วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

[ประวัติศาสตร์] รู้จักกับ 7 กษัตริย์แห่งกรุงโรมยุคโบราณ | The Seven Kings of Rome

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-5-31 19:50:25 |โหมดอ่าน



The Seven Kings of Rome

เมื่อครั้งโบราณกาลนานแสนนานก่อนที่จะมีการก่อตั้งสาธารณรัฐโรมันหรือจักรวรรดิโรมัน จากที่กรุงโรมเป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมเล็ก ๆ จนค่อย ๆ พัฒนาสู่เมืองใหญ่
บันทึกประวัติศาสตร์โรมันที่เรารู้จักส่วนใหญ่ในช่วงแรกมาจาก  ไตตัส ลีวิอัส หรือรู้จักกันทั่วไปว่า ลิวี [Titus Livius (Livy) (สามารถเขียนได้สองแบบ ติตุส ลีวิอุส ก็ได้)]
เขาเป็นนักประวัติศาสตร์โรมันที่มีชีวิตอยู่ต้งแต่ 59 ปีก่อนคริสตกาลจนถึง 17 ปีก่อนคริสตกาล เขาได้เขียนประวัติศาสตร์กรุงโรม
บันทึกนั้นถูกเรียกว่า "History of Rome From Its Foundation"


ลิวี สามารถเขียนบันทึกทุกเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับเวลาของเขาที่เห็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โรมัน
อย่างไรก็ตามคำอธิบายของเขาทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ บางอย่างอาจมีพื้นฐานมาจากคำบอกเล่า การเดา และ เรื่องเล่าตำนาน
สำหรับนักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันเชื่อกันว่าวันที่ลิวีเขียนประวัติศาสตร์ถึงเจ็ดกษัตริย์นั้นมีความไม่ถูกต้อง แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อมูลที่ดีกว่ามาโต้แย้ง
ด้วยบันทึกของลิวีเป็นข้อมูลที่ดีที่สุดและครบถ้วนสมบูรณ์ที่มีมาถึงปัจจุบัน (นอกเหนือจากงานเขียนของ พลูทาร์ก (Plutarch) และ ไดโอนิซิอุส (Dionysius) แห่ง ฮาลิคาร์นัสเซิส (Halicarnasus) )
สำหรับบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรอื่น ๆ ได้ถูกทำลายไประหว่างเหตุการณ์ปล้นกรุงโรมใน 390 ปีก่อนคริสตกาล


อ้างอิงจากลิวี โรมก่อตั้งขึ้นโดยสองฝาแฝดโรมูลัสและเรมัส ทายาทผู้สืบสายเลือดวีรบุรุษจากสงครามโทรจัน
หลังจากที่โรมูลัสได้สังหารน้องชายเรมัสจากการโต้เถียงทะเลาะวิวาทของทั้งสอง เขาก็ได้กลายเป็นกษัตริย์องค์แรกของกรุงโรม
ในขณะที่โรมูลัสและผู้ปกครองทั้งหกที่ประสบความสำเร็จจนถูกขนานนามเรียกรวมกันว่า "กษัตริย์" (Rex ในภาษาละติน)
พวกเขาไม่ได้รับตำแหน่งนี้ แต่ได้รับมาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง นอกจากนี้กษัตริย์โรมโบราณไม่ใช่ผู้ปกครองอย่างเด็ดขาด
พวกเขาต้องมาจากทางเลือกสรรในสภาเซเนท กระทู้นี้จะกล่าวถึงตำนานกษัตริย์ทั้งเจ็ดแห่งโรมโบราณ


ซึ่งจะใช้วิธีการนำเสนอ 1 บุคคลต่อ 1 โพสต์ท้ายกระทู้ สามารถติดตามอ่านได้เมื่อมีการอัพเดท
โดยเรียงลำดับตามรัชสมัยตั้งแต่โรมูลัส ไปจนถึงองค์ที่เจ็ด ก่อนเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐโรมันในกาลต่อมา


Translated by Jason@Heroes of Olympus 1st Fansite in Thailand
ขอขอบคุณบทความจาก https://www.thoughtco.com/the-early-kings-of-rome-119374

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-5-31 21:58:24





โรมูลัส - กษัตริย์องค์แรกแห่งโรม


     โรมูลัส เป็นกษัตริย์องค์แรกในตำนานของโรมและเป็นบิดาผู้ก่อตั้งกรุงโรม ในปี 753 ก่อนคริสตกาล, โรมูลัสได้เริ่มสร้างเมืองบนเนินพาเลติเน (Palatine hill) หลังจากก่อตั้งเขาได้ตั้งชื่อเืองตามชื่อของเขา และอนุญาตให้คนทุกชนชั้นรอบ ๆ แหลมอิตาลีมาอยู่อาศัยในกรุงโรมในฐานะพลเมืองรวมถึงทาสและเสรีชนโดยไม่มีความแบ่งแยก เพื่อให้พลเมืองของเขากับภรรยาของโรมูลัสเชิญชนเผ่าละแวกใกล้เคียงมาเข้าร่วมเทศกาลในกรุงโรม ที่ ๆ เขาลักพาตัวหญิงสาวชาวซาบีน (ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามเหตุการณ์ข่มขืนสตรีชาวซาบีน)
     หลังจากทำสงครามกับซาบีน โรมูลัสได้แบ่งปันความเป็นกษัริย์กับกษัตริย์ "ไททัส ทาทิอัส - (Titus Tatius)" โดยชาย 100 คนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิกโดยโรมูลัสถูกเอ่ยถึงว่า "บิดา" (patres) และผู้สืบสายโลหิตของชายเหล่านี้กลายมาเป็นชนชั้นแพทริเซียน และลูกหลานพวกเขาจะกลายเป็นผู้รักชาติ นอกจากนี้เขายังเป็นที่ยอมรับการลงคะแนนเสียงและเป็นรากฐานที่ใช้กันในทางการเมืองจวบไปจนถึงสมัยสาธารณรัฐโรมันและจักรวรรดิโรมัน

       ข้อเท็จจริงของนางหมาป่าลูปา (Lupa) หรือนางโสเภณี?
      บางแหล่งคาดคะเนว่าอาจจะเป็นโสเภณีเลี้ยงดูทารกแฝด ถ้าเป็นจริงเรื่องราวเกี่ยวกับดูดนมนางหมาป่าลูปาอาจเป็นเพียงการตีความหมายของคำภาษาละตินของช่อง (lupanar) คือ 'prostitute-โสเภณี' และ 'she-wolf-ลูปา'

        นักโบราณคดีค้นพบ Lupercale?
       มีการเปิดถ้ำใต้ดินบริเวณเนินพาเลติเน (Palatine hill) ในกรุงโรม บางคนคิดว่าอาจเป็นถ้ำ Lupercale ที่ โรมูลัสกับเรมัสเคยถูกเลี้ยงดูอุปถัมภ์โดยลูปา (ไม่ว่าจะเป็นหมาป่าหรือโสเภณี) หากสิ่งนี้ถูกกล่าวว่าถ้ำ มันอาจพิสูจน์การมีอยู่ของฝาแฝดคู่นี้

มารดาของเขา - เวสทัล เวอร์จิ้นส์:  เรอา ซิลเวีย
       แม่ของฝาแฝดโรมูลัสและเรมัสได้รับการกล่าวว่าเธอเป็นหญิงพรหมจรรย์นาม เรอา ซิลเวีย ธิดาของกษัตริย์นูมิเตอร์และหลานสาวของกษัตริย์อมูลิอุส (Amulius) ผู้ปกครองเมืองอัลบาล็องกา (Alba Longa) ในที่ราบลาติอุม (Latium)
             (*) อัลบาล็องกา (Alba Longa) เป็นพื้นที่ใกล้กับกรุงโรมห่างประมาณ 12 ไมล์ทางใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองโรมบนเนินเขาทั้งเจ็ดที่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกสร้างขึ้น
             (*) เวสทัล เวอร์จิ้นส์ (Vestal Virgin) เป็นตำแหน่งนักบวชพิเศษของเทพีเวสต้า สงวนไว้สำหรับผู้หญิงที่ได้รับเกียรติและมีสิทธิพิเศษที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังเป็นชื่อที่แสดงถึงสถานะพรหมจารี
        กษัตริย์อมูลิอุสกลัวคำทำนายในอนาคตจากลูกหลานของนูมิเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเกิดขึ้นมา อมูลิอุสบังคับให้หลานสาวของเขากลายเป็น เวสทัล เวอร์จิ้นส์ และบีบบังคับให้เธอถือครองพรหมจรรย์ตลอดกาล

       บทลงโทษสำหรับการละเมิดคำสัญญาของพรหมจรรย์ คือ ความตายที่โหดร้าย.ในตำนานกล่าวไว้ว่า 'เรอา ซิลเวีย' รอดชีวิตจากการละเมิดคำปฏิญาณของเธอนานพอจะให้กำเนิดฝาแฝดโรมูลัสและเรมัส แต่ก็โชคไม่ดีเพราะว่าภายหลัง นักบวชพรหมจารีที่ละเมิดคำสาบานของพวกเขา พวกเขาจะถือเป็นอันตรายต่อโชคชะตาของโรม (หรือถูกใช้เป็นแพะรับบาปเมื่อโชคของโรมริบหรี่หรือดูเหมือนจะหมดลง) นกกระจอกเทศอาจได้รับโทษตามปกติ - ฝังศพ (ไม่นานหลังคลอด)

การก่อตั้งอัลบาล็องกา (Alba Longa)
        หลังสิ้นสุดสงครามกรุงทรอย ผู้คนชาวทรอยทั้งชายและหญิงต่างถูกฆ่าและจับเป็นเชลย แต่ก็มีมีคนหนีรอดออกมาได้ อาทิ ลูกพี่ลูกน้องผู้สืบสายเลือดราชวงศ์ เจ้าชายอีเนียส (Prince Aeneas) บุตรแห่งวีนัสและแองไคซีส (Anchises) เขาหนีออกจากกรุงทรอยในขณะที่เมืองกำลังถูกเผาไหม้ในตอนท้ายสงครามโทรจันร่วมกับลูกชายของเขา เจ้าชายแอนไคซิส (Anchises), พ่อผู้สูงอายุของเขาและผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง
         หลังจากผ่านการผจญภัยมามากมายตามที่บทกวีจากมหากาพย์กลอนอีนีอิด (Aeneid) ซึ่งเขียนโดยชาวโรมันนามว่า "เวอร์จิล Vergil (Virgil)" อธิบายไว้ในวรรณกรรมของเขาว่า
         อีเนียสและบุตรชายของเขาได้มาถึงเมืองลอเรนดัม (Laurentum) เมืองชายฝั่งตะวันตกของอิตาลี อีเนียสได้แต่งงานกับลาวิเนีย (Lavinia) ธิดาของกษัตริย์ในเขตพื้นที่ละตินัส (Latinus) และเขาได้ก่อตั้งเมืองขึ้นและเพื่อเป็นเกียรติแก่ภรรยาของเขา จึงได้ตั้งชื่อเมืองนั้นว่า "ลาวิเนียม (Lavinium)" และบุตรชายของอีเนียสที่เกิดจากลาวิเนียนาม "อัสตานิอุส (Ascanius)" ได้ตัดสินใจสร้างเมืองใหม่อีก ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า อัลบาล็องกา (Alba Longa) ภายใต้ภูเขาอัลบัน (Alban mountain) และอยู่ในบริเวณใกล้กับพื้นที่ซึ่งจะถูกสร้างเป็นกรุงโรมในอนาคต


ไทม์ไลน์กรุงโรมโบราณ
      เหตุการณ์ก่อน
      การก่อตั้งกรุงโรม:
            (*) c. 1183 - การล่มสลายของกรุงทรอย
            (*) c. 1176 - อีเนียสก่อตั้งเมืองลาวิเนียม
            (*) c. 1152 - อัสตานิอุสก่อตั้งอัลบาล็องกา
            (*) c. 1152-753 - ราชาแห่งอัลบาล็องกา

ลำดับกษัตริย์อัลบาล็องกา (เวลาครองราชย์)
  • ซิลวิอุส (Silvius) (29 ปี)
  • อีเนียสที่ 2 (Aeneas II) (31 ปี)
  • ลาตินัสที่ 3 (Latinus II) (51 ปี)
  • อัลปา (Alba) (39 ปี)
  • คาเพทัส (Capetus) (26 ปี)
  • คาพิส (Capys) (28 ปี)
  • แคลเพทัส (Calpetus) (13 ปี)
  • ไทเบอรินัส (Tiberinus) (8 ปี)
  • อากริปปา (Agrippa) (41 ปี)
  • อัลโลดิอุส (Allodius) (19 ปี)
  • อะเวนตินัส (Aventinus) (37 ปี)
  • โพรคา (Proca) (29 ปี)
  • นูมิเตอร์ (Numitor) (1 ปี)


~ "The Alban King-List
in Dionysius I, 70-71:
A Numerical Analysis,"
by Roland A. Laroche.


ผู้ก่อตั้งกรุงโรม - โรมูลัส หรือ อีเนียส แท้จริงเป็นใครกันแน่?
       มีสองข้อมูลในการก่อตั้งกรุงโรม นอกจากโรมูลัสที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเขาคือผู้ก่อตั้งกรุงโรมแล้ว อีกคนก็คืออีเนียส
       กาโต้ (Cato) ในต้นศตวรรษที่สองก่อนคริสตศักราชตามข้อมูลของ เอราทอสเทนีส (Eratosthenes) นักภูมิศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งภูมิศาสตร์” ว่ามีหลายร้อยปี - และมีจำนวนถึง 16 ชั่วอายุคน - ระหว่างการก่อตั้งกรุงโรม (ในปีแรกของการแข่งขันโอลิมปิกปีที่ 7) และการล่มสลายของกรุงทรอยในปี ค.ศ.1183 เขาได้ผสมผสานสองเรื่องราวเข้าด้วยกันกับรุ่นที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป แหล่งข้อมูลใหม่ดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างมากเพราะ 400 ปีมีเวลามากเกินไปที่จะอนุญาตให้ผู้ค้นหาความจริงเรียกโรมูลัสว่าหลานชายของอีเนียส

เรื่องราวไฮบริดของการก่อตั้งกรุงโรมและเนินทั้งเจ็ด
      อีเนียสมาถึงอิตาลี แต่โรมูลัสได้ก่อตั้งเนินทั้งเจ็ด ประกอบด้วย เนินพาเลติเน (Palatine hill) , เนินอเวนตินี (Aventine hill) , เนินแคปิโตลิเน (Capitoline or Capitolium hill) , เนินควิรินัล (Quirinal hill) , เนินวิมินอล (Viminal hill) , เนินเอสควิลีน (Esquiline hill) , เนินเซเลียน (Caelian hill) รวมกันเป็นกรุงโรมตามที่ Jane Gardner กล่าว

การก่อตั้งกรุงโรมกับโศกนาฎกรรมการฆ่าพี่น้อง
       ไม่ว่ายังไง โรมูลัสหรือน้องของเขาที่ถูกฆ่าอย่างเรมัส ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนที่เพียงพอ บางทีเรมัสอาจจะถูกฆ่าหรือประสบอุบัติเหตุจากการแข่งขันของพี่น้องเพื่อบัลลังก์กรุงโรมก็ได้?

ประเมินสัญญาณจากทวยเทพ
       เรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าเรมัสของโรมูลัส เริ่มต้นด้วยพี่น้องที่ใช้การเสี่ยงทายในการตัดสินว่าใครคนไหนสมควรได้เป็นกษัตริย์ โรมูลัสมองหาสัญญาณของเขาที่เนินพาเลติเน (Palatine hill) และ เรมัสก็สำรวจที่บริเวณเนินอเวนตินี (Aventine hill) สัญญาณจากทวยเทพมาถึงเรมัสก่อน - (สัญญาณก็คือ แร้งทั้งหกตัว)
       เมื่อโรมูลัสเห็นพี่น้องทั้งสิบสองคนก็จัดระเบียบพวกเขเาหล่านั้นกับคนที่อ้างว่ามาก่อนเพราะสัญาณดีมาถึงผู้นำของพวกเขาก่อนและอีกคนหนึ่งอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ เพราะสัญญาณนั้นยิ่งใหญ่กว่า ในการทะเลาะวิวาทเรมัสได้ถูกสังหารโดยโรมูลัสหรืออาจจะเป็นคนอื่นก็ได้

การสบประมาทฝาแฝด
       อีกเรื่องราวการสังหารเรมัส โดยโรมูลัสและเรมัสตกลงกันว่าจะสร้างกำแพงเมืองของตนเองบนเนินเขา เรมัสเย้ยหยันกำแพงเมืองต่ำของพี่ชายด้วยการกระโดดข้ามกำแพงพาเลติเน ซึ่งเป็นเหตุให้โรมูลัสโกรธเคืองและถึงขั้นสังหารเขาได้ทันที เมืองนี้เติบโตขึ้นรอบ ๆ เนินพาเลติเน และได้รับการขนานนามโรมสำหรับ โรมูลัส (Romulus) ว่าราชาองค์ใหญ่

โรมูลัสหายสาบสูญ
        การสิ้นสุดรัชสมัยของโรมูลัสนั้นเป็นที่ลึกลับในหน้าประวัติศาสตร์อย่างมาก ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ด้วยกษัตริย์องค์แรกของโรมอย่างโรมูลัสถูกพบเห็นครั้งล่าสุดก่อนจะเกิดพายุฟ้าคะนองล้อมรอบตัวเขา และจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย

นวนิยายสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโรมูลัส เขียนโดย Steven Saylor
        นวนิยาย Steven Saylor's Roma นั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจของตำนานโรมูลัส เป็นการตีความสมัยใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อย


อ่านตำนานโรมูลัสและเรมัสฉบับเต็มได้ที่นี่ ( คลิก )

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-6-8 12:12:41



นูมา ปอมปิลิอัส - กษัตริย์องค์ที่สองแห่งโรม


     
นูมา ปอมปิลิอัส (Numa Pompilius)(c. 753-673 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นกษัตริย์องค์ที่สองของกรุงโรม พระองค์ให้เครคิตในการจัดตั้งสถาบันที่มีชื่อเสียงหลายแห่งรวมถึงวิหารเจนัส บรรพบุรุษของนูมาก็คือกษัตริย์โรมูลัส ผู้ก่อตั้งกรุงโรมนั่นเอง

   
ชื่อ: นูมา ปอมปิลิอัส
     เป็นที่รู้จักในตำนานโรม, นูมาเป็นกษัตริย์องค์ที่สองของกรุงโรม
     ประสูติ: c. 753 ปีก่อนคริสตกาล
     สิ้นพระชนม์: c. 673 ปีก่อนคริสตกาล


ชีวิตในวัยเยาว์
      จากคำกล่าวของนักวิชาการโบราณได้ให้ข้อมูล นูมา ปอมปิลิอัสว่าเขาถือกำเนิดในวันที่ก่อตั้งกรุงโรมขึ้น ซึ่งก็คือในวันที่ 21 เมษายน 753 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับข้อมูลส่วนอื่นในวัยเด็กของเขาไม่มีผู้ใดทราบอีกเลย
      ราว 37 ปีหลงการก่อตั้งกรุงโรม โรมูลัสซึ่งกลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของราชอาณาจักรโรมัได้หายสาบสูญไปจากพายุฝนฟ้าคะนอง มีผู้ต้องสงสัยว่าชนชั้นสูงโรมันแพทริเชียนเป็นฆาตกรสังหารกษัตริย์ จนกระทั่ง "จูลิอัส โพรคูลัส (Julius Proculus)" แจ้งแก่ผู้คนว่าเขาได้เห็นโรมูลัสกล่าวท่ามกลางพายุว่าเขาจะถูกพาตัวไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเหล่าเทพและจะได้รับการบูชาภายใต้ชื่อ "ควิรินุส หรือ ควิรินัส (Quirinus)"

ขึ้นสู่อำนาจ
      มีความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างมากระหว่างชาวโรมันดั้งเดิมกับชาวซาบีน - ซึ่งได้เข้าร่วมกับพวกเขาหลังจากที่เมืองถูกก่อตั้งขึ้น - ในช่วงเวลาความวุ่นวายนั้นเหล่าซีเนเตอร์ หรือ วุฒิสมาชิก (Senator) ได้ออกมาควบคุมอำนาจแทนกษัตริย์เป็นเวลา 12 ชั่วโมงจนกว่าจะพบวิธีแก้ปัญหาที่ถาวรได้,
      ในที่สุดพวกเขาได้ตัดสินใจว่าชาวโรมันและชาวซาบีนควรเลือกกษัตริย์จากกลุ่มอื่น ๆ เช่น ชาวโรมันจะเลือกชาวซาบีนและชาวซาบีนเลือกชาวโรมัน โดยชาวโรมันเป็นฝ่ายเลือกก่อน ในการเลือกตั้งครั้งนั้นพวกเขาได้เลือก "นูมา ปอมปิลิอุส (Numa Pompilius)"
      ชาวซาบีนตกลงยอมรับนูมาในฐานะกษัตริย์โดยไม่ต้องเลือกใครอื่นมาเป็นตัวแทนจากทั้งโรมันและซาบีนเพื่อบ่งบอกถึงสองชนชาติเห็นพ้องต้องกันในการเลือก "นูมา ปอมปิลิอุส"
      นูมาไม่ได้อาศัยอยู่ภายในกรุงโรม เขาอาศัยอยู่ในเมืองใกล้เคียงที่เรียกว่า "เมืองคูเรต (Cures)" ในขณะเดียวกันเขาเองก็เป็นราชบุตรเขยของทาทิอัส (Tatius) ชาวซาบีนผู้ปกครองกรุงโรมในฐานะกษัตริย์ร่วมกับโรมูลัสเป็นเวลาห้าปี หลังจากภรรยาของนูมาเสียชีวิต เขาก็เริ่มกลายเป็นคนสันโดษและเชื่อว่าภรรยาเขาเป็นนิมฟ์หรือจิตวิญญาณทางธรรมชาติ
      เมื่อคณะผู้แทนจากกรุงโรมมาถึง นูมาได้ปฏิเสธตำแหน่งกษัตริย์ในคราแรก แต่ต่อมาเขาได้พูดคุยกับบิดาของเขาและมาร์ซิอุส (Marcius) ญาติและคนท้องถิ่นจากคูเรต พวกเขาถกเถียงกันด้วยเพราะว่าชาวโรมันจะยังคงทำสงครามเหมือนเฉกเช่นอยู่ภายใต้การปกครองของโรมูลัสและจะเป็นการดีต่อโรมหากได้กษัตริย์ที่รักสันติมาปกครอง ซึ่งสามารถกลั่นกรองความรุนแรงหรือถ้าพิสูจน์ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม ก็ให้คิดว่าเป็นการรักษาชุมชนซาบีนครอบครัวอื่น ๆ


รัชสมัยนูมา
      หลังจากที่ได้ตกลงและยอมรับในตำแหน่ง นูมาออกเดินทางสู่กรุงโรมที่ซึ่งการเลือกตั้ของเขาในฐานะกษัตริย์ได้รับการยืนยันจากประชาชนชาวโรม อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะยอมรับ เขายืนยันขอดูท้องฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณในการโบยบินของรัชสมัยใหม่ในฐานะกษัตริย์ของเขาและเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นที่ยอมรับของเหล่าทวยเทพ
      การกระทำแรกของนูมาในฐานะกษัตริย์ ก็คือการยกเลิกทหารที่โรมูลัสก่อตั้งไว้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขาในการทำให้ชาวโรมันหัวแข็งที่รุนแรงลดน้อยลง นูมามุ่งเน้นพัฒนาความสนใจผู้คนหันเหไปทิศทางศาสนา - ขบวนแห่และการบูชา - และทำให้พวกเขากลัวด้วยภาพสัญลักษณ์และเสียงแปลก ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกจากทวยเทพ
      นูมา ได้ก่อตั้งกลุ่มนักบวช (flamines) แห่งมาร์ส, แห่งจูปิเตอร์ และ โรมูลัส ภายใต้ชื่อเทพเจ้าของท่านว่า ควิรินัส, นอกจากนี้เขายังออกคำสั่งเพิ่มเหล่านักบวชอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ; สังฆราช หรือ
ปอนติฟิเคล (Pontifices), สาลิอี (Salii), ผู้สื่อสาร (fetiales), เวสทัล (Vestals)

        ปอนติฟิเคล มีหน้าที่เสียสละต่อการบูชาของสาธารณชนและพิธีศพ
       สาลิอี รับผิดชอบต่อความปลอดภัยของโล่ ซึ่งถูกกล่าวว่าตกลงมาจากท้องฟ้าและถูกแห่ขบวนไปทั่วเมืองในแต่ละปี พร้อมกับการเต้นระบำในชุดเกราะ
       ผู้สื่อสาร -
        ฟีเทียเลส (fetiales) เป็นผู้รักษาความสงบและสันติ จนกว่าพวกเขาจะตกลงกันว่าใช่สงครามหรือไม่ใช่ หากฟีเทียเลสไม่ได้แจ้งก็ไม่สามารถประกาศสงครามได้
      ในตอนแรกนูมาได้แต่งตั้งเวสทัล (Vestals) 2 คน แต่ภายหลังเขาเพิ่มจำนวนเป็น 4 คน หน้าที่หลักเวสทัล หรือ หญิงผู้ยึดถือพรหมจารี คือ รักษาเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์และเตรียมส่วนผสมของข้าวและเกลือที่จะใช้ในการบูชาสาธารณะ

การปฏิรูป
      นูมาได้แบ่งที่ดินของโรมูลัสให้แก่ประชาชนที่ยากจนได้มีที่ทำกิน เพื่อหวังว่าวิถีชีวิตเกษตรกรรมจะทำให้ชาวโรมันสงบสุขมากขึ้น เขาตรวจสอบฟาร์มด้วยตนเอง ส่งเสริมผู้ทำฟาร์มให้ได้รับการดูแลอย่างดีและเตือนผู้ทำฟาร์มที่แสดงอาการเกียจคร้าน
       ผู้คนยังคงนึกถึงตัวเองไม่ว่าจะเป็นชาวโรมันดั้งเดิม หรือชาวซาบีน, มากยิ่งกว่าพลเมืองกรุงโรมเพื่อเอาชนะฝ่ายนี้ นูมาได้จัดระเบียบแบ่งคนเป็นสมาคมโดยยึดตามอาชีพของพวกสมาชิกสมาคม
       ในช่วงเวลาของโรมูลัส ปฏิทินได้รับการแก้ไขเป็น 360 วันต่อปี แต่จำนวนวันในหนึ่งเดือนนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก, นูมาได้คิดค้นปฏิทินขึ้นมาโดยอิงปีสุริยคติเป็น 365 วัน และปีจันทรคติเท่ากับ 354 วัน เขาเพิ่มความแตกต่างเป็นสองเท่าในสิบเอ็ดวันและก่อตั้งเดือนอธิกสุรทินเป็นจำนวน 22 วันเพิ่มเข้ามาระหว่างเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม (ซึ่งเดิมเป็นเดือนแรกของปี) นูมาได้สร้างเดือนมกราคมขึ้นมาเป็นเดือนแรก และเขาอาจจะเพิ่มเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ลงในปฏิทินด้วย
       เดือนมกราคมเกี่ยวข้องกับเทพเจนัส เทพแห่งจุดเริ่มต้นและจุดจบ และ สองทางเลือก (ประตู) ที่เล่ากันว่าประตูของวิหารจะเปิดออกยามสงครามและปิดลงในยามสงบ รัชสมัยของนูมาปีที่ 43 ประตูยังคงปิดอยู่ตามบันทึกของกรุงโรม
การสิ้นพระชนม์
      เมื่อนูมาสิ้นพระชนม์ด้วยวัย 80 ปี เขาได้ทิ้งธิดาคนหนึ่งไว้ก็คือ ปอมปิเลีย ซึ่งเธอได้แต่งงานกับมาร์ซิอุส บุตรชายของ "อันคัส มาร์ซิอุส (Ancus Marcius)" ผู้ที่ชักชวนนูมาให้มาครองราชย์ที่ต่อมาได้กลายเป็นกษัตริย์องค์ที่สี่ของกรุงโรม พระศพนูมาได้ถูกฝังอยู่ใต้ของ เนินจานิคูลัม (Janiculum hill) พร้อมกับตำราทางศาสนาของเขา ในปี 181 ก่อนคริสตศักราช สุสานของเขาถูกค้นพบว่ามีน้ำท่วมนอง แต่โลงศพของเขากลับว่างเปล่า มีเพียงตำราที่ถูกฝังอยู่ภายในโลงศพที่สองเท่านั้น ตำราพวกนั้นได้ถูกเผาตามตำแนะนำของพรีเทอร์ (Praetor)
      
ตำนาน
       เรื่องราวส่วนใหญ่ในชีวิตของนูมานั้นเป็นตำนานที่บริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยคุณธรรมความดีงาม ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่าเขาจะมีช่วงเวลาที่มีกษัตริย์ในช่วงต้นของกรุงโรมกับกษัตริย์ที่มาจากกลุ่มต่าง ๆ : โรมัน , ซาบีน , อีทรัสกัน ค่อนข้างน้อยที่จะมีกษัตริย์เจ็ดองค์ที่ปกครองในช่วงเวลาราชาธิปไตยประมาณ 250 ปี กษัตริย์องค์หนึ่งอาจจะเป็นซาบีนที่เรียกว่า นูมา ปอมปิลิอัส (Numa Pompilius) แม้ว่าเราอาจสงสัยว่าเขาได้ก่อตั้งคุณลักษณะหลายอย่างทางศาสนาและปฏิทินโรมันหรือรวมถึงการครองราชย์ของพระองค์นั้นนับเป็นยุคทองโดยปราศจากความขัดแย้งและสงคราม แต่ชาวโรมันเชื่อว่ามันเป็นความจริงทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวของนูมาเป็นส่วนหนึ่งของตำนานในการก่อตั้งกรุงโรม
      

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-6-23 19:50:29



ตุลลุส ฮ็อสตีลิอุส - กษัตริย์องค์ที่สามแห่งโรม


      ตุลลุส ฮ็อสตีลิอุส (Tullus Hostilius) เป็นจักรพรรดิองค์ที่สามจากใน 7 จักรพรรดิโบราณของโรม รองลงมาจากโรมูลัสและนูมา ปอมปิลิอุส เขาปกครองโรมในช่วงประมาณปี 673-642 ก่อนคริสตกาล ตุลลุสอยู่ในช่วงเวลาที่เป็นตำนานของโรมเช่นเดียวกับจักรพรรดิคนอื่น ๆ อีกหกท่าน ซึ่งบันทึกในช่วงนี้ส่วนใหญ่ถูกเผาทำลายไปเกือบหมดแล้ว เรื่องราวส่วนที่เหลือมาจากบันทึกของ ลิวิอุส ปาตาวินัส (ลิวี) (Livius Patavinus (Livy)) นักประวัติศาสตร์โรมันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงคริสตศักราชศตวรรษที่ 1
      
ฮ็อสตัส ฮ็อสตีลิอุส และชาวซาบีน
       ในช่วงรัชสมัยของโรมูลัส ชาวซาบีนและชาวโรมันได้เข้าสู๋การสู้รบกัน ด้วยเพราะว่ามีชาวโรมันคนหนึ่งวิ่งไปข้างหน้าและมีส่วนร่วมต่อสู้กับนักรบซาบีนที่มีความคิดคล้ายกัน ชายโรมันคนนั้นมีนามว่า ฮ็อสตัส ฮ็อสตีลิอุส (Hostus Hostilius) ซึ่งเขาเป็นปู่ของ ตุลลุส ฮ็อสตีลิอุส (Tullus Hostiliu)
        แม้ว่าเขาจะไม่สามารถชนะซาบีนได้ แต่ทว่า ฮ็อสตัส ฮ็อสตีลิอุส (Hostus Hostilius) ก็กลายมาเป็นแบบอย่างของความกล้าหาญชาญชัย ชาวโรมันมีทีท่าจะถอยกลับ แม้โรมูลัสจะเปลี่ยนใจและหันหลังกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง

ตุลลุส กับ การขยายเขตแดนโรม
      ตุลลุสได้พิชิตอัลบัน (Albans) เข้าทำลายเมืองอัลบาล็องกา (Alba Longa)และลงโทษผู้นำทรยศอย่าง เมทติอุส ฟูเฟติอุส (Mettius Fufetius) เขาได้ต้อนรับชาวอัลบันเข้าสู๋กรุงโรมเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรของกรุงโรมเป็นสองเท่า ตุลลุสริเริ่มนโยบายส่งเสริมขุนนางอัลบาเข้ามาทำงานในสภาเซเนทแห่งกรุงโรมและสร้าง คูเรีย  ฮ็อสตีลิอุส (Curia Hostilia) ให้พวกเขาตามที่ลิวีกล่าวไว้ในบันทึก นอกจากนี้เขายังใช้เหล่าขุนนางอัลบันเพื่อเป็นการพิ่มกำลังทหารของเขาอีกด้วย

แคมเปญทางทหาร
      ตุลลุสซึ่งได้ถูกอธิบายว่าเป็นนักการทหารมากกว่าโรมูลัส หลังเขาไปทำสงครามกับอัลบัน เขาก็ได้เปิดสงครามอีกครั้งกับฟีเดนาเอ (Fidenae) และ เวเวนติเนส (Veientines) เขาพยายามปฏิบัติต่อชาวอัลบันในฐานะพันธมิตร แต่เมื่อผู้นำพวกเขามีพฤติกรรมทรยศ ตุลลุสก็ได้พิชิตเขาและค่อย ๆ หล่อหลอมชาวอัลบันเป็น่ส่วนหนึ่งกับโรม
      หลังจากพิชิตฟีเดนาเอ (Fidenae) เขาก็ได้เอาชนะพันธมิตรของพวกฟีเดนาเอก็คือ เวเวนติเนส (Veientines) ในการต่อสู้ที่นองเลือด ณ แม่น้ำอนิโอ (Anio) อีกทั้งเขายังพิชิตซาบีนที่ ซิลวา มัลลิติโอซา (Silva Malitiosa) ด้วยการทำให้พวกเขาเกิดการสับสนและวุ่นวายโดยใช้ทหารม้าอัลบัน

จูปิเตอร์ลงทัณฑ์ตุลลุส
        ตุลลุสไม่ได้ให้ความสนใจในพิธีกรรมทางศาสนามากนัก เมื่อเกิดภัยพิบัติผู้คนในกรุงโรมเชื่อว่าเป็นการลงโทษจากทวยเทพ ตุลลุสไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรือกังวลใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่น้อยจนกว่าเขาจะล้มป่วย เป็นที่เชื่อกันว่าเทพจูปิเตอร์ได้ตอบสนองต่อเขาในโทษที่ขาดการบูชาและแสดงความเคารพต่อทวยเทพ จึงได้ลงโทษตุลลุสตามโทษที่เหมาะสมด้วยการใช้อัสนีบาตใส่ตุลลุสจนจบชีวิตลง เขาครองราชย์เพียงเวลา 32 ปี
บทกวีแค่ตุลลุส
"เขาพานพบกรุงโรมใหม่---จากที่ดินที่มีค่า
ในการปกปักษ์รักษา ดำนำไปสู่การแกว่งไกว่
แต่หลังจากเกิดหนึ่งรัชสมัย
เมื่อแผ่นดินตื่นจากนิทรา
จักกระตุ้นผู้นำให้ที่นิ่งสงบ เพื่อลุกจับศาสตราระดมพล
ไพร่พลของเขาซึ่งลืมแคล้วสิ่งที่ประสบความสำเร็จ
อันคัสโอ้อวดตามอย่างหนักเมื่อไซร้"
- จากบันทึกกวีโรมัน อิเนียด 6 Ch. 31


นักกวีทากิตุส (Tacitus) มอบแค่ตุลลุส
"โรมูลัสควบคุมเราตามใจ จากนูมาผู้รวมพลังปวงประชาของเราผอง
ความผูกพันทางศาสนาและรัฐธรรมนูญถือกำเนิด บางส่วนแล้วไซร้
ถูกสร้างโดย ตุลลุส และ อันคัส แต่ เซอร์วิอุส ทัลลิอุส ผู้ซึ่งไซร้เป็นหัวหน้าสภานิติบัญญัติผองเรา"
- นักกวีทากิตุส Bk 3 Ch. 26


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต