วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ Washington D.C. } Downtown District

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-3-25 00:46:54 |โหมดอ่าน


Downtown District

{ Washington D.C. }






กรุงวอชิงตัน (Washington) หรือ ดี.ซี (D.C.) เป็นเมืองหลวงของสหรัฐ ก่อตั้งขึ้นเมื่อภายหลังจากการปฏิวัติอเมริกา
 โดยชื่อ วอชิงตัน มาจากชื่อของจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีสหรัฐคนแรก และบิดาผู้ก่อตั้งประเทศคนหนึ่ง
วอชิงตันเป็นนครหลักนครหนึ่งของเขตมหานครวอชิงตัน (Washington Metropolitan Area) รัฐโคลัมเบีย 
โดยมีประชากรที่อาศัยอยู่ในวอชิงตันจำนวนประมาณ 6,131,977 คน ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองหลวงทางการเมืองของโลก
 เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลางสหรัฐและสถาบันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศจำนวนมาก อาทิ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
 กรุงวอชิงตันเป็นนครที่นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมมากที่สุดนครหนึ่งในโลก โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวอชิงตัน ปีละประมาณ 20 ล้านคน
 ย่านใจกลางเมืองนี้เป็นแหล่งธุรกิจสำคัญของโลก อสังหาริมทรัพย์ราคาแพงหูฉี่ รวมไปถึงร้านรวงหรูหราที่ขยันเปิดประชันกันอย่างคึกคัก

















  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1USD +500 ย่อ เหตุผล
Admin + 500

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-3-31 02:48:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                  A night in Downtown...
                                  ...


                                  ยามค่ำคืนว่างๆกับช่วงเวลาที่.. ฉันยังคงตื่นเต้นกับสิ่งที่ฉันเป็นไม่หาย นี่ฉันฝันไปรึเปล่านะ ฉันโดนรถบรรทุกและสลบไปฟื้นในความฝันรึเปล่าเนี่ย? ฮะๆๆ แม้จะลองหยิกแก้มตัวเองนับหลายครั้ง ตบหน้าเอง ให้อัลเฟรดใส่นวมต่อยหน้าสะบัด ตื่นๆขึ้นมาก็ยังเป็นฉันเหมือนเดิม ในคฤหาสน์ลอยฟ้าเช่นเดิม โอ่วชีวิตนี้ ผลบุญคงจะตามมาส่งถึงฉันแล้วสินะเนี่ย..


                                   ฉันยังคงปรับตัวอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้มาได้พักนึงแล้ว แต่ก็นะ คนที่ไม่เคยมาเมืองนอกเมืองนาอย่างฉันเนี่ย มันก็ต้องตื่นเต็นเป็นเรื่องธรรมดาไม่ต้องแปลกใจ หากอยู่แต่ด้านบนคฤหาสน์บนชั้นบนสุดนั้นอย่างเดียวคงจะไม่ได้ความแน่ ฉันเองก็ต้องทำความคุ้นเคยกับที่นี่ด้วยตัวของตัวเอง.. ฉันบอกกับอัลเฟรดถึงความต้องการที่จะออกมาเดินที่ด้านนอกตึกบ้างอะไรบ้าง ซึ่งพ่อบ้านเองก็ไม่ได้ขัดใจอะไร เพราะทุกอย่างที่ฉันควรทำด้านบนนั้น เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เป็นเวลาที่ฉันเองจะต้องออกตามหาประสบการณ์ใหม่ด้วยตัวของฉันเอง.. ฉันให้อัลเฟรดมาส่งฉันที่ดาวน์ทาวน์ของเมืองนี้ ที่นี่มันต่างกับเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯมากๆ ที่นี่อากาศเย็นสำหรับคนที่อยู่เมืองร้อนมาก่อนอย่างฉัน มันคงจำเป็นจะต้องใช้เวลากันพักใหญ่กว่าฉันจะอยู่ที่นี่ได้โดยใส่เพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียวเดินออกมาด้านนอกได้.. เรื่องต่อมาไม่น่าจะเป็นเรื่องที่หนักหนามากเท่ากับเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องการปฏิสัมพันธ์ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่ต่อเท่าไหร่สำหรับฉัน...





                                    ที่แรกที่ฉันจะลองเข้าไป อืมม.. ย่านดาวน์ทาวน์นี่ ที่สวยๆเต็มไปหมดเลย เดินเที่ยวไปเรื่อยๆชิมบรรยากาศ ท่ามกลางแสงไฟวอมไลท์ที่สาดส่องเป็นแสงอ่อนนุ่มลงที่พื้น ชวนให้ฉันหาที่ชิลๆนั่งชิมบรรยากาศจนกว่าฉันจะพอใจ ฉันเดินไปเรื่อยๆ อากาศยามค่ำคืนของที่นี่ไม่เหมือนกับที่กรุงเทพฯเมืองไทยที่มันร้อนไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน..


                                     ฉันเดินมาได้เรื่อยๆ กับบรรยากาศแสงวอมไลท์ ในที่สุดฉันก็พบที่ๆฉันต้องการที่จะนั่งชิมบรรยากาศในยามค่ำคืนแล้ว...



                                      
                                      สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสตาร์บัคคอฟฟี่ ให้ตายสิ ฮะๆๆ เพียงแค่ฉันเดินเข้าไปในร้านเท่านั้นฉันก็สามารถทำให้คนละสายตาจากแก้วกาแฟของเขาให้หันมามองฉันได้...


                                      "โป้ง!!!" อ่า.. มันอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดูมีเสน่ห์เท่าไหร่ หากแต่เรื่องนี้นั้นไม่ได้เป็นความตั้งใจของฉันซักนิด ฉันที่มั่นใจว่าขอบประตูมันคงจะสูงเลยหัวฉันไป ที่ไหนได้พอกับหน้าผากบนฉันพอดี เสียงกระแทกขอบประตูอย่างแรงดังโป้ง ทพเอาคนในร้านละสายตามามองฉันกันใหญ่ คนตัวสูงสองเมตรมันจะมีซักกี่คนกันในอเมริกาถ้าไม่ใช่นักบาสเกตบอล ประตูเลยไม่ได้ทำเผื่อเอาไว้สำหรับคนตัวสูงล่ะมั้ง...
                                      เสียงหัวคิกๆดังเบาๆก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงพูดนินทาเบาๆตามโต๊ะ ก่อนที่ผู้คนจะพากันหันกลับไปหากาแฟของตัวเอง เพียงแค่เสียงโป้งอารมณ์เหมือนปลาสวายที่เข้ามากินอาหารเม็ดจากคนที่โปรยจากบนฝั่ง พอฉันเดินเข้ามาผู้คนในร้านที่ไม่ได้สนใจก็หันกลับไปสนใจเรื่องของตัวเอง กลับสู่โลกส่วนตัวของตัวเองเช่นเดิม.. ฉันเองรู้สึกเกรงๆหน่อยๆเพราะฉันเองก็เพิ่งสร้างชื่อให้กับที่นี่แล้วเรียบร้อย..


                                     "รับอะไรดีคะ?" พนักงานเคาน์เตอร์ถาม ฉันที่มองเมนูของร้าน สตาร์บัคนี่ ของเขาดีอยู่แล้ว อยู่ที่ไทยไม่ได้เข้าเองเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เข้าเพราะมีคนเลี้ยง แต่งานนี้มีตัง เข้าเอง..
                                     "ขอเป็น มอคค่าร้อนแก้วกลาง วิปครีม ช็อคโกซอส คาราเมลไซรัป จาว่าชิป ครับ" การสั่งสตาร์บัคแต่ละครั้งเหมือนต้องท่องจำสคริปพรีเซนต์งานให้ลูกค้าฟัง หากพลาดสั่งอะไรแปลกๆออกมาล่ะก็ โป๊ะแตก ได้แจ้งเกิดอีกรอบแน่นอน เรื่องเครื่องดื่มไม่ค่อยสำคัญ สำคัญที่ท๊อปปิ้งและนมที่ใส่ เพราะฉันแพ้นมวัว ดีที่สตาร์บัคเอาใจใส่ลูกค้าดีจึงมีนมถั่วเหลืองไว้สำหรับคนแพ้นม ฉันอยากกินที่ฉันอยากจะกินมันไปพร้อมกับบรรยากาศที่ฉันกำลังฟิน ตอนนี้ฉันเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเก๊กให้มาก ไม่งั้นฉันคงสั่ง เอกเพรสโซ่ร้อนแก้วกลางทานนี่แล้วต้องนั่งปั้นหน้าเก๊กหล่อในร้านซึ่งบรรยากาศแบบนี้ไม่ใช่เวลาที่ฉันจะต้องมาทำอะไรแบบนั้น...
                                    " 6 ดอลล่าห์ 62 เซ็นค่ะ" พนักงานคิดเงิน ฉันหยิบบัตรขึ้นมาวางไว้ที่เคานเตอร์เพื่อให้พนักงานชำระงานผ่านบัตร ก่อนที่จะวางใบเสร็จให้พร้อมหมายเลขโต๊ะ                                 
                                    "ขอบคุณครับ" ฉันเอ่ยพร้อมกับเดินหาที่นั่งแถบริบกระจกเพื่อให้มองเห็นบรรยากาศในยามค่ำคืนของย่านดาวน์ทาวน์แห่งนี้...


                                     บรรยากาศแบบนี้ล่ะที่ฉันเคยรู้สึกดีกับมันเมื่อครั้งสมัยที่อยู่มัธยมต้นที่รามอินทรา ตอนนั้นมีพลาซ่ามาตั้งใหม่ ในพลาซ่ามีร้านสะดวกซื้อ ฉันเลยมักจะชอบซื้อขนมห่อใหญ่ๆไปห่อนึงกับเครื่องดื่มอะไรก็ได้ขวดใหญ่ๆไปนั่งกินแถวๆด้านในสุดของพลาซ่าเล็กๆนั่น ข้างในจะมีสระน้ำเล็กๆ ก่อนที่จะถึงก็มีทางเดินเข้าไป กับเสาไฟที่เป็นไฟสีเหลืองนวลไม่สลัวมากพอสว่างให้เห็นพื้นที่โดยรอบ ฉันมักจะชอบไปนั่งชิวตรงนั้น ตลอดขากลับจากการไปฆ่าเวลาในร้านเน็ตร่วมสามสี่ชั่วโมง ช่วงตอนดึกประมาณสามถึงสี่ทุ่มถ้าไม่รีบอะไรฉันก็จะทำอย่างนี้แทบจะทุกครั้ง เก็บตังส์ไม่ค่อยจะอยู่ ขนมกับเครื่องดื่มที่กินไปก็ไม่ได้ทำให้อ้วนขึ้นเลยซักนิด ผิดกับคนอื่นๆที่อ้วนเอาๆ.. จะไปใส่ใจอะไรเรื่องพรรนั้น ขอแค่ได้บรรยากาศ ได้ฟิลลิ่งแบบนั้น ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอื่นอีกหรอก เช่นเดียวกันกับตอนนี้นี่ล่ะ...

                                    

                                    ช่างเป็นความสุขที่สุดในคืนนี้เลย ฉันไม่มีทางรู้หรอกว่าชีวิตของฉันจะอยู่ไปได้ถึงเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ ฉันจะเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆแบบนี้ไว้ในความทรงจำของฉันตลอดไป..


                                    แต่ใครจะไปนึกล่ะว่า ความโชคดีของเราในคราวนี้ มันช่างยาวนาน เนินนานเกินความคาดหมายอย่างน่าประหลาด.. ประหลาด.. ใช่ประหลาดเกินไป..


                                    ฉันที่นั่งมองออกไปที่ด้านนอก ตรงข้ามสี่แยกที่ฉันมองไป ยามค่ำมืดแบบนี้ ฉันเห็นกลุ่มหญิงสาวรูปร่างเล็กหน้าตาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน.. กับท่าทีที่ฉันเห็นและที่พวกเธอกำลังทำ เหมือนพวกเธอกำลังวิ่งหนีอะไรซักอย่าง.. เอาจริงๆนะ เมืองหลวงที่มีความปลอดภัยขนาดนี้ ยังมีเรื่องแบบนี้ยังไงกัน.. ฉันเห็นคนที่วิ่งตามกลุ่มหญิงสาวคนนั้นไป ดูพวกมันไม่ไว้ใจเลย ฉันสละม้อคค่าที่เหลืออีกครึ่งแก้วก่อนที่จะคว้าถุงมือหนังและรีบเดินออกไป

                                     "ปัง!!"
                                     "Fuck!" คำสบถที่ฉันหัวกระแทกประตูทำฉันแจ้งเกิดรอบสอง แต่รอบบนี้ฉันไม่ได้สนใจอะไรที่อยู่ด้านในร้านแล้ว สิ่งที่ฉันโฟกัสมันคือกลุ่มหญิงสาวกลุ่มนั้นมากกว่า


                                     ด้วยความเร่งรีบ ฉันรีบวิ่งตามกลุ่มที่วิ่งไปก่อนหน้า มันไม่ได้เป้นเรื่องดีแน่ๆ สิ่งที่ฉันเห็นสีหน้าของพวกเธอนั้น เหมือนพวกเธอกำลังหนีโจรหื่นกามยังไงยังงั้น.. อากาศหนาวเช่นนี้ ต่อให้วิ่งเร็วที่สุดยังไงเหงื่อไม่มีทางออกแน่ แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะฉันจะไข้ขึ้นง่ายหากเหงื่อไม่ออกแบบนี้ แต่ยังไงก็ช่างมันก่อน ดีที่พ่อบ้านอัลเฟรด ยื่น Glock 19 พร้อมซองใส่เหน็บไว้ด้านในชุดสูทก่อนที่จะออกไปเดินเดินตอนดึกนี้ อัลเฟรดได้ให้ตลับกระสุนมาสามตลับสำรองเอาไว้ที่กระเป๋าซึ่งดูเหมือนเป็นนัยน์ๆว่า ปลอดภัยไว้ก่อนครับ..


                                     "ฮัลโหล อัลเฟรด ฉันกำลังจะกลับแล้ว ส่งลีมูซีนมารับที ย้ำว่าลีมูซีนนะ ขอบคุณ" ฉันวางสายและเก็บลงกระเป๋า


                                     ตอนนี้ฉันวิ่งตามกลุ่มคนนั้นไปจนถึงตรอกที่พวกมันหยุดวิ่งและเดินเข้าไป ฉันเองทำเช่นนั้นตามด้วยก่อนที่จะหยุดและหยิบ Glock 19 ขึ้นมาปลดเซฟและกำมันเอาไว้ในมือ


                                    "เฮ้ยๆ พวกเราคนไทยว่ะเฮ้ย" เสียงของผู้ชายดังออกมาจากมุมมืดในตรอก
                                    "เฮ่ยย ระวังนะเว้ย ช่วงนี้มีไวรัสระบาด ระวังพวกมันอาจติดไวรัสจากพวกมัน"
                                    "ช่างมันสิ ตอนนี้จะโควิดส้นตีนอะไรช่างแม่ง ขอกินอาหารไทยก่อนแล้วกัน"
                                    
                                    "ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย" เสียงของผู้หญิงนี่.. ทำไมเสียงมันเหมือนเคยได้ยินจากไหนมาก่อน ตอนนี้ช่างเถอะ ช่วยพวกเธอก่อน
                                    "เฮ้ย..!"
                                    "อะไรวะ? ใครมาขัดจังหวะสนุก"
                                    "พวกแกคิดจะทำอะไรน่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแปร คิดว่าจะทำอย่างนี้แล้วแกจะหนีรอดไปได้งั้นรึไง?"
                                    "ใครใส่ใจวะ กว่าจะเจออีพวกนี้ ฉันก็หนีไปไหนต่อไหนล่ะ แกก็เหมือนกัน ถ้าไม่อยากจะนอนโรงบาลก็อย่ามาสะเออะเรื่องพวกกู"


                                    *ปังๆๆ*


                                     ชายคนแรกล้มลงกับกระสุนชุดแรก ในตรอกนั้นๆไม่มีทางออกทางอื่น แต่พวกมันเองก็ไม่ได้มีแค่มือเปล่า พวกมันคว้าท่อเหล็ก อีกสองคนที่เหลือมีมีดเล่มยาวมีพกไว้ แต่พวกมันแน่ใจได้ยังไงว่าพวกมันจะชนะลูกปืนได้


                                    *ปังๆๆ*


                                     สามนัดต่อมาเข้าลำคอทะลุเลือดสาดติดกำแพง ล้มลงตามเพื่อนของพวกมันไป ชายคนต่อมาที่เห็นเพื่อนล้มลง ก็ไม่อยากจะเป็นอย่างเพื่อนของพวกมัน พุ่งเข้าใส่พร้อมกับมีดเล่มยาวหมายจะตอบโต้ ฉันที่ถอยหลังมากะจังหวะเล็กน้อยและคว้ามือที่ถือมีดเล่มยาวนั้นอยู่ สะบัดแขนและเหวี่ยงตัวของมันฟาดลงพื้นอย่างแรงพร้อมจ่อปืนเข้ากลางหน้าผาก

                                    *ปังๆๆ*

                                    ของเหลวสีแดงข้นกระเซ็นเข้าหน้าเล็กน้อย ฉันหรี่ตาลง โดยที่ฉันไม่ฉันระวังตัว

                                   *พลัก!*

                                   "อัก" เสียงเหมือนท่อแป๊ปเหล็กฟาดเข้าที่ด้านหลัง หลังฉันแอ่นเพราะความเจ็บ ก่อนจะหันไปมอง แต่ไม่ทันไร แปีปเหล็กนั่นก็ฟาดเข้าที่หน้าของฉันเต็มแรงเหมือนกับของฉันเป็นลูกกอล์ฟ ฉันหน้าสะบัดและกลิ้งกระเด็นลงไปกองกับพื้น

                                 "ไอ้แม่เ_็ด เพื่อนฉัน แกฆ่าเพื่อนฉัน ไปตายซะ"

                                 *ปังๆๆ*

                                    
                                 ไม่ทันได้ฟาดลงมา กระสุนสามนัดก็พลันลั่นใส่พุ่งทะลุจากใต้คางขึ้นกลางกระหม่อมจนเป็นรูโหว่ใหญ่ ร่างไร้วิญญาณค่อยล่มลง ฉันในตอนนี้ได้กลิ่นคาวเลือด คละคลุ้งเต็มปากเต็มจมูกไปหมด ฉันบ้วนเลือดที่กลบปากอยู่ออกและใช้แขนเสื้อเช็ดเลือดที่เละเต็มปากอยู่ตอนนี้จนสะอาดและเดินเข้าไปหากลุ่มหญิงสาวทั้งสามคนนั้น เมื่อฉันใส่เซฟล็อคและเก็บปืนเข้าไปเพื่อที่จะเข้าไปใกล้พวกเธอเและช่วย ดุเหมือนพวกเธอจะยังไม่ถูกทำร้ายหรือทำอะไรมากไปกว่านั้น ดูพวกนางหวาดกลัวอยู่ ฉันเองก็ทำได้เพียงแค่พยายามทำให้พวกนาง ใจเย็นลงก่อนที่จะพยุงพวกนางขึ้นมาทั้งสามคน


                                "ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย?" ฉันเอ่ยถามด้วยภาษาไทย เพราะเห็นว่าพวกเธอเป็นคนไทย
                                "..." พวกเธอไม่ได้ตอบอะไร คงเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเธอ พวกเธอคงกำลังช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น
                                "ไม่ต้องกลัวนะ ผมพยายามช่วยพวกคุณ" ฉันพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้พวกเธอทั้งสามค่อยๆใจเย็น ซึ่งมันอาจจะไม่ช่วยได้เท่าไหร่ อย่างน้อยก็ขอให้เย็นลงบ้างก็ยังดี


                                 ในตอนนั้นเองที่มีรถมาจอดตรงหน้าตรอก เหมือน GPRS ของโทรศัพท์จะตามมาจนพบพอดี ฉันเองที่ตอนนี้นอกจากต้องพยายามกล่อมทั้งสามไม่ให้ตื่นตระหนกแล้ว ยังต้องทำเวลาอีกเพราะเสียงปืนดังขนาดนี้ จ้องคนได้ยินแน่นอน และตำรวจจะต้องตามมาอย่างแน่นอนหลังจากนี้ ฉันค่อยๆพาพวกเธอทั้งสามเดินออกจากตรอกนั้นให้ไวที่สุด เพราะไม่งั้น เรื่องนี้มันจะยุ่งมากขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อนำพวกนางออกจากครอกมาได้ คนขับรถที่เปิดประตูออก ฉันก็ค่อยๆพาพวกเธอเข้าไปในลีมูซีนให้หมด และตัวฉันปิดท้ายก่อนจะปิดกระตูและให้คนขับรถออกรถไปโดยไว


                                 "ปลอดภัยกันทุกคนนะ" ฉันเอ่ยกับทั้งสามคนที่ขึ้นมา ดูพวกนางยังคงเงียบด้วยว่าช็อคเรื่องที่เกิดขึ้น
                                 "ทุกคนไม่ต้องกลัวนะครับ ผมเห็นพวกคุณวิ่งหนีไอ้พวกนั้นผมเลยตามมาช่วย ไม่คิดว่าพวกมันจะทำกับพวกคุณแบบนี้ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมมาช่วย ต้องขอโทษด้วยที่ทำอะไรแบบนั้น คนพวกนั้นมีอาวุธ ผมเลยต้องใช้มัน(ปืน)ตอบโต้ ต้องขอโทษด้วยอีกครั้ง"แม้ว่าฉันจะอธิบายอะไรให้พวกเธอฟัง ฉันไม่รู้เลยว่าพวกเธอทั้งคนกำลังคิดอะไรกันและรู้สึกยังไงฉันจึงถามพวกเขาทั้งสามคนกลับไป
                                 "...แล้วนี่ พวกคุณทั้งสามคนมาจากไหนกันงั้นเหรอ" ฉันเอ่ยถามไปเผื่อว่าใครซักคนในสามคนนี้จะเป็นคนตอบซึ่งก็เป็นอย่างนั้น
                                 "พวกเรามากับกลุ่มเที่ยว.. พวกเราออกมาเดินเที่ยวตอนกลางคืนแต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้" หญิงสาวคนนึงบอกกับฉันเรื่องที่พวกเธอมาที่นี่
                                 "กลุ่มเที่ยวงั้นเหรอ? อืมม จะว่าไป เหมือนผมเคยเห็นพวกคุณที่ไหนมาก่อน แต่ผมจำไม่ได้..." ฉันเอ่ยขณะที่มองไปที่ใบหน้าของทั้งสามและพิจารณา
                                 "พวกเราเป็นกลุ่มไอดอลของประเทศไทยค่ะ พวกเรามาที่นี่เพราะงานที่พวกเราต้องมาทำ"
                                 "ส่วนฉันมาเพราะได้รับทุนของนาซ่ามาเรียนรู้งานของนาซ่าน่ะค่ะ" นาซ่างั้นเหรอ...
                                 "นาซ่างั้นเหรอ เธอคือเฌอปรางสินะ" ฉันเอ่ยชื่อของหญิงสาวคนนั้นขึ้นมา เธอรู้สึกตกใจที่ฉันรู้จักกับเธอด้วย
                                 "คุณรู้จักฉันด้วยเหรอคะ?" เฌอปรางถามฉันกลับ
                                 "งั้นคนข้างๆก็นิกี้ กับปัญสินะ" ฉันเอ่ยชื่อของพวกเธอขึ้น อ่าฮะ ฉันยังจำได้ ถึงแม้ว่าฉันจะเห็นหน้าสวยๆน่ารักของพวกเธอแค่ในจอโทรศัพท์ก็ตามที
                                 "งั้นแสดงว่าคุณเองก็ติดตามพวกเราอยู่เหมือนกันสินะคะ" เฌอปรางเอ่ยถามฉันกลับ
                                 "ก็อืมครับ นิดหน่อย ก็ติดตามผลงานพวกหนูๆมานานเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปหาเลย ติดทำงาน"
                                 "แล้วนี่ พี่ก็มาทำงานเหรอคะ?" ปัญเอ่ยถามต่อ
                                 "อ่อ เอ่ออ.. เรื่องมันยาวน่ะ จริงๆพี่ก็อยู่ไทยนั่นล่ะ แต่พ่อแม่พี่อยู่อเมริกาแล้วเขาเสีย พี่ก็เลยต้องกลับมาน่ะ" สำหรับฉันแล้ว เรื่องอะไรที่มันสามารถที่จะเล่าได้ ฉันเองจะไม่ปิดบัง ต่อให้ตรงหน้าฉันเป็นคนที่เพิ่งรู้จักก็ตาม แต่ฉันเองก็ไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าเล่าไปเรื่อยนะ ฉันเองก็ดูคนด้วยเหมือนกันนั่นล่ะ คนไหนเล่าได้ไม่เอาไปบอกต่อ ก็เล่า แต่ถ้าคนไหนไม่ปลอดภัย ฉันก็ไม่เล่าและบอกเหตุผลอื่นไป
                                 "อ๋อ.. เสียใจกับพี่ชายด้วยนะคะ" ทั้งสามเอ่ยขึ้นแสดงความเสียใจ ฉันเองก็เพิ่งได้เห็นพวกเขาทั้งสามแบบตรงหน้าใกล้ๆแบบนี้ เหมือนกับเวลาเราเจอดาราที่ชอบนั่นล่ะ อารมณ์เดียวกัน ฉันเองไม่รู้ว่าพวกที่ไปงานจับมือนี่ แรกๆเป้นแบบนี้กันบ้างรึเปล่านะ
                                 "ขอบคุณทั้งสามมากๆค่ะ" ฉันเอ่ยอย่างเป็นมารยาท
                                 "ว่าแต่ นี่ก็ดึกแล้ว ให้พี่ไปส่งมั้ยครับ ไหนก็นั่งรถมาแล้วจะได้เดินทางกลับปลอดภัย"
                                 "ดีค่ะ ไปส่งพวกน้องๆกลับไปที่โรงแรมก่อน แล้วด้วยค่อยไปส่งเฌอที่พักก็ได้ค่ะ" เฌอปรางเอ่ยบอกกับฉัน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำเสียจริงเชียว
                                 "งั้นก็ เดี๋ยวไปส่งปัญกับนิกี้ที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยไปส่งเฌอปรางคนสุดท้ายแล้วกันนะคะ" ฉันเอ่ยตกลงกับทั้งน้องๆทั้งสามคนก่อนที่จะบอกกับคนขับให้ไปส่ง โดยที่ปัญได้ยื่นที่อยู่ของโรงแรมให้กับคนขับ เขาบอกผู้ชายพูดค่ะ เป็นคนน่ารักอันนี้ไม่รู้จริงรึเปล่านะ ถ้ามันจริงฉันก็จะพูดกับผู้หญิงแบบนี้ต่อไป แต่ถ้าไม่ ก็กลับไปพูดเหมือนเดิม


                                ลีมูซีนพาปัญกับนิกี้มาถึงที่หน้าโรงแรง ซึ่งดูเหมือนจะมีคนจำนวนนึงพร้อมกับตำรวจ MPD ในเครื่องแบบยืนสอบถามกับผู้หญิงร่างท้วมอยู่ สีหน้าของเธอดูร้อนรนอย่างที่ดูก็รู้ว่าเธอกำลังทำบางสิ่งหายไป เมื่อลีมูซีนจอตสนิท และคนขับลงมาเปิดประตู ฉันที่ลงจากรถเป็นคนแรก ฉันติดกระดุมเสื้อสูทเพื่อไม่ให้ตำรวจเห็นปืนที่ซ่อนอยู่ด้านใน ก่อนที่จะค่อยๆพานิกี้กับปัญออกมาจากลีมูซีนของฉัน สีหน้าของหญิงร่างท้วมคนนั้นปลี่ยนไปในทันทีก่อนวิ่งเข้าโผก่อนปัญกับนิกี้ด้วยความเป็นห่วง หญิงร่างท้วมคนนั้นปลี่เข้ามาจับมือของฉันเอาไว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณซึ่งฉันเองก็ขอรับมันไว้ด้วยความเต็มใจ
                                 
                                 "ดูแลตัวเองนะคะ" ฉันเอ่ยกับน้องทั้งสองคนก่อนที่จะกลับเข้าลีมูซีนเพื่อไปส่งเฌอปรางกลับที่พักเช่นเดียวกันนิกี้และปัญที่ตอนนี้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เหลือเฌอปรางคนสุดท้ายที่ต้องพาไปส่งที่พักคนต่อไป


                                 ซึ่งเมื่อหลังจากที่ไปส่งน้องๆทั้งสามคนเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลากลับที่พักของฉันเองบ้างแล้วเหมือนกัน วันนี้เอ่ะใจอยู่ตอนที่นั่งๆอยู่ที่ร้านสตาร์บัค ว่าดูทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกดีประหลาดยังไงไม่รู้สิ จนได้รู้ว่ามันจะต้องมีเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นอยู่นั้นจริงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ไม่คิดว่าฉันจะได้เจอน้องๆไอดอลที่ฉันเองก็ติดตามพวกเธอมานาน เข้าปีที่สามแล้วเห็นจะได้ล่ะมั้ง แต่พอทำงาน การติดตามวงไอดอลวงนี้ก็ค่อยๆลดลงไป จนฉันเองก็แทยจะไม่ได้ติดตามพวกน้องๆเขาอีกเลย ไม่คิดว่าฉันจะได้มาเจอน้องๆที่นี่ แลกกับเรื่องบ้าที่เกิดขึ้นในคินนี้ ฉันไม่ชัวร์ว่ามีใครเห้นหน้าของฉันรึเปล่า แต่ความเจ็บปวดแค่นี้ เพื่อได้ปกป้องคนที่อยากจะปกป้อง แค่นี้ก็พอใจแล้ว..


                                   ฉันเดินไปยังห้องทำอาหาร เปิดไฟเฉพาะโต๊ะทำอาหารตรงกลางแค่ดวงเดียวได้บรรยากาศสลัวแบบที่ฉันชอบ เปิดตู้เย็นและนำทาร์ดที่ฉันทำเอาไว้ออกมา จากนั้นเดินไปเอามีดมาตัดแบ่งเป้นซีกนึงดึงออกมา จากนั้นก็เดินไปหยิบขวดไอซ์ทีออกมาเทใส่แก้ว แล้วนั่งไขว่ห้างกินทาร์ดคัสตาร์ดฝีมือตัวเองอย่างมีความสุขในค่ำคืนนั้นต่อไป ก่อนทำแผลและเข้านอน...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +10 ความโหด โพสต์ 2020-4-1 21:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +50 USD +1000 ย่อ เหตุผล
Admin + 50 + 1000

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มาลัยลอเรล
Dark Area
DUEL DISC
VR Headset
Rifle
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x10
x10
x10
x10
x99
x100
x100
โพสต์ 2020-4-16 04:17:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WeishaoTien เมื่อ 2020-4-16 11:15

                                  After Central City


                                 จากเซ็นทรัลซิตี้ มาถึงดีซี.. จัดว่าทำเวลาได้ไม่เลวสำหรับจรวตทางเรียบเครื่อง V12  ที่วิ่งในทางหลวง
                                 จริงๆแล้ว.. เซ็นทรัลซิตี้ก็ไม่ได้อยู่ไกลมากเท่าไหร่ แต่ก็จัดว่าเป็นการขับรถข้ามสี่รัฐที่หน้าจะเร็วที่สุดแล้วสำหรับฉันที่ทำได้ จนเมื่อฉันขับเข้ามาในเขตตัวเมือง จากความเร็วร่วม300 ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 40-80 ตามกฎจราจรที่จะทำให้ฉันนั้นอาจจะโดน Ticket อีกรอบหากยังขับเร็วอยู่ ฉันขับรถมาเรื่อยๆ สิ่งที่ฉันเห็นเมื่ออยู่เซ็นทรัลซิตี้ยังคงเป็นเหมือนเดิมมาจนถึงตอนนี้ แม้ที่ดีซีเอง ฉันก็ยังคงเห็นเหมือนในแบบเดียวกับที่เซ็นทรัลซิตี้.. ให้ตายสิแบบนี้ฉันคงต้องโดนอะไรซักอย่างแน่ๆเลยแบบนี้ ในไก่มีสารเสพติดอะไรอยู่แน่นอนเลย หรือว่าในแป้งทอดไก่นั้นมีกัญชาผสมอยู่ จริงสิ กัญชามันทำให้เกิดภาพหลอนนี่นา.. ฉันโดนไก่ทอดกัญชามาแน่ๆ ให้ตายสิ ตัวประหลาดต่างๆยังคงปรากฎให้เห็นอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าสายตาของฉันนั้นเป็นสายตาของคนเห็นผียังไงยังงั้น เพียงแค่ฉันเห็นสัตว์ประหลาดแทนที่จะเห็นผีเดินทะลุผ่านคนไป... หรือฉันจะเห็นผีด้วยรึเปล่านะ..?


                                  ตอนนี้ฉันน่าจะยังคงสติไหว.. น้ำในหูยังคงเท่ากัน ยังไม่เสียศูนย์หรือทำท่าจะล้มแต่อย่างใด เอาจริงๆภาพหลอนพวกนี้นี่มันก็ไม่ได้ทำให้เป็นอะไรมาก เพราะงั้น ถ้าฉันตั้งสติดีๆ พยายามคุมสติตัวเองให้ได้ สักพักก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรนัก ฉันจึงหาที่จอดข้างทางเพื่อหยุดรถของตัวเองและนั่งนิ่งๆทำสมาธิให้ใจเย็นลงซักครู่ สูดหายใจเข้า... ผ่อนลมหายใจออก... สู้ลมหายใจเข้า... ผ่อนลมหายใจออก... ฉันนั่งทำสมาธิอยู่ในรถสักพักใหญ่ ก่อนที่ฉันจะค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง..


                                  ฉันยังเห็นทุกสิ่งเหมือนเดิม สัตว์ประหลาดต่างๆที่เดินบนทางเท้าเหมือนคนทั่วไป กริฟฟ่อนและม้าเพกาซัสที่บินว่อนไปมาอยู่บนฟ้า ไปทั่ว มีเพียงแต่ฉันที่ใจเย็นลง ฉันยังคงรับรู้และมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบกายไม่ต่างกับคราวก่อน เพียงแค่ฉันใจเย็นลง มีสติและปล่อยวางกับสิ่งที่เห็น รู้สึกเหมือนกับว่าพวกมนเป็นสิ่งที่อยู่ร่วมกับโลกนี้มานาน เหมือนผู้คนที่เดิมขวักไขว่ไปมา...


                                  เมื่อความรู้สึกทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าฉันลืมของหวาน เพราะฉันลุกออกจากร้านก่อน ยังไม่ได้หาร้านของหวานแถวนั้นกินเลย ฉันหันมองไปรอบๆเพื่อมองหาร้านขนม แต่สิ่งที่ฉันเห็นนั้นไม่ใช่.. ที่ลานกว้างนั้น มีกิจกรรมออะไรซักอย่างที่น่าจะคุ้นเคย เสียงเพลงลูกทุ่งไทยเดิมดังเข้ามาในกระจกผ่านความเงียบในรถเข้ามา.. ฉันได้ยินก็นึกขึ้นได้และลองเปิดปฏิทินในโทรศัพท์ดู...


                                   "วันสงกรานต์นี่นา" ให้ตายสิฉันลืมวันสำคัญของบ้านเกิดไปได้ยังไงกันเนี่ย วันนี้วันสงกรานต์ ที่ไทยคงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานแน่นอนเลย


                                  มองข้ามเรื่องแย่ๆที่เกิดในวันสงกรานต์ไป มันก็.. เป็นวันที่ดีวันนึงของฉันล่ะนะ แม้ว่าฉันเองจะไม่ได้เล่นน้ำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ไม่นึกว่าเขาจะมาจัดกันที่ดีซีด้วย ฉันมองทะลุกระจกไป เห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังสนุกสนากับการเล่นสาดน้ำกัน มีการรดน้ำกันตามประเพณีของไทยๆ ว่าแต่.. ตอนนี้โรคระบาดกำลังวิกฤติขนาดนี้ มันยังไงก็เนี่ย แต่ช่างเถอะ.. ฉันอยากจะเห็นบรรยากาศใกล้ของลานกิจกรรมตรงนั้น ฉันจึงไม่รอช้า เปิดห้องคขับและลงจากรถพร้อมล็อครถอย่างดี ก่อนที่จะเดินไปดูใกล้ๆลานกิจกรรมของไทยที่จัดขึ้นอยู่นั้นเอง หวังว่าคงจะไม่เป็นอะไร ขอแค่อย่าให้เขาสาดน้ำมาใส่ก็เป็นพอ.. ซึ่งก็หวังว่าชุดสูทที่ใส่นั้นจะกันน้ำล่ะนะ ฉันเคยเห็นชุดอัจฉริยะ สามารถกันน้ำได้ น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลย..


                                   เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ สเกลความเปียกที่ฉันเห็นนั้นทำให้ฉันได้แต่ยืนอยู่ข้างนอกห่างๆ โดยที่ทำได้เพียงไปหาเค้กจากร้านสตาร์บัคร้านเดิมที่แจ้งเกิดมากินพร้อมกับแฟรบปูชิโนปั่นท่ามกลางอากาศร้อนๆที่ทำให้ชาวไทยในดีซีออกมาจัดกิจกรรมนี้ในย่านดาวน์ทาวน์


                                    ที่นั่งด้านนอกร้านที่โต๊ะกลมกับร่มคันใหญ่ ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นสักพักใหญ่กับขนมและเครื่องดื่มเย็น เพราะอากาศตอนนี้มันร้อนเอาเรื่อง เอาจริงๆก็ไม่คิดว่ามันจะร้อนอะไรขนาดนี้ แต่ไหนๆก็รักษามาดของตัวเองเอาไว้สักหน่อย เลยไม่ได้ถอดสูทออกและนั่งทอดอารมณ์อยู่อย่างนั้น นั่งมองคนเล่นน้ำต่อไป ในขณะนั้นเองที่ฉันกำลังนั่งอยู่นั้น จู่ๆก็มีใครบางคนมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม.. เขามีผมสีขาว นัยน์ตาสีฟ้า สวมเชิ้ตสีขาวและพาดสูทไว้ที่แขน ร่างกายสูงใหญ่พอๆกันฉันเลยก็ว่าได้...


                                   "ขอนั่งด้วยคนได้มั้ย?" ชายคนนั้นถาม ฉันเองที่มีขนมอยู่เต็มปากเลยไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากใช้ภาษามือแทน
                                   
                                   ชายคนนั้นนั่งลงพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์กระป๋องเย็น ก่อนจะนั่งมองไปที่ลานกิจกรรมนั้นด้วยกัน

                                   "เพิ่งมาอยู่ใหม่เหรอ?" ชายคนนั้นเอ่ยถาม
                                   "ใช่ครับ.. มาจากประเทศไทย" ฉันเอ่ยตอบ ชายคนนั้นตาลุกเล็กน้อย
                                   "อ้าว งั้นทำไมไม่ไปเล่นน้ำกับพวกเขาตรงนั้นล่ะ นายก็คนไทยไม่ใช่เหรอ?" เขาเอ่ยถามฉัน
                                   "แล้วทำไมคุณไม่ลองไปเล่นล่ะครับ อากาศร้อนขนาดนี้" มันอาจจะดูยียวนไปหน่อยสำหรับคู่สนทนาแปลกหน้า แต่เหตุผลที่ฉันไม่ได้ไปเล่นน้ำ ก็เพราะเหตุผลเดียวกับที่ฉันไม่ไปเล่นน้ำกับพวกเขา
                                   "จะบ้ารึไงนาย ฉันอยู่ในเครื่องแบบ เปียกอย่างนั้นจะขึ้นไปทำงานได้ยังไงล่ะ" ชายคนนั้นเอ่ยตอบ ดูท่าเขาจะมีอารมณ์เล็กน้อยเมื่อคำถามที่ย้อนถามกลับมันออกจะยียวนไปนิด
                                   "ผมก็ไม่ต่างอะไรหรอกครับ ในเครื่องแบบเหมือนกัน เปียกกลับไปคงดูไม่ดีแน่ ใช่มั้ยล่ะครับ?" ฉันเอ่ยตอบ
                                   "นายนี่ยียวนใช่ย่อย ดูท่าจะเป็นนักธุกิจสินะ.."
                                   "ใช่ครับ แล้วคุณล่ะครับ ป้ายชื่อที่ห้อยอยู่นั่น น่าจะเป็นงานราชการ"
                                   "งานราชการใช่ แต่ฉันไม่ขอบอกไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน นายรู้แค่นั้นก็พอ" เขาเอ่ยตอบ


                                   ในขณะนั้นเองที่ฉันกำลังมองอยู่ พิกซี่ตัวเล็กบินผ่านหน้าฉันไป ทำเอาฉันที่ประสาทสัมผัสไวก็พลันหลบในทันที ดดยที่ลืมนึกไปอย่าง ว่าของพวกนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่เห็น พิกซี่ตัวนั้นบินฉวัดเฉวียนเวียนไปเวียนมาจนฉันต้องโยกหลบไปหลายรอบ ก่อนที่ฉันจะปัดมันไปทางชายคนนั้น พลันพิกซี่ที่พุ่งไปทางชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว เขาดันทำสิ่งที่ฉันเองก็คาดไม่ถึงเอาเหมือนกัน เขาคว้าจับพิกซี่ตัวนั้นเอาไว้ในมืออย่างอยู่หมัด พร้อมกับเหวี่ยงมันออกไปทางอื่นอย่างแรง การกระทำนั้นทำให้ฉันฉงนก่อนที่ฉันจะถามชายคนนั้นไป


                                   "คุณก็ไปกินKFCที่เซ็นทรัลซิตี้มาเหมือนกันเหรอ?" ชายคนนั้นทำหน้างงกับคำถาม
                                   "... ไงนะ?" เขาฉงนกับคำถามที่ฉันถามไป ฉันเลยจำต้องเอ่ยบอกซ้ำ
                                   "คุณน่ะได้ไปกินไก่ที่ร้านKFCสาขาเซ็นทรัลซิตี้มาด้วยเหรอ?" มันยิ่งทำให้ชายคนนั้นฉงนหนักเข้าไปอีก
                                   "นายต้องหลอนยาอะไรแน่ๆ ให้ฉันช่วยนายนะ" ชายคนนั้นลุกขึ้นก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้และเดินเข้ามาหาฉัน
                                   "ไม่ๆๆ อย่า ผมไม่ได้เสพยา อย่า จริงๆนะ สติผมยังดีอยู่ แต่สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่ และคุณก็เหมือนจะเห็นมันด้วย" ฉันพยายามอธิบายทุกอย่างให้ชายคนนั้นฟัง ก่อนที่เขาจะเถามกลับมา
                                   "ครั้งล่าสุดที่นายไป คือที่ไหน? นายกินอะไรมา? แล้วนายทำอะไร?" เขาเริ่มถามฉันอย่างเป็นงาน บรรยากาศกลายเป็นเริ่มตึงเครียดไปซะอย่างนั้น ฉันที่พยายามจะอธิบายทุกอย่างเพื่อให้หลุดพ้นจากข้อหาเสพยา จึงได้บอกทุกสิ่งที่เขาต้องการไปจนหมด
                                   "ครั้งล่าสุด เอ่อ ผมขับรถไปที่เซ็นทรัลซิตี้ โดนใบสั่งข้อหาขับรถเร็ว แล้วก็ไปนั่งกินไก่ที่ร้านKFCก่อนที่ผมจะเริ่มเห็นภาพหลอน"
                                   "ภาพหลอนเหรอ?"
                                   "ใช่.. ผมนั่งกินไก่อยู่ แล้วผมก็มองไปที่ทางเท้า ผมเห็นชายมีเขามีขาเป็นแพะ เห็นคนออกมาจากต้นไม้แล้วเดินเนียนไปกับผู้คน เห็นกริฟฟ่อนบินอยู่บนฟ้า เห็นเพกาซัสที่กำลังหนีกริฟฟ่อนอยู่ด้วย"
                                   "... โอ่ว... นายเป็นจริงๆด้วยสินะ" ชายคนนั้นเงียบไปพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา ซึ่งฉันเองก็ไม่เข้าใจความหมายที่เขาพูดเท่าไหร่นัก
                                   "เดี๋ยวเป็นอะไร ผมเป็นอะไร?"
                                   "นายมีสายเลือดของเทพอยู่ ใช่จริงๆด้วยสิ ว่าแต่นายอายุเท่าไหร่แล้วตอนนี้?"
                                   "เอ่อ.. เพิ่ง27มาได้สัปดาห์กว่าๆแล้ว ทำไมเหรอ?"
                                   ".. นายมาช้าไป นายต้องไปรายงานตัวที่ค่าย.." ชายคนนั้นคัวกบัตรออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับอธิบายอะไรสั้นๆให้รู้
                                   "เดี๋ยวค่ายอะไร? ทำไม?" ฉันยิ่งงงกับสิ่งที่เขาบอกและแนะนำ มันทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้
                                   "ค่ายจูปิเตอร์ นายจะต้องไปขึ้นเรือที่ซีแอตเทิล ที่นั่นจะมีเรือไปส่งที่ค่ายบนเกาะ ยื่นสิ่งนี้ให้เขาแล้วเขาจะพานายไป..." ฉันมองไปที่บัตร ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ รู้แค่ว่าสาเหตุที่ฉันมองเห็นตัวประหลาดพวกนี้ ก็น่าจะเป็นอย่างที่เขาบอกนั่นล่ะ
                                   "แล้ว ทำไมคุณรู้ว่าผมเป็นใคร ผมยังไม่รู้เลย" ชายคนนั้นยืนขึ้นก่อนที่เขาจะเก็บเก้าอี้ให้เรียบร้อยและบอกกับฉัน
                                   "ฉันเองก็เป็นเหมือนนาย..." ฉันได้แต่เงียบ สายเลือดเทพเหรอ นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมด...


                                    แต่สิ่งที๋ฉันคิดไว้นะ ชายคนนั้นต้องไปกินไก่ที่เซ็นทรัลซิตี้แล้วหลอนเหมือนกันฉันแน่ๆเลย... งานสงกรานต์วันนี้จึงเป็นสิ่งที่ฉันได้เจอเรื่องประหลาดแบบนี้เป็นครั้งแรกของฉันในอเมริกา...
                                    เป็นสงกรานต์ที่ฉันไม่ต้องสาดน้ำ ก็รู้สึกว่าเหงื่อมันชุ่มจนเปียกไปหมดทั้งตัวแล้วตอนนี้...




[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]Strength+3

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]Technology+4

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +600 Strength +3 Tech +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 600 + 3 + 4

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มาลัยลอเรล
Dark Area
DUEL DISC
VR Headset
Rifle
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x5
x10
x10
x10
x10
x99
x100
x100
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต