วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ Seattle } Downtown District

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-2-29 03:52:15 |โหมดอ่าน


Downtown District

{ Seattle }








ปราย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองแห่งซีแอตเทิล เหล่าตึกระฟ้าที่แข่งกันสูง
บริษัทเลื่องชื่อ หรือแม้แต่ร้านอาหารเด็ดดังที่มีขนาดใหญ่พอกๆ กับรองแรมหรู
คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับแสงไฟหลากสีเมื่อเดินเล่นล่วงราตรีกับมิตรสหาย
พบปะคนใหม่ๆ หรือพาคนรู้ใจไปมาร์เก็ตเพื่อหาวัตถุดิบสดใหม่มาทำดินเนอร์สุดพิเศษ
ท้องถนนที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้บ่อยครั้งก็มีเรื่องราวแปลกประหลาดเกิดขึ้นไม่หยุด
ทั้งน่าพิศวง ประทับใจ ชวนหดหู่.. หรือแม้แต่หวานซึ้งโรแมนตึกสามารถพบได้ที่นี่











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1USD +500 ย่อ เหตุผล
Admin + 500

ดูบันทึกคะแนน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-28 01:22:11


{ ภารกิจเสริม } นางแบบสตรีทวอล์ค
** งานพาร์ทไทม์ ทำได้ทุก วันศุกร์ **
** ไม่จำกัดคน ทำได้ทุกสัปดาห์เลย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ( 1 วัน ) **
** หากลงภารกิจเสริมที่เมืองอื่นแล้ว วันนั้นไม่สามารถลงภารกิจต่างเมืองได้


{ เงื่อนไข }
- มีสเตตัส Charisma+200
- เข้าร่วมได้ทุกคนที่ผ่านเงื่อนไข
- เข้าร่วมได้คนละ 2 รอบ
- ผู้ชายเข้าร่วมได้ 0/5 คน
ผู้หญิงเข้าร่วมได้ 0/5 คน
** เมื่อถ่ายครบ 5 คน จะปิดจ๊อบสำหรับนิตยสารเดือนนี้ **


( ข้อมูลการรับและทำงาน )
- เขียนโรลอิสระในขณะท่านกำลังเดินเที่ยวเล่นดาวน์ทาวน์
- ต้องแต่งกายด้วยชุดเก๋ๆ มาตั้งแต่ออกจากบ้าน
- เขียนโรลอิสระมีช่างภาพมาขอถ่ายภาพคุณบอกว่าจะนำไปขึ้นปกนิตยสาร ด้วยสไตล์การแต่งตัวคุณเข้ากับรูปแบบสำนักพิมพ์เขามาก
- เขียนโรลอิสระตกลงและเริ่มแอคติ้งโพสท่าตามเขาบอกถ่ายภาพเรา
- เขียนโรลอิสระถ่ายแฟชั่นตามช่างภาพ
- เขียนโรลอิสระทำงานตามอัธยาศัย
** โพสต์ภาพถ่ายตัวละครในชุดเก๋ๆ ที่ท่านจะถ่ายแบบสตรีทวอล์ค จะตัดต่อ Photoshop หรือ วาดก็ได้ **
- การถ่ายแต่ละครั้งจะต้องเปลี่ยนมุมโลเคชั่นและท่าโพสเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มาถ่าย -
- เขียนโรลอิสระหลังเลิกงาน ตัวแทนที่ถือเงินทำเรื่องเบิกเงินก่อนให้รางวัลคุณ
- รับรางวัลและแจกแจงสเตตัส


เลือกสเตตัสที่จะเฉลี่ยอัพ
Charisma (ค่าเสน่ห์ตัวละคร เหมาะสำหรับสายนักแสดง นางแบบ ดารา ที่ต้องใช้ค่าความเสน่ห์) : .... หน่วย
Joker (ค่าความบันเทิง การละเล่น เหมาะสำหรับสายผู้ให้ความบันเทิงแก่คนอื่นๆ นักแสดง ดารา อื่นๆ) : .... หน่วย
Strength (ค่าความแข็งแกร่ง พละกำลังของร่างกาย ทักษะความชำนาญการใช้อาวุธ ยิ่งค่านี้สูงยิ่งใช้อาวุธได้อย่างชำนาญ
แม้แต่มีดสั้นเล่มเล็กๆ อาจควงหลุดมือบ่อยถ้าค่านี้ต่ำ) : .... หน่วย
Vehicle (ค่าทักษะการขับรถ ยานพาหนะ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ แต่ยานพาหนะบางประเภทต้องควบคู่กับค่า Technology ด้วยเช่นกัน) : .... หน่วย
Technology (ค่าทักษะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เหมาะสำหรับสายโปรแกรมเมอร์ การใช้อาวุธทันสมัย
หรือ แม้แต่ผู้อยู่กับคอมพิวเตอร์ และ ยังเป็นความชำนาญเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านวิทย์ เคมี ฟิสิกส์ อีกด้วย) : .... หน่วย






รางวัลภารกิจ: 1,500 Money - 4 Point


{ โปรพิเศษ เฉพาะคนที่ชื่นชอบการโรลพิเศษ *แล้วแต่คนจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ส่วนนี้* }
** โรลเพลย์ 10,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 7 Point แทน **
** โรลเพลย์ 15,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 9 Point แทน **
** โรลเพลย์ 20,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 14 Point แทน **


โพสต์ 2020-3-16 23:53:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2020-3-17 17:27


Mikela MaverLynz
23
Evee Event
          “หืม.. ตามข่าวที่บอกก็สองวันแล้วนะทำไมยังไม่มีใครจับบอสอีวุยได้อีกล่ะ?” กล่องนมเปรี้ยวถูดดูดจนยบลงในมือเรียว มิเคล่าหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางยิ้มเยาะกับภาพความวุ่นวายตรงหน้า เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวยพยายามตั้งการ์ดกระชับวงล้อมอย่างขมักเขม้น ‘หรือว่าฝีมือยังไม่ถึงขั้น?’

           ดาวน์ทาวน์แห่งซีแอตเทิลที่เคยมีผู้คนเดินกันขวักไขว่ ในวันนี้ร้านรวงปิดหนีลูกค้าเพราะฝูงโปเกม่อนคลั่งเสียอย่างนั้น เอาเถิดเมื่อคืนได้ข่าวว่าเทรนเนอร์มือใหม่จับอีวุยคลั่งครบสิบตัวแล้ว เหลือก็แต่โปเกม่อนพิเศษและเหล่าบอสระดับสูงทั้งสี่ตัวที่คนอื่นๆ ตึงมือ คนสวยยักไหล่ไม่ยี่หระ เจ้าพวกนี้คงรอเธอมาจัดการสินะ ว้า.. งานรัดตัวอีกละ

        “อย่าไปสนพวกลูกกระจ๊อกเลยคนเก่งของฉัน ชางหยูไปล่าพวกบอสนั่นกันดีกว่า” โยนนมเปรี้ยวลงถังขยะระยะห้าเมตรอย่างแม่นยำ จากนั้นชี้ไปที่แบล็คกี้ตัวเขื่องบนเสาไฟฟ้า “เผามันให้เกรียมเลยเบบี๊!!”

          ข้างๆ กันมีมาโฮคซึเพศผู้ยืนคอยระวังหลังให้คู่หูสาวซัดเจ้าโปเกม่อนไก่กาจนสลบเหมือนด้วยเปลวไฟร้อนแรง หลังกลับจากเนชั่นแนลซิตี้เมื่อวานคุณหนูแมฟเวอร์ลินซ์เลื่อนระดับให้ ‘ชางหยู’ จนขึ้นไปขั้นสูงสุด ประกอบกับค่าคุณลักษณะพิเศษด้วยแล้วตอนนี้เปลวเพลิงสังหารของมันรุนแรงพอจะล้มช้างย่างกรอบได้ทั้งตัวเลยทีเดียว

          การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเปลวไฟถูกก่อเป็นวงแหวนล้อมรอบโปเกม่อนทั้งสองตัวปิดทางหนีของแบล็กกี้ เพลิงไล่ล่าธาตุมืดไม่ว่าแบล็คกี้จะพยายามใช้คลื่นเสียงตอบโต้จิ้งกอกไฟยังไร้ผล คลื่นพลังจิตแล่นเข้าสู่สมองโดยตรงรุกไล่ต่อด้วยอุกาบาตเพลิงสั่นสะเทือนจนมุม

          “ต่อไปก็ลีเฟีย.. ธาตุพืชนี่ของหมูๆ ใช่ไหมชางหยูที่รัก?” มิเคล่าเก็บแบล็กกี้เข้ามานอนพักในมาสเตอร์บอล ประเดี๋ยวจะเกรียมจนเปลี่ยนชื่อไปซะก่อน จากนั้นชี้เป็นสัญญาณไปทางลีเฟยที่ซุ่มโจมตีจากหลังต้นไม้เมื่อครู่

           พระเพลิงผลาญไปทั่วท้องถนนเกิดเป็นภาพย่างสดน่าสะพรึงกลัว ลีเฟียไร้ทางสู้เพียงแค่เคียวใบหญ้าไม่กี่สิบอันโดนความร้อนก็หลอมละลาย จัดการได้ไม่ยากนัก ต่างอะไรกับจิ้งจอกเข้าเล้าไก่เมิเคล่าเก็บมันเขาบอลเป็นตัวที่สอง พร้อมกับฉีดสเปรย์รักษาความเหนื่อยล้าให้กับคู่หู ตามด้วยการไล่ล่าเอฟี่จากท่อระบายน้ำ ใช้ลาวาหลอมเหลวหยอดลงไปความเดือดระอุบีบให้ออกมาก่อนจะล้อมด้วยไฟรมควัน

           เหลือบอสอีวุยตัวสุดท้ายเธอรุ้สึกชื่นชอบขนสีฟ้าและท่าทางน่ารักของมันจึงตัดใจใช้ไฟไม่ลง เรียกหลิวตานออกมาเป็นไคริวซัดทางกำปั้นแทน “ถ้าว่าง่ายๆ คุยกันดีๆ ยอมลงมานอนในบอลจะไม่รุนแรงนะจ้ะ”

           เสียงหมัดกัมปนาทสาดแรงช้างใส่กันตึงตังพักใหญ่ มิเคล่านั่งไขว่ห้างคอยฉีดน้ำยารักษาบาดแผลและอ่านแมกกาซีนไปด้วย ท้ายสุดก็จับกราเซียได้สมใจ จากนั้นปล่อยชางหยุออกมาอีกรอบเพื่อเก็บเหล่ามอนพิเศษระดับ 50 อีกสี่ตัว ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้คนย่านดาวน์ทาวน์ ทั้งเรจิกิอัส เซมิน วิคทินี่ และสายพันธุ์แมลงอย่างแคลคุเดล ต้องยอมรับว่าไฟของชางหยูรุนแรงจนควบคุมยากจริงๆ แต่เธอก็รู้สึกหลงไหลไปกับเพลิงสีอำพันนี้จนฉุดไม่อยู่

            “เก่งมากสุดที่รัก นี่คือรางวัลนะจ้ะ” เก็บบอลทั้งแปดลูกเสร็จแล้ว ประคองหน้าเจ้ามาโฮคซึสีเพลิงขึ้นมาจุ้บหน้าปากแล้วป้อนนมสดให้เองกับมือ เจ้าชางหยูป่ายหางไปมาเมื่อได้รับคำชมยิ้มจนตาหยี

@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-3-17 18:53

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +190 Charisma +20 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 190 + 20

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
Rifle
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x5
x30
x1
x10
x1
x20
x50
x50
โพสต์ 2020-3-24 22:18:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด



Pokemon World
7







       “ประกาศด่วนๆสถานการณ์ฉุกเฉินจากเมืองซีแอตเทิล ย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน เริ่มชุลนุมวุ่นวายมากมายด้วยเหตุการณ์รถบรรทุกพุ่งซนหักโค้งบริเวณสี่แยก
ทำให้พลิกคว่ำ เผลอให้เห็นอีวุยจำนวน 10 ตัว พุ่งออกมาตู้คอนเทนเนอร์ อาละวาดไล่โจมตีผู้คนบริเวณนั้นอย่างชุลนุม ในขณะเดียวกันก็มี
      เจ้าอีวุยพวกนี้มีรังสีแปลกๆ ล้อมรอบ ทำให้สารเคมีจากตัวมันกระจายมลพิษรอบๆ ทำให้โปเกมอนที่ไร้เจ้าของแถบนี้ติดเชื้อจนคลุ้มคลั่งไปตามๆ กัน ขอให้ทุกท่านในบริเวณใกล้เคียงทำการเก็บโปเกมอนของท่านเข้าในโปเกบอลอย่าให้ไปถูกรังสีแปลกๆนั้นและรีบแยกย้ายกลับเข้าบ้านเรือนที่พักเพื่อป้องกันตัวจากอันตรายด้วยค่ะ”
      เสียงประกาศข่าวด่วนดังออกมาจากโทรทัศน์จอแบบที่ติดอยู่ที่ฝาผนังเรียกให้เอลล่าที่กำลังนั่งเอาเม็ดเพชรขนาดเล็กใส่ประดับติดลงใรตัวโครงของสร้อยคออยู่ต้องหยุดมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองข่ายที่ยามนี้ ฉายภาพของตู้คอนเทนเนอร์ที่มีอีวุยหลายตัวกระดจนพุ่งออกมาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดผิดปกติ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือโล่ห์กำลังสู้กับโปเกมอนหลายตัว รวมถึงอีวุยที่มีรังสีแปลกห้อมล้อมตัวอยู่ด้วย


    “น่ากลัวจังนะ แต่ว่าค่าตัวพวกมันคงสูงน่าดูจริงไหม”เอลล่าเอ่ยออกมาก่อนตัดสินใจทิ้งงานในมือของตัวเองเอาไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปหยิบโเกบอลและของใช้อื่นๆที่จำเป็น “ไปหาเงินกันเถอะมิโลคารอส”


     มิวววว…


     เจ้ามิโรคาลอสร้องออกมาก่อนที่ร่างของมันจะกลายเป้นแสงสีแดงพุ่งเข้าโปเกบอลไปก่อนที่เอลล่านั้นจะเดินออกจากห้องไปมุ่งหน้าไปยังย่านดาวน์ทาวน์ ยามนี้มมิโลคารอสของเธอก็มีฝีมือมากแล้วกับอิเเค่อีวุยต้องจับมาได้อย่างสบายๆแน่ๆ


     อาศัยเวลาเดินทางได้ไม่นานเอลล่าก็มาถึงที่เกิดเหตุได้เสียทีก่อนเธอจะพบว่าตอนนี้ตามท้องถนนนั้นไร้ซึ่งผู้คนอีกทั้งยังมีเจ้าหน้าทีของมาถือโล่ห์ไล่จัดการกับเหล่าโปเกมอนที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่กันอย่างชุลมุนวุ่นวายไปหมด


     ระหว่างที่เอลล่ากวาดสายตาไปรอบๆนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นตัวเงินตัวทองของเธอคือเจ้าอีวุยท่าทีแปลกตัวหนึ่งที่วิ่งหายเข้าไปในตรอกก่อนที่เธอนั้นหยิบเอาโปเกบอลของเธอออกมาแล้ววิ่งตามอีวุยต้องสงสัยนั้นไป


     ปิ๊บ ปิ๊บ


     ในขณะที่เอลล่ากำลังวิ่งตามอีวุยอยู่นั้นเสียงแจ้งเตือนของข้อความก้ดังขึ้นมา เธอจึงเอื้อมไปหยิบมือถือของตัวเองมาเปิดดูก่อนจะรีบเก็บไปโดยเนื้อหาของข้อความที่แจ้งเตือนมามีว่า


     “{ Seattle } Romanorth Industrial Corporation มีประกาศหา แบล็กกี้ - เอฟี่ - กราเซีย - ลีเฟีย ที่ถูกลักพาตัวไป
สำหรับคนที่จับอีวุยคลั่ง ไปรับรางวัลค่าหัวที่ SCPD จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกธุรการ”

    “คิดไว้ไม่ผิดตัวเงินตัวทองจริงๆด้วย”เอลล่าพูดก่อนเธอนั้นจะดัดตัวกระโดดข้ามรั้วไม้มุ่งหน้าเข้าไปในซอยเล็กๆซอยหนึ่งและมาพบกับเจ้าอีวุยเจ้าปัญหาที่วิ่งหนีเธอมาเจอทางตันเสียได้ “อย่าได้คิดหนีฉันเชียว”


    “ไปเลยมิโรคาลอส จัดการเจ้าอีวุยนั้นเลย ใช้Hyper Beam” สิ้นคำกล่าว มิโรคาลอสก็ปรากฏกายขึ้นก่อนใช้ทท่าHyper Bramโจมตีใส่เจ้าอีวุยนั้นอย่างจังจนร่างของเจ้าอีวุยนั้นกระเด็นไปกระเเทกกำแพงและหมดสภาพที่จะต่อสู้ไปและเเน่นอนว่ามันถูกเธอจับได้อย่าง่ายดาย


     หลังจัดการตัวเเรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว การล่าค่าหัวอีวุยที่เหลือก็เริ่มขึ้น และอาศัยเวลากว่าสามชั่วโมงเธอจึงจับได้ครบก่อนจะเดินทางกลับเพื่อไปรับรางวัลที่เธอจะได้จากการล่าค่าหัวครั้งนี้


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-3-25 14:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Rolex 'Oyster'
SEDAN Car
Rifle
Mystic G7
บัตรไอดีกลอรี่ธรรมดา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x1
x2
x6
x1
x1
x1
x2
x2
x1
โพสต์ 2020-4-1 23:59:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2020-4-4 00:58


Mikela MaverLynz
46
DAMAGES
          อาพาร์ทเมนท์ของสีจิ้นเฟยบนโต๊ะราชวงศ์หมิง สองร่างพัวพันกันอย่างเร่าร้อนจนเครื่องติด
          ชาวหนุ่มชักอาวุธออกมาด้ายกำลังจะเข้าเข็มแต่หัวเข็มใหญ่กว่ารูเสียอย่างนั้น….

          “มิลลี่..? นี่คุณยัง…” ส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสได้ถึงเส้นกั้นบางๆ ต้านเขาเอาไว้เข้าไปไม่ได้เลยจึงหยุดชะงัก ขณะหญิงสาวด้านล่างกำลังบิดตัวด้วยความเจ็บปวดสูดปากแล้วบอกให้เขาหยุด ชายหนุ่มยังคงตกตะลึงด้วยอีกฝ่ายเริ่มรุกก่อนก็คิดว่าคงจะมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว

          “นี่คุณยังเวอร์จิ้น??” พูดเบาอย่างเหลือเชื่อกับสิ่งที่เขาพึ่งค้นพบเมื่อครู่

          “อะไรนะ?? โอ้ยเจ็บ!! ไม่เอาแล้ว!!” ไม่พูดเปล่ายกเข่าดันอีกฝ่ายออก ความรุ้สึกกลับมาโล่งระคนหน่วงๆ ที่ช่วงท้องน้อย ความเร่าร้อนสติเบลอกลับมาแจ่มชัดเธองุนงงว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้นี่นา “เป็นไปไม่ได้ๆ ก็.. เขาบอกว่าอยู่กับฉันทั้งคืนนี่นา”

           “เขา?? หมายถึงใครกันครับ ?” ถึงจะอยู่ในสภาพแทบจะเปลือยเปล่าและตะบองประจำตัวตั้งโด่เด่ เจ้าหน้าที่หนุ่มยังคงก้าวเข้ามาย่อตัวลงประคองสองแขนกอดปลอบหล่อน ในเมื่อเป็นครั้งแรกตนเข้าใจว่าต้องใช้เวลาสักพัก “ขอโทษนะที่ทำคุณเจ็บ ผมคิดว่าคุณ…แล้วก็เลยรีบร้อนไปหน่อย มิลลี่? คุณโอเคไหม”

           “ฮึก…” ตอนนี้คนตัวเล็กสับสนไปหมดอาการเจ็บที่เริ่มเบาลงทำให้เธอปล่อยอีกฝ่ายลูบหลังแล้วเอาคางเกยบ่าสะอื้นเบาๆ นิคเคลาส์โอเบรอนหลอกเธอหรอ? แต่เพื่ออะไรกันล่ะ ‘ไม่.. ไม่!! ฉันไม่โอเค’

ตูม!!!

           ทั้งคู่สะดุ้งเพราะเสียงระเบิดที่เกิดขึ้นไม่น่าจะไกลจากที่นี่ ไม่กี่อึดใจด็ระเบิดซ้ำอีกคราวนี้พื้นดินสั่นสะเทือนจนน่ากลัว มิเคล่าขดตัวเข้าในอ้อมกอดอีกฝ่ายที่ให้การคุ้มครองขณะชายหนุ่มร่นหัวคิ้วเป็นปม ตกลงข้างนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่?? จ้องตาปริบๆ พวกเขามีความเห็นตรงกันว่าควรสวมเสื้อผ้าก่อน เมื่อเปิดม่านออกทิศด้านหน้าอาพาร์ทก็เม้นท์กลายเป็นทะเลเพลิงไปแล้ว

           “ไฟไหม้!! รีบดับไฟเร็ว!!” พนักงานบาร์หลายสิบชีวิตลำเลียงน้ำจากสระวิ่งชุลมุนไปด้านหน้า

           สีจิ้นเฟยคว้าคนหนึ่งเข้ามาถาม “นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเอะอะวุ่นวายกันขนาดนี้”

           “เถ้าแก่ครับ!! เถ้าแก่!! มีรถคันหนึ่งพุ่งชนกับต้นไม้หน้าหอเราตอนนี้ลุกเป็นไฟใหญ่เลย”
      
          “ตายจริง…?? รถยนตืหรือว่าอุบัติเหตุ มีคนบาดเจ็บไหม?” มิเคล่าสอบถามต่อคิดจะกดสมาร์ทโฟนแจ้ง 911 เพื่อมาช่วยดับเพลิงและขอความช่วยเหลือ

          “เหมือนจะไม่มีนะครับ ผมเห็นแค่ผู้ชายผมเงินๆ ยืนอยู่กับคนแปลกหน้ากลุ่มนึง”

         “เดี๋ยวนะ… ผู้ชายผมเงินผมสั้นหรือผมยาว!!” หญิงสาวสะดุ้งเฮือกตัวสั่นดูท่าครั้งนี้จะไม่ใช่ ‘อุบัติเหตุเสียแล้ว’ หากผมสั้นคือพี่ ผมยาวคือพ่อ..งานช้างเข้า

         “เอ่อ.. ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายผมสั้นสีเงินนะครับ ผมขอตัวไปช่วยคนอื่นๆ ก่อนล่ะ เถ้าแก่ คุณพ็อตต์พึ่งโทรแจ้งไปรถดับเพลิงจะมาใน 10 นาที” เด็กเสิร์ฟคนนั้นวิ่งถือถังน้ำตัวปลิวปล่อยให้ทั้งสองยืนขมวดคิ้วคู่

         ตัดสินใจไปดูสถานการณ์ด้านหน้าอาพาร์ทเมนท์ และแล้วก็เป็นอย่างที่เด็กคนนั้นเล่า  ห่างจากด้านหน้าอาคารไม่ถึงห้าเมตรต้นโอ๊คอายุหลายสิบปีตกอยู่ในกองเพลิงความร้อน ซากรถที่อัดชนและระเบิดออกยังกระจายอยู่รอบๆ เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้าร้อนแรง

         ขนาดยืนอยู่ห้างๆ ยังรู้สึกแสบผิว แต่ที่ริมฝีปากเล็กขบกันจนขาวซีด นั่นไม่ใช่เพราะภาพสถานการณ์เลวร้ายเบื้องหน้า แต่เป็น ‘คนนั้น’ ที่ยืนเด่นสง่าข้างทะเลเพลิงต่างหาก  
          “.....ไม่ต้องกลัวนะครับผมจะไม่ปล่อยให้มิลลี่เป็นอันตราย” เห็นท่าทีหวาดหวั่นอย่างหาได้ยากของมิเคล่า ชายหนุ่มข้างกายยื่นมือไปกุมมือเล็กไว้โดยอัตโนมัติถึงพวกเขายังไม่ได้ ‘ผูกพันกัน’ จนเสร็จพิธีกรรมแต่หลังจากเดทกันหลายครั้งตอนนี้ก็นับได้ว่า.. เธอคือคนที่เขาสนใจอยู่ในปัจจุบัน

         “หึ!! น้องสาวของฉันไม่ต้องอาศัยถึงมือนายหรอก!!”

          “คุณคือ…” สีจิ้นเฟยโดนขัดบทซึ้งกระทันหัน มือเขากุมให้กำลังใจหญิงสาวแน่นทำไมจะไม่รู้จักชายที่กำลังเดินเข้ามาหากันล่ะ? ‘แมคเจลเลน อลัน แมฟเวอร์ลินช์’ ลูกชายคนโตของประธานเครือยักษ์ใหญ่มีพร้อมทั้งเงินตรา อำนาจ อิทธิพล และที่สำคัญมีศักดิ์ฐานะพี่ชายของมิเคล่า

          ทันทีที่ลูกน้องที่เฝ้า ‘บุคคลต้องสงสัย’ รายงานว่าด้านสีจิ้นเฟยมีการเคลื่อนไหวเขาก็รีบตามมาใช้วงจรระเบิดที่ขอคุณน้าการสร้างสถานการณ์เพื่อ ‘เรียก’ ทุกคนในอาคารออกมารวมกันด้านนอก แบบนี้มันไวกว่าเดินเคาะถามทีละห้อง ใช้เงินกับอิทธิพลนิดหน่อยก็ปิดข่าวได้แล้ว.. โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่มีคนเจ็บ ไม่มีคนตาย เผาต้นไม้ต้นเดียวรถอีกหนึ่งคันมันง่ายกว่าบดกระโหลกคน

          “ฉันไม่แนะนำตัวกับคนที่ไม่จำเป็นต้องพบเป็นหนที่สองหรอกนะ” ชายผมเงินยืนกอดอกมองภาพเกาะกุมมือราวกับวัยรุ่นใจแตกหนีตามกันตรงหน้า เขาเป็นคุณพี่ที่แสนจะห่วงใยแท้ๆ ทำไมพลิกผันมาบทตัวร้ายได้ล่ะ? “มิลลี่ มาหาพี่เดี๋ยวนี้”

          “ไม่ค่ะ!! พี่แมคทำบ้าอะไรกันเนี่ยคนอื่นเขาตกใจหมดแล้ว!!” ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องเธออาจโทรเรียกตำรวจจับเขาเข้าซังเต คาร์บอมม์เรียกชุมนุมงั้นหรอคิดได้เนอะ??

           ถ้าไม่ใช่สายเลือดแมฟเวอร์ลินช์คงจะตบตาได้อยู่หรอก ที่รู้เช่นเห็นชาติเพราะบรรพบุรุษมันสอนมาดี!!

          “มิลลี่.. ถ้าเธอยอมว่าง่ายแล้วกลับบ้านดีๆ พี่จะไม่เอาเรื่องนี้ไปรายงานคุณพ่อ รวมถึงเรื่องที่เธอหนีมาหาไอ้ตี๋หน้าจืดนี่ด้วย” ใบหน้าด้านข้างของแมคเจลเลนอาบย้อมด้วยสีส้มเพลิง ส่งเค้าโครงเข้มดุยิ่งมองยิ่งแผ่กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว “รู้เรื่องแล้วก็รีบปล่อยน้องฉันซะ เธอไม่ใช่ขนมหวานราคาถูกนึกอยากจะหยิบก็กินได้หรอกนะ ระวังจะตายเพราะปาก”

          อยู่ดีดีก็โดนด่าสีจิ้นเฟยอารมณ์เสียเล็กน้อย ดูเหมือนดราม่าครอบครัว “ช่วยให้เกียรติกันด้วยครับ อีกอย่างน้องสาวคุณมาที่นี่ด้วยความสมัครใจไม่ใช่การบังคับ”

         “พี่แมค!! ไม่ยุ่งเรื่องมิลลี่สักเรื่องจะได้ไหม ทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจอีกหรอว่าทำไมมิลลี่ถึงพาตัวเองออกมาน่ะ!!” ก็เพราะความจุ้นจนเหมือนพ่อคนที่สองของพี่ยังไงเล่า!! หญิงสาวเดือดจนหัวร้อน ดึงมือออกจากการเกาะกุมแล้วเตรียมหาทางหนีทีไล่ต่อให้อีกฝ่ายตามเธอเพราะความหว่งใย มันก็ควรมีขอบเขตกันบ้าง!!

         “คุณมิเคล่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นครับถ้าเธอไม่ต้องการ…” สีจิ้นเฟยยืนข้างเธออย่างเห็นได้ชัด

          “งั้นหรอ ฉันเป็นพี่มีสิทธิ์ดูแลน้องตัวเอง แล้วนายล่ะเป็นอะไรกับเธอไม่ทราบถึงยุ่งเรื่องคนอื่น??”

          “ผมเป็นแฟนมิลลี่ เรากำลังคบหาดูใจกันอยู่ดังนั้นผมมีสิทธิ์จะดูแลเธอเช่นกัน” ได้ยินคำนี้แล้วร่างบางมึนตึบไป พวกเธอตกลงคบกันตอนไหนทำไมไม่เห็นเคยได้ยินเลยล่ะ? เอียงคอมองเขาว่า ‘Are you seriously?’ เห็นรอยยิ้มจากคนข้างกาย ความเขินเล่นขึ้นสมองแปลกนะรู้สึกใจชื่นขึ้นมาหน่อย

          “หึ แต่ฉันได้ยินมาอีกแบบ!! มิลลี่อย่าไปฟังสีจิ้นเฟยคนนี้เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าลองเรียกคนรู้จักเขามาถามก็จะรู้เอง” คิดว่าเป็นเพลย์บอยสับรางเก่งแค่ฝ่ายเดียวรึไง ผีย่อมเห็นผี เขาไม่ยอมให้ตัวอันตรายมาเกาะแกะน้องสาวสุดรักหรอกนะ

          คิดแล้วก็ถูก อีกฝ่ายแทบไม่เคยปฎิเสธใครเลยด้วยซ้ำจากความสุขเมื่อครู่เหมือนโดนน้ำเย็นสาดกลางฤดูหนาว หันขวับไปถาม “ที่พี่ฉันพูดนั่นคือเรื่องจริงหรอคะ?”

          “เธอไม่ใช่คนโง่คิดดูให้ดีสิว่าเขาเข้าหาเพราะอะไร? ถ้าไม่ใช่เบื้องหลังของน้องคือแมฟเวอร์ลินช์ เขาจะยังทำตัวเป็นอัศวินผู้ปกป้องออกหน้าแทนน้องอยู่อีกหรอ” แต่ละประโยคยิ่งเสียดแทง โจมตีภาพลักษณ์ในใจสั่นคลอน เธอระแวงคนง่ายอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์กับชายหนุ่มที่ยังใหม่และเปราะบาง

          “...มิลลี่ เรื่องนั้นมันอดีตจบไปแล้วตอนนี้ผมจริงจังกับคุณนะ?” รีบคว้ามือบางเอาไว้กันความเข้าใจผิด แต่น่าเสียดายท่าทีเขาดูร้อนรนเกินไปหน่อยจึงถูกหญิงสาวมองว่าร้อนตัว!!

เพี๊ยะ

           สะบัดมือตบอีกฝ่ายทันทีที่เขาเข้ามาใกล้ แค่รู้สึกว่าเธอเกือบจะ..มีอะไรกับคนที่ส่ำส่อนเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยโดยเป็นแค่ ‘คนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย’ ก็รู้สึกขยะแขยง

           หยาดน้ำปริ่มขอบตาแดงเรื่อเจ็บปวดใจหลงนึกว่าเขาจะต่างกับคนอื่นๆ แล้วเชียวสุดท้ายก็ทำร้ายกันได้ลงคอ “พอเลย… ที่แท้คุณกับพี่ฉันก็ไม่ต่างกัน!! เห็นความรู้สึกคนอื่นเป็นของเล่นใช่ไหม”

           “มิลลี่!! พี่ไม่เหมือนเขา!! เธอก็รู้นี่ว่าเป็นเพราะ…” คว้าแขนของน้องสาวได้ก็คิดจะพาตัวกลับทันที

           “ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ มิเคล่าเรามาคุยกันก่อนอย่าพึ่งด่วนตัดสินผมมีอีกหลายเรื่องต้องบอกคุณ” มืออีกข้างถูกดึงรั้งไว้กลายเป็นชายหนุ่มทั้งสองหันหน้าปะทะกันต่อวาจารุนแรง

            “เรื่องครอบครัวคนไม่เกี่ยวข้องก็ไสหัวไป!”

           “เป็นแค่พี่ชายไม่ใช่พ่อของเธอสักหน่อยปล่อยให้เธอมีอิสระในชีวิตตัวเองสิ!!”

            “นายไม่รู้ก็อย่าดีแต่พูด เรื่องของมิลลี่ฉันอยู่กับเธอมาตั้งแต่เกิดคนมาทีหลังกล้าพูดว่ารู้จักเธอดีกว่ารึไง”

            “เงียบ.. เงียบนะพอได้แล้ว” พึมพำเสียงอ่อนรู้สึกปวดหัวจี้ดเสียงรอบๆ ตัวและความเครียดกระตุ้นอาการไมเกรนของเธอขึ้นมา ร่างบางสลัดตัวออกลงกุมมือกับศรีษระน้ำตาไหลพรากขมับเต้นตุ้บๆ เหมือนมีคีบเหล็กมาบีบ แม้กระทั่งเธอทรุดลงดับพื้นแล้วการทุ่มเถียงยังคงไม่จบสิ้น มิเคเล่าสุดจะทนวิ่งออกไปที่ถนนด้วยความเร็วสุดฝีเท้าก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวเธอก็มาหยุดอยู่หน้ารถสีดำคุ้นตาคันหนึ่ง

           กระจกข้างเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายและเชิ้ตลำลองตัวเดิมกับเมื่อตอนเย็น น้ำเสียงทุ้มสอบถามเรียบๆ ว่า “มิเคล่า? บังเอิญจริงผมผ่านมาทางนี้ไม่นึกว่าจะพบคุณ ธุระเป็นยังไงบ้างครับ”

          “ฮึก… ฉัน.. ไม่รู้” เป็นคุณโอเบรอนทำไมเขาถึงปรากฎตัวมากระทันหันกันนะ? แต่เธอจวนจะไม่ไหวแล้วสิ

          สภาพคนสวยที่นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันในตอนนี้โทรมจัด ขอบตาเธอแดงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากซีดสั่นเทา ไหนจะ..ร่องรอยอะไรตามตัว มันทำให้นิคเคลาส์กำหมัดแน่น  

          “กำลังมีปัญหาอยู่หรือครับ?” เขาเป็นผู้ใหญใจกว้างตอนนี้ต้องสนใจคนตรงหน้าก่อน

          “อยากให้ผมช่วยไหม” ถามต่อเมื่อเมื่อมิเคล่าพยักหน้าอ่อนแรง “ช่วยยังไง”

          “พา.. พาฉันไปจากที่นี่!!” อีกไม่นานคุ่ที่ทะเลาะกันคงได้สติและรู้ว่าเธอหายไป ต้องออกตามหาอยู่ดี

           “...ขึ้นมาสิครับ”

           เธอรีบขึ้นมานั่งข้างคนขับโดยไม่ลังเลอีกตอนนี้แค่อยากไปที่ไกลๆ หาที่สงบใจและรักษาตัวเองจากอาการปวดไมเกรน.. ดีที่บนรถของคุณโอเบรอนไม่มีทั้งน้ำหอมปรับอากาศหรือเพลงหนวกหู แค่ความเงียบ...และความมืด เขาไม่ถามว่าเธออยากไปที่ไหนแค่ขับไปเรื่อยๆ และนั่นก็เป็นสิ่งที่มิเคล่ากำลังต้องการในเวลานี้ ‘ความสงบ’

         “ขอบคุณมากนะคะ” มือเล็กวางดอกไม้ราตรีที่ไร้กลิ่นหอมหน้าคอนโซล กับแชมเปญต่างของขอบคุณ

         “เรื่องเล็กน้อย… ไม่จำเป็นต้องนับ” หยักรอยยิ้มเรียบๆ แน่นอนเขาไม่พูดหรอกว่าได้ยินได้เห็นหมดทุกเรื่องจากวิทยุสื่อสาร ยังไงซะก็ต้องขอบคุณสองคนนั้นที่ตีกันถูกเวลาเขาได้ ‘เธอ’ คืนมาแล้ว เป็นการเดินเข้าบ่วงอย่างสมัครใจเสียด้วยสิ นั่งภูดูเสือกัดกันท้ายสุดได้ประโยชน์ภาษิตจีนนี่คลาสสิคดีจริงๆ

แชมเปญ+ดอก ปู่         
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [011] นิคเคลาส์ โอเบรอน ชาเวส เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2020-4-4 19:59
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-4-4 19:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +10 USD +790 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 790

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทักษะขับเครื่องบิน
Ice Push
Cloud Power
DUEL DISC
Fog Power
Super Car
Rolex 'Oyster'
Rifle
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x5
x30
x1
x10
x1
x20
x50
x50
โพสต์ 2020-4-7 03:57:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตอนเช้า...


ในวันนี้ฟรานโก้ต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษสักแล้วน้อยด้วยมีธุระ(ค่อนข้าง)ที่สำคัญนิดหน่อยคือการไปส่งงานโปรเจคที่มหาวิทยาลัยซีแอทเทิ้ลเขาลำมือทำมาตลอดหลายวัน
ซึ่งวันนี้เองก็เป็นวันส่งพอดี ปกติเขานอนดึกตลอดมาเป็นระยะเวลานานแล้วแต่ถ้าให้ตื่นเช้า เขาก็ทำได้(แต่ยากหน่อย)...


ฟรานโก้นั้นขี่จักรยานตัวเก่งของเขาออกมาบนถนน ออกจากที่พักตั้งแต่เวลา 6.00 น.เพื่อเผื่อเวลาในการเดินทาง 1 ชม. คาดว่าจะไปถึงใจกลางเมืองประมาณ 7.10 ถึง 7.20 น.
เขาก็เลยรีบเร่งฝีปั่นขึ้นเล็กน้อย..


..
....


เวลาผ่านไป เขาก็มาถึงใจกลางเมืองซีแอทเทิ้ลยามเช้า ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่านเล็กน้อยเพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน รถราก็ค่อนข้างหนาแน่นอยู่ไม่น้อย
ฟรานโก้ขี่จักรยานไปตามทางเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดที่ฝั่งถนนฝั่งหนึ่ง ที่มีร้านสะดวกซื้อที่ประจำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ฟรานโก้จอดจักรยานล็อคไว้แล้วลงจากจักรยาน
เตรียมข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อเข้าร้านสะดวกซื้อและจ่ายเงินซื้อของ


..


ฟรานโก้ใช้เวลาเพียง 3-4 นาทีเท่านั้นก็ออกมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมน้ำและอาหารเช้า กับขนมอีกเล็กน้อย ฟรานโก้ค่อยๆขบเคี๊ยวอาหารมื้อเช้าก่อนที่จะเตรียมข้ามถนนกลับไป..
ผู้คนหน้าร้านสะดวกซื้อดูอาจจะเบาบางไปนิดนึง ทำให้ค่อนข้างที่จะเดินสะดวก


แต่ตอนนั้นเอง...
*ตึก ตึก ตึก* เสียงฝีเท้าคนวิ่งมาค่อนข้างรีบร้อน ฟรานโก้มองด้วยหางตาพบว่าเป็นเด็กนนักเรียนคนหนึ่งกำลังวิ่งก้มหน้าอยู่เหมือนไม่ได้มองทาง
เธอวิ่งมาชนเข้ากับฟรานโก้ที่ยืนรออยู่ริมถนน
*ปึก*


"อุ๊บ ขะ ขอโทษค่ะ!" นร.หญิงคนนั้นเมื่อรู้ตัวก็ขอโทษที่วิ่งชน เมื่อครู่คงรีบร้อนเอามาก


"เอ่อ ไม่เป็นไรครับน้อง แหะๆ.." ฟรานโก้โบกมือหนอยๆไม่ถือโทษโกรธเคือง ทำท่าทีว่าไม่เป็นไรหรอก เธอคงรีบร้อน และก็อีกฝ่ายคงจะรีบไปโรงเรียนไฮสคูลละมั้งนะ
ฟรานโก้สังเกต มีเครื่องแบบของไฮสคูลงั้นเหรอ แต่งตัวดูเรียบร้อย เรือนผมออกสีดำน้ำตาลประมาณว่าคล้ายๆลูกครึ่ง แสดงว่าต้องเป็นไฮสคูเอกชนในซีแอทเทิ้ลแน่ๆ


จังหวะนั้น เหมือนเด็กคนดังกล่าวจะไม่ได้มองสัญญาณไฟข้ามถนนว่าเป็นสีแดงห้ามไม่ให้ข้ามอยู่ เลยก้าวขาเลยฟุตบาตย่ำพื้นถนนเตรียมที่จะข้ามถนน
ทว่าตอนนั้นเองก็มีรถวิ่งมาพอดิบพอดี
"น้องเดี๋ยว!" ฟรานโก้รีบก้าวขาไปจับไหล่นร.หญิงคนดังกล่าวให้ถอยหลังมาบนฟุตบาต
จนกระทั่งชั่ววินาทีนั้นรถยนต์ก็วิ่งผ่านหน้าเด็กนร.คนนั้นไปแบบเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลย *บรื้นนน*
เกือบไปแล้ว.. ถ้าช้ากว่านี้ เรื่องวุ่นๆตอนเช้าคงเกิดขึ้นแน่ๆ


"เกือบไปแล้วนะ.. ตั้งสติหน่อยสิ" ฟรานโก้เอ่ยขึ้น เขาเองก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไปด้วย


"อะ...อึก" ดูท่านร.สาวคนนั้นจะค่อนข้างกลัวทีเดียว เพราะความซู่มซ่ามของตนแท้ๆ
"ขะ..ขอบคุณพี่มากจริงๆค่ะ" นร.สาวหันหน้ามาขอบคุณอย่างนอบน้อมก่อนจะหันกลับไปยืนรอสัญญาณไฟดีๆ ฟรานโก้พยักหน้าน้อยๆแล้วปล่อยมือจากไหล่อีกฝ่าย
ฟรานโก้เองมองแล้วเธอไม่เป็นอะไรปกติดี ก็ค่อยๆถอยไปยืนข้างร้านสะดวกซื้อทานอาหารให้หมดก่อนแล้วค่อยข้ามถนนดีกว่า


เมื่อสัญญาณไฟเขียวแล้ว นร.หญิงคนนั้นก็ข้ามถนนไปอย่างปลอดภัยถึงอีกฝั่งนึงแล้ว บวกกับหันมามองฟรานโก้เล็กน้อยก่อนจะเดินอย่างรีบร้อนเพื่อที่จะไปไฮสคูลให้ทัน
ฟรานโก้คิด อืม ปล่อยนาางไปแหละดีแล้ว...


"เฮเลน่า! โธ่ ไม่รอกันบ้างเลยเนี่ย..." ไม่นานนักก็มีเด็กนร.หญิงอีกคนนึงวิ่งตามมา แต่ชุดการแต่งตัวดูไปรเวททั่วไป คงจะเป็นไฮสคูลปกตินี่ละมั้ง
เด็กคนนี้คงจะเป้นสัญชาติอเมริกันเต็มตัวเมื่อดูจากสีผมทองบริสุทธิ์ไร้การแต่งเจือ แต่แต่งตัวดูคล้ายผู้ชายชะมัด
แต่ที่เรียกเมื่อกี้คงอาจจะหมายถึง ชื่อของเด็กเรียบร้อยคนเมื่อครู่รึเปล่านะ..


เด็กสาวผมสีทองยืนรอสัญญาณไฟข้ามถนนจนกระทั่งไฟเขียวจึงข้ามถนนตามไปจนกระทั่งลับตา จากนั้นหน้าร้านสะดวกซ์้อก็เหลือเพียงฟรานโก้คนเดียว


ฟรานโก้ทานอาหารเช้าจนหมดก่อนจะข้ามถนนกลับไปยังจักรยานตนเอง ก่อนจะเช็คเวลาดูพบว่ายังมีอีกเหลือเฟือ จากนั้นฟรานโก้จึงขี่จักรยานไปยังมหาวิทยาลัยในซีแอทเทิ้ลต่อไปเพื่อไปเรียน...


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-7 13:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
GPX G-Racer 200
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x10
x9
x30
x3
x5
x7
x2
x9
โพสต์ 2020-4-13 23:58:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เย็นวันเดียวกัน ในเมืองซีแอทเทิ้ล
เวลาประมาณ 16.00 น.
หลังจากฟรานโก้เลื่อนระดับขั้นเทรนเนอร์เป็นขั้นสูงสุดแล้ว เขาก็ใช้เวลาว่างที่เหลือขี่จักรยานกลับไปยังมหาวิทยาลัยก่อนเพื่อไปสะสางงานค้างเล็กน้อย บวกกับตัวเองก็ไปเอาสิ่งของบางอย่าง
กับพบปะเพื่อนฝูงเล็กน้อยก่อน เขาคิดว่าค่อยออกมาทีหลัง...


จนกระทั่งเวลาผ่านไปล่วงเลยไปถึงประมาณ ..
17.30น.โดยประมาณ


...
......


ฟรานโก้ขี่จักรยานออกมาจากมหาวิทยาลัยในเวลานั้นเองแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เขตในกลางเมืองอีกครั้ง เป็นเวลายามเย็นที่คนค่อนข้างพลุ่กพล่านและคึกคักนัก รถราบ้านช่องก็มีผู้คนเนืองแน่นเตรียมเดินทางกลับ
เฉพาะเวลาในซีแอทเทิ้ลนี้ก็นับว่าช้ากว่าเมืองหลวงวอชิงตันอยู่สักชั่วโมงสองชั่วโมงเศษๆ
ฟรานโก้เห็นว่าเป็นเวลาที่จะได้พักผ่อนยาวๆหลังจากเราเหนื่อยยากในการฝึกฝนโปเกมอนมาซะนาน ก็เลยว่าจะไปเดินในตัวเมืองหลักสักหน่อย


ฟรานโก้ขี่จักรยานไปยังที่จอดจักรยานสาธารณะ ที่เขาว่าปลอดภัยแน่นอน ก่อนจะล็อคกุญแจให้เรียบร้อยและเดินออกมาเดินในตัวเมือง


ฟรานโก้เองไปแวะซ์้ออาหารฟาสต์ฟู้ดกินเพื่อรองท้องและรอกลับไปกินอาหารเย็นที่บ้านพักทีเดียว ที่เขาสิ่งมากินเป็นประจำนั้นก็คือ แฮเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอดและก็น้ำอัดลม1แก้ว ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาอิ่มได้ ถึงแม้มันจะดูไม่มีประโยชน์ก็ตาม...
แต่มันก็ของกินประทังชีวิตได้อยู่น่ะนะ..


เวลานั้นล่วงเลยไปเรื่อยจนอาจจะใกล้ถึงเวลา 18.00น. ฟรานโก้มาครั้งนี้มันเกือบเสมือนการฆ่าเวลาอย่างไงอย่างงั้น คนในตัวเมืองก็เริ่มแน่นขึ้นด้วยขนาดบนฟุตบาทข้างถนนเนี่ย ทำให้ฟรานโก้ต้องแอบๆแทรกตัวเดินในเมืองบ้างแล้ว


ระหว่างที่ฟรานโก้กำลังเดินๆไปอยู่นั้นสายตาไม่ทันได้มองคนที่เดินเข้ามา ทำให้ฟรานโก้เผลอไปชนกับคนๆหนึ่งเข้าแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
*ตุ๊บ*
เสียงชนกันไม่แรงมากนัก แต่ทำให้ทั้งสองคนนั้นเซไปได้เหมือนกัน คนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาก็เหมือนจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่


"โอ๊ะ ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ทันได้มองทาง" ฟรานโก้รีบเอ่ยขอโทษไปก่อนเป้นมารยาท


"เอ่อ ไม่หรอกค่ะ คือชั้นเองคงไม่ได้มองทางให้ดีมากกว่าค่ะ.." เสียงผู้หญิงเอ่ยขึ้น อีกฝ่ายดูไม่มีความโกรธแม้แต่น้อยฟังจากน้ำเสียง
เอ แต่เสียงนี้คุ้นเคยเหลือเกิน หรือว่าจะเป็น..


"เอ๊ะ.. เสียงนี้..
คุณเอริกะใช่ไหมครับ?" ฟรานโก้เอ่ยถามออกไป เสียงคุ้นเคยมากจนต้องถาม


"เอ๊ะ? คุณฟรานโก้..เหรอคะ?.." หญิงสาวเอ่ยตอบ ใช่จริงๆด้วย เป็นเธอจริงๆทั้งน้ำเสียง และคนที่จำชื่อของเขาได้นั้นมีอยู่ไม่มากหรอก แต่โชคดีชะมัดที่เธอมองโผล่ที่นี่แบบบังเอิญจริงๆ


"อ๊า " ฟรานโก้แทบจิตหลุดด้วยความเขินเมื่อหญิงสาวเมื่อวานมาเจอกับเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ดีใจจนแทบเนื้อเต้น
"ใช่คุณจริงๆด้วย เอ... " ฟรานโก้พูดก่อนจะมองไปรอบๆ ควรจะไปหาที่คุยดีๆก่อนดีกว่า
"คุณรีบรึเปล่าครับ? ผมว่าไปหาที่คุยดีๆกันก่อนดีไหม?... เอ่อ... ที่นี่คนเยอะไปหน่อยน่ะครับ.." ฟรานโก้เอ่ยว่าจะพาไปที่ๆคนน้อยๆหน่อย เลยคิดว่าจะพาไปคาเฟ่ใกล้ๆ ที่เขารู้จัก


"อืม.. ตกลงค่ะ พอดีว่าจะไปร้านคาเฟ่อยู่พอดี" เอริกะตอบตกลง ดูเหมือนว่าคำขอของฟรานโก้จะไปได้สวยมากทีเดียว
ฟรานโก้รู้สึกตื้นตันในใจนักที่อีกฝ่ายตอบรับคำขอของฟรานโก้
"ถ้างั้นไปกันเถอะครับ ทางนี้นะครับ" ฟรานโก้เดินนำเอริกะไปตามถนนฟุตบาทในเมือง เดินมาไม่นานก็มาถึงคาเฟ่แห่งหนึ่งในตัวเมือง ร้านคาเฟ่แห่งนี้ก็ดีไซน์เรียบฟรู ดูปกติคล้ายกับคาเฟ่ทั่วๆไปแต่มองแล้วสบายตา การตกแต่งไม่ฉูดฉาดจนเกินไป


"เอ่อ..อยากดื่มอะไรรึเปล่าครับ?..." ฟรานโก้ถามหญิงสาวที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะจำนวนสองเก้าอี้


" ขอ...น้ำชาหนึ่งแก้วค่ะ" เอริกะเอ่ยบอกฟรานโก้ ก่อนเขาจะเดินไปสั่งหน้าเคาน์เตอร์ ไม่นานก็ได้น้ำชา1แก้วกับโกโก้ปั่น1แก้วมา โดยโกโก้ปั่นนั้นฟรานโก้สั่งมาทานในบางครั้ง
ฟรานโก้วางแก้วชาลงบนโต๊ะหน้าเอริกะอย่างนิ่มนวล
"ขอบคุณมากค่ะ" อีกฝ่ายยิ้มให้กับฟรานโก้ที่เสริฟให้ตน


"เอ่อ ไม่เป็นไรครับผม..." ฟรานโก้เอ่ยอย่างเกรงใจ บอกว่าไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ๆเขาต้องทำอยู่แล้ว ล่ะ


หลังจากนั้นฟรานโก้และเอริกะก็นั่งทานน้ำชากับโกโก้ในคาเฟ่แห่งนั้นอยู่ระยะหนึ่ง


"คุณเอริกะ...เพิ่งจะเลิกงานงั้นเหรอครับ?.." ฟรานโก้ถามขึ้นเริ่มบทสนทนา


"อืม.. ใช่ค่ะ.. บังเอิญจังเลยนะคะที่ได้มาเจอกับฟรานโก้ที่นี่ด้วย" เอริกะคุยกับฟรานโก้ก่อนจะยกชาขึ้นดื่มจิบๆ


"อ๋อ...ใช่ครับผม คือหลังจากผมเรียนเสร็จ..ก็จะมาแวะแถวนี้ก่อนน่ะครับ และก็บังเอิญจริงๆที่ได้เจอกับคุณด้วย" ...ฟรานโก้เริ่มพูดคุย เขารู้สึกประหม่าอยู่ในใจไม่น้อยเมื่อต้องคุยกับเอริกะ เขารู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ
"เอ่อ.. แล้วก็คือ.. คุณมาแวะย่านนี้ก่อนไปขึ้นรถประจำทางที่สถานีนั้น รึเปลาครับ?..." ฟรานโก้เอ่ยถาม


"คุณฟรานเข้าใจถูกเลยล่ะค่ะ ..เหมือนกับว่าคุณอ่านใจฉันได้เลย.." เอริกะตอบตรงไปตรงมา


"....!" ฟรานโก้ได้ยินแล้วก็แน่ใจได้เลยล่ะว่าเราเดาถูก... ว่าเอริกะเองจะไปยังที่นั่นบ่อยๆ ฟรานโก้เองก็คิดในใจว่า ที่ป้ายรถเมล์นั้นก็จะได้เจอที่นั่นบ่อยๆ
"งะ..อย่างงั้นเหรอครับ.." ฟรานโก้พยักหน้าน้อยๆก่อนจะดื่มโกโก้เย็น ให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นกันเองกับฝ่ายเอริกะ ถึงแม้ฟรานโก้จะเป้นผู้เริ่มการสนทนาไม่เก่ง แต่ถ้าเจอกับเอริกะ เขาก็จะพยายามทำให้เอริกะไม่เบื่อจนเกินไปเมื่อพบกับเขา..


..
...
จนกระทั่งเวลาผ่านไปใกล้ 18.00น.
เอริกะเช็คเวลา
"อืม.. ตอนนี้น่าจะใกล้ถึงเวลากลับบ้านของฉันแล้วล่ะค่ะ คุณฟรานโก้" เอริกะเช็คเวลา บางทีคงใกล้ถึงเวลากลับของเธอแล้ว


"..........." ฟรานโก้นึกต่อหลังจากได้ยิน บางทีเราควรจะสนทนาอะไรบางอย่างกับเธอไว้ก่อนที่จะให้เธอกลับไปยังป้ายรถเมล์นั้น
"คุณเอริกะครับ...เอ่อ... ก่อนที่คุณเอริกะจะกลับ... ผมขอ.. แอดไอดีโซเชียลคุณไว้หน่อยได้รึเปล่าครับ..." ฟรานโก้รวบรวมความกล้าถามถึงข้อมูลโซเซียล เป็นการแลกเปลี่ยนการก่อนหน่อยก็ยังดี


"เอ๊ะ...อืม..."
"ได้สิคะ ฉันมีไอดีของเฟซบุ๊กอยู่น่ะค่ะ " ว่าแล้วเธอก็เปิดเฟซบุ๊กขึ้นมาแล้วถามไอดีของฟรานโก้เพื่อแลกเปลี่ยนกันแอดเฟรนกัน ฟรานโก้ขณะนั้นเองก็ใจเต้นตึกตักไม่หยุดเลย
แต่เขาก็บอกไอดีชื่อเฟซบุ๊กของฟรานโก้ให้แก่เธอ และเอริกะเองก็ให้ไอดีแก้ฟรานโก้เพื่อแอดเฟรนด้วยเช่นกัน
** เราได้ไอดีของเธอมาแล้วๆเราได้ไอดีของเธอมาแล้วๆเราได้ไอดีของเธอมาแล้วๆเราได้ไอดีของเธอมาแล้วๆ  ** ฟรานโก้พูดในใจรัวๆ แบบว่าตื่นเต้นฉิบหายเลย ที่เราจะได้แอดเฟรนเฟซบุ๊กกับเธอจริงจังขนาดนี้ ให้ตายสิๆ...


หลังจากแลกไอดีกันเรียบร้อย ฟรานโก้ก็จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มในค่าเฟเป็นที่เรียบร้อย
"หะ...ให้ผมเดินไปส่งคุณด้วยไหมครับ.." ฟรานโก้เอ่ยถามก่อน บางทีการกลับบ้านของเขานั้นคงจะกลายเป็นเรื่องรองไปแล้ว..


"อาโน... รบกวนด้วยนะคะ แต่ก็รู้สึกเกรงใจจัง..." เอริกะเอ่ย เธอเองก้รู้สึกเกรงใจที่อีกฝ่ายจะเดินไปส่งถึงหน้าป้ายรถเมล์ แต่ยังไงก็ดีแล้ว เธอชอบคนมีน้ำใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนี่


จากนั้นทั้งสองก็ออกจากร้านคาเฟ่ ออกเดินไปตามถนนฟุตบาทแล้วเดินไปยังป้ายรถเมล์หน้าสวนสาธารณะที่เดิมที่ๆเอริกะขึ้นรถเมล์กลับบ้านเป็นประจำ
เมื่อมาถึงในเวลาไม่นาน รถเมล์ประจำทางก็มาไวอย่างกับว่าโกหก คราวก่อนยังมาช้าเลยนี่นา
"ขอบคุณสำหรับเย็นนี้นะคะฟรานโก้ ยังไงก็ เจอกันวันพรุ่งนี้..หรือ...ในเฟซบุ๊กก็ได้นะคะ.." เอริกะเอ่ยบอกลาสำหรับวันนี้ ก่อนเธอจะก้าวเท้าขึ้นรถประจำทาง ก่อนรถประจำทางจะออกตัวเธอก็โบกมือให้กับฟรานโก้น้อยๆทีนึง


"ดะ...เดินทางปลอดภัยครับผม.." ฟรานโก้เอ่ยลาเอริกะสำหรับวันนี้เช่นกัน เขายืนมองพร้อมยกมือโบกน้อยๆแก้เอริกะขึ้นรถประจำทางไป จนกระทั่งรถประจำทางนั้นลับตาเขาไป...


จากนั้น ฟรานโก้ก็ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านพักของตัวเองด้วยจักรยานไปในเวลาไล่เลี่ยกัน


ดอกไม้+น้ำชา ให้เอริกะ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-14 00:17
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [014] เอริกะ เทย์เลอร์ เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2020-4-14 00:17
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-14 00:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
GPX G-Racer 200
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x10
x9
x30
x3
x5
x7
x2
x9
โพสต์ 2020-4-14 20:46:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tiana เมื่อ 2020-4-14 20:48

SERENA 4
ค่ำคืนที่ฉันเหงา


ยามค่ำคืนของย่านเศรษฐกิจของเมืองซีแอตเทิลเต็มไปด้วยแสงไฟสว่างสไหวจากตึกราร้านค้าต่างๆในเมือง เซเรน่าขับเล่นเล่นไปเรื่อยเปื่อย แสงไฟจากตึกสูงแวบวาบผ่านเข้ามาในตาชวนมึนหัวไม่น้อย

เด็กสาวตัดสินใจจอดรถไว้ข้างทางก่อนจะลงมาเดินเล่นเมื่อรู้ตัวว่าเธอไม่น่าขับต่อไหวแล้ว  ท่อนขายาวเรียวก้าวเดินไปตามทางเดิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองเหล่าคู่รัก และกลุ่มเพื่อนที่เดินสวนทางเธอไปนิ่งๆ กับบรรยากาศความสดใสที่ถูกแผ่ออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น

เซเรน่าถอนหายใจความรู้สึกเหงาก่อเกิดขึ้นในใจ แต่ถึงจะรู้สึกเหงาเธอก็ไม่ได้มีอารมณ์จะโทรไปคุยเม้ามอยกับเพื่อนเด็กเนิร์ดเท่าไหร่นัก พวกนั้นคุยเรื่องไร้สาระด้วยไม่สนุกนักหรอก ลำพังจะให้เธอไปหาพี่ต่างแม่ก็พับความคิดนี้ไปได้เลยเพราะเธอก็ไม่ได้สนิทกับทั้งคู่มากขนาดนั้น

เธอหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปบรรยากาศยามค่ำคืนในซีแอตเทิลส่งไปให้ปะป๊าที่ตอนนี้น่าจะยังทำงานอยู่ นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความแสดงความคิดถึงเล็กน้อยก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าไปแล้วก้าวเดินต่อไปตามฝูงคนที่ยังคงพลุกพล่านในยามค่ำคืน ร้านอาหารมากมายส่งกลิ่นหอมยั่วยวนแต่เด็กสาวก็กลั้นใจเดินผ่านไปเพราะนี่มันไม่ใช่เวลากิน เธอยังไม่อยากให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

“ ที่รัก อื้มม...” เซเรน่าเหลือบมองไปตามต้นเสียงซึ่งดังมาจากระหว่างซอกตึกระหว่างอาคารสูง ก่อนจะพบกับร่างสองร่างของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงจูบกันอย่างดูดดื่ม เด็กสาวแอบเบ้ปากอยู่ในใจ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเลิกสนใจแล้วหันไปทางอื่น หนุ่มผมทองกล้ามโตหน้าตาโลว์คลาสเหมือนพวกนักเลงข้างถนน หันมาส่งยิ้มก่อนจะทำท่าทางราวกับชวนเธอให้เข้าไปร่วมวง ยัยผู้หญิงที่ก่อนหน้านั้นเล่นหนังสดอยู่กับมัน หันมองตามมาก่อนทำเป็นหัวเราะอย่างมีจริต แล้วขยับปากส่งเสียงว่า ‘มาสิ’ เหมือนกับอยากจะกวนประสาทเธอ

เซเรน่าที่ก่อนหน้านั้นทำหน้าตายด้านมองคนไร้ยางอายทั้งสอง กระตุกยิ้มมุมปากออกมา ก่อนจะเอ่ยคำด่าเบสิคอย่าง F**** You ออกมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มน่ารักประดับอยู่ โดยไม่ลืมชูนิ้วกลางไปให้ทั้งสอง แล้วเดินกลับไปที่รถของตัวเองอย่างหมดอารมณ์เดินเที่ยว

กลับห้องดีกว่า...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-14 20:59
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-14 20:59
น้องสาวมีความโหยหาปะป๊า ขณะที่พี่สาวโนแคร์ 55  โพสต์ 2020-4-14 20:54

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Super Car
กราดิอุสสัมฤทธิ์
DUEL DISC
VR Headset
Rolex 'Oyster'
Arousing
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x1
โพสต์ 2020-4-14 23:06:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2020-4-15 05:39

คืนก่อน ประมาณ 20.00PM


หลังจากฟรานโก้ได้รับไอดีโซเชียลจากเอริกะเทรยเลอร์มาแล้ว ทำให้เขาตื่นเต้นมากทีเดียวที่ได้ไอดัเฟซบุ๊กของเธอมาเพื่อแอดเข้าเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง
ซึ่งโลกโซเชียลนั้นฟรานโก้ไม่ค่อยได้ยุ่ง ไว้ดูแค่ข่าวสารเท่านั้น
แต่พอได้ไอดีของเอริกะมาแล้ว มันทำให้ฟรานโก้เข้าเฟซบุ๊กบ่อยขึ้นเล็กน้อย...


พอกลับถึงที่พักแล้ว ฟรานโก้แอดเฟรนไป ฝั่งเอริกะก็กดตอบรับเป็นเพื่อนในเวลาอันสั้น
ฟรานโก้รู้สึกตื่นเต้นชะมัดยาดสุดๆไปเลยที่ฝั่งเอริกะรับตัวเองเป็นเพื่อนแล้ว..


ด้วยความอยากลอง ฟรานโก้จึงแชทคุยไปสั้นๆ


Fran [ขอบคุณที่รับแอดครับคุณเอริกะ]
Arika [ด้วยความยินดีค่ะคุณฟราน]
Fran [พรุ่งนี้.. คิดว่าจะมาพบเจอกันในตัวเมืองอีกรึเปล่าครับ]
Arika [ก็ คิดว่าใช่นะคะ ที่ทำงานของชั้นอยู่ในตัวเมืองพอดี คาดว่าจะได้เจอกันช่วง 16.30PM นะคะ ]
Fran [ถ้างั้น ผมจะอดใจรอนะครับ]
Arika [คุณฟราน คือว่า]
[วันพรุ่งนี้ชั้นจะ เอาหนังสือที่ฉันชอบเรื่องนึงมาให้คุณอ่านด้วยนะคะ]
Fran [.... ตกลงครับ]
Arika [ไว้เจอกันนะคะ]


ให้ตายสิ แค่บทสนทนาสั้นๆก็ชวนตื่นเต้นชิบหายแล้ว แถมนัดเจอกันอย่างแทบจะเป็นเรื่องเป็นราวเชียว เอาเป็นว่าไปพักผ่อนรอเจอกันพรุ่งนี้เลยดีกว่า...


....
......
........
...........


วันต่อมา ปัจจุบัน


ฟรานโก้ตื่นเต้นทั้งคืนเลยทำให้นอนไม่ค่อยหลับบ้าง ดูซมซานชะมัดยาด แต่ยังไงได้ ฟรานโก้นั้นชินกับการนอนดึกเป็นอย่างดีแล้วเลยทำให้ไม่สะทกสะท้าน
แต่ก็แลกมากับความง่วงในตอนกลางวันนี่ล่ะ


ฟรานโก้ใช้เวลาช่วงกลางวันไปที่มหาวิทยาลัยซะส่วนใหญ่ จนกระทั่งเวลาช่วงเลยผ่านมาจนถึงช่วง 16.30PM โดยประมาณตามที่เอริกะนัดพบเจอเอาไว้ในที่ใจกลางเมืองซ๊แอทเทิล
ฟรานโก้ถึงแม้จะเป็นคนไม่ค่อยตรงต่อเวลานัก หากแต่มีนัดอะไรที่สำคัญละก็ เขาจะทำตัวให้ตรงเวลามากขึ้น(บ้าง) เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดหวัง


จากนั้นข้อความในโทรศัพท์ที่พกมาก็ดังขึ้น คงเป็นแมสเซนเจอร์แน่ๆ ฟรานโก้จึงรีบเปิดดู


Fran [ผมรออยู่ย่านใจกลางเมืองแล้วครับผม]
Arika [คือว่า ตรงหัวมุมแยกถนนจะมีคาเฟ่กาแฟชื่อร้าน xxxxx อยู่น่ะค่ะ ชั้นจะรออยู่ข้างๆร้านนะคะ]


ฟรานโก้ตอบตกลงไปก่อนเก็บโทรศัพท์ลง แล้วเดินทางมุ่งหน้าไปยังหัวมุมถนนด้วยความไม่ยากเย็นนัก ฟรานโก้นั้นคุ้นชินกับเมืองซ๊แอทเทิ้ลพอสมควรแล้วเลยเดินทางไปถูกต้องตามที่อีกฝ่ายบอกมา


เมื่อฟรานโก้มาถึงหัวมุมถนน ก็พบเอริกะยืนรออยู่พอดีเลยจึงเข้าไปทัก
"...คะ...คุณเอริกะครับ ผมมาแล้ว" ฟรานโก้รวบรวมความกล้าทักไป ความเร็วในการเดินลดลงอย่างเห็นได้ชัด


"ตายจริง คุณมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะคะเนี่ย" เอริกะยิ้มให้เมื่อพบกับฟรานโก้ แถมชมด้วยว่าฟรานโก้ตรงต่อเวลา
ฟรานโก้โดนชมขนาดนี้ก็แอบที่เขินไม่ได้เลย โดนชมเรื่องความตรงต่อเวลาเนี่ย..หายากมากสำหรับเขา.. นานๆทีสักปีนึงจะตรงต่อเวลาสักครั้งก็เป็นไปได้...
"มาเข้าคาเฟ่ร้านนี้กันดีกว่าค่ะ เป้นร้านที่ชั้นเองก็มาแวะบ่อยเหมือนกัน เพื่อตอบแทนที่คุณเคยเลี้ยงน้ำชาฉันนะคะ" เอริกะตอบก่อนพาฟรานโก้เข้าไปในคาเฟ่อีกทีนึง


"เอ่อ..คะ..ครับ" ฟรานโก้รู้สึกโคตรจะเกรงใจแต่ก็ต้องตามเอริกะไปนั่นแหละ เราต้องทำให้เธอรู้สึกชอบในตัวเราให้มากกว่านี้ให้ได้เลย ถึงแม้เราจะหน่อมแน้มไปหน่อยก็เถอะ...


สักพักนึง ทั้งเอริกะและฟรานโก้ก็มาถึงคาเฟ่ที่เอริกะแนะนำ เป้นรุ่นที่ดูตกแต่งค่อนข้างดูดีกว่าร้านที่ฟรานโก้เคยไปมาโดยแนววินเทจน์ส่วนใหญ๋ คล้ายร้านแชมเปญ แต่จำหน่ายเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย มักจะเป็นชากาแฟสำหรับวัยทำงานซะมากกว่า
บรรยากาศค่อนข้างสงบเรียบร้อย เสียงเพลงแจ๊สและออเครสต้าคลอเบาๆ ช่างเป็นร้านที่สุนทรีย์อะไรแบบนี้
ทั้งสองคนเลือกโต๊ะนั่งสำหรับสองคนบริเวณริมร้าน เพื่อไม่ให้รบกวนลูกค้าคนอื่นๆเมื่อเราเริ่มคุยกัน จากนั้นเอริกะสั่งกาแฟสำหรับสองคนมา ซึ่งราคานั้นค่อนข้างที่จะบอกได้ว่าแพงอยู่นะ..
"ขะ..ขอบคุณมากจริงๆครับ" ฟรานโก้เอ่ยขอบคุณสำหรับเอริกะที่เลี้ยงเครื่องดื่มตอบแทน


"ไม่เป็นไรค่ะคุณฟราน " เอริกะยิ้มให้ฟรานโก้อีกครั้งนึง มันทำให้เขาใจเต้นรัวมากเมื่อใดที่ฝั่งเอริกะยิ้มให้กับเขา ดูเหมือนตัวเขาแทบจะละลายด้วยความเขินกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว


บรรยากาศเรียบง่ายผ่านไปพร้อมกับเวลาที่ผ่านไปอีกเล็กน้อย ฟรานโก้จิบกาแฟราคาหรูไปสักอึกสองอึกราวกับว่าจะเสียดายมันอย่างไงอย่างงั้น ก่อนที่จะเริ่มถามด้วยเสียงเบาปานกลางกับเอริกะ
"คุณเอริกะครับ แล้ว...เรื่องหนังสือ..ที่อยากจะให้ผมดูละครับ?..." ฟรานโก้ถามเตือนความจำเอริกะ


"หืม...อ้อ ใช่ๆ.. เกือบลืมไปเลยค่ะ"
"อาโน..." เธออุทานเป็นภาษาญี่ปุ่นแบบว่ากำลังคิด ก่อนจะล้วงมือค้นกระเป๋าข้างตัวที่เธอพกตลอดเวลา จนกระทั่งควานหาหนังสือที่อยู่ในนั้นเจอ


"นะ..นี่ค่ะคุณฟรานโก้" เอริกะโชว์หนังสือให้ดู มันเป็นหนังสือการ์ตูนเรื่องนึง เป็นคนละเรื่องกับที่เคยให้ดูเมื่อคราวก่อน แค่ฟรานโก้เป็นปกก็รู้เรื่องแล้วว่าเป็นเรื่องอะไร เขียนโดยใคร
"คุณพอจะรู้จักเรื่องนี้ไหมคะ?..." เอริกะลองถาม


ฟรานโก้ขยับแว่น แว่นของเขาเรืองแสงดั่งดุษฏีปัญญาบังเกิดขึ้นในบัดดลนั้น เขาจะกลายเป็นกูรูขนาดย่อมๆเมื่อมีคนถามถึงเรื่องหนังสือการ์ตูนหรือมังงะอะไรต่างๆ
"อา..รู้จักครับ เรื่องนี้เขียนโดยอ. ---- ------"
"เรื่องของความรักสดใสของเด็กหญิงคนหนึ่งที่แอบชอบชายหนุ่ม แต่ความรักของเธอก็ไม่ได้ราบรื่นไปซะหมดทีเดียว ยังมีอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันเลยก็คือ ความเปิ่นของตัวนางเอก ครับ.."
ฟรานโก้เล่าเนื้อความคร่าวๆในหนังสือเล่มนั้น แค่มองปกก้รู้เนื้อในแล้ว


"คุณฟรานโก้คงรู้จักเรื่องนี้ดีเลยสินะคะ ฮุๆ ว่าแล้วว่าต้องถามไม่ผิดคน
เรื่องนี้ชั้นเองก็ชอบอ่านมากตั้งแต่สมัยเรียนเลยล่ะค่ะ แต่พักหลังนี้เรื่องวางเล่มต่อช้าลงแล้วล่ะค่ะ" เอริกะเอ่ย


"อืม...คงเป็นเพราะข่าวนี้ล่ะมั้งครับ อ.เขาไม่สบายบ่อยครั้งเพราะทำงานหนัก เลยทำให้งานเขียนออกมาล่าช้า" ฟรานโก้อธิบาย คงตามเนื้อข่าวสารแวดวงการ์ตูนเป็นอย่างดี


"หวา จริงเหรอคะ.. ชั้นคงแย่มากเลยที่คำพูดของชั้นดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย.." เอริกะแววตาเศร้าลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น


"มะ..ไม่หรอกครับคุณเอริกะ ความชอบและติดตามอย่างแรงกล้าในเรื่องการ์ตูนนี้ของคุณก็ทำให้ผู้เขียนดีใจมากๆแล้วล่ะครับ ทางที่ดีว่ารอติดตามอย่างสงบดีกว่านะครับ" ฟรานโก้ให้คำแนะนำ


"นั่นสินะคะ" เอริกะกลับมาสดใสเบิกบานอีกครั้ง
"คุณดูเป็นคนใจกว้างจังเลย" เอริกะเอ่ยกับฟรานโก้


"เอ้อ...มะมะ..มันก็..." ฟรานโก้ถูกชมอีกรอบ ทำให้เขาใจบางไปหมด ประหม่าฝุดๆยิ่งเอริกะชมก็อ่อนระทวยจนจะเป็นเยลลี่แล้ว
"มันก็...เอ่อ... นั่นล่ะครับ... ผมคิดว่าใจเขาใจเรา..คงจะดีที่สุดครับ" ฟรานโก้เอ่ยถึงนิสัยคร่าวๆของตน


เอริกะเมื่อเห้นท่าทางแปลกๆของฟรานโก้ไปบ้างก็แอบที่จะขำเล็กน้อยไม่ได้
"คิกๆ"
เธอคิดว่าออร่าของตนนั้นรุนแรงขนาดนี้เชียวเหรอ ก็ไม่น่าใช่หรอกนะ... แต่ทำไมไม่รู้เวลาคุยกับเขาแล้วเธอรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกขึ้นมา


...
เวลาล่วงผ่านไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ฟรานโก้กับเอริกะก็คุยๆแลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับหนังสือการ์ตูนเล่มนี้จนเพลินแล้วเพลินอีก
เวลาก็ปาไป 17PM จะ 18PM แล้ว


"ตายจริงๆ นี่ฉันคุยกับคุณเพลินขนาดนี้เลยเหรอคะ คิกๆ" เอริกะเช็คเวลา รู้ตัวอีกทีก็จะ 6 โมงเย็นแล้ว คุยเพลินจริงอะไรจริงหาอะไรเปรียบมิได้


"นะ..นั่นสินะครับ อย่างน้อยก็ได้คุยอะไรที่ตัวเองรู้สึกชอบ ก็ดีนะครับ.." ฟรานโก้เอ่ย


พอหมดเวลาแล้ว เอริกะจ่ายเงินแก่ร้านคาเฟ่เช็คเอ้าท์ออกมาพร้อมกับฟรานโก้ แล้วก็เดินไปตามทางฟุตบาทดว้ยกันสองคน แต่เว้นระยะนิดนึง โดยฟรานโก้คงให้เกียรติเธออยู่
"จะกลับเลยไหมครับ?" ฟรานโก้ถาม


"ก็..คงอาจจะกลับเลยค่ะ.. เดี๋ยวกลับถึงบ้านพักช้า" เอริกะเอ่ย


"และก็ ...นานแล้วนะคะ..ที่ไม่ได้เจอใครที่คุยด้วยแล้วฉันรู้สึกมีความสุขขนาดนี้..." เอริกะเอ่ยเบาๆแล้วก็แอบยิ้มบางๆ แต่ฟรานโก้นั้นจับใจความได้เพราะเผลอได้ยิน


ฟรานโก้หน้าแดงก่ำเรียกได้ว่าแทบใกล้เคียงกับผลพุทราสุกราวกับกวนอูประทับร่าง เดินตามเอริกะอยู่ด้านหลังแต่พูดไม่ออก ไม่นึกว่าตนจะมีความสำคัญกับใครคนใดคนนึงได้ขนาดนี้
สำหรับเขานับว่า โคตรจะเป้นความสำเร็จชีวิตมากๆเลย
** เมื่อกี้คุณเอริกะชมเราเมื่อกี้คุณเอริกะชมเราเมื่อกี้คุณเอริกะชมเราเมื่อกี้คุณเอริกะชมเราเมื่อกี้คุณเอริกะชมเราเมื่อกี้คุณเอริกะชมเรา **
เสียงมันวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุดเลย ให้ตายสิมันอะไรกันวะเนี่ย... เราโคตรหวั่นไหวสุดๆไปเลย


เมื่อเดินมาถึงป้ายรถเมล์ที่เดิม เอริกะก็ขึ้นรถเมล์กลับบ้านปกติโดยบอกทิ้งท้ายว่าเจอกับในเฟซบุ๊คแชทนะ ซึ่งฟรานโก้ก็ยอมรับตกลง ก่อนที่ตัวเองจะกลับที่พักเช่นกัน แล้วหาเรื่องคุยกับเอริกะผ่านแชทสร้างความสัมพันธ์ก่อนเข้านอนรอไปพบเจอกันในวันต่อไป...


ดอกไม้+หนังสือcomic ให้เอริกะ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [014] เอริกะ เทย์เลอร์ เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2020-4-15 12:59
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-15 12:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +390 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 390

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
GPX G-Racer 200
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x10
x9
x30
x3
x5
x7
x2
x9
โพสต์ 2020-4-15 23:49:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2020-4-17 05:43

ช่วงเวลาเดียวกัน ต่อจากนั้นไม่นานหลังจากเอริกะได้ถูกชักชวนจากฟรานโก้ว่าด้วยเรื่องเทศกาลสงกรานของคนไทยแถบตะวันออกไกลโพ้น ฟรานโก้เองก็เพิ่งที่จะรู้ว่ามีกิจนี้เพื่อคลายร้อนในฤดูร้อนโดยเฉพาะ
เขาเลยจึงนัดเธอมายังใจกลางเมืองซีแอทเทิ้ลเพื่อคุยว่าเธอจะเอาอย่างไรดี


จากนั้นเขาก็พาเอริกะเดินไปดูด้วยกันในหัวมุมถนนแห่งหนึ่ง ก็พบว่ามีการเล่นน้ำสงกรานต์อยู่จริง แต่เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น พวกเขานั้นสาดน้ำใส่กันด้วยความสนุกสนาน โดยมีกลุ่มคนนั้นเหล่านั้นทีเปียกกันอยู่ และยังมีการทาแป้งที่หน้าด้วย ดูน่าสนุกสนานจัง
แต่ฟรานโก้เองที่พาเอริกะมาด้วย ดูเหมือนจะขอยืนดูอยู่ห่างๆก่อนดีกว่า ฟรานโก้เองก็ไม่อยากให้เอริกะต้องเปียกแบบมึนๆงงๆ เธอดูแต่งตัวก็ดีด้วยอย่างเพิ่งทำให้เสียโฉมเพราะน้ำเลยดีกว่า..


"นั่นไงครับ ที่เขาอาจจะเรียกว่า สงกรานต์..." ฟรานโก้ชี้ให้ดูจากจุดหนึ่งพร้อมกับเอริกะ


"หวาว น่าสนุกจังเลยค่ะ สาดน้ำไปมาในฤดูร้อนนั่นน่าจะคลายร้อนได้ดีเลยนะคะ" เอริกะมองกิจกรรมสงกรานต์ตรงนั้นแล้วดูแล้วจะรู้สึกชื่นชอบล่ะ..
"แต่เข้าไปร่วมเล่นด้วยตอนนี้คงไม่เหมาะหรอกค่ะ... พอดีว่าไม่ได้เตรียมตัวมาเลย..." เอริกะเอ่ยขึ้นแบบแอบเสียดายนิดหน่อย


ฟรานโก้มองเอริกะที่รู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เล่น พอดีว่าเขาพกผ้าขนหนูมาด้วยเลยจะหยิบให้อีกฝ่ายดู
"คือว่า...ผมมี---"


ฟรานโก้ยังไม่ทันพูดจบ เอริกะก็นึกออกบางอย่าง
"อ้อ นึกออกแล้วค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นทำให้ขัดจังหวะการพูดของฟรานโก้ แต่ด้วยความเกรงใจของเขาทำให้ฟรานโก้ต้องยอมฟังที่เอริกะพูดก่อน เก็บผ้าขนหนุลงไปด้วย
"ถ้าเรื่องเล่นสงกรานต์ละก็ เช่นนั้นไปเซ็นทรัลซิตี้กันดีกว่านะคะ พอดีว่าวันก่อน เพื่อนของชั้นก็ได้นัดชั้นหรือพาเพื่อนไปด้วย"
"เพระาว่าชั้นมีเพื่อนบางคนที่นั่น เราน่าจะเที่ยวด้วยกันเยอะๆจะได้สนุกยิ่งขึ้น.. ถ้างั้น คุณฟรานโก้ก็มาด้วยกันสิคะ" เอริกะเอ่ยว่าอยากไปเล่นสงกรานต์ที่ต่างเมือง อาจจะแอบไกลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว


ฝั่งฟรานโก้นั้น ถึงกับถูกฝั่งหญิงสาวเอริกะชวนไปเล่นสงกรานต์ที่ต่างเมือง มันน่าดีใจซะจนเนื้อเต้นเลยทีเดียว ฟรานโก้ตื่นเต้นมากที่จะได้ไปร่วมงานกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อนๆ
"เอ่อ...คือ..." ฟรานโก้ดีใจจนแทบพูดไม่ออก เสียงสั่นพร่าไปหมดด้วยความตื่นเต้น
"ตกลงครับ...ถะ...ถ้าคุณเอริกะชวนผมละก็.." ฟรานโก้ตอบตกลงดูค่อนข้างง่ายทีเดียว


"หวาว ดีใจจังเลยค่ะที่คุณฟรานโก้ตกลง ไม่งั้นงานกิจกรรมคงไม่สนุกแน่ๆเลยค่ะ" เอริกะได้ยินแล้วก็รู้สึกพอใจมากทีเดียว ฟรานโก้ได้ยินอีกก็ใจชื้นขึ้นมาอีก
"ถ้าเป็นไปได้ อีก1วันข้างหน้าอยากให้เจอกันที่ { Centra Cityl } Downtown District นะคะ พอดีว่าชั้นนัดจองตั๋วเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะคะ.." เอริกะเอ่ยแบบว่าขอโทษที่ไม่ได้บอก


"มะมะ..ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณเอริกะชวนละก็ ผมยอมไปครับ.." ฟรานโก้ยืนกรานแน่น ถ้าอยากให้หญฺงสาวคนนี้มีความสุขละก็ เขาย่อมที่จะทำ


"ถ้างั้นก็ประมาณช่วงสายๆนะคะ ค่อยเจอกันที่นั่น" เอริกะเอ่ยเวลานัดเจอกัน ช่วงสายๆในเมืองเซ็นทรัลซิตี้
พอฟรานโก้ได้ยินเวลาช่วงสายก็ถึงกับสะอึกไปบ้าง เขาเป็นคนนอนดึกอยู่แล้ว ยิ่งนัดช่วงเวลาเช้าๆ แทบเป็นไปได้น้อยมากๆที่เขาจะตื่นมาให้ทันเวลา...
แต่ทำไงได้ ตราบใดที่เรายังนอนก่อนเวลา มันก็พอจะช่วยได้แหละ
"ตะ...ตะ ตกลงครับ ผมจะพยายาม..." ฟรานโก้ตอบแบบยิ้มแห้ง ยังฝืนยิ้มให้ใบหน้าดูอารมณ์ดีอยู่เสมอแม้จะขมขื่นก็ตาม


"ขอบคุณที่ตอบรับนะคะ ยังไงก็มีเวลาวันนึงในการเตรียมตัวเดินทางนะคะคุณฟรานโก้ " เอริกะยินดีที่ฟรานโก้ตอบตกลง
"ยังไงก็ ไปเดินดูรอบเมืองก่อน 1 รอบมั้ยคะ? ก่อนจะแยกกันกลับ" เอริกะเอ่ยชักชวนฟรานโก้ไปเดินรอบเมืองด้วยกันก่อน


"ตะ ตกลงครับ..." ฟรานโก้ตอบตกลงอย่างไว ก่อนจะใช้เวลาที่เหลือก่อน 18.00PM ไปเดินรอบเมืองด้วยกันกับเอริกะก่อนจะดีที่สุด ฟรานโก้ช่วงนี้รู้สึกจะตามใจเอริกะมากกว่าปกติ เพราะว่าคุยกับถูกคอและเริ่มชอบอกชอบใจกันด้วย


...
.....


เวลา 18.00PM คงถึงเวลาแล้วสำหรับทั้งสองคนที่ไปเดินเล่นทัศนาเมือง ระหว่างนั้นทั้งฟรานโก้และเอริกะออกไปเดินเล่นด้วยกันซื้อของหวานขนาดเล็กๆให้กันและกัน เดินดูเทศกาลหรือดูร้านของฝากด้วยกัน
นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากเลยทีเดียว... การที่ได้ไปเดินด้วยกันสองคน ฟรานโก้นั้นรู้สึกชื่นมื่นสุดๆไปเลยในวันนี้
เมื่อเวลา6โมงเย็นมาถึงแล้ว เอริกะก็พาฟรานโก้มาถึงหัวมุมถนนที่เดินข้ามถนนไปก็ถึงป้ายรถเมล์ข้างสวนสาธารณะที่ประจำแล้ว
"ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะคุณฟรานโก้ ฉันหวังว่าคุณจะเดินทางไปถึงที่เซ็นทรัลซิตี้ได้นะคะ" เอริกะเอ่ยขอบคุณสำหรับวันนี้และก็คาดหวังกับฟรานโก้นิดหน่อย


"คะ..ครับ ผมจะพยายามให้ดีที่สุด" ฟรานโก้รับปากว่าจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
หลังจากการสนทนาจบลง เอริกะก็ข้ามถนนกลับไปยังป้ายรถเมล์ข้างสวนที่เดิม แล้วรถเมล์ก็มารับเธอพอดี เอริกะขึ้นรถเมล์นั่งฝั่งที่ฟรานโก้มองเห้นก่อนเธอจะโบกมือให้น้อยๆผ่านหน้าต่าง
ฟรานโก้เห้นดังนั้นก็โบกมือน้อยๆกลับให้อีกฝ่าย.. ให้ตายสิเธอน่ารักชะมัดเลย


....
.....
......


ช่วงเวลาต่อมาประมาณ 19.00PM ฟรานโก้ยังไม่ได้กลับซธทีเดียว เขาเดินอยู่ในเขตตัวเมืองซีแอทเทิ้ลเพื่อหาอาหารเย็นกิน เขาเพิ่งแวะร้านแซนวิช กับร้านขายราเม็งมาหมาดๆเพิ่งจะกินอิ่มไปเมื่อครู่
แล้วกำลังจะเดินกลับไปยังที่จอดจักรยานซึ่งอยู่อีกฝั่งของถนน ว่าอาจจะต้องเดินไกลหน่อย...


ระหว่างทางที่เขาเดินนั้น จะมีซอกตึกซอกอาคารอยู่ประมาณ4-5ซอกตึกอาคาร ได้ยินมาว่าอาจเป็นได้ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่นเป้นทางลัดไปสู่อีกฝั่งของเมือง หรือเป็นแหล่งกาบดานของพวกคนไม่ดี อะไรก็แล้วแต่
ฟรานโก้เองก็คิดจะเดินผ่านไปเงียบๆ
แต่พอมาถึงหน้าซอกๆตึกหนึ่ง เขากลับได้ยินเสียงกลุ่มคนประมาณ 2-3คนกำลังยืนกดดันคนๆหนึ่งหลังติดกำแพงไว้ ดูท่าจะพูดคุยข่มเหงอะไรกันอยู่


ฟรานโก้เดินช้าลงและมองเห็นกลุ่มคนเหล่านั้น บางทีก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเท่าไหร่เลย เลยทำทีว่าจะเดินผ่านไป
แต่พอฟรานโก้มองดีๆอีกครั้ง กลับพบคนๆหนึ่งที่ฟรานโก้คุ้นหน้าตาอยู่


นั่นคือเด็กผู้หญิงคนนั้น... กำลังถูกกลุ่มคนข่มเหงอยู่...
--


--
ที่เราเคยเจอตอนข้ามถนนตอนเช้าเมื่อวันก่อนหน้าหลายวัน... ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ...
แถมเธอคนนั้น กำลังถูกกลุ่มคนราวๆ 3 คนล้อมข่มเหงอยู่ หลังติดกำแพงอย่างสู้ไม่ได้ เหตุใดเธอถึงโดนแบบนั้นกันนะ...


ฟรานโก้ตัดสินเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่ข่มเหงเด็กผู้หญิงที่ฟรานโก้เคยเจออยู่ตอนนั้นเอง โดยเดินเข้าไปในซฮกตึกดังกล่าวช้าๆโดยไม่ให้รู้ตัว
เมื่อเข้าไปได้ระยะมากพอ ก็พอจะได้ยินบทสนทนาที่พวกนั้นพูดข่มเหงเธอ
"นี่เธอ จะให้บอกอีกกี่ครั้งกันฮะ แค่จะขอยืมเงินหน่อยน่ะ"
"รีบเอามาสักทีสิ ยัยคุณหนูอกโต"
"หรือว่าจะให้ฉันกระชากเสื้อของเธอ แล้วกลับบ้านแบบเปิดอกก่อนน่ะฮึ? ฮ่ะๆ"


"ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ฮึก..."


ฟรานโก้พอได้ยินแล้ว เหมือนกลุ่ม3คนที่ข่มเหงเด็กผู้หญิงคนนั้นอยู่จะเป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงเกเรนั่นเอง ข่มเหงโดยการไถเงินแล้วยังคิดจะทำร้ายร่างกายเธออีกอย่างงั้นเหรอ
เขาเห็นแล้วรู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงคนนั้นนัก..


*แกร่ก*
สียงฝีเท้าของเขาทำให้กลุ่มเด็กเกเรได้ยินจนต้องหันมา รวมถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน
"คิดจะทำอะไรเธอน่ะ" ฟรานโก้พูดด้วยเสียงแข็ง รวบรวมความกล้าพูดออกไปหวังที่จะช่วยเด็กผู้หญิงคนดังกล่าวให้ได้


"เวรล่ะ มีคนเห็นรีบหนีเร็ว" 1ในเด็กเกเรหญิงพาพรรคพวกอีก2คนหนีไปอีกทางคงเพราะเกรงกลัวความผิดที่มีคนเห็น รีบวิ่งออกไปยังทางออกซอกตึกอีกฝั่งถนนนึงทันทีแทบจะไม่รอช้า ราวกับว่าวันนี้เหมือนจะทำพลาดไป..


พอกลุ่มเด็กเกเรไปแล้ว ความกดดันรอบๆตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นก็อันตธานหายไปราวกับถูกปัดเป่า.. ฟรานโก้ยืนมองทั้งกลุ่มเด็กที่วิ่งหายไปแล้วพวกกับทั้งเด็กผู้หญิงที่ถูกข่มเหงเมื่อครู่นี้ คงไม่เป็นอะไรแล้วสินะ
การข่มเหงบูลลี่เอง เขาก็ไม่ค่อยชอบเลย การบูลลี่ของคนที่นี่เองก้ไม่ใช่ย่อยๆ ยิ่งผู้หญิงโดนแล้วอาจจะกระทบจิตใจอย่างรุนแรงก็ได้...


"น้องครับ.. น้องไม่เป็นอะไรนะ.." ฟรานโก้เข้าไปถามหญิงสาวที่โดนข่มเหงบูลลี่เมื่อครู่


"......"
"ขอบคุณค่ะคุณพี่ชาย..." ฝั่งนั้นเงียบไปสักครู่ ก่อนน้องหญิงสาวก้มหน้าหน่อยๆกล่าวขอบคุณเสียงเบาก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้น บางทีอาจจะมีความกลัวแฝงอยู่เลยพูดเสียงค่อยออกมา


ฟรานโก้ดูแล้วไม่เป็นไรก็ดี บางทีเธอควรจะกลับบ้านอย่างปลอดภัยได้แล้ว ดีที่ไม่โดนเด็กเกเรพวกนั้นทำร้ายอะไรมากมายนัก
พอหญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ฟรานโก้ก็จำได้
"น้องครับ?.. น้องใช่คนที่...พี่เคยดึงตัวไว้ตอนจะข้ามถนนตอนเช้าวันนั้น... รึเปล่าครับ?" ฟรานโก้จำหน้าเธอได้ก่อนจะถามว่าใช่มั้ย


"...เอ๊ะ...?" หญิงสาวคนนั้นเงยหน้ามองฟรานโก้ดีๆก่อนที่เธอจะจำได้
"คุณพี่ชาย...เมื่อวันนั้น...เองเหรอคะ..." เธอเอ่ยเสียงค่อนข้างค่อย เสียงดูหวานอ่อนช้อยเหมาะเป็นเด็กเรียบร้อยดี


"อา..." ฟรานโก้ค่อนข้างรู้สึกโอเคเมื่อมีคนจำเขาได้อีกครั้ง เขาเองพร้อมที่จะช่วยเธอเพราะเธอเองดูแล้วท่าทางอ่อนแอไม่น่าสู้ใครได้ง่ายๆ
เธอควรจะได้รับปฏิบัติที่ดีกว่านี้แท้ๆทำไมถึงมีการบูลลี่ลงเอยกับเธอแบบนี้กันนะ
"ฟู่ว วันนั้นน้องเกือบถูกรถชนแล้วนะครับ ผมใจหายแทบแย่..."
"ตอนนี้น้องน่าจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแล้วนะครับ... ตอนนี้19.00PM แล้ว เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วงนะ..." ฟรานโก้บอกหญิงสาว


"........"
"ทราบ..แล้วค่ะ..." หญิงสาวเมื่อได้ยินคำว่า บ้าน หรือ ครอบครัว มันทำให้ใบหน้าเธอรอยยิ้มหดหายลงไปเล็กน้อยอีกครั้งนึง
จากนั้นฟรานโก้กับหญิงสาวนักเรียนคนดังกล่าวก็เดินออกมาจากมุมตึกนั้นเพื่อมาดูแสงยามค่ำคืนภายในเมืองที่สวยงามอีกครั้ง
" น้องกลับไปก่อนเลยนะครับ เดี๋ยวผมก็จะกลับแล้วเหมือนกัน...." ฟรานโก้บอกหญิงสาว


"......." ฝั่งหญิงสาวไม่พูดอะไรก่อนจะหันหลังเดินไป แต่พอเดินได้2-3ก้าว ก็หันหลังกลับมาคุยกับฟรานโก้อีกครั้ง
"ขอ...ทราบชื่อคุณพี่ชายหน่อยจะได้รึเปล่าคะ..." หญิงสาวถามฟรานโก้


"อื๋อ เอ่อ...." ฟรานโก้ชะงักไปชั่วครู่ไม่นึกว่าจะโดนอีกฝ่ายถามชื่อเช่นนี้ บางทีอาจจะคุ้นกันมาบ้างเพราะเคยเจอและช่วยน้องเขามาครั้งนึงแล้ว
"เรียกพี่ว่า ฟรานโก้ ก็ได้ครับ..." ฟรานโก้บอกชื่อไปแบบถึงไม้ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก..


"ขอบคุณ...อีกครั้งนะครับคุณฟรานโก้.. สำหรับเรื่องเมื่อครู่..." หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบๆแต่มีความยินดี
"เรียกชั้นว่า เฮเลน่า ก็ได้นะคะ... ชั้นคงต้องขอตัวก่อน..." หญฺงสาวเอ่ยก่อนจะค้อมหัวนิดๆเป็นมารยาทก่อนจะเดินข้ามถนนไปเพื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน


"อา....คงได้เจอกันอีกแน่นอนครับ..." ฟรานโก้กล่าวทิ้งท้ายแก่หญิงสาวเฮเลน่าก่อนจะแยกกันไปในเวลานั้น ซึ่งฟรานโก้เองก็พอใจที่อีกฝ่ายไม่เป็นไร กลับไปบ้านอย่างปลอดภัยหายห่วง


ส่วนตัวเองก็กลับบ้านไปในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน เพื่อที่จะเตรียมเดินทางไปเซ็นทรัลซิตี้ตามที่คุณเอริกะนัดไว้....


ช็อกโกแลตให้เอริกะ
ดอกไม้+ไอศครีม ให้เฮเลน่า

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [022] เฮเลน่า ฮาคุโนะคามิ เพิ่มขึ้น 70 โพสต์ 2020-4-17 14:05
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [014] เอริกะ เทย์เลอร์ เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2020-4-17 14:05
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-4-17 14:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +390 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 390

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Multi-Weapons
สมุดเมต้าฟรานโก้
VR Headset
Rifle
GPX G-Racer 200
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x10
x9
x30
x3
x5
x7
x2
x9
โพสต์ 2020-4-18 20:35:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Ralph Villow

Night time : 03



ราล์ฟค่อนข้างรู้สึกแปลกใจ เมื่อจู่ๆ คุณลุง 'เอ็ดมัน' ก็พาเขามายังสถานที่อันเปี่ยมไปด้วยแสงสียามค่ำคืนแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ให้เหตุผลว่าที่พามาในวันนี้ก็เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศอาหารค่ำ ที่ปกติแล้วราล์ฟมักจะทำของกินง่ายๆ กินเองอยู่ในบ้าน โชคดีที่แม่พาเขาย้ายมาอยู่เมืองนี้ มิเช่นนั้นในทุกๆ วันของราล์ฟอาจต้องพึ่งแต่อาหารแช่แข็งก็เป็นได้

เพียงแต่ชายหนุ่มค่อนข้างสงสัยว่าทำไมต้องพามาหาอะไรกินที่นี่ด้วย?

ในย่านดาวน์ทาวน์แห่งนี้เปรียบประหนึ่งเขตแดนที่ไม่เคยหลับใหลผิดกับย่านที่พักอาศัยที่ราล์ฟอยู่ลิบลับ หากให้เปรียบเทียบว่าต่างกันแค่ไหนก็คงจะเป็นเขตสถานบันเทิงกับเขตสวดภาวนาก็เป็นได้...ก็นะ มันต่างกันถึงขนาดนั้นเลยล่ะ

หลังจากที่เดินตามหลังลุงเอ็ดมันที่เป็นบุคคลที่สนิทสนมกับครอบครัวเขามาตั้งแต่จำความได้ระยะเวลาหนึ่ง อีกฝ่ายก็หยุดลงที่หน้าร้านอาหารเล็กๆ ที่ดูไม่ค่อยคึกคักแต่ก็ไม่ว่างโหวง บรรยากาศภายในร้านดูอุ่นสบายเพราะแสงไฟสีส้มเหลือง กลิ่นอาหารลอยโชยออกมาชวนเรียกน้ำลาย เอ็ดมันพาราล์ฟเดินเข้าไปนั่งด้านในของร้านที่เป็นมุมส่วนตัวแต่ก็พอมองเห็นรอบร้านได้ ชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยได้ไปเปิดหูเปิดตาเท่าไหร่ก็เริ่มมองสำรวจไปทั่ว เครื่องใช้ที่ทำจากเงินสะท้อนแสงไฟจนเป็นประกายวิบวับสีขาว สีหน้าของผู้คนที่เข้ามารับประทานอาหารในร้านนี้ค่อนข้างผ่อนคลาย โคมไฟที่ให้ความสว่างแก่ร้านถูกวางไว้เป็นระยะเท่าๆ กัน มันเป็นโคมที่ทำจากแก้วหลากสี บนแก้วครอบไฟมีลวดลายคล้ายสเตนกลาสในโบสถ์  เพียงแต่รูปวาดเหล่านั้นเป็นเพียงภาพทิวทัศน์แบบแอบสแตร็กทั่วไปเท่านั้น

ในช่องว่างระหว่างโคมไฟ ดวงตาสีฟ้าครามของชายหนุ่มสังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง...

ระยะหลังมานี้เขาค่อนข้างเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ 'เกิน' ออกมาจากสิ่งที่พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน แม้จะบอกไม่ได้ชัดว่ามันคืออะไร แต่หากได้เห็นแล้วเป็นต้องรู้สึกสะดุดตากสะดุดใจจนต้องเลื่อนสายตากลับไปมองใหม่อีกครั้ง เพียงแต่ตอนนั้นกลับไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั่นเสียแล้ว

ทว่าวันนี้นั้นต่างกัน... 'สิ่งแปลกปลอม' ที่ว่าเขายังคงมองเห็นอยู่แม้จะเลื่อนสายตากลับไปมองอีกครั้งแล้วก็ตาม

"เฮ้ ราล์ฟ ฟังอยู่หรือเปล่า?"

เสียงเรียกของเอ็ดมันทำให้ราล์ฟละสายตาจากสิ่งนั้นแล้วกลับไปสนใจคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทันที

"เอ๋? เอ่อ...อื้ม ฟังอยู่สิ"

"ไม่ได้ฟังก็บอกมาตรงๆ ซี่..."

เอ็ดมัน ชายวัยกลางคนชาวเม็กซิกันลูบหัวที่ไถเกรียนของตัวเองด้วยสีหน้าหนักอกหนักใจ แต่เขาก็อุตส่าห์พูดทวนอีกครั้ง

"ช่วงนี้ใช้ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ไม่นับเรื่องอาหารนะ"

ราล์ฟรู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจดีถึงอาหารการกินแบบง่ายๆ ของเขา

"ก็...ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ กับเพื่อนที่โรงเรียนก็เที่ยวเล่นกันสนุกดี ส่วนเพื่อนบ้านก็ยังไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกัน เรื่องผลการเรียนก็ยังไม่ได้ต่ำกว่า C+...หรือว่าแม่ไม่ให้ผมได้ C เหรอ?" ช่วงท้ายประโยคเขากระซิบถามเอ็ดมันด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"เรื่องนั้นอันนาไม่ว่าอะไรหรอกน่า ว่าแต่นายเองก็ได้ C กับเขาเหมือนกันหรือนี่? แสดงว่าด้านมันสมองยังไม่ได้ครึ่งของอันนาสินะ"

"ก็แค่วิชาศิลปะหรอกน่า!"

ราล์ฟกลอกตามองบนพลางทิ้งตัวกับพนักเก้าอี้ราวกับจะประท้วง เรียกเสียงหัวเราะให้กับเอ็ดมันทันที

"ฮ่าๆ เอาน่าๆ เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ ฉันและอันนาต่างก็รู้ว่านายดูแลตัวเองได้แน่ แค่อยากรู้น่ะว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมแค่นั้น"

เรื่องที่เกิดขึ้น?...จะนับเรื่องที่ช่วงนี้เขามองเห็น 'สิ่งแปลกปลอม' ด้วยหรือเปล่านะ?

ราล์ฟคิดชั่งใจอยู่สักพัก สองตาก็เหลือบไปทางที่เคยมองเห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงจะมองอีกสองสามครั้งก็ไม่เห็นอะไรแล้ว อีกทั้งเมื่อลองสังเกตรอบตัวก็ไม่พบเจ้าสิ่งแปลกปลอมนั่นเช่นกัน

"ไม่ครับ ไม่มี..." ชายหนุ่มส่ายหน้า พลางเลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นการสำทับความมั่นใจให้กับอีกฝ่าย "ไม่มีจริงๆ"

"ไม่มีก็ดีแล้ว ฉันกับอันนาเป็นห่วงจริงๆ ว่าวัยที่กำลังฮอร์โมนพลุ่งพล่านแบบนี้จะไปก่อเรื่องอะไรหรือเปล่า" เอ็ดมันแสร้งถอนหายใจ

"เฮ้ อย่าเอาเรื่องธรรมชาติมาพูดน่า"

"เฮ้ยๆ แสดงว่ามีอะไร 'แบบนั้น' ล่ะสิเนี่ย?"

น้ำเสียงของเอ็ดมันสูงขึ้นเล็กน้อยอย่างจับผิด ทำเอาราล์ฟนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปาก พยักหน้าตอบอย่างจริงจัง

"ไม่มีครับ ไม่มีเลย..."

ราล์ฟไม่ได้โกหก เขาไม่มีอะไร 'แบบนั้น' จริงๆ ให้สาบานก็ยังได้!

"...ฉันชักจะเป็นห่วงเรื่องอื่นแล้วสิ ปรึกษากับอันนาดีไหมนะ..."

"เฮ้! ไม่เอาน่า"

ชายหนุ่มทำท่าจะประท้วงอีกครั้ง คราวนี้เอ็ดมันถึงกับลั่นเสียงหัวเราะออกมาดังๆ พอดีกับที่อาหารที่สั่งไปนั้นมาเสิร์ฟพอดี

"เอ้า ก็ได้เจ้าหนุ่ม งั้นเรามากินอาหารกันเถอะ จำไว้ล่ะว่าถ้ามีอะไรก็บอกฉันหรือไม่ก็อันนานะ หรือจะบอกเรื่อง 'แบบนั้น' ก็ได้..."

"....."

ราลฟ์ทำเป็นไม่ได้ยินแล้วตักสลัดมันฝรั่งใส่ปากคำโต อาจเป็นเพราะได้เห็นมาแล้วจึงนึกกังวลถึงได้เผลอเหลือบมองจุดที่เห็นสิ่งแปลกปลอมอีกครั้ง...ที่นั่นยังคงว่างเปล่า เขาจึงผ่อนลมหายใจโล่งอกเบาๆ ถึงลุงเอ็ดมันจะย้ำว่าหากมีปัญหาหรือเรื่องกวนใจอะไรก็ควรบอกหรือปรึกษา แต่กับเรื่องนี้เขาปรึกษาได้จริงหรือ? ไม่ใช่ว่าจะถูกมองว่าเป็นพวกลัทธิ UMA ไปแล้วหรอกนะ...




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต