของคุณผู้ชายดู ดูเหมือนคุณชายจะชอบพวกปืนพกที่มีขนาดใหญ่พลังทำลายล้างรุนแรงกว่าปืนทั่วไป กระบอกนี้คือ  Desert Eagle .50AE เป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติที่ใช้กระสุนขนาดใหญ่ เป็นรองเพียง Smith & Wesson Magnum .500 แต่ทดแทนด้วยความต่อเนื่องในการยิงนัดต่อนัด จัดว่าเป็นปืนที่สมดุลย์มากอยู่พอควรเลยนะครับ" อัลเฟรดเอ่ยบอกสรรพคุณที่จริงๆ ฉันเองก็รู้มันว่าตั้งนานแล้ว เหมือนกับว่าพ่อบ้านคนนี้พยายามที่จะเก็บข้อมูลของฉันเพื่อที่จะสนองความต้องการของฉันให้ได้มากที่สุดยังไงยังงั้น อ่า.. ในมุมนึงมันก็รู้สึกโอเคนะ แต่อีกความคิดนึงฉันคิดว่าบางทีมันก็เป็นการล้ำเส้นมาในโลกส่วนตัวของฉันมากเกินไปนิดนึง ซึ่งฉันไม่ชอบเลย...



                                   "ขอบคุณอัลเฟรดที่รู้ใจ เรื่องส่วนตัวก็ขอให้มันเป็นส่วนตัวก็ดีนะครับ ผมไม่อยากให้ใครมาก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวของผมมากไปกว่านี้" ฉันเอ่ยบอกเรื่องนี้ให้กับอัลเฟรดได้ฟังทันที..


                                  "..กระผมต้องขออภัยคุณชายด้วยครับ แต่นี่เป็นความหวังดีที่ผมจะทำให้คุณชายรู้สึกสบายใจมากกว่านี้ ขออภัยคุณชายด้วยครับ" ชายกลางคนโค้งต่อหน้าฉันผู้เป้นเจ้านาย สำหรับฉันแล้วบางทีการไม่ก้าวล้ำพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันก็เป็นสิ่งที่พกวเราสามารภทำให้กันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรขนาดนี้..

                                  "ยังไงก็.. ข้อมูลส่วนตัวอะไรก็ตามที่อัลเฟรดและพวกไปค้นมา ช่วยทิ้งมันไปด้วยนะ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้กัน คงจะไม่มีปัญหาอะไรนะ" ฉันเอ่ยกับอัลเฟรดและถือกล่องปืนที่อัลเฟรดนำมาให้ฉัน

                                  "ตามที่ต้องการครับคุณชาย" ว่าจบอัลเฟรดก็เดินไปจัดการเรื่องที่พวกเขาทำ ฉันถือว่ามันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ที่มีคนลุกล้ำพื้นที่ของฉัน..

                                  ไม่นานนัก อัลเฟรดก็กลับมา ฉันเองนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหลัก.. ที่นี่ใหญ่มากเสียจนเดินเป็นห้างได้เลย ความโดดเดี่ยวทำให้ฉันเบื่อง่ายมาก ฉันอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าได้หากอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆเช่นนี้

                                  "ไหนๆก็ได้มันมาแล้ว" ฉันยกปืนที่อัลเฟรดนำมาให้..

                                  "คุณชายลองไปที่ลานจอดชั้นใต้ดินมั้ยครับ ที่นั่นมีสนามยิงปืนอยู่ที่ลานจอดรถด้วยน่ะครับ" อัลเฟรดแนะนำ ที่นี่มีอะไรให้น่าค้นหาเสียจริงๆ ฉันพยักหน้าตกลงก่อนจะลุกจากที่นั่งและเดินตามอัลเฟรดผู้เป็นพ่อบ้านไป...





                                  ชั้นจอดรถใต้ดิน.. B3...



                                  ฉันลงลิฟท์ตามอัลเฟรดลงไปที่ฉันล่าง ก่อนจะเดินเลาะไปขอบก่อนเปิดประตูคล้ายๆกับประตูหนีไฟ ก่อนพาเดินลงบันไดไปอีกสองสามชั้น และเปิดประตูเข้าไป...





                                   ห้องกว้างๆที่สว่างด้วยแสงไฟที่ติดอยู่จนทั่วฮอลนี้ ทางด้านซ้ายมือมีประตูที่ดูแข็งแกร่งพร้อมระบบรหัสที่กลางประตู คาดว่าน่าจะเป็นห้องนิรภัยเก็บอาวุธ ของคุณพ่อสินะ.. คงเป็นของคนอื่นไม่ได้หรอกที่นี่น่ะ...


                                   "คุณผู้ชายจะเริ่มเลยมั้ยครับ" อัลเฟรดถาม ฉันพยักหน้าตอบก่อนที่พ่อบ้านจะเดินนำกล่องกระสุนมาให้ เป็นกระสุนขนาด .50 AE มาวางไว้ตรงหน้าโต๊ะ ฉันที่เตรียมพร้อมที่จะทดสอบการยิงปืนของตนเองเป็นครั้งแรก ได้นำจุกอุดหูมาอุดพร้อมกับที่ครอบหูอีกชั้นเพื่อความปลอดภัย ปืนตรงหน้าของฉันเป็นปืนดัดแปลงมาให้มีลักษณะที่แตกต่างออกไป ฉันค่อยๆนำกระสุนใส่ลงในตลับหนึ่งนัด เพราะฉันเองยังไม่เคยลองของจริง


                                   ตลับกระสุนถูกใส่เข้าไปในปืนและดึงสไลด์เพื่อบรรจุกระสุนเข้ารังเพลิง ก่อนดึงเซฟตี้ให้สไลด์พลักกระสุนเข้ารังเพลิง นี่เป็นนัดแรก คงจะต้องทำความรู้จักปืนของตนเองซักนัด ว่าตัวของมันเป็นยังไง ฉันแล็งไปยังเป้ากระดาษระยะ50เมตรด้วยศูนย์หยาบบนตัวปืน สองมือค่อยๆประคองด้ามจับเอาไว้อย่างมั่นคง ไม่จำเป็นต้องปิดตาเพราะนี่ศูนย์หยาบไม่ใช่กล้องเพิ่มระยะไกล หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆเลื่อนนิ้วชี้เข้าไปในไกปืนเหนี่ยวไกและ..


                                   *ปัง!*


                                   นัดแรกของวันนี้กับปืนของตัวเองที่แรงถีบหนักกว่าปกติหลายเท่านัก ฉันคงจะต้องฝึกยิงอีกซักหน่อยเพื่อให้คุ้นเคยกับมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่ตัวกระบอกนี้.. หลังจากนั้นก็เป็นการฝึกยิงปืนแบบจริงๆจังๆของฉัน คนอื่นเริ่มที่ปืนอะไรฉันไม่รู้ แต่เริ่มยิงจริงๆจังๆก็ Desert Eagle .50AE Custom "Lightning Hawk" นี่ล่ะ.. ยิ่งฝึกยิ่งชินมือไปเรื่อยๆ จากกระบอกหลักเปลี่ยนรสชาติเป็นกระบอกอื่นอย่าง FN Five-Seven กับกระสุนเฉพาะตัวขนาด 5.7*28มม.ดูบ้างฉันเห็นปืนนี้ในเกมFPSเป็นเกมที่สองที่ฉันรู้จักในชีวิต แม่เจ้า เบลเยี่ยมนี่ไม่ได้มีดีแค่วาฟเฟิลจริงๆด้วยสินะ  ฉันเป็นคนที่อยากทำอะไรแล้ว ถ้าได้ทำ ต่อให้มันจะยาก แต่ถ้ามันชอบก็ต้องทำให้มันใช่ให้จนได้นั่นล่ะ ผ่านไปร่วมสองชั่วมองกับการทรมานแขนทั้งสองข้างของฉัน กระสุน .50AE หมดไปร่วมสี่กล่องแปดสิบนัดถ้วน 5.7*28มม.อีกหนึ่งร้อยนัดถ้วน กับเป้ากระดาษที่เปลี่ยนร่วมสิบแผ่น โดยการยิงทั้งสองมือและมือเดียว ฉันรู้สึกสนุกกับงานอดิเรกใหม่ของฉันเสียจริงเชียว...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-4-5 02:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +300 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มาลัยลอเรล
Dark Area
DUEL DISC
VR Headset
Rifle
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x10
x10
x10
x10
x99
x100
x100
โพสต์ 2020-4-14 01:54:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WeishaoTien เมื่อ 2020-4-14 02:22

                                  After in Cemetery.. and work


                                  เฮ้ออ.. เสร็จงานของวันนี้ไปอีกวันนึง ปรับตัวไม่ค่อยทันเลยจริงๆล่ะนะ กับงานใหม่ที่ทำในตอนนี้.. หลังจากที่ไปเยี่ยมพ่อกับแม่ของฉันที่หลุมศพในสุสานข้างๆโบสถ์ และรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองอยู่อย่างน่ากลัวที่สุสาน ซึ่งฉันอาจจะคิดมากไปเองเพราะความวิตกในใจเล็กน้อยที่ฉันมี เพราะที่นั่นเป็นสุสาน ก็ไม่แปลกหากฉันจะกลัวว่าจะเจอดีอะไรเข้าซักอย่างในที่แห่งนั้น.. ต่อจากที่สุสาน ฉันไปทำงานต่อที่บริษัทย่อยของ Anaheim Inc. คือ Anaheim Electronic บริษัทค้นคว้าและผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีต่างๆที่ก้าวล้ำตามทันโลก อีกทั้งค้นคว้าเทคโนโลยีอื่นๆที่ล้ำสมัยในอนาคต ซึ่งทางบริษัทอิเล็คทรอนิกส์เองก็ได้ทำงานร่วมกับทางองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ.. เรียกง่ายๆว่านาซ่านั่นเอง ใช่ บริษัทอิเล็คทรอนิกส์เองก็มีส่วนในโครงการอวกาศต่างๆและการทำงานต่างๆเช่นกัน เพราะงั้นฉันเองในฐานะที่เป็นประธานบริษัทของทั้งบริษัทแม่และบริษัทอิเล็คทรอนิกส์ ก็ต้องไปดูโครงการที่นาซ่าด้วยเช่นเดียวกัน ในฐานะประธานสุงสุดที่ดูแลเอาใจใส่งานไม่ต่างกับแม่กับพ่อของเขาเอง อีกทั้งทางนาซ่าเองก็อยากที่จะทำความรู้จักกับเราด้วยเช่นเดียวกัน


                                  ก็ไม่มีปัญหาถ้าฉันจะไปที่นาซ่าด้วยตัวเองซักครั้งเพื่อ โอกาสที่คนทั่วไปอย่างเราๆจะได้เข้าไปในนาซ่านั้นน้อยนิด ถ้าไม่ได้มีโครงการที่เข้าไปศึกษาดูงานที่นั่น ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาที่นี่แห่งนี้ได้ง่ายๆหรอก.. ฉันเตรียมเดินทางในทันที...
                                  ด้วยความที่สนง.ใหญ่ที่นาซ่านั้นอยู่ในดีซีด้วย จึงไม่จำเป็นต้องนั่งเครื่องหรือพาหนะอะไรที่ต้องวุ่นวาย ลิมูซีนคันเดียวก็เกินพอ ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงนักก็ถึงสำนักงานใหญ่ของนาซ่า ดูที่นี่คึกคักอยู่พอสมควร ก็นะ งานอวกาศนี่ สำหรับอเริกาแล้วสำคัญไม่แพ้เรื่องใดๆในประเทศเลย..


                                  "จะมีคนไทยซักกี่คนกันที่ได้มาเหยียบที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง" ฉันเอ่ยขณะที่ยืนทียืนอยู่ในเขตของสนง.ใหญ่ของนาซ่าก่อนที่จะเดินตามที่อัลเฟรดเชิญเข้าไป
                                  "เชิญครับ ท่านผู้อำนวยการกำลังรอท่านอยู่.." อัลเฟรดเอ่ยพร้อมผายมือออกไปที่ด้านหน้า ซึ่งที่ด้านหน้าทางเข้านั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ในชุดกาวน์สองคนที่ยืนต้อนรับอยู่ที่ด้านหน้า เหมือนหมอยืนรอคนไข้...


                                  ฉันเดินไปถึงที่ทางเข้า เจ้าหน้าที่ๆมายืนต้อนรับได้ยื่นมือมาตรงหน้า ฉันเองก็ไม่ยืนรอให้เสียมารยาท ยื่นมือจับทันที


                                  "ยินดีต้อนรับสู่นาซ่าครับ คุณอดิศักษ์ ผมดร.ไรล์ลี่ แลงค์ฟอร์ดยินดีที่ได้พบคุณครับ"
                                  "ผมดร.เอเมอลี่ รอล์ฟ ยิดีที่ได้พบค่ะ"
                                  "ยินดีที่ได้พบครับ นี่เป็นครั้งแรก ยังไงก็ช่วยแนะนำสิ่งที่ผมควรรู้ในการอยู่ที่นี่ด้วยนะครับ"
                                  "ยินดีครับ งั้นเราเข้าไปหาท่านผอ.กันเลยดีกว่า ยังไงก็ขอความกรุณาอย่าแตะต้องสิ่งใดที่ดูอันตรายนะครับ"
                                  "อ่า.. โอเคครับ"
                                  "งั้นเราเข้าไปกันเลยดีกว่า"

                                  ทักทายและแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย ดร.ทั้งสองชายหญิงก็ได้พาฉันเข้าไปเยี่ยมชมด้านใน ความตื่นเต้นมันพลั่งพลูออกมาอย่างไม่หยุด นี่ฉันกำลังเข้ามาในสถานที่ที่ในชีวิตฉันไม่มีทางที่จะได้เข้าอย่างงั้นเหรอเนี่ย พวกเขาทั้งสองพาฉันไปชมสิ่งที่ต่างรวมถึงโครงการต่างๆที่ประสบความสำเร็จและโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ จนเมื่อพวกเขาพาเดินมาชมได้ประมาณนึง การสนทนาก็ได้เริ่มขึ้นอีกรอบสั้นๆ


                                  "พวกเราเสียใจกับการจากไปของพวกเขาทั้งสองคนนะครับ"
                                  "ขอบคุณครับ"
                                  "ไม่นึกเลยว่า เราจะเสียบุคคลสำคัญไปร่วมหลายคนในครั้งเดียวแบบนี้"
                                  "โดยเฉพาะพวกเขาทั้งสองคน เพราะพวกเขาถึงทำให้โครงการอวกาศหลายๆโครงการทั้งหมดของเราสำเร็จลุล่วงไปได้"
                                  "ขอบคุณแทนพ่อกับแม่ผมด้วยแล้วกันนะครับ"
                                  "ไม่หรอกครับ ทางเราเองต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณคุณ ที่ทำให้การพัฒนาสิ่งต่างๆได้ก้าวไกลกว่าที่พวกเราคิดไว้อย่างมากเลย"


                                   ดร.ทั้งสองพากฉันเดินไปสักพัก กลันสายตาหันไปมองกลุ่มเด็กหนุ่มสาวในชุดสูทสีน้ำเงินจำนวนหลายคนเลยเริ่มสงสัยและถามดร.ที่นำหน้าฉันอยู่ข้างหน้านี้..


                                   "เอ่อโทษนะครับ กลุ่มเด็กพวกนั้นคือใครเหรอครับ?" ฉันเอ่ยถาม
                                   "...อ๋อ อ่าๆๆ เป็นกลุ่มของทุนของทางเอเชียน่ะครับ มาเพื่อศึกษาวิชาสำรวจอวกาศเบื้องต้น ไปเรียนรู้ที่ต่างของนาซ่า เพื่อหานักบินของที่นั้นๆ ดูเหมือนน่าจะเป็นของประเทศไทยนะ ใช่มะ?"ดร.ไรล์ลี่เอ่ยหันไปถามดร,เอเมอรี่ที่ยืนอยู่
                                   "น่าจะใช่นะ เอเชียนทั้งนั้นเลยนี่นา ก็คงคนไทยนั่นล่ะ" ดร.เอเมอรี่อ่ยตอบก่อนที่ดร,ไรล์ลี่จะหันมาถาม
                                   "มีอะไรเหรอครับ? มีคนรู้จักอยู่ในนั้นเหรอครับ?" เหมือนอีกฝ่ายรู้วาระจิตยังไงชอบกล ใช่นั่นล่ะ ก็ฉันเห็นเจ้าเฌอปรางอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยนี่นา ในข่าวก็เห็นว่าได้ทุนกับเขาด้วย ไม่น่าแปลกเท่าไหร่นักหรอก
                                   "เอ่อ.. ใช่ เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อนดูเหมือนมีน้องคนนึงในกลุ่มออกไปเที่ยวแล้วโดนคนแถวๆนั้นวิ่งไล่ ผมเลยไปช่วยเอาไว้แล้วพาไปส่งที่พักน่ะครับ" ฉันบอกทุกอย่างออกไปอย่างไม่ปิดบัง ทำทั้งสองคนเงียบไปชั่วขณะก่อนี่จะตั้งสติได้
                                   "อ่ะ.. โอ้วว สุดยอดไปเลยนะครับ..." ก่อนที่พวกเขาจะเงียบและพาเดินไปต่อ


                                    ในขณะนั้นเองที่ฉันกำลังจะเดินไปต่อ สายตาได้พลันไปสบตากับเจ้าเฉฌอปรางอย่างพอดี ลมหายใจฉันหยุดไปชั่วขณะเหมือนขาดอากาศหายใจ สติสะตังทุกอย่างกระจุยวอดวายหายไปหมดในชั่วขณะ เจ้าเฌอปรางส่งยิ้มให้และก้มพยักหน้าเล็กน้อยเชิงทักทายและดีใจที่ได้เจอ ฉันที่รวบรวมสติสะตังทั้งหมดกลับมาได้ ก็พยักหน้าตอบรับ พลันอัลเฟรดสะกิดและดร.ไรล์ลี่เดินกลับมาสะกิดตามจนฉันรู้สึกตัวและหันไปมองดร.ทั้งสองที่เดินกลับมาทักหลังจากที่ปล่อยให้ทั้งสองเดินคุยกันสองคนไปตั้งไกล...


                                    "คุณอดิศักดิ์ เป็นอะไรรึเปล่าครับ?" ดร.ไรลลี่ถามอย่างเป็นห่วง

                                    "... อ้อ เปล่าครับ พอดีผมเหม่อนิดหน่อยตอนมองไปทางพวกเขาน่ะครับ" ฉันเอ่ยพร้อมหันไปมองกลุ่มเยาวชนกลุ่มนั้นซึ่งตอนนี้พวกเขาค่อยๆเดินห่างออกไปจากจุดเดิม
                                    "พวกเด็กกลุ่มนั้นน่ะเหรอครับ คุณอดิศักดิ์สนใจอะไรในตัวพวกเขางั้นเหรอ?" ดร.ไรล์ลี่เอ่ยถามก่อนจะยื่นหน้าไปมองหนุ่มสาวกลุ่มทุนกลุ่มนั้นและหันกลับมามองฉัน
                                    "ก็.. ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เจอคนคุ้นหน้ากันก็เลยทักทายกันนิดหน่อยเท่านั้นเองน่ะครับ" ฉันเอ่ยบอกกับทั้งสอง
                                    "อ่า งั้นเองเหรอครับ.. เรารีบไปกันต่อเถอะครับ ผอ.น่าจะรอคุณนานแล้ว" ดร.ไรล์ลี่เอ่ยพร้อมกับเดินนำฉันไปยังห้องของผู้อำนวยการ ซึ่งวันนี้เขาอยู่ต้อนรับด้วยตัวของขาเอง




                                    หลังจากที่ได้ไปทำความรู้จักกับผอ.ศูนย์การบริหารการบินและอวกาศหรือเรียกง่ายๆว่า"นาซ่า"เรียบร้อย เขาเองก็เหมือนกับผู้ใหญ่คนอื่นๆของรัฐบาลที่ฉันได้ทำความรู้จัก ไม่ได้แย่หรือตึงเครียดอะไรมากมายนัก แค่อาจจะมีความเป็นทางการพอสมควร เพราะที่นี่เป็นสถานที่ราชการนี่ล่ะนะ มันจะทำเป็นเล่นๆหรือเป็นกันเองแบบทักกันข้างบ้านแบบนั้นไม่ได้...


                                     จบกิจกรรมที่นาซ่าเรียบร้อย ความรู้สึกของวันนี้ไม่ต่างอะไรกับได้รับของขวัญวันเกิดย้อนหลัง การได้สบตาการเธออีกทั้งเธอส่งยิ้มให้อีก ไม่ต่างๆอะไรกับของขวัญที่ฟ้าประทานมาให้ย้อนหลัง ราวกับลืมแล้วลนเขวี้ยงส่งลงมายังไงอย่างงั้น.. หลังจากจบงานที่นาซ่าก็กินเวลาไปหลายชั่วโมงอยู่ ฉันหลับมานั่งที่โต๊ะทำงานที่เดิมเคยเป็นของแม่ฉันที่เสียไป โต๊ะใหญ่ๆ กับห้องกว้างๆที่ไม่มีอะไรตั้งอยู่เลยนอกจากโต๊ะทำงานตัวเดียวและคอมตั้งโต๊ะจำนวนสามจอเรียงติดกัน


                                      "นี่ครับคุณชาย ม๊อคค่าที่คุณชายสั่ง" อัลเฟรดยกแก้วม๊อคค่าขนาดกลางของสตาร์บัคที่ย่านดาวน์ทาวน์มาวางเสริฟให้ที่โต๊ะและยืนรออยู่ด้านข้างกาย
                                      "ขอบคุณครับอัล" ฉันเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยกแก้วม๊อคค่ามาเป่าและจิบพลางดูสื่อสารสนเทศจากโซเชี่ยลไปพลาง
                                      "ต้องขอขอนุญาตคุณชายนะครับ มีเรื่องอยากจะถามน่ะครับ" อัลเริ่มเอ่ยถามอย่างมีมารยาท
                                      "ครับ ได้เลย"
                                      "คุณชายรู้สึกกับหญิงสาวคนนั้นยังไงเหรอครับ?"
                                    
                                        *พรูดด!!*

ฉันพ่นม๊อคค่าในปากอย่างตกใจและลนลาน หน้าของฉันเริ่มแดงก่ำเมื่ออัลเฟรดเปิดคำถามที่ฉันเจอกับเฌอปรางในวันนี้ที่นาซ่า แม้ว่าฉันจะอายุใกล้เลขสามแล้วก็ตามที

                                     "หญิงสาวที่ผมมองเธอที่นาซ่าน่ะเหรอครับ?"
                                     "ใช่คนเดียวกับที่คุณชายช่วยเอาไว้ในครั้งนั้นด้วยสินะครับ"
                                     "อ่า.. ใช่ครับ ชื่อเฌอปราง เป็นสมาชิกไอดอลของไทยที่ติดตามอยู่ช่วงนึง ผมคิดว่าเรามีอะไรคล้ายๆกัน แถมบางอย่างเธอก็เหมือนจะตอบโจทย์ผมได้อยู่ไม่น้อย"
                                     "ไอดอลเหรอครับ.. อืมม ทำไมคุณชายไม่ลองไปหาเธอดูล่ะครับ?"
                                     "โอ.. ไม่ได้หรอกครับ กฎของวงคงไม่ให้เกิดเรื่องแบนั้นได้หรอกครับ มันจะทำให้ผมกลายเป็นอภิสิทธ์ชนโดยปริยาย อีกทั้งแฟนคลับของวงและแฟนคลับของเฌอปรางเองก็คงจะไม่พอใจอย่างแน่นอนถ้าผมไปหาเธอเป็นการส่วนตัวแบบนั้น อีกอย่าง มันก็ไม่เป็นประโยชน์กับตัวของเธอเองด้วย เพราะงั้น ผมเลยต้องเคารพในสิ่งต่างๆที่เฌอปรางมีและฐานะเป็นอยู่ในตอนนี้ด้วยเช่นกัน"
                                     "..." อัลเฟรดเงียบไปฉันเลยเอ่ยบอกกับอัลต่อ
                                     "แล้วก็.. บางทีผมเองก็อาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเธอก็ได้ครับ ต่อให้มีเงินล้นฟ้า เป็นเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอสนใจผมได้หรอกครับ สำหรับเฌอปรางแล้ว ผมเห็นเธอเป็นน้องสาวที่น่ารักคนนึง เป็นคนที่น่าเอ็นดูและน่าถนุถนอม เป็นดั่งมณีในกล่องแก้ว อาจจะไม่เกินเอื้อมมือ แต่มันเกินใจของผมที่จะไขว่คว้าเธอมาครอบครอง.. แค่ผมได้มองเธอมีความสุข จากที่ไกลๆก็พอใจแล้วล่ะครับ" ฉันยิ้มและหันไปมองพ่อบ้านที่อยากรู้จนทำฉันเสียม๊อคค่าไปอึกนึงเต็มๆ
                                     "ช่างเป็นสุภาพบุรุษที่น่านับถือเสียจริง กระผมขอนับถือด้วยความจริงใจครับคุณชาย"
                                     "ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับอัลฯ.. ของแบบนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุภาพบุรุษต้องมีนี่นา" ก่อนจะยกจิบม๊อคค่าต่อและหันไปดูสื่อในมือถือต่อ..




เมื่อมองเท้าที่อยู่ในตรมก็สุขสมในอุราฉัน
แม้เท้าเปื่อยดินเปื่อนโคลนก็สุขล้นในเพลานั้น
หมายมองแม่มารศรีโอเมฆขลาที่อยู่ในฝัน
จักใคร่ได้ดวงจินดาโผนโจนเมฆามันช่างน่าขัน
เพราะแก่นแท้แห่งความรักที่เราต่างมีนั้น
มิใช่เป็นการครอบครองแต่การได้มองหนึ่งอนงค์นั้น
มิอาจจะไปสัมผัสให้เธอเปื้อนตรมเพราะว่ามือฉัน
จึงมองเธออยู่ไกลๆให้เธอคงไว้ซึ่งความงามนั้น

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-14 02:17

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มาลัยลอเรล
Dark Area
DUEL DISC
VR Headset
Rifle
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x10
x10
x10
x10
x99
x100
x100
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต