วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ RPG } โรงอาหารประจำค่าย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-27 23:15:58 |โหมดอ่าน

โรงอาหารประจำค่าย

{ วีอาพรินซิพาลิส }




โรงอาหารประจำค่าย
ศูนย์รวมชาวค่ายทุกคนที่เป็นแหล่งพบปะของคนทุกกองร้อย
ที่แห่งนี้เป็นเหมือนโซนกลางที่ทุกกองร้อยจะได้ทำความรู้จักกัน
หรือเป็นสถานที่พูดคุย สนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ ทานอาหารร่วมกัน
อีกทั้งนับเป็นสถานที่แม่ทัพจะประกาศเรื่องสำคัญในบางครั้ง เนื่องจากที่นี่จะเป็นแหล่งรวมของชาวค่าย

ยังเป็นสถานที่รับจ้างทำงานต่างๆ ที่ชาวค่ายแต่ละกองร้อยมาหาคนทำงาน
หรือหาสมาชิกร่วมเดินทางทำภารกิจต่างๆ ทั้งภารกิจเล็กๆ ภารกิจคำพยากรณ์
รวมถึงที่นี่มีอาหารที่อร่อยยิ่งกว่าภัตตาคารหรูยังแพ้ และ ฟรีด้วยด้วยฝีมือแม่ครัว
ที่มีฝีมือทำอาหารและชนะพ่อครัวดังๆ ในโลกข้างนอกมานับไม่ถ้วน ไม่ทำให้เสียชื่อเสียงมารดา




แม่ครัวประจำโรงอาหาร: เมดิสัน โรมานอฟ
{ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ }


โพสต์ 2020-4-28 09:48:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-4-29 17:24

อูจิน อินเทพแลนด์


(3)

(ส่งจดหมายเชิญชวน)



              หลังจากแยกจากคุณแคทเธอรีนเมื่อคืน ตอนแรกอูจินก็กะว่าจะไปเข้างานเลี้ยงต่อแต่ดูเหมือนว่าเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารที่ลดความเจ็บปวดหรือความเครียด ที่ปล่อยออกมาตอนถึงจุดสุดยอดเพื่อช่วยระงับความเจ็บปวดของการบีบตัวและเสียดสีของกล้ามเนื้อ เริ่มจางลงไปแล้ว ทำให้ตอนนี้อูจินเริ่มรู้สึกปวดๆ มึน ๆ จากฤทธิ์ของเหล้าที่กินไปขึ้นมา และเขาเริ่มง่วง ๆ ซึม ๆ เนื่องจาก อะดรีนาลีน สารแห่งความตื่นตัวและตัวเต้น และโดพามีน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขเริ่มจางไปแล้วเหมือนกัน  เขาจึงเลือกกลับไปที่พักแล้วไปนอนแทน


             แต่ประมาณสักราวตี 3 ก็มีเสียงประตูดังขึ้นมา ซึ่งเมื่อเปิดออกก็พบว่าโรวี่หญิงสาวเผ่าแบคคัส มายื่นอยู่หน้าห้องหมายเลข 9 แห่งกองร้อยที่ 3 ตามที่เขาชวนจริง ๆ

              "สวัสดีค่ะคุณอูจิน คืนนี้ก็รบกวนหน่อยนะคะ"โรวี่กล่าวทักทายด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมาค่อนข้างฉุน ดูเหมือนว่าเธอจะดื่มมาหนัก

             "คืนนี้ก็ขอรบกวนด้วยนะคะ"อีกเสียงหนึ่งจากหญิงสาวผมสีดำใบหน้าคมเข้มแบบชาวอินเดียที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้นมา

            "หล่อไม่เบานะเนี่ย ผู้มาใหม่ชาวเกาหลีที่เธอว่าโรวี่"และเสียงหนึ่งจากหญิงสาวที่ดูแรงผมสีชมพูก็เอื้อมือมาลูบไล้แผงอกของอูจินในทันที โรวี่จึงรีบพูดเมื่อเห็นอูจินดูตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            "เอ่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกก่อน สองคนนี้คือมาลาตรี กับเซอเซ่เพื่อนของโรวี่เอง หวังว่าคุณอูจินคงไม่ว่าอะไรนะคะถ้าเขาร่วมกับเราในคืนนี้ด้วย"

            "ไม่เป็นไรครับ เพื่อนของโรวี่ก็เหมือนเพื่อนผม ผมจะดูแลทุก ๆ คนเป็นอย่างดี"อูจินก็ส่ายหัวตอบกลับไป เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาแค่อึนเพราะพึ่งตื่นเท่านั้นเอง จึงคว้าตัวหญิงสาวผมสีชมพูที่ดูร้อนแรงนั้นแล้วคบจูบไปที่สันคอ รวมทั้งเอื้อมมือไปทางมาลาตรีหญิงสาวชาวอินเดียอย่างสุภาพ เพราะเธอดูท่าจะเขินอายเล็กน้อย

            "งั้นเราก็ไปสนุกกันเถอะค่ะ"โรวี่ก็พูดด้วยน้ำเสียงร่างเริงออกมาพลางดันตัวมาลาตรีที่ดูยังเกรงๆเล็กน้อยไปด้านหน้าแล้วดึงประตูปิดเข้าห้องหมายเลข 9 ไป

.................................

              แม้จะยังไม่เช้าสักเท่าไหร่  แต่อูจินก็ตื่นขึ้นมาแล้ว เพราะเวลานี้เขาต้องขับรถไปร้านจิสเตอร์เพื่อกินกาแฟแสนวิเศษของคุณนาตาลีเป็นประจำ  แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถออกจากค่ายได้ในช่วงนี้ ทำให้เขาคงไม่เจอเธอสักพัก และได้แต่กินกาแฟชงจากซองไปพลางก่อน ๆ  

                หลังจากลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วอูจินก็เดินไปที่โซนครัวก่อนหยิบฟืนขึ้นมาวางเรียงบริเวณหนึ่งที่เป็นที่ตั้งเตา เพราะดูเหมือนที่นี่จะไม่มีกาต้มน้ำไฟฟ้าให้  ทั้ง ๆ ที่มีกาแฟแบบซองที่ทันสมัยให้ก็ตาม

                "ให้ฉันช่วยไหมค่ะอูจิน"เสียงพูดพร้อมบางอย่างที่นิ่มๆก็กดลงที่แผ่นหลังของเขา

               "อรุณสวัสดิ์ครับคุณเซอเซ่"อูจินก็หันไปประกบจูบกับหญิงสาวผมสีชมพูที่กำลังเอาคางชันไหลเขาอยู่ "ว่าแต่ช่วยนิหมายถึงเรื่องจุดไฟ หรือเรื่องไอ้นั่นครับ"อูจินก็ถามออกไป เพราะแม้จะผ่านศึกหนักของเมื่อคืนมาแล้ว แต่พอตื่นเช้ามันก็ยังแข็งอยู่แบบปกติดังเช่นทุกวัน

               "ถ้าเป็นเรื่องจุดไฟ ไม่ต้องห่วงครับผมสามารถจุด..อ่ะ"อูจินก็ร้องอย่างตกใจออกมา เมื่อของเซอเซ่ที่ยื่นออกมาด้านหน้าปรากฎลูกไฟขนาดเล็กรอยอยู่บนฝ่ามือของเธอ

              "ฉันเป็นวัลแคนนะคะ เรื่องเรียกไฟแค่นี้เป็นเรื่องง่ายมาก ส่วนเรื่องไอ้นั่นของคุณฉันก็จะช่วยให้เช่นกัน"พูดจบเธอก็ย่อตัวต่ำลง พร้อมส่งสายตาที่ยั่วยวนแล้วอ้าปากออกมา

.................................

             หลังจากดื่มกาแฟยามเช้าเสร็จอูจินก็ทำกิจกรรมออกแรงกับเซอเซ่ต่อ เพราะตอนแรกเขาเพียงแค่จะตอบแทนเธอด้วยการใช้ลิ้นที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟยามเช้าช่วยนั้นกลับกลายเป็นปลุกความกำหนัดของเขาขึ้นมา แล้วต้องไปจบลงกับเธอบนเตียงอยู่เกือบชั่วโมง และต่อด้วยมาลาตรี กับโรวี่ด้วยที่ตื่นขึ้นเพราะเตียงที่เด้งไปมานั้น

.................................


         
จนเวลาล่วงเลยผ่านไปราวสัก 8 โมงทั้งสามก็ชวนอูจินไปทานอาหารเช้าที่โรงอาหารประจำค่าย ที่ซึ่ง
เป็นแหล่งรวมตัวของชาวค่ายเป็นโซนกลางที่ทุกกองร้อยสามารถใช้งานร่วมกันได้  และบางครั้งแม่ทัพเจสันก็จะมาแจ้งข่าวหรือประกาศเรื่องสำคัญในที่นี่ด้วยบางครั้ง  รวมทั้งยังเป็นสถานที่รับจ้างทำงานต่างๆ ที่ชาวค่ายแต่ละกองร้อยมาหาคนทำงาน หรือหาสมาชิกร่วมเดินทางทำภารกิจต่างๆ

          แต่ที่สำคัญกว่านั้นคืออาหารที่แสนอร่อยจากคุณเมดิสัน โรมานอฟ ที่มีฝีมือทำอาหารและชนะพ่อครัวดังๆ ในโลกข้างนอกมานับไม่ถ้วน และที่สำคัญมันยังฟรีอีกด้วย

          "สุดยอดเลยนะครับคุณเมดิสัน ผมไม่คิดเลยว่าจะได้มากินแฮจังกุก(ซุปแก้เมาค้าง)ที่นี่"อูจินก็พูดออกไปหลังจากรับบางอย่างในชามที่ถูกตักให้มา เพราะสำหรับคนเกาหลีแล้วหลังจากดื่มหนัก ๆ ตอนเช้า ๆก็ต้องแก้ด้วยซุปพวกนี้แหละ เพราะน้ำซุปอุ่นร้อน และมักจะมีรสเผ็ด จึงช่วยบรรเทาอาการผะอืดผะอมได้เป็นอย่างดี

         แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มให้แล้วพยักหน้า เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เนื่องจากเมื่อคืนมีงานเลี้ยงใหญ่ จึงต้องมีคนเมาค้างไม่แปลก เธอจึงต้มซุปแก้เมาค้างไว้ด้วยในมือเช้า

        "ถ้างั้นนี้ถือเป็นของแทนคำขอบคุณสำหรับผมครับ"อูจินก็พูดพลางส่งดอกราตรี และลูกกวาดไปให้ ก่อนจะเดินไปต่อ หยิบช้อน แล้วกลับไปยังโต๊ะของพวกโรวี่ที่ได้ซุปได้ข่าวได้อาหารไปก่อนหน้านี้แล้ว

          "นี่ค่ะ นานะ แล้วก็เบแบตู เพื่อนๆของพวกเรารวมกับมาลาตรี เซอเซ่ แล้วก็โรวี่เอง ก็ครบทั้ง 5กองร้อยแล้วค่ะ"โรวี่ก็พูดขึ้นมาบางผายมือไปทางหญิงสาวชาวเอเชียที่น่าจะเป็นญี่ปุ่น กับชายหนุ่มผิวสีที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่

         "ขอบคุณมากนะครับ ผมยังไม่รู้จักคนมากเท่าไหร่ แต่คุณกาตริน่าก็มอบงานสำคัญแบบนั้นให้แล้ว ดังนั้นแล้วผมต้องขอบคุณทุกคนด้วยนะครับที่ยอมช่วยเหลือ"อูจินก็โค้งหัวจนแทบติดโต๊ะขอบคุณบุคคลเหล่านั้นที่ช่วยส่งจดหมายไปให้กับเหล่าชาวค่ายผู้มาใหม่ให้ เพราะภายในเกาะผู้คนมันเยอะและกว่าเขาจะหาพบได้ทั้งหมดคงเป็นเรื่องยาก

          "ไม่เป็นไรค่ะ คุณอูจินก็ช่วยพวกเราไว้เหมือนกัน เมื่อคืนนี้พวกเราสนุกมาก"โรวี่ก็รีบประคองเข้าให้เงยหน้าขึ้น
         "ใช่ค่ะ ละตรีมีความสุขมาก"มาลาตรีก็พูดตอบพลางเม็มริมฝีปากอย่างอาย ๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เผ็ดร้อนราวกับเครื่องเทศของประเทศเธอเมื่อคืน   

         และเซอเซก็ตอบไปในทำนองเดียวกัน และปล่อยให้เพื่อนใหม่ทั้งสองพูดต่อ เพราะมันเปลืองบรรทัดมาเยอะแล้ว
     
       "ไม่เป็นไรค่ะ / ไม่เป็นไรครับ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนของเพื่อนกันอยู่แล้ว"

         ถ้าอย่างนั้นนี่ก็จดหมายครับ อูจินก็ยื่นจดหมายที่เขียนให้หลายฉบับไปให้กับบุคคลทั้ง 5 เพื่อนำส่งกับชาวค่ายใหม่ที่อย่างเกี่ยวข้องกับวีนัสคลับทุกคน
เนื่องด้วย Venus Night Club เปิดรับสมัครเข้ารับการทดสอบในการเข้าคลับ ชาวค่ายใหม่ผู้ใดสนใจที่จะเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้  สามารถติดต่อได้ด้วยตัวเองได้ที่  Venus Night Club บริเวณลานคนเมือง @ShaoTien @Agatha @LIN @Tiana @Mazikeen @WeishaoTien @Mazikeen  @hirochi @RalphVil @MagNus

           หลังจากนั้นอูจินก็กินข้าวและพูดคุยกับเพื่อนใหม่อยู่สักพักก็นำจานไปเก็บและออกจากโรงอาหารไป


-ลูกอม
-ดอกราตรี
-เมดิสัน โรมานอฟ

ดิสัน โรมานอฟ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ [047] เมดิสัน โรมานอฟ เพิ่มขึ้น 60 โพสต์ 2020-4-28 11:44
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-4-28 11:44

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
VR Headset
DUEL DISC
Electric Stun Gun
Make-Up
Sport Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x6
x14
x15
x1
x498
x1
x1
x1
x999
โพสต์ 2020-5-12 22:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2020-5-18 23:34

“ XCIX ”
ภารกิจสานสัมพันธ์
         
          ร่างระหงซึ่งกำลังคุยแชทกับผู้ชายเงยหน้าขึ้นมาทันควัน ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเรียกชื่อเธอ แถมเสียงนั้นยังเป็นเสียงของผู้ชายอีก เกิดเป็นคนสวยใครๆก็อยากจะรู้จักรุมล้อมกันทั้งนั้นแหละ ขยับแว่นกันแดดสีน้ำตาล "ฮายๆ สุดหล่อ มีเรื่องอะไรจะถามฉันล่ะจ๊ะ หรือว่าอยากได้เบอร์ติดต่อ ID LINE WhatsApp?"

@Luoxian


          "ถามถึงเรื่องคลับวีนัส….. อืมมม อ่ะ ใช่แล้วฉันทำบททดสอบผ่านเรียบร้อยล่ะ หรือว่านายเป็นสายเลือดวีนัสเหมือนกัน" อ้าวเฮ้ย ถ้าเกิดว่าเป็นสายเลือดเดียวกันก็กินกันไม่ได้อ่ะดิ เห็นตามกฎมันบอกแบบนั้น เธอก็ไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว สายเลือดตัวเองก็มีแต่คนหน้าตาดี ผู้ชายก็หล่อผู้หญิงก็สวย "เรื่องนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากในการที่จะไปตามหาเปลือกหอยสีชมพู ตอนแรกที่ฉันฟังจากพี่กาตริน่ามันดูวุ่นวาย พอได้ไปตามหาจริงๆมันไม่ยากอย่างที่คิดหรอก"

          "แค่ไปทำภารกิจของพวกรุ่นพี่ ก่อนอื่นนายอ่ะ ชื่ออะไร ไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยหรอ" อีกฝ่ายรู้จักชื่อของเธอแตกต่างจากหญิงสาวไม่รู้จักชื่อใดๆ เป็นคนที่จะพูดว่าดูไร้มารยาทก็ไม่เต็มปาก ขนาดหนุ่มที่เจอกันบ่อยๆชอบกวนประสาทแถมบีบก้นเธอ ยังไม่เคยแนะนำเลยสักครั้ง อิตาบ้านั่น นึกแล้วโมโหๆๆ

@Luoxian


          "เปลือกหอยสีชมพูฉันมีอยู่สาม อันน่ะ ถ้าเกิดอยากจะยืมก็ได้นะเพราะว่า ไม่ซีเรียสเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ยืมต้องเอามาคืนโอเชมะ ในฐานะพี่น้องสายเลือดวีนัส ถ้านายไม่อยากไปวิ่งทำภารกิจบ้าบอคอแตกอะไรนั่นของพวกคนในเกาะ" น้ำเสียงแหลมเล็กกล่าวเชิดหน้า หยิบเปลือกหอยสีชมพูออกมาถือไว้โชว์แสดงสิ่งของว่ามี "เปลือกหอยสองอันนี้ทำภารกิจได้มา ส่วนอันนี้ท่านแม่เป็นคนให้ นายเจอกับท่านแม่แล้วหรือยัง" ดูอีกคนน่าจะโตกว่าเธอซะอีก น่าจะมาอยู่ในค่ายก่อนหรือเปล่าไม่แน่ใจ


@Luoxian


          เลิกคิ้วเล็กน้อย กระพริบนัยน์ตาน้ำตาลทรงเสน่ห์มองร่างสูงตรงหน้า ที่ดูให้ความสนใจกับเรื่องที่เธอพูดเป็นอย่างมาก เรื่องของเทพีวันัส "อ้าว!? นายยังไม่เคยเจอหรอ ฉันคิดว่านายเคยเจอแล้วซะอีกนะเนี่ย ท่านแม่ที่พูดถึงคือเทพีวันัส เป็นผู้หญิงที่สวยมากบอกได้เลย ฉันจำทุกสัมผัสนั้นได้ไม่เคยลืม ศาลบูชาวีนัส สถานที่แห่งนั้น….อ้อมกอดท่านแม่อบอุ่นมาก น่าเสียดาย ที่เวลามีไม่มาก อยากจะคุยกับท่านแม่ให้เยอะกว่านี้ เฮ้อ" ถอนหายใจเฮือกใหญ่สีหน้าเศร้า เมื่อนึกถึงผู้ให้กำเนิด อ้อมกอดมารดาช่างอบอุ่นทุกสัมผัสในวันวานตราตรึงในหัวใจ


@Luoxian


          "ใบหน้าของท่านแม่เหมือนกับรูปปั้น แต่ว่าสวยกว่ารูปร่างหุ่นราวกับนางแบบ ฉันไม่สามารถบรรยายได้เลยว่ามัน Perfect! มากเพียงใด ตอนที่เห็นเป็นครั้งแรกก็คิดว่าเป็นคนที่มาไหว้ขอพรในศาลหรือไม่ก็เป็นบุตรธิดาสายเลือดเดียวกัน ประสบการณ์ดีๆแบบนั้น ถ้านายได้พบเจอจะต้องเป็นเรื่องที่ดีแน่ ลองไปหาท่านบ่อยๆ ท่านได้ยินเสียงของเราเสมอและรับรู้เรื่องราวทุกอย่างของตัวเรา" หญิงสาวคลี่ยิ้มบอบบางแล้วเลื่อนสมาร์ทโฟนดูเวลา ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกเยอะ ถ้างั้นก็คุยต่อได้

          "นายจะทานอะไรหรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้ เอ่อเป็นเด็กใหม่ในค่ายใช่มะ" หันมองคนรอบๆส่องสายตาสอดส่อง สาวน้อยถามอูจินที่อยู่ใกล้ๆ เงินพร้อมเปย์ ไม่ใช่เงินจากใครที่ไหนก็ปีเตอร์ทำตัวเป็นอาเสี่ยเลี้ยงเธอเองช่วยไม่ได้

@Luoxian


          "แม่ครัวที่นี่เหรอ ปกติฉันทานแต่อาหารในลานเมือง เพิ่งมาโรงอาหารเป็นครั้งแรก สงสัยต้องให้นายช่วยแนะนำหน่อยแล้ว ฮิๆๆๆ"การมาโรงอาหารครั้งแรกมันก็ไม่เลวซะทีเดียว ทำให้ได้รู้จักคนตั้งหนึ่งคนแหน่ ปกติแล้วถ้าไม่คุยเรื่องsexกับผู้ชาย ก็ชวนอ่อยตลอด อีกฝ่ายเป็นสายเลือดวีนัสจึงทำอะไรได้ไม่มาก "ฉันอิซึมิเป็นเซนจูเรี่ยน อยู่กองร้อยสี่ นายอยู่กองร้อยอะไรเหรอ" แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเบาๆ โฮะๆๆ


@Luoxian


          "อุ้ยๆๆ แกดูสิ ผู้ชายคนนั้นหล่อจัง" เสียงผู้หญิงโต๊ะข้างๆเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอ พลางชี้มือไปอย่างเขินๆ

          "แต่เขาอยู่กับยัยนั่นแล้วน่ะ ใช่คนที่มีข่าวกับพี่ปีเตอร์หรือเปล่า" หญิงสาวอีกคนเพ่งสายตาจ้องมอง ด้วยความไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เรื่องข่าวที่มีสาวพิชัยใจปีเตอร์บุตรแห่งสายเลือดเมอร์คิวรี่มีคนรู้จักเยอะในวงกว้าง

          ร่างระหงกรอกตามองบนได้ยินเสียงชะนีร้องโหยหวน หวีดผู้ชาย โอ๊ยยยย ขอโทษทีนะหล่อนพอดีเธอสวยกว่า "โรงอาหารฟรี เหมือนพี่เจสันจะเคยบอกแล้ว ฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปเลย รสชาติมันอร่อยถึงระดับภัตตาคารเลยหรอ นายพูดเกินไปหรือเปล่า ชักอยากลองชิมแล้ว รสชาติมันจะดีอย่างที่พูดไหม เรื่องเลี้ยงอาหารมันไม่จำเป็นจะต้องให้ผู้ชายเลี้ยงเสมอไป สมัยนี้เขาเปิดโลกกันหมดแล้ว อิสระเสรีผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกัน เอาเถอะๆ แล้วมันมีอะไรบ้างล่ะ"

@Luoxian


          "อาหารพวกนั้น ดูเหมือนเป็นของเอเชียเลยนะ อาหารของไทยเหรอ ไม่มีพวกสเต็กเนื้อวากิว…. โอเค ฉันพอจะเข้าใจอยู่หรอก ที่นี่มันเป็นโรงอาหารฟรีนี่นา ของที่ใช้ทำอาหารมีจำกัดงบประมาณ" พยักหน้าฟังอาหารที่อีกฝ่ายเป็นคนแนะนำ ได้แต่ภาวนาว่ารสชาติมันจะอร่อย เคยได้ยินชื่ออาหารพวกนี้ตามอินเทอร์เน็ต ไม่ทานถามสักที

@Luoxian


          "ได้เลยค่ะ ฉันจะรอทานแล้วกัน" ทั้งสองเดินไปต่อแถวรับอาหาร เธอยืนอยู่ข้างหลังร่างสูงดูอีกฝ่ายเป็นคนนำ มีคนมาต่อแถวก่อนหน้าเยอะอยู่พอสมควร ของฟรีใครๆก็ชอบ "ฉันไม่เคยไปเที่ยวที่ประเทศไทย ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะบินทั่วรอบโลก ติดที่ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยเงินทองสักเท่าไหร่ นายเป็นพวกลูกคุณหนูล่ะสิ" ดูจากการแต่งตัวอีกคน เดาได้ไม่ยากว่ามีฐานนะทางการเงิน เสื้อผ้าที่ใส่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น

@Luoxian


          "อุ้ยผีน้อย! หยี๋" ยกมือทั้งสองข้างปิดปากรับไม่ได้ เคยได้ยินพวกเขาผีน้อยมาทำงานอยู่ในเกาหลีกันเยอะ เป็นข่าวเรื่องจริงซะด้วย ประเทศไทยพวกการเมืองไม่ค่อยจะดีนัก ประเด็นนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนไหวง่ายจะไม่พูดถึง….

@Luoxian


          "ฉันไม่ได้อะไรหรอกนะถ้าเป็นแรงงานมาทำแบบถูกกฎหมายมันจะกว่านี้ มาเป็นผีน้อยไม่ใช่ว่าจะดีทำให้คนในประเทศที่จะมาเที่ยวเดือดร้อน ตม.เกาหลีโหดไม่ใช่เล่น เคยอ่านข่าวในทวิตที่มีคนโพสต์ด่าผีน้อยกันยกใหญ่"

@Luoxian


          "เกือบลืม นายอย่าลืมไปรับเสื้อชาวค่ายกับอาวุธประจำตัวด้วยนะอูจิน แต่ก่อนที่จะรับได้นายต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน ฉันเพิ่งผ่านมาวันนี้สดๆร้อนๆ" พลิกต้นแขนขวาโชว์รอยสักรูปนกพิราบที่บ่งบอกถึงสายเลือดวีนัส กว่าจะผ่านมาเหนื่อยหอบลมแทบจับ ให้ตายสิ พอกยาทาคลายกล้ามยกใหญ่ยังไม่หายปวด เหมือนพอบ่อยนานๆมันจะปวดขึ้นกว่าเก่า

@Luoxian


          "จุ๊ๆๆ สุดหล่ออยากรู้เหรอ สัญลักษณ์นกพิราบแทนสายเลือดเราไงจ้ะ แต่อีกอัน...เอาไว้ให้พี่เจสันอธิบายก็แล้วกัน ฉันจำไม่ค่อย ไม่สิ คนที่เหมาะแก่การอธิบายเรื่องพวกนี้มันเป็นหน้าที่แม่ทัพประจำค่ายจูปิเตอร์ ถ้านายได้ไปทำบททดสอบเมื่อไหร่จะรู้ถึงความตื่นเต้น" ขยิกนัยน์ตาหวาน ให้ไปเผชิญเอาเอง เธอกรีดร้องอยู่หลายรอบกว่าจะผ่านการฝึก

          ได้เพื่อนนอกกองร้อย 1 EA เป็นครั้งแรกปราบปลื้มใจจนน้ำตาปลอมแทบไหลออกจากเบ้าตา ก่อนจะชวนกันไปนั่งรับประทาน ที่รสชาติอร่อยดี อร่อยถ้ามันมีวัตถุดิบที่ดีกว่านี้

Strength 10

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-5-12 23:57

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +500 USD +3000 Strength +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 + 3000 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Solis Iuceat
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
มีดสั้นฟูจิโอ
DUEL DISC
VR Headset
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x3
x14
x12
x50
x7
โพสต์ 2020-5-12 22:49:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-5-12 23:00

อูจิน อินแดนเทพ
(21)
ภารกิจสานสัมพันธ์
การพบหน้ากันของลูกชายและลูกสาวแห่งวีนัส


“ ขอโทษครับ คุณใช่ คุณใช่คุณอึซึมิที่คุณกาตริน่าพูดถึงใช่ไหมครับ ที่ว่ามารับแบบทดสอบเข้าคลับ พอดีว่าผมมีเรื่องจะสอบถามอะไรนิดหน่อย ”คิมอูจิน ก็เอ่ยทักทายสาวสวยนัยน์สีน้ำตาลเข้ม ชาวเอเชียที่กำลังยิ้มโบกมือลาผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นเรียกชื่อเธอก่อนจากไป และมันเป็นชื่อที่เขาจำได้ว่าเขาเคยได้ยินมาจากคุณกาตริน่าที่ร้านเสื้อผ้า เขาจึงไม่ปล่อยโอกาสนี้แล้วรีบทักทายเธอไป

ร่างระหงซึ่งกำลังคุยแชทกับผู้ชายเงยหน้าขึ้นมาทันควัน ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังเรียกชื่อเธอ แถมเสียงนั้นยังเป็นเสียงของผู้ชายอีก เกิดเป็นคนสวยใครๆก็อยากจะรู้จักรุมล้อมกันทั้งนั้นแหละ ขยับแว่นกันแดดสีน้ำตาล "ฮายๆ สุดหล่อ มีเรื่องอะไรจะถามฉันล่ะจ๊ะ หรือว่าอยากได้เบอร์ติดต่อ ID LINE WhatsApp?"

“อ่อ ถ้าได้ก็ดีครับ จะไว้ติดต่อกัน แต่ว่าเรื่องที่ผมจะทำนั้นคือว่า อยากจะสอบถามเรื่องเปลือกหอยที่ให้ไปหากภารกิจทดสอบจากชาวโรมทั่วทั้งเกาะอะไรนั้นน่ะครับ "

"ถามถึงเรื่องคลับวีนัส….. อืมมม อ่ะ ใช่แล้วฉันทำบททดสอบผ่านเรียบร้อยล่ะ หรือว่านายเป็นสายเลือดวีนัสเหมือนกัน" อ้าวเฮ้ย ถ้าเกิดว่าเป็นสายเลือดเดียวกันก็กินกันไม่ได้อ่ะดิ เห็นตามกฎมันบอกแบบนั้น เธอก็ไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว สายเลือดตัวเองก็มีแต่คนหน้าตาดี ผู้ชายก็หล่อผู้หญิงก็สวย "เรื่องนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากในการที่จะไปตามหาเปลือกหอยสีชมพู ตอนแรกที่ฉันฟังจากพี่กาตริน่ามันดูวุ่นวาย พอได้ไปตามหาจริงๆมันไม่ยากอย่างที่คิดหรอก"

"แค่ไปทำภารกิจของพวกรุ่นพี่ ก่อนอื่นนายอ่ะ ชื่ออะไร ไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยหรอ" อีกฝ่ายรู้จักชื่อของเธอแตกต่างจากหญิงสาวไม่รู้จักชื่อใดๆ เป็นคนที่จะพูดว่าดูไร้มารยาทก็ไม่เต็มปาก ขนาดหนุ่มที่เจอกันบ่อยๆชอบกวนประสาทแถมบีบก้นเธอ ยังไม่เคยแนะนำเลยสักครั้ง อิตาบ้านั่น นึกแล้วโมโหๆๆ

“ ฮ่า ๆ ผมนี่เสียมารยาทจังนะครับ สวัสดีครับผมคิมอูจิน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ส่วนเรื่องภารกิจรุ่นพี่สินะครับ เพราะตอนแรกที่คุณกาตริน่าพูดถึงชาวโรม ผมก็คิดว่าใครก็ได้เลยไปถามหาภารกิจเปลือกหอยจากร้านขายดอกไม้ ซึ่งเจ้าของร้านก็ตอบผมกลับมาอย่างง ๆ“อูจินก็พูดพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยด้วยความเขินอายที่พูดคุยกับเธอมานานสองนานแต่ก็ยังไม่ได้แนะนำตัว  

"เปลือกหอยสีชมพูฉันมีอยู่สาม อันน่ะ ถ้าเกิดอยากจะยืมก็ได้นะเพราะว่า ไม่ซีเรียสเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ยืมต้องเอามาคืนโอเชมะ ในฐานะพี่น้องสายเลือดวีนัส ถ้านายไม่อยากไปวิ่งทำภารกิจบ้าบอคอแตกอะไรนั่นของพวกคนในเกาะ" น้ำเสียงแหลมเล็กกล่าวเชิดหน้า หยิบเปลือกหอยสีชมพูออกมาถือไว้โชว์แสดงสิ่งของว่ามี "เปลือกหอยสองอันนี้ทำภารกิจได้มา ส่วนอันนี้ท่านแม่เป็นคนให้ นายเจอกับท่านแม่แล้วหรือยัง" ดูอีกคนน่าจะโตกว่าเธอซะอีก น่าจะมาอยู่ในค่ายก่อนหรือเปล่าไม่แน่ใจ

“เจอท่านแม่ !! คะคะคะคือว่า... คุณเจอกับเทพวีนัสเหรอครับ จริงเหรอครับ ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร หน้าเธอเป็นยังไง ”อูจินพูดออกมาด้วยตาที่เบิกโตและสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูด เขาลืมเรื่องที่เธอจะให้ยืมเปลือกหอยอะไรนั้นไปเลย เพราะเรื่องการได้พบแม่ดูจะเป็นสิ่งที่เขาสนใจที่สุดในตอนนี้


เลิกคิ้วเล็กน้อย กระพริบนัยน์ตาน้ำตาลทรงเสน่ห์มองร่างสูงตรงหน้า ที่ดูให้ความสนใจกับเรื่องที่เธอพูดเป็นอย่างมาก เรื่องของเทพีวันัส "อ้าว!? นายยังไม่เคยเจอหรอ ฉันคิดว่านายเคยเจอแล้วซะอีกนะเนี่ย ท่านแม่ที่พูดถึงคือเทพีวันัส เป็นผู้หญิงที่สวยมากบอกได้เลย ฉันจำทุกสัมผัสนั้นได้ไม่เคยลืม ศาลบูชาวีนัส สถานที่แห่งนั้น….อ้อมกอดท่านแม่อบอุ่นมาก น่าเสียดาย ที่เวลามีไม่มาก อยากจะคุยกับท่านแม่ให้เยอะกว่านี้ เฮ้อ" ถอนหายใจเฮือกใหญ่สีหน้าเศร้า เมื่อนึกถึงผู้ให้กำเนิด อ้อมกอดมารดาช่างอบอุ่นทุกสัมผัสในวันวานตราตรึงในหัวใจ


“อ่อ โชคดีจังเลยนะครับผมอยากรู้สึกแบบนั้นบ้างจัง  ส่วนเรื่องที่ผมเคยเจอแค่แม่ไหม  ผมเคยเจอแค่ในความฝันนะครับ แล้วรูปลักษณะที่ผมเห็นก็เป็นแค่รูปลักษณ์ที่ใช้อวตารลงมาในเกาหลี เป็นคิมดายองแม่ของผม  ไม่ได้คล้ายรูปปั้นที่เห็นอะไรอย่างงั้น ผมจึงไม่รู้ว่าหน้าที่แท้จริงของเทพีวีนัสเป็นยังไง”


"ใบหน้าของท่านแม่เหมือนกับรูปปั้น แต่ว่าสวยกว่ารูปร่างหุ่นราวกับนางแบบ ฉันไม่สามารถบรรยายได้เลยว่ามัน Perfect! มากเพียงใด ตอนที่เห็นเป็นครั้งแรกก็คิดว่าเป็นคนที่มาไหว้ขอพรในศาลหรือไม่ก็เป็นบุตรธิดาสายเลือดเดียวกัน ประสบการณ์ดีๆแบบนั้น ถ้านายได้พบเจอจะต้องเป็นเรื่องที่ดีแน่ ลองไปหาท่านบ่อยๆ ท่านได้ยินเสียงของเราเสมอและรับรู้เรื่องราวทุกอย่างของตัวเรา" หญิงสาวคลี่ยิ้มบอบบางแล้วเลื่อนสมาร์ทโฟนดูเวลา ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกเยอะ ถ้างั้นก็คุยต่อได้

"นายจะทานอะไรหรือเปล่าล่ะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้ เอ่อเป็นเด็กใหม่ในค่ายใช่มะ" หันมองคนรอบๆส่องสายตาสอดส่อง สาวน้อยถามอูจินที่อยู่ใกล้ๆ เงินพร้อมเปย์ ไม่ใช่เงินจากใครที่ไหนก็ปีเตอร์ทำตัวเป็นอาเสี่ยเลี้ยงเธอเองช่วยไม่ได้

“อ่อใช่ครับ ผมเป็นเด็กใหม่ แต่ดูเหมือนว่าคุณอิซึมิพึ่งทำแบบทดสอบของคุณกาตริน่า ไปก็คงเป็นเด็กใหม่เหมือนกันสินะครับ  ส่วนเรื่องทานอาหารก็ได้เลยครับ เพราะคุณเมดิสัน โรมานอฟ ที่เป็นแม่ครัวของที่นี่ทำอาหารได้สุดยอดมาก”


"แม่ครัวที่นี่เหรอ ปกติฉันทานแต่อาหารในลานเมือง เพิ่งมาโรงอาหารเป็นครั้งแรก สงสัยต้องให้นายช่วยแนะนำหน่อยแล้ว ฮิๆๆๆ"การมาโรงอาหารครั้งแรกมันก็ไม่เลวซะทีเดียว ทำให้ได้รู้จักคนตั้งหนึ่งคนแหน่ ปกติแล้วถ้าไม่คุยเรื่องsexกับผู้ชาย ก็ชวนอ่อยตลอด อีกฝ่ายเป็นสายเลือดวีนัสจึงทำอะไรได้ไม่มาก "ฉันอิซึมิเป็นเซนจูเรี่ยน อยู่กองร้อยสี่ นายอยู่กองร้อยอะไรเหรอ" แนะนำตัวอย่างเป็นทางการเบาๆ โฮะๆๆ


"ได้ครับ ผมคิมอูจิน แห่งกองร้อยที่สามครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณอิซึมิ ถ้าอย่างนั้นผมจะแนะนำเรืองแรกของโรงอาหารนี้ ก็คือว่ามันฟรีครับ ที่โรงอาหารของค่ายแห่งนี้ เป็นอาหารฟรีที่แม้จะอร่อยระดับภัตคารแต่ก็ไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว ดังนั้นคุณอึซิมิ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงผมอะไร และถึงแม้จะไม่ฟรี คุณอิซึมิก็ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงผมอะไรเช่นกัน เพราะว่า ผมเป็นผู้ชายนะครับ ผมจะเลี้ยงคุณเอง แล้วก็เพราะผมเป็นคนถามเอาความรู้จักคุณด้วยเกรงว่าจะให้คุณเลี้ยงจะเป็นการเสียมารยาทเอา” อูจินก็ยิ้มให้

"อุ้ยๆๆ แกดูสิ ผู้ชายคนนั้นหล่อจัง" เสียงผู้หญิงโต๊ะข้างๆเอ่ยบอกกับเพื่อนสาวของเธอ พลางชี้มือไปอย่างเขินๆ

"แต่เขาอยู่กับยัยนั่นแล้วน่ะ ใช่คนที่มีข่าวกับพี่ปีเตอร์หรือเปล่า" หญิงสาวอีกคนเพ่งสายตาจ้องมอง ด้วยความไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ เรื่องข่าวที่มีสาวพิชัยใจปีเตอร์บุตรแห่งสายเลือดเมอร์คิวรี่มีคนรู้จักเยอะในวงกว้าง

ร่างระหงกรอกตามองบนได้ยินเสียงชะนีร้องโหยหวน หวีดผู้ชาย โอ๊ยยยย ขอโทษทีนะหล่อนพอดีเธอสวยกว่า "โรงอาหารฟรี เหมือนพี่เจสันจะเคยบอกแล้ว ฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปเลย รสชาติมันอร่อยถึงระดับภัตตาคารเลยหรอ นายพูดเกินไปหรือเปล่า ชักอยากลองชิมแล้ว รสชาติมันจะดีอย่างที่พูดไหม เรื่องเลี้ยงอาหารมันไม่จำเป็นจะต้องให้ผู้ชายเลี้ยงเสมอไป สมัยนี้เขาเปิดโลกกันหมดแล้ว อิสระเสรีผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกัน เอาเถอะๆ แล้วมันมีอะไรบ้างล่ะ"

"ไม่เวอร์ครับ ที่นี่ผัดกะเพราเป็นพัดกะเพราเลย หมูเน้น กับใบกะเพราะเน้นๆ ไม่ใส่ถั่วฝักยาวหรือข้าวโพดอ่อนเลย แค่นี้ก็ดูออกแล้วครับว่ามันหรูแค่ไหน แล้วไหนจะไข่พะโล้ที่ใช้เครื่องพะโล้อย่าง อบเชย กานพลู โป๊ยกั้ก ต้มด้วยจริง ๆ  ไม่ใช่แค่ใส่ซอสกับซีอิ้วให้ดูเป็นสีดำแล้วจบ ยังมีอีกหลายอย่างเลยล่ะครับ ที่บ่งบอกได้ว่าที่นี่ใส่ใจเรื่องอาหาร”

"อาหารพวกนั้น ดูเหมือนเป็นของเอเชียเลยนะ อาหารของไทยเหรอ ไม่มีพวกสเต็กเนื้อวากิว…. โอเค ฉันพอจะเข้าใจอยู่หรอก ที่นี่มันเป็นโรงอาหารฟรีนี่นา ของที่ใช้ทำอาหารมีจำกัดงบประมาณ" พยักหน้าฟังอาหารที่อีกฝ่ายเป็นคนแนะนำ ได้แต่ภาวนาว่ารสชาติมันจะอร่อย เคยได้ยินชื่ออาหารพวกนี้ตามอินเทอร์เน็ต ไม่ทานถามสักที

"ฮ่า ๆ ก็จริงครับเรื่องนั้น”อูจินก็พยักหน้าด้วยเรื่องงบประมาณถ้าต้องเรียกคนมากมายขนาดนี้ แต่เลี้ยงด้วยเนื้อวากิวทั้งหมดก็กระไรอยู่  “แล้วอีกอย่างผมวาอาจจะเป็นเพราะว่ามันทำง่ายและอร่อยด้วยก็ได้มั้งครับ เพราะผมก็เคยไปเที่ยวไทยแล้วข้าวแกงสตรีทฟู้ดก็อร่อยมากและราคาถูกพอตัวเลย   เอ่อ... ถ้าอย่างงั้นเราไปต่อแถวกันเลยไหมครับ คุณอิซึมิ จะได้ไปรับข้าวมานั่งกินกัน“ อูจินก็พูดแนะนำแล้วชำเลืองมองไปที่แถวซึ่งค่อนข้างยาวมาหน่อยแล้ว


"ได้เลยค่ะ ฉันจะรอทานแล้วกัน" ทั้งสองเดินไปต่อแถวรับอาหาร เธอยืนอยู่ข้างหลังร่างสูงดูอีกฝ่ายเป็นคนนำ มีคนมาต่อแถวก่อนหน้าเยอะอยู่พอสมควร ของฟรีใครๆก็ชอบ "ฉันไม่เคยไปเที่ยวที่ประเทศไทย ถ้าหากมีโอกาสก็อยากจะบินทั่วรอบโลก ติดที่ฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยเงินทองสักเท่าไหร่ นายเป็นพวกลูกคุณหนูล่ะสิ" ดูจากการแต่งตัวอีกคน เดาได้ไม่ยากว่ามีฐานนะทางการเงิน เสื้อผ้าที่ใส่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น

"อ่อ ถ้าออกจากค่ายเมื่อไหร่ แล้วอยากไปเมื่อไหร่ก็บอกผมได้ครับ เพราะผมยังคงติดต่อกับ สมรศรี อยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่างานที่เธอทำอย่างการนำคนไทยเข้ามา หรือที่ข่าวเรียกว่า ผีน้อย อะไรนั้นจะดูเทาๆเสียหน่อย แต่เธอก็เป็นเพื่อนที่ดี ตอนที่เราไปเที่ยวพัทยากัน เธอก็พาผมไปเที่ยวร้านเด็ด ๆ ตั้งหลายร้าน แถมราคายังเป็นกันเองมาก“

"อุ้ยผีน้อย! หยี๋" ยกมือทั้งสองข้างปิดปากรับไม่ได้ เคยได้ยินพวกเขาผีน้อยมาทำงานอยู่ในเกาหลีกันเยอะ เป็นข่าวเรื่องจริงซะด้วย ประเทศไทยพวกการเมืองไม่ค่อยจะดีนัก ประเด็นนั้นเป็นเรื่องที่อ่อนไหวง่ายจะไม่พูดถึง….

"เพราะว่าแรงงานการเกษตรที่เกาหลีใต้ไม่ค่อยเพียงพอนะครับ นอกจากจะมีไทยแล้วก็ยังมีคนผิวสี จากแอฟริกาด้วย ส่วนเรื่องการเมืองของไทยนั้ อ่า มันเป็นประเด็นที่อ่อนไหวจริงๆครับ ดูท่าพวกเขาจะเครียดกันมาก ผมก็ดูในทวิตบางครั้งเหมือนกัน“อูจินก็พยักหน้า

"ฉันไม่ได้อะไรหรอกนะถ้าเป็นแรงงานมาทำแบบถูกกฎหมายมันจะกว่านี้ มาเป็นผีน้อยไม่ใช่ว่าจะดีทำให้คนในประเทศที่จะมาเที่ยวเดือดร้อน ตม.เกาหลีโหดไม่ใช่เล่น เคยอ่านข่าวในทวิตที่มีคนโพสต์ด่าผีน้อยกันยกใหญ่ อ่ะ..เกือบลืม นายอย่าลืมไปรับเสื้อชาวค่ายกับอาวุธประจำตัวด้วยนะอูจิน แต่ก่อนที่จะรับได้นายต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน ฉันเพิ่งผ่านมาวันนี้สดๆร้อนๆ" พลิกต้นแขนขวาโชว์รอยสักรูปเปลือกหอยที่บ่งบอกถึงสายเลือดวีนัส กว่าจะผ่านมาเหนื่อยหอบลมแทบจับ ให้ตายสิ พอกยาทาคลายกล้ามยกใหญ่ยังไม่หายปวด เหมือนพอบ่อยนานๆมันจะปวดขึ้นกว่าเก่า

"ฮืม...เสื้อกับอาวุธเหรอครับ”อูจินก็พยักหน้าทำความเข้าใจก่อนดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวตรงหน้าพลิกสัญลักษณ์รูปเปลือกหอยที่มีรอยจ้ำ ๆ แดงขึ้นมา

“ถ้าผมทำภารกิจเสร็จจะต้องสักสัญลักษณ์นี้เหรอครับ”


"จุ๊ๆๆ สุดหล่ออยากรู้เหรอ สัญลักษณ์เปลือกหอยแทนสายเลือดเราไงจ้ะ แต่อีกอัน...เอาไว้ให้พี่เจสันอธิบายก็แล้วกัน ฉันจำไม่ค่อย ไม่สิ คนที่เหมาะแก่การอธิบายเรื่องพวกนี้มันเป็นหน้าที่แม่ทัพประจำค่ายจูปิเตอร์ ถ้านายได้ไปทำบททดสอบเมื่อไหร่จะรู้ถึงความตื่นเต้น" ขยิกนัยน์ตาหวาน ให้ไปเผชิญเอาเอง เธอกรีดร้องอยู่หลายรอบกว่าจะผ่านการฝึก


           หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันต่อไปสักพักจากนั้นก็แลกเปลี่ยนไลน์ วอทแอป วีแชทเอาไว้แล้วเพื่อไว้ติดต่อกันในภายหลัง ซึ่งมันเป็นไม่กี่ชื่อในโทรศัพท์ของเขาที่ถูกเม็มด้วยคำ ๆ คำหนึ่ง เพราะด้วยกฏของสายเลือดทำให้เขาเป็นกับเธอได้เพียงแค่นั้น  (พี่น้อง)

Strength 10
@Admin




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2020-5-12 23:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +500 USD +3000 Strength +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 + 3000 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
VR Headset
DUEL DISC
Electric Stun Gun
Make-Up
Sport Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x6
x14
x15
x1
x498
x1
x1
x1
x999
โพสต์ 2020-5-16 14:54:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Tiana เมื่อ 2020-5-16 14:59

SERENA33
เควสสานสัมพันธ์และงานที่สาม


เซเรน่าเดินเข้ามายังโรงอาหารของค่าย ก่อนจะกวาดตามองหาที่นั่งว่างๆสักที่แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งทันที มือข้างยกขึ้นมาเท้าคางกับโต๊ะก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

นี่ก็ผ่านมาวันนึงแล้วหลังจากที่ไอผู้ชายบ้ากามนั่นสั่งให้เธอหอมแก้มเด็กใหม่ซึ่งเป็นบุตรแห่งเมอร์คิวรี่ แต่อย่างน้อยก็นับว่าดีกว่าสั่งให้เธอไปจูบปากเหมือนสองคนก่อนหน้า

หึ่ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดไม่น่าหลวมตัวไปเล่นเดิมพันด้วยเลยบ้าจริง ท่านเทพีวีคาโพต้า มาเอาดีเอ็นเอความอยากเอาชนะของท่านกลับไปด่วนเลยค่ะ!

เซเรน่าหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหน้าจออย่างเซ็งก่อนจะสะดุดเข้ากับชื่อๆหนึ่ง แมกนัส บุตรแห่งเมอร์คิวรี่ หรือก็คือเด็กใหม่ที่เธอต้องไปหลอกกินเต้าหู้ตามคำสั่งไอหัวรากไทร… นี่ก็คนในกองร้อยอีกแล้ว ให้ตายเถอะ

เด็กสาวเดาะลิ้นเล่นอย่างลังเลก่อนจะถอนหายใจแล้วส่งข้อความแชทไปหาอีกฝ่าย เป็นไงก็เป็นกันรีบทำภารกิจให้จบๆเธอจะได้หลุดพ้นพันธะสัญญาอะไรนั่นเสียที

Serena_Mav: สวัสดีค่ะคุณแมกนัส ฉันเซเรน่านะคะหวังว่าคุณจะจำได้เราอยู่กองร้อยเดียวกัน

@MagNus  

เซเรน่ามองข้อความที่อีกฝ่ายตอบกลับมาก่อนจะพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวใหม่อีกครั้ง ดูท่าอีกฝ่ายจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของเธอ ถ้าเจอตัวจริงเธอคงต้องบอกอีกฝ่ายให้ไปดูบอร์ดประจำกองร้อยที่แปะหน้าตาสมาชิกซะเด่นหราเสียแล้ว พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เซ็ง เซนจูเรี่ยนช่วยแต่งรูปเธอให้มันดูผอมกว่านี้ก่อนจะเอาไปแปะบอร์ดไม่ได้หรือไง…

Serena_Mav: เซเรน่า เซน เเมฟเวอร์ลินซ์ค่ะ อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าเราอยู่กองร้อยเดียวกัน

Serena_Mav: ฉันอยากทำความรู้จักคนในกองร้อยเดียวกันน่ะค่ะเลยทักคุณมา ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงอาหารน่ะค่ะสนใจมานั่งทานข้าวด้วยกันไหมคะ ถือว่าเป็นการสานสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมกองร้อยเนอะ

@MagNus   

เซเรน่าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์เพื่อมองชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเหลืองอำพันซึ่งเอ่ยชื่อของเธอออกมา ก่อนที่ใบหน้าเบื่อหน่ายเมื่อสักครู่จะค่อยเผยรอยยิ้มเล็กๆออกมาอย่างสุภาพ “รู้จักค่ะ อืม.. ถ้าจะให้บอกลักษณะก็ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มแล้วก็มีหน้าม้าด้วยค่ะ ผิวขาว แล้วก็ส่วนสูงก็น่าจะพอๆกับคุณเลยด้วย หน้าตาก็ค่อนข้างน่ารักเลยล่ะค่ะ คุณน่าจะหาเธอเจอได้ไม่ยาก”

แน่นอนว่าที่บรรยายมาก็ตรงกับตัวเธอแบบเป๊ะๆ อยากจะรู้แล้วสิว่าอีกฝ่ายจะตามที่เธอแกล้งหยอกทันหรือเปล่า

@MagNus

“รู้ตัวเร็วกว่าที่คิดนะคะเนี่ย” เด็กสาวมองท่าทางที่ดูเขินอายของอีกฝ่ายพลางหัวเราะออกมาแผ่วเบา “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะคุณแมกนัส ฉันต่างหากที่ควรขอโทษเพราะฉันเป็นคนแกล้งคุณ คิก”

ให้ตายเถอะเซเรน่า เธอจะมาหัวเราะหลังจากขอโทษแบบนี้ไม่ได้นะ…

“ขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกันนะคะ เซเรน่า บุตรแห่งเทพีวีคา โพต้าค่ะ” เซเรน่าเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรพลางลอบมองท่าทีของอีกฝ่าย “มื้อนี้คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงถือซะว่าเป็นการขอโทษเรื่องเมื่อกี้”

แล้วก็เรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้ด้วย…..

@MagNus

“เป็นการเลี้ยงขอโทษค่ะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก อืม… หรือจะนับว่านี่เป็นโอกาสพิเศษก็ได้นะคะเนื่องในโอกาสที่เราได้ทำความรู้จักคุยกันครั้งแรก” เซเรน่าพูดอย่างลื่นไหลด้วยน้ำเสียงชวนฟังก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปทางแมกนัส

“เราไปสั่งอาหารกันเถอะค่ะ แน่นอนว่าห้ามปฏิเสธ” เด็กยกนิ้วชี้ทั้งสองมาไขว้กันเป็นกากบาทแล้วยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเดินนำอีกฝ่ายไปยังจุดสั่งอาหารทันที “แล้วก็ถ้าคุณเกรงใจไว้หาโอกาสเลี้ยงฉันคืนครั้งหน้าก็ได้นะ”

@MagNus

“ของเราสเต็กปลาแล้วกันค่ะ” เซเรน่าหันไปเอ่ยพูดกับแม่ครัวออกมาอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด ก่อนจะหันกลับมามองแมกนัสเมื่อเห็นว่าแม่ครัวพยักหน้ารับทราบแล้วเดินหายเข้าไปยังด้านหลังแล้ว จะชวนคุยอะไรระหว่างรอดีนะ

“คุณแมกนัสชอบกินสเต็กหรอคะ” เป็นคำถามเบสิคที่ดูพยายามยังไงก็ไม่รู้แฮะ แต่ก็คงดีกว่ายืนรอเงียบล่ะนะ

@MagNus

“อืม..แบบนี้นี่เอง” เด็กสาวพยักหน้าหลังจากฟังคำอธิบายของแมกนัส แอบคล้ายเธออยู่เหมือนกันนะเนี่ย

“ฉันก็ไม่ค่อยจะสันทัดพวกชื่ออาหารเหมือนกันค่ะ บางเมนูที่ฉันเคยทานบางครั้งชื่อก็ยาวกว่าชื่อจริงของฉันเสียอีก” เด็กสาวหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ “ที่พอจะจำได้บ้างก็มีพวกพื้นๆอย่างสเต็กเหมือนกันค่ะ”

“อาหารที่พวกเธอสั่งได้แล้ว” เสียงเรียบๆ ของหญิงสาวผมทองเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการพูดของเซเรน่าพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารในจานที่เริ่มลอยมากระทบจมูกชวนให้รู้สึกอยากลิ้มลองทันทีเพียงแค่ได้กลิ่น

“ของฉันแล้วก็ของคุณผู้ชายคนนี้คิดเงินรวมกันได้เลยนะคะ” เซเรน่าเอ่ยพร้อมกับเตรียมล้วงกระเป๋าเงินออกมาจ่ายก่อนที่แมกนัสจะหาเรื่องมาพูดปฏิเสธการเลี้ยงอาหารของเธอในครั้งนี้อีก

"อาหารที่นี่ฟรี… " แม่ครัวสาวพูดออกมาเพียงสั้นๆ แล้ววางจานอาหารไว้ที่เบื้องหน้าของเซเรน่าและแมกนัสก่อนจะเดินจากไป พร้อมกับใบหน้าของเซเรน่าที่เริ่มมีรอยร้าว…

อุตส่าห์เสนอตัวเลี้ยงเสียดิบดีกลายเป็นว่าโรงอาหารกินฟรีเฉย---

เซเรน่าก้มเก็บเศษหน้าในใจก่อนจะหันไปฝืนยิ้มแห้งให้แมกนัส

"เหมือนจะไม่ต้องเสียเงิน.. ดีจังเนอะ ฮะฮะ" เด็กสาวหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะถือจานสเต็กปลาของตัวเองเดินนำกลับไปตั้งหลักที่โต๊ะก่อนทันที

@MagNus

เจสันที่เดินมายังโรงอาหารนั่งอยู่ภายในห้องพิเศษเฉพาะแม่ทัพมองลอดหน้าต่างออกมาเห็นเซเรน่าทำท่าเหมือนจะชักกระเป๋าเงินออกมา ก่อนอมยิ้มเล็กน้อยด้วยความขำเด็กสาว ‘ดูเหมือนเธอเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกสินะ’

‘นั่นแม็กนัสหรือเปล่านะ คงเป็นเพราะอยู่กองร้อยเดียวกันทำให้ทั้งคู่สนิทกัน’ เขามองทั้งสองที่เดินถืออาหารไปยังที่โต๊ะ

เซเรน่าไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของแม่ทัพเจสันที่ลอบมองเธอกับแมกนัส เอาจริงๆเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันห้องพิเศษอะไรนั่นอยู่ เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วก่อนจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม

“เป็นคำปลอบใจที่ฟังดูแปลกดีนะคะ แต่ก็ขอบคุณค่ะ” เซเรน่ายิ้มออกมาอย่างจริงก่อนจะเริ่มลงมือกินอาหารเบื้องหน้าทันที

@MagNus

“โอ๊ะ ขอบคุณนะคะคุณแมกนัสนี่เป็นสุภาพบุรุษจังนะคะ” เซเรน่ารับทิชชู่ที่แมกนัสที่อีกฝ่ายยื่นมาให้อย่างไม่ขัดน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นก่อนจะบรรจงเช็ดที่ริมฝีปากอย่างเชื่องช้าพลางครุ่นคิดบางอย่างในใจ…

“ฮะแฮ่ม คือว่า…” เด็กสาวกระแอ้มไอก่อนจะเงียบไปสักพักใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อนิดๆ “อันที่จริงแล้วที่ฉันชวนคุณแมกนัสมาทานข้าวด้วยกันนอกจากจะมาทำความรู้จักกันแล้ว ฉันมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้คุณแมกนัสช่วยน่ะค่ะ...”

@MagNus

“คือแบบว่าถ้าจะให้อธิบายสั้นๆก็... ฉันบังเอิญหลวมตัวไปทำพันธะสัญญาแปลกๆเข้าน่ะค่ะ” เซเรน่ากรอกตาไปมาพยายามหาคำพูดอ้อมค้อมที่จะไม่ให้อีกฝ่ายหนีเธอไปก่อนหรือจะมองหน้ากันไม่ติดหลังจากที่เธอทำอะไรอะไรต่อจากนี้ “ส่วนวิธีแก้พันธะมันก็แปลกพอกันเลยแล้วก็ต้องให้คุณแมกนัสช่วยด้วย”

“เอ่อ...คือว่าคุณแมกนัสช่วยยิ่นหน้ามาใกล้ๆได้หรือเปล่าคะ ที่ฉันจะพูดต่อจากนี้มันค่อนข้างจะเป็นความลับอยู่นิดหน่อย” เซเรน่าทำท่าทางจริงจังเพื่อหลอกล่ออีกฝ่าย ขอโทษล่วงหน้านะคะคุณแมกนัสมันจำเป็น…

@MagNus

“....” เซเรน่านิ่งเงียบมองแมกนัสที่ยื่นหน้ามาหาเธออย่างง่ายดายอย่างรู้สึกผิดแปลกๆ อยู่นิดหน่อย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเเล้วยื่นหน้าไปแตะริมฝีปากกับแก้มขาวของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาแล้วผละออกมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งแต่ถ้าสังเกตจะเห็นริ้วแดงจางๆบนแก้มของเธอ

@MagNus

“หอมแก้มคุณแมกนัส คือเงื่อนไขในการปลดพันธะค่ะ…” เซเรน่ามองท่าทางที่ดูเหมือนจะสติแตกของอีกฝ่าย “ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะคะ ฉันกลัวคุณจะไม่ยอมน่ะ”

เด็กสาวยกมือขึ้นเท้าคาง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ถ้าคุณแมกนัสอยากให้ฉันชดเชยเรื่องที่..หลอกกินเต้าหู้คุณเมื่อสักครู่ก็บอกได้เลยนะคะ  หรือถ้าจะเอาค่าเสียหายเป็นเงินฉันก็โอเคค่ะ”

@MagNus

บางทีเซเรน่าก็คิดนะว่าเธอควรจะเป็นฝ่ายเขินมากกว่าอีกฝ่าย แต่พอเห็นท่าทางเขินหายของแมกนัสก็ดันให้เธอรู้สึกอารมณ์ดีบวกอยากแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น อารมณ์เหมือนแกล้งเด็กเลยแฮะ แต่เป็นเด็กที่ค่อนข้างจะตัวโตเลยทีเดียว

“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” เซเรน่ายิ้มตาหยีที่เมื่อรู้สึกว่าเรื่องที่เธอกังวลจะผ่านไปได้ด้วยดี “คุณแมกนัสสะดวกเวลาไหนก็ส่งข้อความมานัดฉันได้ทุกเมื่อเลยนะคะฉันว่างเสมอ อยู่ที่ค่ายก็ไม่ค่อยจะมีอะไรทำอยู่แล้วนอกจากฝึก เดินเล่น ”

แล้วก็ก่อกวนเวลาทำงานของแม่ทัพ---

@MagNus

“แล้วเจอกันค่ะ” เซเรน่าโบกมือลาไล่หลังของแมกนัสที่เดินจากไปด้วยท่าทางที่ดูตื่นๆ เป็นผู้ชายที่ดูน่าจะแกล้งสนุกไม่ใช่เล่น แต่เธอนี่ก็กล้าเกินไปจริงๆที่มาขโมยหอมแก้มผู้ชายกลางโรงอาหาร นี่เรากลายเป็นผู้หญิงไร้ยางอายหรอเนี่ย เฮ้อ…

เด็กสาวถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะยกจานของตัวเองไปเก็บบ้าง เธอก็ควรกลับแล้วเช่นกัน ว่าแต่รู้สึกแปลกๆมาได้สักพักแล้วเหมือนกับมีใครกำลังจ้องอยู่ ขนลุกชะมัด รีบกลับดีกว่า

เจสันมองลอดหน้าต่างกระจก โชคดีที่ห้องทานอาหารนี้เป็นกระจกด้านเดียว เขาสามารถมองดูภายนอกได้ สังเกตการณ์ชาวค่ายภายในโรงอาหาร อมยิ้มเด็กสาว ดูเหมือนเธอช่างกล้าจริงๆ เขาก็รู้สึกแล้วว่ามันแปลกๆ ที่แท้เจ้าตัวมีเจตนาเช่นนี้นี่เอง ก่อนจะหยิบแก้วคาปูชิโน่ขึ้นมาดูดต่อจนหมด

สเตตัส 10+2
Strength 6
Technology6


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +10 ความชั่ว +20 ความโหด โพสต์ 2020-5-16 15:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +500 USD +3000 Strength +6 Tech +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 + 3000 + 6 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Super Car
กราดิอุสสัมฤทธิ์
DUEL DISC
VR Headset
Rolex 'Oyster'
Arousing
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x1
โพสต์ 2020-5-16 20:25:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เซเรน่าเดินเข้ามายังโรงอาหารของค่าย ก่อนจะกวาดตามองหาที่นั่งว่างๆสักที่แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งทันที มือข้างยกขึ้นมาเท้าคางกับโต๊ะก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

นี่ก็ผ่านมาวันนึงแล้วหลังจากที่ไอผู้ชายบ้ากามนั่นสั่งให้เธอหอมแก้มเด็กใหม่ซึ่งเป็นบุตรแห่งเมอร์คิวรี่ แต่อย่างน้อยก็นับว่าดีกว่าสั่งให้เธอไปจูบปากเหมือนสองคนก่อนหน้า

หึ่ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดไม่น่าหลวมตัวไปเล่นเดิมพันด้วยเลยบ้าจริง ท่านเทพีวีคาโพต้า มาเอาดีเอ็นเอความอยากเอาชนะของท่านกลับไปด่วนเลยค่ะ!

เซเรน่าหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหน้าจออย่างเซ็งก่อนจะสะดุดเข้ากับชื่อๆหนึ่ง แมกนัส บุตรแห่งเมอร์คิวรี่ หรือก็คือเด็กใหม่ที่เธอต้องไปหลอกกินเต้าหู้ตามคำสั่งไอหัวรากไทร… นี่ก็คนในกองร้อยอีกแล้ว ให้ตายเถอะ

เด็กสาวเดาะลิ้นเล่นอย่างลังเลก่อนจะถอนหายใจแล้วส่งข้อความแชทไปหาอีกฝ่าย เป็นไงก็เป็นกันรีบทำภารกิจให้จบๆเธอจะได้หลุดพ้นพันธะสัญญาอะไรนั่นเสียที

Serena_Mav: สวัสดีค่ะคุณแมกนัส ฉันเซเรน่านะคะหวังว่าคุณจะจำได้เราอยู่กองร้อยเดียวกัน



แม็กนัสที่กำลังจะเตรียมตัวออกมาที่โรงอาหาร สะดุดเข้ากับข้อความในมือถือที่จู่ๆก็เด้งขึ้นมา เขาจึงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของตัวเอง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู ก่อนจะรีบตอบกลับไป

Magnus : อ่า..ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าทางนั้นเป็นใครหรอ?

ด้วยความที่เขาไม่ได้สนใจคนอื่นเท่าไหร่นัก ทำให้ตนนึกไม่ออกว่าคนที่กำลังคุยอยู่ด้วยนั้นเป็นใครกันแน่ แต่เห็นว่าอยู่กองร้อยเดียวกัน คงไม่ใช่มิจฉาชีพหรอกมั้ง…

‘คร่อก..’

เสียงท้องของแม็กนัสร้องประท้วงขึ้นมาหลังจากคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เพราะตอนนี้ก็เลยเวลากินข้าวของเขามาแล้วซักพัก

เขาจับมือถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง มุ่งตรงไปทางโรงอาหารของค่ายเพื่อหาอะไรกินให้ตกถึงท้อง แต่ตาก็คอยมองที่มือถือไปด้วย เผื่อว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมา



เซเรน่ามองข้อความที่อีกฝ่ายตอบกลับมาก่อนจะพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวใหม่อีกครั้ง ดูท่าอีกฝ่ายจะจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของเธอ ถ้าเจอตัวจริงเธอคงต้องบอกอีกฝ่ายให้ไปดูบอร์ดประจำกองร้อยที่แปะหน้าตาสมาชิกซะเด่นหราเสียแล้ว พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เซ็ง เซนจูเรี่ยนช่วยแต่งรูปเธอให้มันดูผอมกว่านี้ก่อนจะเอาไปแปะบอร์ดไม่ได้หรือไง…

Serena_Mav: เซเรน่า เซน เเมฟเวอร์ลินซ์ค่ะ อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าเราอยู่กองร้อยเดียวกัน

Serena_Mav: ฉันอยากทำความรู้จักคนในกองร้อยเดียวกันน่ะค่ะเลยทักคุณมา ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงอาหารน่ะค่ะสนใจมานั่งทานข้าวด้วยกันไหมคะ ถือว่าเป็นการสานสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมกองร้อยเนอะ



‘เซเรน่า เซน เเมฟเวอร์ลินซ์..ใครอะ?’

‘แต่ก็อยู่โรงอาหารพอดีนี่นะ ไปหาซักหน่อยคงไม่เสียหาย....’

Magnus : อา..อยู่โรงอาหารสินะครับ ผมกำลังจะไปพอดี รอสักครู่นะ

หลังจากที่ตอบอีกฝ่ายไปแบบนั้น แม็กนัสก็เก็บมือถือเข้ากระเป๋าตัวเอง ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปยังโรงอาหารด้วยท่าที..ปกติ เพราะเขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากนัก

….

เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็พาตัวเองมถึงโรงอาหารประจำค่าย ซึ่งดูใหญ่และโอ่อ่ามาก ดูเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะกับคนอย่างเขาเลยซักนิด…

แม็กนัสสาวเท้าเดินเข้าไปยังโรงอาหาร แต่กลับลืมไปว่าตนไม่ได้ถามเซเรน่าไว้ก่อนหน้านี้ว่าอีกฝ่ายนั้นนั่งอยู่ส่วนไหน เขาจึงตัดสินใจเดินต่อเพื่อตามหาอีกฝ่าย

และด้วยความที่เขาเองยังจำหน้าของอีกฝ่ายได้ไม่แม่นนัก จึงได้แต่เดิมไปสุ่มๆว่าจะเจออีกฝ่ายอยู่ที่ตรงไหน จนในที่สุดก็มาถึงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ซึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งทำหน้าเซ็งอยู่กับมือถือของตัวเอง

“อ่า..ขอโทษนะครับ พอจะรู้จักผู้หญิงที่ชื่อเซเรน่ารึเปล่า ผมหาเธอไม่เจอน่ะ..”
เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายออกไปตรงๆ โดยที่ยังไม่คิดจะหยิบมือถือขึ้นมาดู แถมยังไม่เอะใจถึงหน้าตาคนตรงหน้าอีกต่างหาก



เซเรน่าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์เพื่อมองชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเหลืองอำพันซึ่งเอ่ยชื่อของเธอออกมา ก่อนที่ใบหน้าเบื่อหน่ายเมื่อสักครู่จะค่อยเผยรอยยิ้มเล็กๆออกมาอย่างสุภาพ “รู้จักค่ะ อืม.. ถ้าจะให้บอกลักษณะก็ ผมยาวสีน้ำตาลเข้มแล้วก็มีหน้าม้าด้วยค่ะ ผิวขาว แล้วก็ส่วนสูงก็น่าจะพอๆกับคุณเลยด้วย หน้าตาก็ค่อนข้างน่ารักเลยล่ะค่ะ คุณน่าจะหาเธอเจอได้ไม่ยาก”

แน่นอนว่าที่บรรยายมาก็ตรงกับตัวเธอแบบเป๊ะๆ อยากจะรู้แล้วสิว่าอีกฝ่ายจะตามที่เธอแกล้งหยอกทันหรือเปล่า



“อา..ขอบคุณมากครับ”

เมื่อเขาได้คำตอบมาจากอีกฝ่าย สองเท้าก็รีบก้าวจ้ำออกไปจากตรงนั้นด้วยความรวดเร็ว

‘ผมยาวสีน้ำตาล หน้าม้า ผิวขา..ว’

เขาทวนคำพูดของอีกคนไปได้ซักพักก็ชะงักกึกหยุดเดินกลางทางขึ้นมา ก่อนจะรีบหันตัวเดินกลับไปทางเดินอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับมาถึงที่โต๊ะเมื่อสักครู่ เขาก็นั่งลงด้านตรงข้ามอีกฝ่าย ใบหน้ามีสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

เขาหลบสายตาลงไปมองที่โต๊ะ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเมื่อครู่

“คุณ..เซเรน่าสินะครับ….”

“ขอโทษด้วยที่ผมไม่ทันสังเกต…”


“รู้ตัวเร็วกว่าที่คิดนะคะเนี่ย” เด็กสาวมองท่าทางที่ดูเขินอายของอีกฝ่ายพลางหัวเราะออกมาแผ่วเบา “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะคุณแมกนัส ฉันต่างหากที่ควรขอโทษเพราะฉันเป็นคนแกล้งคุณ คิก”

ให้ตายเถอะเซเรน่า เธอจะมาหัวเราะหลังจากขอโทษแบบนี้ไม่ได้นะ…

“ขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกันนะคะ เซเรน่า บุตรแห่งเทพีวีคา โพต้าค่ะ” เซเรน่าเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรพลางลอบมองท่าทีของอีกฝ่าย “มื้อนี้คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงถือซะว่าเป็นการขอโทษเรื่องเมื่อกี้”

แล้วก็เรื่องที่จะเกิดต่อจากนี้ด้วย…..



อ่า..ผมแม็กนัส บุตรแห่งเมอร์คิวรี่ครับ”

“ว่าแต่...ให้คนที่ไม่รู้จักเลี้ยงตั้งแต่มื้อแรกแบนี้จะดีหรอครับ ผมเกรง...ใจ”

หลังจากเขาแนะนำตัวเองเสร็จ เขาก็พูดบอกอีกฝ่ายต่อทันที เพราะเขาคิดจริงๆว่าให้คนอื่นเลี้ยงข้าวมันดูเสียมารยาทไปหน่อย หรืออาจจะเพราะเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากนัก จึงคิดว่าเป็นเรื่องไม่ปกติ?


“เป็นการเลี้ยงขอโทษค่ะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก อืม… หรือจะนับว่านี่เป็นโอกาสพิเศษก็ได้นะคะเนื่องในโอกาสที่เราได้ทำความรู้จักคุยกันครั้งแรก” เซเรน่าพูดอย่างลื่นไหลด้วยน้ำเสียงชวนฟังก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปทางแมกนัส

“เราไปสั่งอาหารกันเถอะค่ะ แน่นอนว่าห้ามปฏิเสธ” เด็กยกนิ้วชี้ทั้งสองมาไขว้กันเป็นกากบาทแล้วยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเดินนำอีกฝ่ายไปยังจุดสั่งอาหารทันที “แล้วก็ถ้าคุณเกรงใจไว้หาโอกาสเลี้ยงฉันคืนครั้งหน้าก็ได้นะ”


“ชิ..เอางั้นก็ได้ครับ”

เขาเดินตามอีกฝ่ายไปด้วยท่าทีไม่พอใจอยู่หน่อยๆ ที่อีกฝ่ายบังคับจะเลี้ยงตนให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ปฏฺิเสธอะไร แต่ในใจก็คิดไว้แล้วว่าต้องเลี้ยงคืนอย่างแน่นอน

เมื่อเดินมาถึงจุดสั่งอาหาร แม็กนัสที่ไม่ค่อยได้ออกจากบ้านบ่อยนัก ทำให้เมนูอาหารที่เขาจำได้ในหัวนั้นน้อยยิ่งกว่าจำนวนสถานที่ที่เคยไปเสียอีก

“อ่า...สเต็กเนื้อกับมันบดครับ”

เขาพูดเมนูที่พอคิดออกให้กับพนักงานที่อยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะหันกลับมาหาเซเรน่า

“แล้ว..คุณเซเรน่าทานอะไรหรอครับ?”


“ของเราสเต็กปลาแล้วกันค่ะ” เซเรน่าหันไปเอ่ยพูดกับแม่ครัวออกมาอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด ก่อนจะหันกลับมามองแมกนัสเมื่อเห็นว่าแม่ครัวพยักหน้ารับทราบแล้วเดินหายเข้าไปยังด้านหลังแล้ว จะชวนคุยอะไรระหว่างรอดีนะ

“คุณแมกนัสชอบกินสเต็กหรอคะ” เป็นคำถามเบสิคที่ดูพยายามยังไงก็ไม่รู้แฮะ แต่ก็คงดีกว่ายืนรอเงียบล่ะนะ



อ่า..ตอนอยู่บ้านผมไม่ค่อยสนใจเวลาที่มีคนเอาอาหารมาเสิร์ฟผมไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่...ที่จำได้ก็มีแค่สเต็กนี่ล่ะครับ”

เขาเลือกจะตอบอีกฝ่ายออกไปตามจริง เพราะไม่รู้ว่าต้องโกหกไปเพื่ออะไร

“อ้อ ที่ไม่ใส่ใจน่ะไม่ใช่ไม่ทานนะครับ แต่ผมอ่านหนังสือเยอะจนไม่มีเวลาดูเรื่องอื่นน่ะ”

แม็กนัสพูดเสริมออกไปทันทีหลังจากที่พูดประโยคแรกจบ ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเพื่อนคุยด้วย จึงเผลอพูดรายละเอียดเล็กๆออกไปตามที่คิด



“อืม..แบบนี้นี่เอง” เด็กสาวพยักหน้าหลังจากฟังคำอธิบายของแมกนัส แอบคล้ายเธออยู่เหมือนกันนะเนี่ย

“ฉันก็ไม่ค่อยจะสันทัดพวกชื่ออาหารเหมือนกันค่ะ บางเมนูที่ฉันเคยทานบางครั้งชื่อก็ยาวกว่าชื่อจริงของฉันเสียอีก” เด็กสาวหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อ “ที่พอจะจำได้บ้างก็มีพวกพื้นๆอย่างสเต็กเหมือนกันค่ะ”

“อาหารที่พวกเธอสั่งได้แล้ว” เสียงเรียบๆ ของหญิงสาวผมทองเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการพูดของเซเรน่าพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารในจานที่เริ่มลอยมากระทบจมูกชวนให้รู้สึกอยากลิ้มลองทันทีเพียงแค่ได้กลิ่น

“ของฉันแล้วก็ของคุณผู้ชายคนนี้คิดเงินรวมกันได้เลยนะคะ” เซเรน่าเอ่ยพร้อมกับเตรียมล้วงกระเป๋าเงินออกมาจ่ายก่อนที่แมกนัสจะหาเรื่องมาพูดปฏิเสธการเลี้ยงอาหารของเธอในครั้งนี้อีก

"อาหารที่นี่ฟรี… " แม่ครัวสาวพูดออกมาเพียงสั้นๆ แล้ววางจานอาหารไว้ที่เบื้องหน้าของเซเรน่าและแมกนัสก่อนจะเดินจากไป พร้อมกับใบหน้าของเซเรน่าที่เริ่มมีรอยร้าว…

อุตส่าห์เสนอตัวเลี้ยงเสียดิบดีกลายเป็นว่าโรงอาหารกินฟรีเฉย---

เซเรน่าก้มเก็บเศษหน้าในใจก่อนจะหันไปฝืนยิ้มแห้งให้แมกนัส

"เหมือนจะไม่ต้องเสียเงิน.. ดีจังเนอะ ฮะฮะ" เด็กสาวหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยจะเป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะถือจานสเต็กปลาของตัวเองเดินนำกลับไปตั้งหลักที่โต๊ะก่อนทันที



คิก...โดนเข้าแล้วล่ะครับคุณเซเรน่า”

แม็กนัสหลุดขำพร้อมเผยรอยย้มจางๆออกมา เมื่ออีกฝ่ายถูกแม่ครัวคนนั้นพูดหักหน้าเสียจนเธอเสียอาการ

“ความผิดพลาดเป็นของมนุษย์ครับ อย่าคิดมากเลย”

ขณะที่เดินกลับมาที่โต๊ะ เขาก็พยายามพูดให้กำลังใจอีกฝ่าย แต่ดันเป็นคำพูดที่ตนเคยอ่านในหนังสือ มันจึงฟังดูพิลึกชอบกล

เจสันที่เดินมายังโรงอาหารนั่งอยู่ภายในห้องพิเศษเฉพาะแม่ทัพมองลอดหน้าต่างออกมาเห็นเซเรน่าทำท่าเหมือนจะชักกระเป๋าเงินออกมา ก่อนอมยิ้มเล็กน้อยด้วยความขำเด็กสาว ‘ดูเหมือนเธอเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกสินะ’

        ‘นั่นแม็กนัสหรือเปล่านะ คงเป็นเพราะอยู่กองร้อยเดียวกันทำให้ทั้งคู่สนิทกัน’ เขามองทั้งสองที่เดินถืออาหารไปยังที่โต๊ะ

เซเรน่าไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของแม่ทัพเจสันที่ลอบมองเธอกับแมกนัส เอาจริงๆเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันห้องพิเศษอะไรนั่นอยู่ เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วก่อนจะวางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม

“เป็นคำปลอบใจที่ฟังดูแปลกดีนะคะ แต่ก็ขอบคุณค่ะ” เซเรน่ายิ้มออกมาอย่างจริงก่อนจะเริ่มลงมือกินอาหารเบื้องหน้าทันที


…..เวลาผ่านไปพักหนึ่ง…..

“อา..อิ่มมากครับ”

แม็กนัสวางส้อมและมีดเอาไว้ด้วยกันทางด้านหนึ่งของจาน ที่มีเนื้อและมันลดเหลืออยู่เล็กน้อย เพราะปกติตนเป็นคนทานอะไรม่เยอะอยู่แล้ว แถมที่นี่ยังให้เยอะเป็นพิเศษ

“ไม่นึกว่าเขาจะให้เยอะขนาดนั้นน่ะ”

เขายื่นมือไปหยิบทิชชู่แผ่นหนึ่งขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดบริเวณปากของตน ก่อนจะหยิบอีกแผ่นหนึ่งยื่นไปทางอีกฝ่าย

“ทิชชู่ครับ”

‘ว่าแต่ตอนทานข้าวเมื่อกี้รู้สึกขนลุกแปลกๆ ที่นี่จะมีผีรึเปล่านะ….”


“โอ๊ะ ขอบคุณนะคะคุณแมกนัสนี่เป็นสุภาพบุรุษจังนะคะ” เซเรน่ารับทิชชู่ที่แมกนัสที่อีกฝ่ายยื่นมาให้อย่างไม่ขัดน้ำใจที่อีกฝ่ายหยิบยื่นก่อนจะบรรจงเช็ดที่ริมฝีปากอย่างเชื่องช้าพลางครุ่นคิดบางอย่างในใจ…

“ฮะแฮ่ม คือว่า…” เด็กสาวกระแอ้มไอก่อนจะเงียบไปสักพักใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อนิดๆ “อันที่จริงแล้วที่ฉันชวนคุณแมกนัสมาทานข้าวด้วยกันนอกจากจะมาทำความรู้จักกันแล้ว ฉันมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้คุณแมกนัสช่วยน่ะค่ะ...”


“เอ่อ...จะให้ผมช่วยอะไรหรอ?”

เขาถามอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงเจือความสงสัย และไปหน้าที่แสดงออกถึงความอยากรู้เล็กน้อย

‘ว่าแต่..ที่หน้าแดงอยู่นั่นเธอไม่สบายหรอ หรืออากาศร้อนเกินไปล่ะ?’

แม็กนัสคิดในใจขณะมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอคำตอบ


“คือแบบว่าถ้าจะให้อธิบายสั้นๆก็... ฉันบังเอิญหลวมตัวไปทำพันธะสัญญาแปลกๆเข้าน่ะค่ะ” เซเรน่ากรอกตาไปมาพยายามหาคำพูดอ้อมค้อมที่จะไม่ให้อีกฝ่ายหนีเธอไปก่อนหรือจะมองหน้ากันไม่ติดหลังจากที่เธอทำอะไรอะไรต่อจากนี้ “ส่วนวิธีแก้พันธะมันก็แปลกพอกันเลยแล้วก็ต้องให้คุณแมกนัสช่วยด้วย”

“เอ่อ...คือว่าคุณแมกนัสช่วยยิ่นหน้ามาใกล้ๆได้หรือเปล่าคะ ที่ฉันจะพูดต่อจากนี้มันค่อนข้างจะเป็นความลับอยู่นิดหน่อย” เซเรน่าทำท่าทางจริงจังเพื่อหลอกล่ออีกฝ่าย ขอโทษล่วงหน้านะคะคุณแมกนัสมันจำเป็น…



“ครับ…”

แม็กนัสมีลางสังหรณ์ทะแม่งๆผุดขึ้นมาในหัวว่ามีอะไรไม่ปกติ แต่ตนคิดว่าน่าจะเพราะไม่ค่อยชอบเข้าใกล้คนอื่นเท่าไหร่นัก เลยทำให้ตนรู้สึกแบบนั้น

เขาขยับตัว ยื่นหน้าออกไปหาอีกฝ่าย หูเอียงเข้าทางอีกฝ่ายเล็กน้อย

“เรื่องอะไรหรอครับ..ที่จะบอกผมน่ะ”


“....” เซเรน่านิ่งเงียบมองแมกนัสที่ยื่นหน้ามาหาเธออย่างง่ายดายอย่างรู้สึกผิดแปลกๆ อยู่นิดหน่อย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเเล้วยื่นหน้าไปแตะริมฝีปากกับแก้มขาวของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาแล้วผละออกมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเธอเรียบนิ่งแต่ถ้าสังเกตจะเห็นริ้วแดงจางๆบนแก้มของเธอ



“....?!”

แม็กนัสเบิกตาโพลง เขานิ่งงันอยู่แบบนั้นด้วยความตกใจสุดขีด เพราะไม่นึกว่าจู่ๆจะถูกคนที่พึ่งรู้จักกันหอมแก้มเข้า

“อ..อะไรกันครับคุณซ..เซเรน่า”

แม็กนัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเริ่มปรากฏสีแดงจางๆ ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีที่เข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว

พลันเขาขยับร่างกายถอยออกห่างจากอีกฝ่ายทีละนิด จนที่สุดก็เหมือนเขากลับไปนั่งที่เดิม

...แต่เหมือนจะห่างออกไปนิดหน่อยแฮะ



“หอมแก้มคุณแมกนัส คือเงื่อนไขในการปลดพันธะค่ะ…” เซเรน่ามองท่าทางที่ดูเหมือนจะสติแตกของอีกฝ่าย “ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะคะ ฉันกลัวคุณจะไม่ยอมน่ะ”

เด็กสาวยกมือขึ้นเท้าคาง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ถ้าคุณแมกนัสอยากให้ฉันชดเชยเรื่องที่..หลอกกินเต้าหู้คุณเมื่อสักครู่ก็บอกได้เลยนะคะ  หรือถ้าจะเอาค่าเสียหายเป็นเงินฉันก็โอเคค่ะ”



“อ..อ่า เอ่อ….”

“ม..ไม่ต้องหรอกครับคุณเซเรน่า ผม..ผมพอจะเข้าใจ”

ถึงเขาจะรู้สึกไม่ค่อยดีที่อีกฝ่ายทำอย่างนั้น แต่ตามที่อีกฝ่ายบอกมา คงจะจำเป็นต้องทำจริงๆ…

“เอา...เอาเป็นว่า ไว้เลี้ยงข้าวผมแทนก็ได้”

แม็กนัสเลือกพูดทางเลือกที่คิดว่าดีที่สุดออกไป ด้วยท่าทีที่ดูสงบลงเล็กน้อย



บางทีเซเรน่าก็คิดนะว่าเธอควรจะเป็นฝ่ายเขินมากกว่าอีกฝ่าย แต่พอเห็นท่าทางเขินหายของแมกนัสก็ดันให้เธอรู้สึกอารมณ์ดีบวกอยากแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น อารมณ์เหมือนแกล้งเด็กเลยแฮะ แต่เป็นเด็กที่ค่อนข้างจะตัวโตเลยทีเดียว

“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” เซเรน่ายิ้มตาหยีที่เมื่อรู้สึกว่าเรื่องที่เธอกังวลจะผ่านไปได้ด้วยดี “คุณแมกนัสสะดวกเวลาไหนก็ส่งข้อความมานัดฉันได้ทุกเมื่อเลยนะคะฉันว่างเสมอ อยู่ที่ค่ายก็ไม่ค่อยจะมีอะไรทำอยู่แล้วนอกจากฝึก เดินเล่น ”

แล้วก็ก่อกวนเวลาทำงานของแม่ทัพ---



“..ได้ครับ ไว้..ไว้ผมจะติดต่อไป”

เขาพูดตอบรับอีกฝ่าย ก่อนจะเก็บของตน(ซึ่งไม่มีอะไรอยู่แล้ว…)เข้ากระเป๋า ก่อนจะลุกขึ้นยืน พร้อมกับถาดอาหารในมือ

“แล้วเจอกันครับ..!”

แม็กนัสพูดลาอีกฝ่าย โดยที่ไม่ได้รอคำตอบ เขาก็รีบเผ่นแน่บออกไปจากตรงนั้นทันที เพื่อที่จะนำถาดอาหารของคนไปเก็บ และเพื่อหลบจากอีกฝ่าย ก่อนเขาจะตัวแตกไปมากกว่านั้น


“แล้วเจอกันค่ะ” เซเรน่าโบกมือลาไล่หลังของแมกนัสที่เดินจากไปด้วยท่าทางที่ดูตื่นๆ เป็นผู้ชายที่ดูน่าจะแกล้งสนุกไม่ใช่เล่น แต่เธอนี่ก็กล้าเกินไปจริงๆที่มาขโมยหอมแก้มผู้ชายกลางโรงอาหาร นี่เรากลายเป็นผู้หญิงไร้ยางอายหรอเนี่ย เฮ้อ…

เด็กสาวถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะยกจานของตัวเองไปเก็บบ้าง เธอก็ควรกลับแล้วเช่นกัน ว่าแต่รู้สึกแปลกๆมาได้สักพักแล้วเหมือนกับมีใครกำลังจ้องอยู่ ขนลุกชะมัด รีบกลับดีกว่า

เจสันมองลอดหน้าต่างกระจก โชคดีที่ห้องทานอาหารนี้เป็นกระจกด้านเดียว เขาสามารถมองดูภายนอกได้ สังเกตการณ์ชาวค่ายภายในโรงอาหาร อมยิ้มเด็กสาว ดูเหมือนเธอช่างกล้าจริงๆ เขาก็รู้สึกแล้วว่ามันแปลกๆ ที่แท้เจ้าตัวมีเจตนาเช่นนี้นี่เอง ก่อนจะหยิบแก้วคาปูชิโน่ขึ้นมาดูดต่อจนหมด


@Admin

สเตตัส

Technology 10




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-5-16 21:14

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +500 USD +3000 Tech +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 + 3000 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Electric Stun Gun
ชุดสูทลำลอง
VR Headset
Fingered
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x4
โพสต์ 2020-5-22 10:53:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Agatha เมื่อ 2020-5-23 13:04

          มันเป็นที่ค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว..

          อากาธ่าสาวเท้าเข้ามาในโรงอาหารประจำค่ายที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายจากหลากหลายกองร้อยมากันกันอยู่ที่โรงอาหารแห่งนี้จนแน่นขนัด แทบไม่มีที่นั่งว่างเหลืออยู่เลย หญิงสาวจึงตัดสินใจว่าเธอควรจะไปซื้ออาหารเสียก่อนแล้วค่อยเดินหาที่นั่งว่างๆสักที่สำหรับตัวเองเหตุเพราะกระเพาะของเธอกำลังส่งเสียงร้องครวญครางหลังจากที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืน แม้ภาระงานของอากาธ่าจะเบาลงไปมากแล้วแต่ก็ยังมีงานเล็กๆน้อยๆแทรกมาอยู่เสมอรวมถึงกิจกรรมยิบย่อยต่างๆในค่ายทำให้เธอเริ่มจะปวดหัว

          "เอาลาซานญ่าโบโลเนสกับปาเอญ่าค่ะ" หญิงสาวเอ่ยปากสั่งอาหารกับแม่ครัวและยืมรออยู่ครู่หนึ่ง ตั้งแต่ย้ายมาลงหลักปักฐานในค่ายแห่งนี้อากาธ่าก็กินจุขึ้นเยอะเลยทีเดียวอาจจะเป็นเพราะรสมือของแม่ครัวที่นี่ถูกใจเธอเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอาหารชาติไหนก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยแม่แต่น้อย

          "อาหารได้แล้วค่ะ" เสียงของแม่ครัวทำให้อากาธ่าหลุดจากภวังค์ เธอยิ้มบางก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณแล้วหยิบถาดที่มีจานอาหารทั้งสองจานมาถือไว้ในมือพลางเริ่มมองหาที่นั่งว่างๆ หญิงสาวสอดส่องสายตาไปทั่วโรงอาหารก่อนที่จะพบเก้าอี้ว่างที่สุดท้ายอยู่สุดขอบโรงอาหารตรงข้ามชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่นั่งกินข้าวอยู่เพียงลำพังจึงรีบเดินไปยังโต๊ะนั้นทันที

          "ขอโทษนะคะ มีคนนั่งตรงนี้หรือเปล่า?" อากาธ่าถามชายหนุ่มตรงหน้าตามมารยาท

          @MagNus


          "งั้นขอนั่งด้วยนะคะ" อากาธ่าส่งยิ้มพร้อมกับวางถาดอาหารลงบนโต๊ะและหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ เธอรู้สึกคุ้นหน้ายคนอีกคนอย่างน่าประหลากเป็นไปได้ว่าเธออาจะเคยเห็นเขาตอนเดินเล่นอยู่ในสักแห่งในค่ายก็เป็นได้


          "ฉันชื่ออากาธ่า ธิดาแห่งจูปิเตอร์ อยู่กองร้อยที่ 1 นะคะ" ความเงียบชวนน่าอึดอัดของคนที่ไม่รู้จักกันสองคนที่มานั่งกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกันทำให้หญิงสาวต้องหาเรื่องชวนอีกฝ่ายคุยอย่างเป็นมิตร หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะปล่อยผ่านไปแต่เมื่อเข้ามาอยู่ในค่ายแห่งนี้จึงเข้าใจว่าการผูกมิตรกับคนอื่นนั้นสำคัญมากแค่ไหน


          @MagNus


         "มาอยู่ที่นี่นานแล้วหรอคะ?" อากาธ่าถามต่อด้วยความสงสัย



          @Magnus


          "ฉันอยู่มาสักพักนึงแล้วแต่น่าจะมาทีหลังคุณล่ะมั้งคะ" เธอพูดก่อนที่จะลาซานญ่าโบโลเนสเข้าปาก แมกนัสค่อนข้างน่าสนใจและดูเป็นมิตรมากทีเดียว อย่างน้อยอากาธ่าก็เพื่อนต่างกองร้อยเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว



          @Magnus


           "ว่าแต่คุณรู้ข่าวงานชุมนุมรอบกองไฟไหมคะ" อากาธ่านึกขึ้นได้ว่ากำลังจะมีงานชุมนุมรอบกองไฟเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หลังจากที่ลืมไปเสียสนิท เธอยังไม่ได้หาบัดดี้ไปงานด้วยเลยและคิดว่าคนอื่นๆในกองร้อยของเธอคงจะจับคู่กันไปหมดแล้วและแมกนัสก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้



          "คือฉันกำลังหาบัดดี้ไปงานด้วยอยู่น่ะค่ะ เผื่อว่าคุณจะสนใจ.." หญิงสาวเอ่ยปวกชวนอย่างไม่แน่ใจนัก เธอรู้ว่าการชวนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงไปงานชุมนุมรอบกองไฟอาจจะดูไม่ดีแต่ลองดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร "แต่ถ้าคุณมีบัดดี้แล้วก็ไม่เป็นไรนะคะ"


          @MagNus


          "จริงหรอคะ งั้นสนใจไปด้วยกันไหม?" อากาธ่าเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนลืมตัวที่แมกนัสเองก็ยังไม่มีคู่บัดดี้เหมือนกัน ท่าทางเธอคงไม่ต้องไปงานคนเดียวแบบเหงาๆแล้วช่างโชคดีจริงๆที่ได้มาเจอแมกนัสในวันนี้



          @MagNus


          อากาธ่าขอช่องทางติดต่อจากแมกนัสทันที่ที่ชายหนุ่มตอบตกลงที่ไปงานชุมนุมรอบกองไฟกับเธอเพราะการคุยกันผ่านแชทคงจะง่ายกว่าการไปยืนรออีกฝ่ายหน้ากองร้อยเพื่อนัดแนะเวลาพบกันในวันงาน เธอลอบมองรอยยิ้มของแมกนัสก่อนที่จะหันมาสนใจจานอาหารของตัวเองเมื่อเขาเริ่มรู้สึกตัวว่าอยู่จ้องมอง



          "ฉันคิดว่าฉันคงต้องขอตัวก่อน" เธอเอ่ยปากขอตัวอย่างเสียดายเนื่องจากมีนัดทำงานกับคนในกองร้อยต่อในช่วงบ่าย เธอรู้สึกสนุกมากที่ได้ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆบ้างหลังเพราะเพื่อนๆของเธอก็ล้วนแต่เป็นคนในกองร้อยเดียวกันที่ต้องตื่นมาเจอหน้ากันแทบทุกวัน


          แมกนัสเป็นคนที่คุยสนุกทีเดียวเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ สนุกจนแทบไม่อยากให้บทสนทนานี้จบลงเลยล่ะ น่าเสียดายจริงๆ



          @MagNus


          "ไว้ฉันจะติดต่อไปนะคะหรือถ้าว่างๆอยากจะไปเดินเล่นด้วยกันก็ติดต่อมาก็ได้" อากาธ่าโบกมือลาแมกนัสด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะยกถาดอาหารของตัวเองไปเก็บด้วย


          หวังว่าแมกนัสจะติดต่อมานะ..



          @MagNus




Vehicle 7
@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม +10 ความโหด โพสต์ 2020-5-22 11:13

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2Energy +1000 USD +1500 Joker +5 Vehicle +7 ย่อ เหตุผล
Jason + 1000 + 5 โบนัสพิเศษบัดดี้จากแม่ทัพ
Admin + 1000 + 500 + 7

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
VR Headset
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x3
โพสต์ 2020-5-22 11:41:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MagNus เมื่อ 2020-5-22 11:54

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]มันเป็นที่ค่อนข้างวุ่นวายทีเดียว..

          อากาธ่าสาวเท้าเข้ามาในโรงอาหารประจำค่ายที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายจากหลากหลายกองร้อยมากันกันอยู่ที่โรงอาหารแห่งนี้จนแน่นขนัด แทบไม่มีที่นั่งว่างเหลืออยู่เลย หญิงสาวจึงตัดสินใจว่าเธอควรจะไปซื้ออาหารเสียก่อนแล้วค่อยเดินหาที่นั่งว่างๆสักที่สำหรับตัวเองเหตุเพราะกระเพาะของเธอกำลังส่งเสียงร้องครวญครางหลังจากที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืน แม้ภาระงานของอากาธ่าจะเบาลงไปมากแล้วแต่ก็ยังมีงานเล็กๆน้อยๆแทรกมาอยู่เสมอรวมถึงกิจกรรมยิบย่อยต่างๆในค่ายทำให้เธอเริ่มจะปวดหัว

          "เอาลาซานญ่าโบโลเนสกับปาเอญ่าค่ะ" หญิงสาวเอ่ยปากสั่งอาหารกับแม่ครัวและยืมรออยู่ครู่หนึ่ง ตั้งแต่ย้ายมาลงหลักปักฐานในค่ายแห่งนี้อากาธ่าก็กินจุขึ้นเยอะเลยทีเดียวอาจจะเป็นเพราะรสมือของแม่ครัวที่นี่ถูกใจเธอเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอาหารชาติไหนก็ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยแม่แต่น้อย

          "อาหารได้แล้วค่ะ" เสียงของแม่ครัวทำให้อากาธ่าหลุดจากภวังค์ เธอยิ้มบางก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณแล้วหยิบถาดที่มีจานอาหารทั้งสองจานมาถือไว้ในมือพลางเริ่มมองหาที่นั่งว่างๆ หญิงสาวสอดส่องสายตาไปทั่วโรงอาหารก่อนที่จะพบเก้าอี้ว่างที่สุดท้ายอยู่สุดขอบโรงอาหารตรงข้ามชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่นั่งกินข้าวอยู่เพียงลำพังจึงรีบเดินไปยังโต๊ะนั้นทันที

          "ขอโทษนะคะ มีคนนั่งตรงนี้หรือเปล่า?" อากาธ่าถามชายหนุ่มตรงหน้าตามมารยาท

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "อ่า..ไม่มีหรอก" แม็กนัสเงยหน้าขึ้นมาจากจานสเต็กของตนเอง เพื่อตอบกลับอีกฝ่ายตามมารยาท(ของเขา)
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "งั้นขอนั่งด้วยนะคะ" อากาธ่าส่งยิ้มพร้อมกับวางถาดอาหารลงบนโต๊ะและหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ เธอรู้สึกคุ้นหน้ายคนอีกคนอย่างน่าประหลากเป็นไปได้ว่าเธออาจะเคยเห็นเขาตอนเดินเล่นอยู่ในสักแห่งในค่ายก็เป็นได้
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ฉันชื่ออากาธ่า ธิดาแห่งจูปิเตอร์ อยู่กองร้อยที่ 1 นะคะ" ความเงียบชวนน่าอึดอัดของคนที่ไม่รู้จักกันสองคนที่มานั่งกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกันทำให้หญิงสาวต้องหาเรื่องชวนอีกฝ่ายคุยอย่างเป็นมิตร หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะปล่อยผ่านไปแต่เมื่อเข้ามาอยู่ในค่ายแห่งนี้จึงเข้าใจว่าการผูกมิตรกับคนอื่นนั้นสำคัญมากแค่ไหน
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ผมแม็กนัสครับ..บุตรแห่งเมอร์คิวรี่ กองร้อยที่4" เขาพูดแนะนำตัวเองหลังจากอีกฝ่ายพูดขึ้นมา คาดว่าคงอยากจะรู้จัก
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]         "[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]มาอยู่ที่นี่นานแล้วหรอคะ?" อากาธ่าถามต่อด้วยความสงสัย

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ก็ซักพักแล้วล่ะครับ..แล้วคุณ...อากาธ่าล่ะ?" เขาเอ่ยถามกลับไปบ้าง แต่มีติดขัดเล็กน้อยเพราะเขาดันลืมชื่ออีกฝ่ายไปชั่วขณะ แต่ยังดีที่นึกได้เร็วพอ
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ฉันอยู่มาสักพักนึงแล้วแต่น่าจะมาทีหลังคุณล่ะมั้งคะ" เธอพูดก่อนที่จะลาซานญ่าโบโลเนสเข้าปาก แมกนัสค่อนข้างน่าสนใจและดูเป็นมิตรมากทีเดียว อย่างน้อยอากาธ่าก็เพื่อนต่างกองร้อยเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "อย่างนั้นเองสินะครับ...ผมก็คิดว่างั้นนะ" แม็กนัสพยักหน้าตามพลางคิดเรื่องที่อีกฝ่ายพูด เข้ามาทำความรู้จักตนแบบนี้คงพึ่งมาถึงไม่นาน
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]           "ว่าแต่คุณรู้ข่าวงานชุมนุมรอบกองไฟไหมคะ" อากาธ่านึกขึ้นได้ว่ากำลังจะมีงานชุมนุมรอบกองไฟเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หลังจากที่ลืมไปเสียสนิท เธอยังไม่ได้หาบัดดี้ไปงานด้วยเลยและคิดว่าคนอื่นๆในกองร้อยของเธอคงจะจับคู่กันไปหมดแล้วและแมกนัสก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "คือฉันกำลังหาบัดดี้ไปงานด้วยอยู่น่ะค่ะ เผื่อว่าคุณจะสนใจ.." หญิงสาวเอ่ยปวกชวนอย่างไม่แน่ใจนัก เธอรู้ว่าการชวนคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงไปงานชุมนุมรอบกองไฟอาจจะดูไม่ดีแต่ลองดูสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร "แต่ถ้าคุณมีบัดดี้แล้วก็ไม่เป็นไรนะคะ"

          [backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]แม็กนัสทำสีหน้างุนงงออกมาเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงงานชุมนุมรอบกองไฟ เพราะเขาเองไม่เคยได้ยินเรื่องนั้นมาก่อน
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "อ่า..อันที่จริงผมก็ยังไม่มีบัดดี้หรอก พึ่งจะรู้จากคุณนี่ล่ะว่ามีงานชุมนุมอะไรนั่นด้วย" เขาพูดออกไปตามความจริง พร้อมด้วยสีหน้าที่ยังดูงงๆอยู่บ้าง
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "จริงหรอคะ งั้นสนใจไปด้วยกันไหม?" อากาธ่าเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจจนลืมตัวที่แมกนัสเองก็ยังไม่มีคู่บัดดี้เหมือนกัน ท่าทางเธอคงไม่ต้องไปงานคนเดียวแบบเหงาๆแล้วช่างโชคดีจริงๆที่ได้มาเจอแมกนัสในวันนี้

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "...คิดว่าคงได้นะอยู่นะ ขอผมดูก่อนแล้วกัน" แม็กนัสทำสีหน้าลังเลออกมาเล็กน้อย เพราะตอนแรกตนไม่ได้คิดจะไปงานนั่นอยู่แล้ว แต่มีคนมาชวนแบบนี้ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเหมือนกัน..
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          อากาธ่าขอช่องทางติดต่อจากแมกนัสทันที่ที่ชายหนุ่มตอบตกลงที่ไปงานชุมนุมรอบกองไฟกับเธอเพราะการคุยกันผ่านแชทคงจะง่ายกว่าการไปยืนรออีกฝ่ายหน้ากองร้อยเพื่อนัดแนะเวลาพบกันในวันงาน เธอลอบมองรอยยิ้มของแมกนัสก่อนที่จะหันมาสนใจจานอาหารของตัวเองเมื่อเขาเริ่มรู้สึกตัวว่าอยู่จ้องมอง

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ฉันคิดว่าฉันคงต้องขอตัวก่อน" เธอเอ่ยปากขอตัวอย่างเสียดายเนื่องจากมีนัดทำงานกับคนในกองร้อยต่อในช่วงบ่าย เธอรู้สึกสนุกมากที่ได้ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆบ้างหลังเพราะเพื่อนๆของเธอก็ล้วนแต่เป็นคนในกองร้อยเดียวกันที่ต้องตื่นมาเจอหน้ากันแทบทุกวัน
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          [backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]แมกนัสเป็นคนที่คุยสนุกทีเดียวเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ สนุกจนแทบไม่อยากให้บทสนทนานี้จบลงเลยล่ะ น่าเสียดายจริงๆ

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ได้ครับ..ยังไงผมจะติดต่อไปนะ ถ้าไม่ลืมซะก่อน..." เขาพูดประโยคกันตายออกมา เผื่อว่าเขาจะสนใจหนังสือและอย่างอื่นจนลืมนัดกับคนตรงหน้าไป
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "ไว้ฉันจะติดต่อไปนะคะหรือถ้าว่างๆอยากจะไปเดินเล่นด้วยกันก็ติดต่อมาก็ได้" อากาธ่าโบกมือลาแมกนัสด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะยกถาดอาหารของตัวเองไปเก็บด้วย
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          หวังว่าแมกนัสจะติดต่อมานะ..

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          "อา.."

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]          หลังจากอีกฝ่ายเดินจากไปแล้ว ก็ถึงคราวเขาเก็บข้าวของของตนเข้าที่ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินแยกไปเก็บถาดอาหารของตนเช่นกัน และหวังว่าจะได้ติดต่อกันอีก เพราะไม่งั้นคงต้องมีผิดใจกันแหงๆ ถ้าเกิดเขาเบี้ยวนัดนั้นขึ้นมา..
[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]

@Admin

Status

Joker 1
Charisma 4
Technology 2

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-22 11:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2Energy +1000 USD +1500 Charisma +4 Joker +6 Tech +2 ย่อ เหตุผล
Jason + 1000 + 5 โบนัสพิเศษบัดดี้จากแม่ทัพ
Admin + 1000 + 500 + 4 + 1 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Electric Stun Gun
ชุดสูทลำลอง
VR Headset
Fingered
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x4
โพสต์ 2020-5-23 13:50:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-5-23 13:52

อูจิน อินแดนเทพ
(23)

                วันนี้นับเป็นวันดี ๆ อีกวันหนึ่งของอูจิน เนื่องจากในวันนี้เป็นวันที่อาหารเกาหลีเวียนมาถึงโดยโรงอาหารประจำค่ายนั้น เนื่องจากเหล่าบุตรและธิดาของเทพนั้นมาจากหลายเชื้อชาติ อาหารการกินของโรงอาหารจึงต้องหลากหลายเช่นกัน โดยเมนูอาหารจะเปลี่ยนไปทุกวัน วันละประเทศ ซึ่งวันก่อนที่อูจินมากินกับคุณอิซึมินั้นก็น่าจะเป็นวันอาหารไทย จึงมีทั้งผัดกระเพราหมู  อาหารประเภทผัดที่พัดหมูกับพืชสมุนไพรชนิดที่ชื่อว่ากะเพรา  และในวันนั้นยังมี แกงมัสมั่น อาหารอับดับ 1 ของโลกจากประเทศไทย ซึ่งทาง CNNเป็นคนจัดอับดับ และมีอาหารชื่อดังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผัดไท อาหารประเภทผัดที่ผัดเส้นเข้ากับเครื่องอย่าง ถั่วป่น เต้าหู้ ต้นหอม กุ้งแห้ง ไข่ ถั่วงอกดิบ  ซึ่งเป็นอาหารที่หากมาประเทศต้องลองชิม  แล้วก็แกงเขียวหวานอาหารประเภทแกงที่มีสีเขียวรสชาติกลมกล่อม  และยังมีต้มข่าไก่ ต้มยำกุ้ง  ส้มตำ  อาหารเรื่องชื่อมากมายจะประเทศไทยถูกทำขึ้นในวันนั้นโดยคุณ เมดิสัน โรมานอฟ ที่เป็น แม่ครัวประจำโรงอาหารค่าย ที่มีฝีมือทำอาหารและชนะพ่อครัวดังๆ ในโลกข้างนอกมานับไม่ถ้วนเป็นผู้ทำให้ทาน

     อาหารต่างๆ ก็เวียนมาเรื่อย ๆ จากไทย  ฝรั่งเศษ อินเดีย สเปน จีน อังกฤษ สลับตะวันตกตะวันออกไปมาจนในที่สุดก็เวียนมาถึงประเทศเกาหลีของเขา  ซึ่งแน่นอนว่ากิมจิ หรือผักดองใส่พริกป่นแบบเกาหลีนั้นถูกตักมาเป็นอย่างแรก ใส่ถ้วยใหญ่  แล้วก็ บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลี ที่โรยหน้าด้วยผักต่าง ๆ ซึ่งมีการผัดและปรุงรสมาแล้ว  และของที่เผ็ดๆ หน่อยอย่าง ต๊อกโบกี ก็ถูกตักมาด้วยเช่นกัน รวมทั้งไก่ตุ๋นโสม พาจอน แป้งที่ผสมกับต้นหอมแล้วทอดหรือคนเรียกว่า พิซซ่าเกาหลี    และยังมีหมูย่างเกาหลี  และไก่ทอดเกาหลี จนเขาอยากดื่มเบียร์แก้มด้วยเลยล่ะ เพราะไก่ทอดกับเบียร์เป็นของที่เข้ากัน และเป็นสิ่งที่ต้องสั่งคู่กันของคนเกาหลีเลย

         "สุดยอด มากเลยนะครับ คุณเมดิสัน โรมานอฟ" อูจินที่ตอนนี้ท้องตึงนิด ๆ เพราะกินอาหารที่ตักก่อนหน้านี้มาเกือบหมด เพราะคิดถึงบ้านเขา ก็เดินมาที่บริเวณโรงครัวเพื่อมายกนิ้วสุดยอดให้คุณเมดิสัน ที่ทำทุกอย่างได้อร่อยมาก เหมือนจากกินที่เกาหลีเองเลย ซึ่งเธอก็พยักหน้าและไม่ค่อยพูดอะไรอีกเช่นเคย หลังจากนั้นอูจินก็เดินทางออกจากโรงอหารและไปทำภารกิจของเขาต่อไป

ไม่ขอรับโบนัส

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +10000 USD +30000 ย่อ เหตุผล
Admin + 10000 + 30000

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
VR Headset
DUEL DISC
Electric Stun Gun
Make-Up
Sport Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x6
x14
x15
x1
x498
x1
x1
x1
x999
โพสต์ 2020-5-24 18:44:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย RalphVil เมื่อ 2020-5-25 20:53

Ralph Villow [09]

Buddy Event 01 : Daytime



เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า 'ธรรมดา' กว่าที่คิด...



ชายหนุ่มจ้องมองใบเมนูสำหรับสั่งอาหารทว่าสมองกลับไพล่คิดไปเรื่องอื่น ซึ่งเรื่องที่ว่าก็คือ 'การจับบัดดี้' ภายในค่ายจูปิเตอร์แห่งนี้ ตั้งแต่มาถึงก็มีสิ่งใหม่ให้เขาต้องปรับตัวอยู่มากมาย แต่แล้ววันหนึ่งกลับมีกิจกรรมสานมิตรธรรมดาๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในโรงเรียนหรืองานกิจกรรมออกค่ายต่างๆ ทำเอาราล์ฟที่เผลอคิดไปว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่อาจกลับมาเหมือนชีวิตมนุษย์ปกติธรรมดาได้นั้นถึงกับรู้สึกประหลาดใจ



แต่พูดก็พูดเถอะ...จากรหัสที่ได้รับมันทำให้นึกไม่ออกว่าใครพอจะเป็นคู่บัดดี้ได้เลยนี่สิ...



ราล์ฟถอนหายใจไหล่ตก เส้นผมสีปะการังแดงราวกับจะหม่นแสงไปเล็กน้อยเพราะสภาพความหดหู่ของจิตใจอันอึมครึม



ขณะนั้นแถวคิวสั่งอาหารก็เคลื่อนไหว สองขาจึงขยับตาม กะมองด้วยสายตาก็พบว่ายังเหลือคนอีกพอสมควรกว่าจะถึงคิวเขา...เช่นนั้นมาลองสำรวจประชากรรอบตัวดูดีกว่า

ดวงตาสีครามดุจห้วงทะเลกวาดมองไปรอบกาย ภายในโรงอาหารแห่งนี้ในยามเที่ยงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนเหมือนเช่นเคย บางกลุ่มก็รวมตัวกันนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะ บางคนก็กำลังพูดคุยกันขณะรอรับอาหารตรงจุดอื่นเหมือนกับเขา...และบางคนก็กำลังรับประทานอาหารไม่ก็รอคิวรับอาหารอยู่เพียงลำพัง...



ดูเหมือนว่าคนที่ยังไม่ค่อยมีเพื่อนในค่ายแห่งนี้ไม่ได้มีราล์ฟเพียงคนเดียว



หืม...จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะนี่...



เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่ผูกสัมพันธมิตรกับผู้อื่นยากอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญคือวิธีการเข้าหามากกว่า กับคนบางคนให้เดินดุ่มเข้าไปทักทายว่า 'เฮ้ สวัสดี อาหารอร่อยไหม?' ก็มีสิทธิ์ถูกเมินหน้าหนีได้เหมือนกัน หากโชคดีสักหน่อยก็อาจจะเจอคนที่ยอมพูดคุยด้วยตามมารยาท...หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของประเด็นสนทนาแล้วว่าน่าสนใจพอที่จะทำให้อีกฝ่ายยอมเสียเวลาพูดคุยด้วยได้หรือไม่



เพียงแต่กับผู้คนที่มี 'ความต่าง' ไปจาก 'คนทั่วไป' เหล่านี้จะมีหัวข้อพูดคุยได้มากน้อยแค่ไหนนี่สิ...



"เฮ้ พ่อหนุ่ม!"



"อะ ครับ!"



เสียงเรียกเตือนทำให้ราล์ฟหลุดจากห้วงภวังค์ความคิด หันไปมองคนทักพลางกะพริบตาปริบๆ อีกฝ่ายจ้องหน้าเขาเขม็ง สายตานั่นราวกับจะบอกว่า 'มีอะไรก็ว่ามา'...?



กว่าจะรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วถึงคิวสั่งอาหารของตนก็ผ่านไปเกือบครึ่งนาที



"อ๊ะ! ขอโทษครับ คือ...ผมขอเป็นเซ็ต B ครับ"



ผู้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารกลอกตาใส่ราล์ฟทีหนึ่งก่อนหมุนกายไปจัดเซ็ตอาหารให้ตามคำขอ...เฮ้อ เกือบทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจแล้วสิ



คราวนี้ราล์ฟจดจ่ออยู่กับการรอรับอาหารไม่ว่อกแว่ก จนกระทั่งได้ถาดอาหารของตนแล้วเขาก็หมุนกายเดินออกจากแถว มองซ้ายมองขวาหาที่นั่งอยู่ครู่หนึ่งก็พบกับโต๊ะว่างตัวหนึ่งที่มีขนาดพอคนสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากันเท่านั้น



ราล์ฟเดินไปวางถาดอาหารที่โต๊ะนั้น เมื่อนั่งลงก็เริ่มรับประทานอาหารทันที...ระหว่างนั้นก็ใช้ความคิดกับตนเองไปด้วย



คราวนี้จะเริ่มจากหัวข้อสนทนาแบบไหนดี...



ในเมื่อพอจะรู้สภาพสังคมโดยรวมกับตัวบุคคลที่อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ลำดับถัดไปก็คือเรื่องของหัวข้อสนทนา โดยส่วนใหญ่จากการสังเกตของเขา ราวๆ ครึ่งหนึ่งอยู่ในช่วงไฮสคูลเหมือนกัน แต่ก็มีบางคนที่อยู่ในวัยโตกว่า...กะด้วยสายตาก็น่าจะเป็นเด็กมหาลัยสักที่หากไม่ได้มาติดแหง็กอยู่ในค่ายบนเกาะแห่งนี้ การพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ในเกมบัดดี้ไม่ได้กำหนดช่วงอายุไว้ ดังนั้นก็มีสิทธิ์ที่คู่บัดดี้ของเขาจะเป็นเด็กมหาลัยที่โตกว่าได้เหมือนกัน



พวกเด็กมหาลัยหากไม่ใช่พวกเนิร์ดก็คงไม่คุยเรื่องเรียน...งั้นเรื่องเล่น?



ราล์ฟลองกำหนดหัวข้อคราวๆ ในใจพร้อมกับตักซุปเข้าปาก...แย่จริง พอคิดดูดีๆ เรื่องเล่นในชีวิตก็ใช่ว่าจะมีเยอะพอให้คุยกับเด็กโตได้เสียด้วยสิ



นึกย้อนไปถึงช่วงวัยเด็กที่แสนสดใสของตน เป็นเพราะช่วงนั้นมีกิจกรรมให้ทำมากมายจึงสามารถพูดคุยกับเพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้องได้อย่างคึกคัก แต่หลังจากนั้นก็มุ่งเน้นไปที่เรื่องการเรียนเพื่อความสบายใจของผู้เป็นแม่ ส่วนกิจกรรมนั้นก็เหลือแค่เพียงการเล่นกีฬาอย่างเซิร์ฟในช่วงเวลาว่างเท่านั้น ซึ่งกลุ่มคนที่ได้พูดคุยก็มีแต่คนที่ชอบเล่นเซิร์ฟเหมือนกัน...เป็นหัวข้อที่อาจเป็นไปได้หากอีกฝ่ายก็ชอบเซิร์ฟเหมือนกันสินะ?



ชายหนุ่มมาร์กหัวข้อนั้นไว้ในใจ...ปากก็เริ่มเคี้ยวขนมปังช้าๆ อย่างคนใช้ความคิด



แต่เซิร์ฟคงคุยกับ 'ผู้หญิง' ไม่ได้...



"...ยากแล้วสิ" ราล์ฟพึมพำ



เขาเป็นคนอัธยาศัยดี พูดคุยกับผู้คนได้หลากหลาย เพียงแต่เพื่อนกลุ่มหลักๆ ก็ไม่พ้นผู้ชายเสียมากกว่า สำหรับสาวๆ นั้นราล์ฟค่อนข้างให้การเทคแคร์ตามมารยาท แต่ก็ใช่ว่าจะถนัดเรื่องเกิร์ลทอล์ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนว 'เฟลิร์ต' เขายิ่งไม่ถนัด...



"หัวข้อผู้หญิง...ผู้หญิง..."



ราล์ฟพึมพำกับตัวเองพลางมองถาดอาหารที่เหลือเพียงซุปถ้วยหนึ่ง มือที่ถือช้อนละหน้าที่จากการจ้วงตักกลายเป็นหมุนควงด้ามช้อนแทนการหมุนด้ามปากกาเพราะความพลั้งเผลอจากการใช้สมองนั่นเอง...





Status
Strength : 4
Tech : 4




[backcolor=rgba(255, 255, 255, 0.85)]@Admin



แสดงความคิดเห็น

(( ราล์ฟอย่าลืมแจกแจงสเตตัส 8 Point ที่จะอัพไว้ท้ายโพสต์ด้วยนะครับ ))  โพสต์ 2020-5-24 18:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2Energy +1000 USD +1500 Joker +5 Strength +4 Tech +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 1000 + 500 + 4 + 4
Jason + 1000 + 5 โบนัสพิเศษบัดดี้จากแม่ทัพ

ดูบันทึกคะแนน

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต