วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ RPG } โคลอสเซียม - ลานฝึก

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-13 02:39:06 |โหมดอ่าน

ลานฝึก

{ โคลอสเซียม }




สนามกีฬาโคลอสเซียม
หรือเรียก โคลิเซียม หรืออีกชื่อ ทวิอัฒจันทร์ฟลาเวียน เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมใหม่
เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร
สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี
เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก
โดยนับเป็นงานสร้างสรรค์ที่สร้างออกมาได้เหมือนโคลิเซียมของจริงเมื่อหลายพันปีก่อน
องศา การคำนวณ มุมต่างๆ โดยสนามกีฬาโคลอสเซียมมีการจัดสรรแบ่งโซนมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสำหรับลานฝึกฝนของมนุษย์กึ่งเทพ ชาวค่ายที่มาใหม่ ฝึกฝนในกองพันที่สิบสองแห่งโรม
ทุกท่านจะสามารถมาใช้บริการฝึกฝนที่นี่ได้ หรือโซนช้อปปิ้งสัตว์เลี้ยงอสูรกายต่างๆ ที่ถูกครูฝึกฝึกฝนให้เชื่องแล้ว ทำให้ท่านซื้อนำไปติดตามได้


{ การใช้ลานฝึกฝน }
(1) เช็คจำนวนไบต์ได้ที่ มุมล่างขวามือหน้าแสดงความคิดเห็นหรือโพสต์ 'เช็กจำนวนตัวอักษร' (คลิกดูภาพตัวอย่าง)
(2) เขียนโรลเพลย์รับอาวุธดาบกราดิอุสจากลานฝึก
(3) เขียนโรลเพลย์อิสระฝึกฝนร่างกาย การต่อสู้ กับ ครูฝึก หรือ พี่เลี้ยง (ตัวประกอบในลานฝึก)
(4) หลังฝึกเสร็จคืนอาวุธด้วย สำหรับอาวุธประจำตัวเริ่มต้นท่าน จะได้รับฟรีหลังแม่ทัพประเมินว่าท่านพร้อมออกจากค่ายแล้ว

** เลือกใช้งานยิม/สถานที่ฝึก 1 สถานที่ต่อวัน ที่ใดก็ได้ ด้วยไม่มีใครสามารถเดินทางไปได้ทุกเมืองในวันเดียว **

{ ข้อมูลจำนวนการโรลฝึกต่อการได้สเตตัส Strength }
(1) เขียนโรลเพลย์ฝึกฝนร่างกาย การต่อสู้ 5500 - 14,999 ไบต์ - ได้รับสเตตัส Strength+2
(2) เขียนโรลเพลย์ฝึกฝนร่างกาย การต่อสู้ 15,000 - 20,000 ไบต์ - ได้รับสเตตัส Strength+5
(3) เขียนโรลเพลย์ฝึกฝนร่างกาย การต่อสู้ 21,000 - 30,000 ไบต์ - ได้รับสเตตัส Strength+8
(4) เขียนโรลเพลย์ฝึกฝนร่างกาย การต่อสู้ 31,000 ไบต์+ - ได้รับสเตตัส Strength+10

** สามารถใช้บริการลานฝึก ได้วันละครั้งสำหรับการฝึกจริงจัง แต่หากท่านจะมาโรลเพลย์แบบทั่วไป โรลได้เลย **



ครูฝึก: แอนตาเซีย โรมานอฟ | ธิดาแห่งเบลโลน่า


ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-29 22:04:45

ครูฝึก: แอนตาเซีย โรมานอฟ | ธิดาแห่งเบลโลน่า




{ ภารกิจเสริม } ฝึกฝนลูกหลานหมาป่า
** งานพาร์ทไทม์ ทำได้ทุก วันพุธ และ วันพฤหัสบดี **
** ไม่จำกัดคน ทำได้ทุกสัปดาห์เลย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ( 1 วัน ) **
** ภารกิจไม่เกี่ยวกับการฝึก อย่ารวมกัน ถ้าจะมาฝึกก็ฝึก จะมาทำงานก็ทำงาน **


{ เงื่อนไข }
- มีสเตตัส Strength+40
- เข้าร่วมได้ทุกคนที่ผ่านเงื่อนไข


( ข้อมูลการรับและทำงาน )
- เขียนโรลอิสระมายังโคลอสเซียม เธอเห็นเด็กๆ วัย 5-9 ขวบกำลังฝึกฝนกันอยู่
- ที่นี่ยามนี้ดูเหมือนมีเด็กน่ารักมากมายเป็นประจำทุกสัปดาห์
- เขียนโรลอิสระสนทนากับครูฝึกทำให้พบว่าที่แท้เป็นลูกหลานชาวค่ายที่ใช้ชีวิตในกรุงโรมใหม่ พวกเขาส่งลูกๆ มาฝึกฝน
- เขียนโรลอิสระอาสาช่วยครูฝึก ฝึกเด็กๆ ตัวน้อย
- เขียนโรลอิสระสอนเด็กๆ ฝึกฝนให้พวกเขาเป็นนักรบโรมที่แข็งแกร่ง
- เขียนโรลอิสระฝึกฝนเด็กตามอัธยาสัย
- หลังผ่านไป 3 ชั่วโมงเลิกคลาสแอนตาเซียเดินถือน้ำดื่มพลังงานมาให้ ดื่มสักหน่อยสิเธอจะได้ฟื้ฟนูเรี่ยวแรง
- เขียนโรลอิสระตาอัธยาศัยดื่มน้ำพลางสนทนากับแอนตาเซียเรื่องวันนี้
- ก่อนครูฝึกมอบรางวัลที่อุตส่าสละเวลาช่วยฝึกเด็กๆ ให้และแจกแจงสเตตัส


เลือกสเตตัสที่จะเฉลี่ยอัพ
Charisma (ค่าเสน่ห์ตัวละคร เหมาะสำหรับสายนักแสดง นางแบบ ดารา ที่ต้องใช้ค่าความเสน่ห์) : .... หน่วย
Joker (ค่าความบันเทิง การละเล่น เหมาะสำหรับสายผู้ให้ความบันเทิงแก่คนอื่นๆ นักแสดง ดารา อื่นๆ) : .... หน่วย
Strength (ค่าความแข็งแกร่ง พละกำลังของร่างกาย ทักษะความชำนาญการใช้อาวุธ ยิ่งค่านี้สูงยิ่งใช้อาวุธได้อย่างชำนาญ
แม้แต่มีดสั้นเล่มเล็กๆ อาจควงหลุดมือบ่อยถ้าค่านี้ต่ำ) : .... หน่วย
Vehicle (ค่าทักษะการขับรถ ยานพาหนะ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ แต่ยานพาหนะบางประเภทต้องควบคู่กับค่า Technology ด้วยเช่นกัน) : .... หน่วย
Technology (ค่าทักษะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เหมาะสำหรับสายโปรแกรมเมอร์ การใช้อาวุธทันสมัย
หรือ แม้แต่ผู้อยู่กับคอมพิวเตอร์ และ ยังเป็นความชำนาญเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านวิทย์ เคมี ฟิสิกส์ อีกด้วย) : .... หน่วย






รางวัลภารกิจ: 300 Energy - 400 Money - 3 Point


( หากเป็นสายเลือดวีนัสแจ้งแอนตาเซียว่ากำลังทำบททดสอบเข้าครอบครัววีนัส 1 คน เท่านั้น )
ได้รับ เปลือกหอยสีชมพู 1 อัน


{ โปรพิเศษ เฉพาะคนที่ชื่นชอบการโรลพิเศษ *แล้วแต่คนจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ส่วนนี้* }
** โรลเพลย์ 10,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 5 Point แทน **
** โรลเพลย์ 15,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 8 Point แทน **
** โรลเพลย์ 20,000 ไบต์ ได้รับจาก 2 Point เป็น 10 Point แทน **


โพสต์ 2020-4-14 11:16:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย hirochi เมื่อ 2020-4-14 11:19





ตนนั้นได้เดินมายังลานฝึก พร้อมกับการที่จะได้รับการฝึกในวันแรก ชั่งเป็นอะไรที่เหมาะสมสะจริงๆ"..
……" แต่ทว่าาาา ก็ได้เจอครูฝึก
ครูฝึก:"ยินดีต้อนรับ ทีีได้พบเจอกัน เจ้ามีพละกำลังแทบจะเยอะกว่าสายเลือดเทพอื่นๆด้วยซ้ำไป "

นิวท์:"ขอรับ"

ครูฝึก:"เอาละ ก่อนที่จะไปหยิบข้าจะบอกก่อนว่า
อาวุธที่จะใช้ฝึกนั้นมันคืออะไร

"ดาบสั้น (Gladius) เป็นดาบสั้นที่มีต้นกำเนิดในฮิสปาเนียหรือว่าสเปนแล้วชาวโรมรับเอามาใช้งาน เป็นดาบยาว 60 เซนติเมตรซึ่งอาจจะดูสั้นสำหรับบางคนแต่ว่ามีประโยชน์มากในการต่อสู้แบบรูปขบวนประชิดเพราะไม่ต้องมีที่ว่างสำหรับกวัดแกว่งดาบไปมาเหมือนพวกที่ยาวกว่า ดาบสั้นใช้วิธีแทงสวบเข้าไปเลยเป็นอันจบเกม ดาบแบบดั้งเดิมของสเปนเอวจะคอดเล็กน้อยเหมือนนางแบบ แต่ว่าของโรมันแบบปอมเปอี (ดาบของโรมันมี 3 แบบตามเมืองที่ขุดพบ คือแบบไมนซ์ แบบฟูแลม และแบบปอมเปอี) จะตรงเหมือนดาบธรรมดา โลหะที่ใช้ทำดาบจะเป็นเหล็กกล้าอย่างดี อาจจะเป็นแบบตีทับกันหลายชั้นหรือว่าตีแผ่นเดียวก็ได้ ส่วนด้ามจะเป็นไม้ กระดูกหรืองาช้างขัดมันอย่างดี ทหารจะคาดดาบไว้ที่เอวด้านขวา"


ครูฝึก:"เอาละไปหยิบ อาวุธดาบกราดิอุส มาได้แล้วเพื่อการฝึกที่จะเริ่มต้น "

"...." ตนนั้นก็ได้ไป // หยิบอาวุธดาบกราดิอุส มาจากที่อุปกรณ์ซ้อม

นิวท์ ก็ได้ทำการ ฝึกซ้อมกับ ครูฝึก ไปมา
พร้อมทั้ง เรียนรู้ทักษะการต่อสู้เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

ครูฝึกพร้อมบอกว่า",การที่เจ้าจะได้ออกไปผจญภัยนั้น มีอันตรายรออยู่!!!" อย่าคิดว่าเจ้ามีพละกำลังมากกว่าใครเขา แต่อย่าดีใจไปว่า เจ้านั้นจะชนะพวกอันตรายนั้นได้ พวกมันน่ากลัวและไวยิ่งกว่าความไวเสียอีก "

ตนนนั้นก็ได้รับฟัง พร้อมฝึกซ้อมการต่อสู้ด้วยดาบ
และใช้ท่าการต่อสู้ระยะประชิด COMBAT ผสมการใช้ทักษะการต่อสู้ที่ครูฝึกสอนให้ ผสมผสาน รวมเป็นหนึ่งเดียว

ครูฝึก:จงจำไว้เสมอว่า ดาบนั้นคือชีวิต ถ้าเจ้าทำมันหายละก้ชีวิตเจ้าจะพบจุดจบ จงจับอาวุธไห้แน่น และสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วจงจำไว้เสมอว่า ต้องรวดเร็วกว่าพวกมัน

ตนนั้นก็ทำตามที่ครูฝึกบอก พร้อมทั้งฝึกฝน และการใช้ดาบจับดาบที่มั่นคง

ครูฝึก:"ไวขึ้นอีก!!!!!!เคลื่อนไหวไห้ไวกว่านี้!!??"""

ตนนั้นก็ได้ยินที่ครูฝึกบอก ก็ได้เคลื่อนไหว ไห้ไว โดยการใช้กระบวนท่าดาบ

ครูฝึก:""""ไวขึ้นอีก!!!!!!!! ไห้ไวกว่านี้""""""

ตนนนั้นก็ฝึก ด้วยความไว!!! ร่ายดาบ ฟันดาบไปๆมาๆ

ครูฝึก:เอาละ!!! ยังไม่ค่อยไวพอ แต่ก็ถือว่าดี

การฝึกต่อไป!!!

ครูฝึก:"
จะเข้าสู่หลักสูตรการฝึก อันโหดเหี่ยม
การ ฝึกแห่ง นักรบเหนือนักรบ แห่งตำนาน นั่นก็คือ หลักสูตรของนักรบ ชาวสปาตั้นพวก นักรบที่ไม่เคยอ่อนแอและแข็งแกร่ง กว่าใครๆ"
และเจ้าก็คือคนเดียวที่จะได้รับสืบทอด พลังรบแห่งตำนานชาว สปาตั้น ลีโอนิดัสที่1 ผู้ทรงทำการฝึกนักรบสปาตั้น"

ครูฝึก"อย่างแรกเลย สำหรับวันนี้ เจ้าจะต้อง อาบไวน์แทนน้ำสะก่อนและต้องแช่อาบไวน์ทุกวันก่อนฝึก"

ตนนั้นได้ถามว่า" ทำไมไม่แช่น้ำแทนหรอครับ"

ครูฝึกจึงตอบ เพราะว่า อาบไวน์แทน อาบน้ำจะทำไห่ร่างกายแข็งแรง และมีพละกำลังมากขึ้น!!!""
ข้าได้เตรียม ไว้ให้เจ้าแล้ว จึงอาบไวสะก่อนวันแรกของเจ้า วันหลังๆ มันจะทวีคูณหนักไปเรื่อยๆๆ
"จงแช่ไวน์เอาตัวลงไปในอ่าง1ชั่วโมง แล้วนำดาบอุปกรณ์ซ้อมไปเก็บด้วยนะ วันนี้พอแค่นี้ ละเเล้วพรุ้งนี้ค่อยพบกัน"

ตนนั้นได้ทำตาม ลงไปแช่ อ่างอาบไวน์เป็นเวลา1ชั่วโมง

และพอครบเวลา ตนนั้นก็ได้เอาอุปกรณ์ไปเก็บ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-14 13:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 Strength +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บารากุ
Combat Knife
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
โพสต์ 2020-4-16 19:12:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด

“ XXII ”
ฝึกซ้อม

          ก่อนขากลับแวะซื้อกาแฟกลับมา เดินระเหยลอยชาย ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ปีเตอร์บอกให้เธอมาลองฝึกต่อสู้ประกันตัวในโคลอสเซียม ที่นั่นมีอาวุธครบครันมากมายให้เลือกใช้ มันก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนักนะ ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ออกมาฝึกย่อยอาหารสักหน่อย เพิ่งทานข้าวมาอิ่มๆก็นึกสนุกหาเรื่องมาฝึก แล้วแบบนี้เธอจะไปอ้วนได้ยังไงกัน น้ำหนักน้อยนิดทานเสร็จแล้วมาออกกำลังกายลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนคิกๆๆ

          ก้าวเท้าเดินเข้ามาด้านใน เห็นกลุ่มคนหลายกลุ่ม บางคนก็ถือดาบถือโล่ต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น สีหน้าพวกเขาดูจริงจัง อิซึมิเดินไปเลือกอาวุธใช้ฝึกครั้งแรก ผู้หญิงร่างกายบอบบางควรจะใช้ของเบาๆแล้วเธอเองก็เป็นสายเลือดเทพีวีนัส ไม่จำเป็นต้องบุ๋มบางบุกตะลุยใช้เรี่ยวแรงต่อสู้ เหมือนกับพวกคนเลือดร้อน

           "สาวน้อยเธอพึ่งมาใหม่เหรอจ้ะ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย" ชายหนุ่มคนหนึ่งหยิบดาบแล้วหันมองหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม

          "ใช่ค่ะ เพิ่งมาใหม่ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า" สะบัดผมเอียงคอตาแป๋วใสไร้เดียงสา

          "ให้ฉันเป็นคู่ฝึกให้ไหม ก่อนอื่นเธอต้องหยิบดาบตรงนั้นขึ้นมาถือก่อน" เขาเดินนำมาถึงกลางลานฝึกซ้อม อิซึมิจะปฏิเสธกลับโดนยัดเยียดให้ถือดาบตามมาแบบงงๆ

         ชิ้งงงง!!! แคร่งงง!!!!!

          ตวัดดาบปะทะกัน มือใหม่เป็นงงถอยหลังออกห่าง จู่ๆโดนลากพามาฝึกใช้ดาบ โอ๊ยยย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย เธอต้องการจะหยิบเชือกมากระโดดไม่ใช่มาฝึกซ้อมดาบ!!! นัยน์ตาหวานน้ำตาลเข้มจ้องมองอย่างหัวเสีย สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆควบคุมอารมณ์สมาธิอันน้อยนิด เป็นคนสมาธิสั้นจึงยากจะจดจ่ออยากเป็นจริงเป็นใจ ดาบในมือพอถือสวนแกว่งกวักได้


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-4-16 19:35

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 Strength +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
มีดสั้นฟูจิโอ
DUEL DISC
VR Headset
Make-Up
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x13
x7
x50
x7
โพสต์ 2020-4-19 01:02:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย hirochi เมื่อ 2020-4-19 01:09

……..""การฝึกวันที่2".....

ตนนนั้นได้ทำการเตรียมลงไปแช่อ่างไวน์ทุกวันก่อนฝึกซ้อม…….ระยะเวลา1ชั่วโมงก่อนซ้อมม…
เพื่อที่จะต้องทำไห้พละกำลังร่างกายให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ
"แช่ในอ่างอาบไวน์ ก็ดีเหมือนกัน"
ตนนั้นก็ได้ลงไปแช่ทั้งตัว

………"หลังจากครบ1ชั่วโมงก่อนฝึก"......
ครูก็ได้เดินมา "สวัสดีลูกเทพแห่งสงคราม ยินดีที่ได้พบเจอกัน"

ตนนั้นก็ได้ลุกออกจากอ่างไวน์ที่แช่อยู่ ขอรับ

ครูฝึกจึงพูดว่า ตัวเปียกละสิ "ข้ามีชุดให้เจ้านะข้าเตรียมมาให้ เจ้าด้วย และเจ้าจะต้องใช้มันฝึกทุกครั้ง"
นั่นก็ คือ กางเกงขาสั้นคล้ายเกงใน ที่ตัวให่ญ สีน้ำตาลๆออกดำๆ และผ้าคลุม สีแดง พร้อมหมวก นักรบแบบโรมัน-กรีก

ตนนั้นได้รับสิ่งจากครู พร้อมกับไปเปลี่ยน
พร้อมถามว่า "ชุดนี้หรอครับ"

ครูฝึก"ใช่ ชุดนี้ ที่เจ้าจะต้องใช้ในการซ้อมรบและการฝึกตลอดการฝึก" มันจะช้วยให้เจ้าคล่องตัวในการทำการต่อสู้ได้ ไม่ดูหนักตัวเกินไป

และสิ่งที่ข้าจะบอกเจ้านั้นคือเรื่องสำคัญ
"สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการออกรบนอกจากเรื่องของจิตใจที่แข็งแกร่ง ความกล้าในการที่จะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ รวมถึงทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจแล้ว เรื่องของอาวุธก็เป็นปัจจัยที่สำคัญไม่น้อยในการที่จะทำให้การออกรบแต่ละครั้งมีโอกาสคว้าชัยชนะกลับมาให้ได้มากที่สุด เพราะต่อให้มีฝีมือหรือกำลังพลมากมายขนาดไหน แต่หากขาดอาวุธที่จะไปต่อกรกับคู่ต่อสู้แล้วมันคงเป็นเรื่องยากที่จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ เช่นเดียวกับกลุ่มนักรบสปาตันแม้ว่าเราจะรู้จักพวกเขาจากความพ่ายแพ้ในประวัติศราติ์ สปาตั้น300 แต่เชื่อหรือไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจัดเป็นกลุ่มนักรบที่มีความเก่งกาจเป็นอย่างมาก แม้กำลังพลจะน้อยกว่าในการสู้รบแต่ละครั้งทว่าพวกเขาแทบไม่เคยจะพลาดท่าปราชัยให้กับข้าศึกเลย ซึ่งจุดเด่นที่สำคัญจุดหนึ่งมันก็มาจากการมีอาวุธที่แข็งแกร่งมีคุณภาพบวกกับฝีมือการต่อสู้ที่กล้าแกร่ง ว่าแล้วก็ลองมาทำความรู้จักอาวุธของชาวสปาตันว่ามีอาวุธอะไรที่ทำให้พวกเขาเก่งได้ถึงขนาดนี้"""
จงจำเสมอไว้ให้ขึ้นใจ"""""

และอาวุธของเจ้าที่จะต้องได้เรียนรู้กับการฝึกในครั้งนี้ของวันนี้ที่จะเพิ่มมาอีกหนึ่งก็คือ !!!
โล่!!! ไปหยิบดาบซ้อมของเจ้ามาซะ

ตนนั้นก็ไปหยิบดาบซ้อม

ครูฝึก"...เอาละ ต่อไปจะเป็นการใช้โล่ในการต่อสู้
มันไม่เพียงแต่ป้องกันตัวแค่นั้น มันสามารถใช้ต่อสู้แทนดาบได้ด้วย //ครูฝึกได้โยนโล่ให้ นิวท์รับ

".โล่ – นี่ก็จัดว่าเป็นอาวุธเอาไว้สำหรับการป้องกันตัวจากข้าศึกด้วยเช่นเดียวกัน โดยลักษณะโล่ของชาวสปาตันจะเหมือนกับชามไม้ตื้นๆ ที่ดูภายนอกอาจมองว่าไม่แข็งแรงเท่าไหร่นักแต่จริงๆ แล้วความแข็งแกร่งในตัวโล่ของพวกเขานี้เปรียบได้กับเหล็กหนาๆ เลยทีเดียวที่สำคัญมันช่วยป้องกันตัวเองจากอันตรายของศัตรูและยังช่วยทำร้ายศัตรูได้ด้วยเช่นเดียวกัน""

ครูฝึก"จงจับดาบเจ้าให้มั่น!!! พร้อมโล่ของเจ้า!!
ดาบสั้นของเจ้าอาวุธหลักในการสู้รบของชาวสปาตันจะประกอบไปด้วย 2 สิ่ง สิ่งแรกก็คือดาบสั้นหรือที่เรียกว่า ดาบสั้นไซฟอส เป็นดาบที่มีความแข็งแกร่งมากทำมาจากการตีเหล็กที่ร้อนระอุประกอบกับการออกแบบเพื่อให้สามารถต่อสู้ในระยะประชิดได้อย่างลงตัว ทำให้นี่จัดเป็นอาวุธแนวรุกคู่กายของชาวสปาตันมาโดยตลอด"

ตนนั้นก็ได้ฝึกกระบวนท่าต่างๆที่ได้เรียนรู้

ครูฝึก"ไวขึ้นอีก!!!!!!?!!!!?!" เสียงดังจากครูฝึก

ตนนั้นได้กำหนดลมหายใจ เพื่อตั้งท่าการต่สู้

ครูฝึก"จงตั้งใจ และสติและสมาธิ กำหนดลมหายใจ ให้ไม่กลัวตาอสิ่งใดๆ!!?"

ตนนั้นก้ได้ทำตามการฝึกของครูฝึก

//ฝึกฟันดาบเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิด
และใช้โล่ในการต่อสู้

ครูฝึก"...."เอาละ!!!!เทคนิคการใช้ดาบของเจ้ายังต้อฝเร็วขึ้นอีก!???

ตนนั้นก็ได้เร่งการจับได้ฟันรูปปั้นฟางไปมา ด้วยความเร็ว

ครูฝึก"ใช้โล่ในการต่อสู้ด้วย!!!มันไม่ได้มีไว้แค่ป้องกัน!!!

ตนนั้นก้ได้ใช้โล่ต่อยหน้ารูปปั้นฟางพร้อมทั้งใช้โล่ในการผลัดรูปปั้นซ้อมอีกด้วย

ครูฝึก"..."ไห้ไวกว่านี้!!!?!???

ตนนั้นก้ได้ฝึกทั้งการใช้ดาบและใช้โล่ในการต่อสู้ด้วยความไว

ครูฝึก"พอ!!! วางดาบลงซะ!!!
"ต่อไปจะเป็นการป้องกันตัวโดยใช้โล่ กัน และเจ้าขะไม่มีดาบ ข้าก็จะเป็นฝ่ายโจมตี แล้วก็รับท่าไห้ได้ละ""

ตนนั้นก็เตรียมโล่ให้มั่น

ครูฝึกวิ่งเข้ามาฟันแบบรวดเร็วดุจสายฟ้า

ตนนั้นได้แต่ตั้งรับการปะทะจากอีกฝ่าย แบบความเร็ว จนตนแทบมองไม่ทัน แต่ด้วยไหวพริบของตนนั้นดี

ตนได้ใช้โล่เข้าต่อสู้ปะทะกับดาบของครูฝึก ตนนั้นได้ใช้โล่ผลักครุฝึกกระเด็นไปในทันที

ครูฝึก".."สุดยอดมาก!!! จงจำไว้ว่าโล่มันไม่ได้มีไว้แค่ป่องกันตัวมันมีไว้ต่อสู้ได้
มือขวาจับอาวุธ มือซ้ายถือโล่ ใช้แขนสองข้างในการต่อสู้ แล้วเจ้าจะได้เปรียบ!!!!

ครูฝึกก็ได้โยนเสื้อเกราะให้ ตนนั้นดู
"ใส่มันซะ!! ถึงเวลาเเล้ว ที่จะซ้อมโดนการสวมเกราะของเจ้า เสื้อเกราะ สิ่งแรกที่จะขาดไปไม่ได้ก็คืออาวุธที่เอาไว้ใช้ในการป้องกันตัวอย่างเสื้อเกราะ สำหรับเสื้อเกราะชองชาวสปาตันจะเป็นในลักษณะของเสื้อเกาะแกะสลักที่ทำมาจากทองแดงทำให้สามารถป้องกันคมดาบ คมหอก หรืออาวุธต่างๆ ที่มาจากศัตรูได้อย่างสบาย แม้ว่ากันว่าเสื้อเกราะนี้จะมีความหนักมากก็ตามทว่าก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสู้รบของชาวสปาตันเลยแม้แต่น้อย""

ตนนั้นได้สวมชุดเกราะที่ครูฝึกนั้นได้มอบให้มา
ครูฝึกเอ่ยว่า"เจ้าต้องคุ้นชินในการสวมชุดเกราะนั้นสะ"
เอาละเรามาเริ่มกันใหม่ หยิบดาบสั้น และโล่ ของเจ้าขึ้นมาซะ
ต่อไปจะเป็นการฝึกแบบปะทะ"

ครูฝึกได้วิ่งเข้ามาแบบรวดเร็วดั่งไฟฟ้า
ตนนั้นได้ตั้งท่ารับด้วยโล่ พร้อมใช้โล่ปัดอาวุธของครูฝึก
แล้วใช้ดาบจะฟันไปที่ครูฝึก

แต่ครูฝึกนั้นความไวกว่า จึงทำการถีบตนให่ห่างจากตัว

ครูฝึกจึงบอกว่า"การถีบแบบนี้คืออีกกระบวนท่าที่จะทำให้เจ้าอยู่ระยะห่างจากศัตรูได้!!!!!??"""จงเจ้าไว้เสมอ
ท่านี้ก็ช่วยเจ้าได้

ครูฝึกจึงวิ่งมาเข้าปะทะตนอีกครั้งแบบรวดเร็ว
…เสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรง…

ครูฝึกได้เข้าระยะประชิดพร้อมจะฟันแต่ตนนั้นได้ถีบครูฝึกออกไปให้ห่างจากตน

ครู"เก่งมาก!!!!ที่เจ้าแก้สถานณการณ์ได้ดีนี่"
//วิ่งเข้าใส่ต่อสู้ระยะประชิดตัวอีกครั้ง ฟันแบบรวดเร็ว

ตนนั้นก็ตั้งท่ารับไม่ไหว ดาบกระเด็นออก
"ให้ตายเถอะดาบหลุดออไปแล้ว"
ตนจึงใช้โล่ในการเข้าต่อสู้กับครูฝึก

จึงใช้โล่กันบัง แล้วใช้โล่ต่อยท้องครูฝึกแบบสุดกำลัง!
.ครูฝึกได้หลบทัน

ครูฝึก"จึงไวให้ไวกว่านี้//ได้เข้าการประชิดต่อสู้ด้วยความเร็วกว่าเดิม

ตนนั้นได้ต้านความเร็วของครูฝึกไม่ไหว จึงใช้โล่ตั้งรับพร้อมใช้โล่ปัดอาวุธครูฝึกไห้กระเด็นพร้อมกับ ถีบครุฝึกออกไปให้ไกลๆ แล้ววิ่งเข้าใช้โล่ต่อยไปทีหน้าท้อง

ครูฝึกก็ได้หลบได้อยู่ดี
"ความไวของเจ้าต้องแรงขึ้นอีก"!!!!?

ในขณะที่ปะทะกันทั้งสองฝ่าย
ครูฝึกก็ได้พูดว่า
"""""..เพราะตอนนี้คุณก็ได้กลายเป็นที่จิตใจอันเเข็งแกรางและพลเมืองแข็งแกร่งทนทานทรงพลังของโลกที่มีพละกำลังให่ญและมากที่สุดในโลก…..และยากที่สุด….
จิตใจทีีมีความยืดหยุ่นและ…..ภัคดีต่อศีลธรรมอันดีงาม….และความสามารถที่แข็งแกร่งและรุนเเรงอย่างมากชีวิตที่มีปลายหอกและคมดาบนำทาง ชีวิตของนักรบ ชีวิตของชาวสปาร์ตาเมืองสปาตันนี้มีกษัตริย์ในการปกครองถึง 2 พระองค์ด้วยกันแต่ทั้งสองพระองค์จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน คือพระองค์แรกมักจะประทับอยู่ที่พระราชวังดูแลในส่วนของเมือง ส่วนองค์ที่สองมักจะมีหน้าที่ในการออกรบซึ่งการรบก็ถือเป็นสิ่งที่ชาวสปาตันเองทำได้ดีที่สุดด้วย เพราะชาวสปาตันส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการซ้อมรบเยอะมากทั้งการต่อสู้การใช้อาวุธต่างๆ จนทำให้เกิดคำเลื่องลือที่ว่านักรบแห่งสปาตัน 1 คน จะเท่ากับนักรบจากเมืองอื่นรวมกันหลายคนการเป็นนักรบสปาตันต้องเป็นชายเท่านั้นและจะตั้งเตรียมพร้อมตั้งแต่ 7 ขวบด้วยการเข้าเรียนในโรงเรียนฝึกนักรบ ที่มีการฝึกที่โหดเหี้ยมมากเพื่อที่ว่าเด็กเหล่านี้จะกลายเป็นนักรบที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมที่จะเข้าสนามรบได้เมื่อถึงวัยอันสมควรในส่วนของเด็กชายที่เกิดมาไม่สมบูรณ์ก็จะถูกกำจัดทิ้งทันที เพื่อที่จะตัดปัญหาและภาระที่จะตามในภายหลัง สำหรับเด็กหญิงจะมีหน้าที่ในการดูแลพวกทาสรับใช้โดยจะฝึกการใช้กำลังในการทำฟาร์ม สำหรับทาสจะมีหน้าที่คอยทำในส่วนของการทำแทนนักรบ อย่างเช่นหุงข้าว หาอาหาร ทำอาหาร เป็นต้น เพื่อที่จะไว้สำหรับให้เหล่าทหารได้ทานเมื่อเด็กที่ถูกฝึกเหล่านี้มีอายุครบ 20 ปี ก็จะต้องรับหน้าที่เป็นทหารเพื่อที่จะออกรบได้อย่างเต็มตัว"""""""หลังจากได้พูดคุยกับครูฝึกเป็นที่เรียบร้อบแล้ว........ตนนั้นก็ได้เรียนรู้ความเป็นมา

..........
ครูฝึกก็ครูฝึกก็ได้บอกว่าเอาละวันนี้พอแค่นี่ก่อน

"""ไว้ซ้อมกัไว้ซ้อมกันวันหน้า....""""
ตนนั้นก็ตนนั้นก็ได้เหื่ิอยนและได้ไปเก็งอุปกรณ์การซ้อมอย่างเหนื่อยมากสำหรับวันนั้ จนทำให้เจนทำให้เขานั้นแทบหมดแรงแต่ก็ต้องอดทนไว้ พร้อมกับเตรียมฮาบน้ำไวน์ในกานอาบในวันถัดไปเพืาอให้ร่างกายแข็งเเรงอย่างมากเป็นต้น
......"""..
"ชั่งเป็นวันที่เหนือยจริงๆสินะมันต้องมีอะไรท้าทายมากกว่านี่
แต่ไม่ ไม่ใช่แค่นี้สนี้สินะที่จะรอเราอยู่มันมีภายนอกอีกที่ต้องรู้มากกว่านี่

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-19 01:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 Strength +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บารากุ
Combat Knife
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
โพสต์ 2020-4-28 22:28:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อูจิน อินเทพแลนด์



(4)









                    "นั้นคุณอูจินหรือเปล่าค่ะ"


                    "อ่ะ คุณดาเรียร่าใช่ไหมครับ"อูจินที่กำลังมองดูสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าโคลอสเซียมอยู่ หรือเป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ ก็หันไปมองตามเสียงนั้น ก็พบกับหญิงสาวผมแดง ใบหน้าคมดวงตาดุจเหยี่ยว ที่เคยมีความสุขด้วยกันเมื่อคืน



                    "จำฉันได้ด้วยสินะคะ ดีใจจังเลย"เธอก็พูดอย่างยิ้ม ๆ ออกมา



                    "ใครจะไปลืมล่ะครับ คุณดาเรียร่าออกจะร้อนแรงเสียขนาดนั้น"อูจินก็ยิ้มแบบมีเลศนัยตอบกลับไป



                    "ฮ่า ๆ คุณอูจินก็ไม่ใช่ย่อยนะคะ แต่หากฝึกความแข็งแกร่งมากกว่านี้ ดาเรียว่าเราต้องสนุกกันได้มากกว่านี้แน่ ๆ ค่ะ  ดังนั้นไหน ๆ ก็ผ่านโคลอสเซียมแล้วก็ลองเข้าไปออกกำลังกายข้างในด้วยกันหน่อยดีไหมค่ะ"



                    "ดีเลยครับ เพราะผมพึ่งมาถึงเกาะแอดัมส์ทาวน์นี้ได้เมื่อวานยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากเหมือนกัน หากมีคุณดาเรียร่าช่วยแนะนำคงเป็นการดี"อูจินก็ยกมือเกาท้ายทอยด้วยท่าทางเขินอาย


                    "จริงเหรอค่ะเนี่ย ถ้าอย่างนั้นคุณอูจินก็ถือว่ากล้ามากเลยนะคะเนี่ย ที่พึ่งมาถึงเมื่อวานก็เข้างานเลี้ยงเลย ทั้งที่ยังไม่รู้จักใคร แถมยังชวนฉันไปทำแบบนั้นอีก"ดาเรียก็ทำสีหน้าและพูดอย่างตกใจออกมาเมื่อได้ฟัง


                    "เอ่อ ต้องขอโทษด้วยครับ มันไม่สมควรที่จะไปร่วมงานสินะครับ ตอนแรกผมเห็นคุณโรวี่บอกว่าเป็นเด็กใหม่ก็เข้าได้ เพราะเขาชวนคนทั้งเกาะ ผมก็เลยเข้าไป ส่วนเรื่องระหว่างเรานั้น ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ เพราะเมื่อคนนี้คุณงดงามจนทำให้ผมทนไม่ไหวจริงๆ"


                    "อ่ะ เอ่อ.."แม้มันจะเลี่ยนหน่อย ๆ แต่ก็ทำให้ดาเรียร่าแก้มแดงขึ้นมาได้ เพราะใบหน้าและแววตาของอูจินรวมทั้งน้ำเสียงที่พูดออกมามันดูจริงจังมาก


                    "เอ่อ..เรื่องระหว่างเราฉันเข้าใจค่ะว่ามันเป็นแรงขับทางเพศของเราทั้งคู่ ส่วนเรื่องการร่วมงานเลี้ยงนั้น ที่ฉันบอกว่ากล้ามาก นั้นไม่ได้ความหมายไปในทางไม่ดีนะคะ ฉันหมายถึงคุณอูจินกล้ามากที่เข้าสังคมได้รวดเร็วขนาดนั้นกว่าฉันจะยอมรับว่าตัวเองเป็นลูกของเทพ  กว่าที่ฉันจะทำความรู้จักผู้คน กว่าที่ฉันจะเข้างานเลี้ยงก็ใช้เวลาพักใหญ่เลยละคะ"ดาเรียร่าก็พูดด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหลัง เพราะกว่าที่เธอจะกลายเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและร้อนแรงแบบนี้ก็ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน


                    "อ่อ อย่างงั้นเหรอครับ อาจเป็นเพราะผมไม่คิดอะไรมากก็ได้มั้งครับ"อูจินก็ยิ้มตอบออกไป เพราะการเข้าสังคมมันก็แค่เดินเข้าไปหาสังคมเท่านั้น ถ้าอยากเข้าคณิตก็แค่เดินเข้าไปหาคณิต มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร


                    "ถ้าอย่างงั้นเรารีบเข้าไปในโคลอสเซียมกันดีกว่าค่ะ เพราะเดี๋ยวมันจะมืดเอา"ดาเรียร่าก็พูดขึ้นมา หลังจากสัมผัสได้ถึงแดดที่อ่อนลง ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ แล้ว


                    "ครับ" อูจินก็พยักหน้าหลังจากนั้นก็เดินเข้าโคลอสเซียมกัน ซึ่งมันก็ทำให้อูจินตื่นตากับภาพที่เห็นมาก โดยเหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไป เพราะด้านในมันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก  ไม่ใช่พื้นลานที่ผุผังจนเห็นด้านล่างแบบโบราณวัตถุของโลกภายนอก




สนามอัฒจันทร์ที่สร้างด้วยหินปูนแกร่ง เสาแต่ละต้นที่เว้นเป็นช่อง ๆ ล้วนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทำให้อูจินรู้สึกตื่นตามาก ขนาดสนามรูปวงกลมของโคลอสเซียมที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่เห็นก่อนหน้านี้นั้นดูน่าตื่นเต้นแล้ว ด้านในกลับน่าตื่นตากว่า


                    "น่าตื่นตาใช่ไหมค่ะ ตอนฉันมากครั้งแรกก็แปลกใจไม่น้อยเหมือนกับที่นี่"


                    "ใช่ครับ"อูจินก็พยักหน้าตอบ



                    "งั้นฉันจะเริ่มอธิบายให้ฟังคราว ๆ นะคะ โดยส่วนของด้านบนที่เป็นลานที่เรายืนอยู่นี้ จะแบ่งเป็นสามโซน ซึ่งเป็นโซนฝึกฝนกีฬา และโซนฝึกฝนการต่อสู้ แล้วก็โซนฝึกฝนสู้กับอสูรกาย และส่วนของด้านล่างซึ่งแบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งห้องเก็บอุปกรณ์ ห้องเก็บอาวุธจริงและฝึกซ้อม ห้องพักของกลาดิเอเตอร์ยามแข่งขัน  ห้องพักอสูรกายที่ใช้ฝึกซ้อม"


                    "อ่อ ถึงว่าผมยังไม่เห็นอสูรกายที่ว่านั้นในลานฝึกสักตัว มันคงถูกเก็บไว้ใต้ล่างนี้ใช่ไหมครับ"อูจินก็พูดพลางก้มมองดูที่เท้าของตัวเอง


                    "ใช่ค่ะ วันนี้ครูฝึกสอนการต่อสู้กับอสูรกายไม่อยู่ ทำให้ยังไม่มีใครกล้านำพวกมันออกมา เพราะกลัวควบคุมไม่ได้ พูดถึงครูฝึก คุณอูจินอยากออกกำลังกายแบบไหนดีค่ะ ดาเรียจะได้พาไปแนะนำตัวกับครูฝึกคนนั้นๆ ก็มีทั้ง วิ่ง, กระโดด, มวยปล้ำ, พุ่งแหลน และขว้างจักร ซึ่งเป็นกีฬาที่สืบทอดมาจากโอลิมปิกแต่โบราณเลย หรืออยากจะฝึกกลาดิเอเตอร์ที่ได้ทั้งเหงื่อ  แถมยังได้ทักษะการต่อสู้ด้วย  ซึ่งดาเรียฝึกซ้อมเป็น กลาดิเอเตอร์อยู่ อาจจะช่วยคุณอูจินดู หรือช่วยแนะนำหรือฝึกซ้อมด้วยได้ ถ้าคุณอูจินอยากฝึกกลาดิเอเตอร์"


                    "ฟังดูเหมือนคุณดาเรียอยากให้ผมเลือกกลาดิเอเตอร์นะครับ"อูจินก็ส่งยิ้มออกมา


                    "ฮ่า ๆ ฉันก็แค่อยากให้มีคนสนใจเป็นกลาดิเอเตอร์เยอะ ๆ นะคะ มันสนุกดี"


                    "ถึงผมจะไม่ค่อยชอบการต่อสู้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าเพื่อคุณดาเรียร่าแล้ว ผมจะลองฝึกดูนะครับ" อูจินก็ยิ้มรับออกไป


                    "คุณอูจินนี่ปากหวานจริง ๆ เลยนะคะ ดูท่าคุณจะเป็นเพลย์บอยชั้นครูเลย ตามใจหญิงสาวเก่ง เอาใจเก่ง"

                    "แล้วผมก็ยังเอาเก่งด้วยนะครับ ฮ่า ๆ "อูจินก็พูดตอบแล้วหัวเราะออกมา


                    "ฮ่า ๆ งั้นเราไปเอากัน เอ้ย! ไปฝึกซ้อมกันเถอะค่ะ ฉันพาไปคุณอูจินไปแนะนำกับผู้ฝึกสอนก่อนนะคะ"ดาเรียร่าก็พูดหยอกออกมา ก่อนจะเดินนำไป ไม่นานมาก็มาถึงบริเวณที่ฝึกกลาดิเอเตอร์ เสียงดาบกระทบดังระงมไปหมด


                    "สวัสดีค่ะ อาจารย์แอนตาเซีย"ดาเรียร่าก็กล่าวทักทาย และโค้งตัวทักทายหญิงสาวในชุดเกราะหนังสีดำแดงที่กำลังกอดอกมองการฝึกของเหล่ากลาดิเอเตอร์อยู่


                    "อ่ะ สวัสดีดาเรียร่า วันนี้มาช้านะ"อาจารย์สาวใบหน้านิ่งๆดูเคร่งเครียดคนนั้นก็พยักหน้าแล้วกล่าวตอบ

                    "พอดีหนูเจอเด็กใหม่นะคะ เลยชวนเขามาลองฝึกกลาดิเอเตอร์ดู"ดาเรียร่าก็กล่าวตอบ


                   "เอาเถอะ ก็คงแค่มาลองแหละ  เธอพาเขามาเองก็เอาไปฝึกสอนเขาเอาเองแล้วกัน ฉันไม่อยากเสียเวลา ไปหยิบดาบไม้ที่ลังแล้วก็หาที่ฝึกซ้อมเอาแล้วกัน"เธอก็กล่าวอย่างเฉยชา แล้วหันหน้ากลับไปตะคอกเสียงใส่กลาดิเอตเตอร์คนหนึ่งที่ทวงท่าการต่อสู้ยังไม่ถูกใจเธอ โดยไม่สนคำทักทายของที่ดังไล่หลังของอูจินเลย

                   "ถึงเธอจะดูเป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนใจดีมากนะคะ"ดาเรียน่าก็พูดขึ้นมา


                   "ครับ ผมก็คิดเช่นนั้น "อูจินก็หันมองตามหญิงสาวผู้นั้นไป เพราะถึงแม้เธอจะเสียงดังตะคอกใส่ผู้ฝึกกลาดิเอเตอร์เหล่านั้น แต่เธอก็ช่วยจัดท่าทาง หรือแสดงการเหวี่ยงให้ดู


                  "ถ้าอย่างงั้นเราก็ไปฝึกซ้อมกันเถอะค่ะ"ดาเรียพูดจบก็เดินนำไป หาลังอาวุธที่วางอยู่ซึ่งลังนี้ถูกนำมาจากห้องเก็บอาวุธด้านล่าง ซึ่งเมื่อฝึกซ้อมเสร็จแล้วก็จะถูกยกนำไปเก็บ


                   อูจินก็รับดาบไม้เล่มหนึ่งมา น้ำหนักของมันก็ไม่ได้เบาสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้หนักเกินไป น้ำหนักพอดีพอดี เหวี่ยงแล้วให้ความรู้สึกที่ไม่ยากเกินไป

                   ซึ่งหลังจากยืนเส้นยืดสายร่างกายเสร็จ ดาเรียร่าก็เริ่มสอนทักษะการเหวี่ยงดาบ  การฟันดาบ การรับดาบ การโจมตี ซึ่งเป็นท่วงท่าพื้นฐานสำหรับผู้หัดฝึกดาบใหม่ ๆ

                   ซึ่งการฝึกฝนก็ดำเนินต่อไปเรื่อย  ๆ ไม่ได้หวือหวาอะไร  มันดูคล้ายเป็นการออกกำลังกายประกอบอาวุธเสียมากกว่า

                   "ถ้าอย่างงั้นก็ทำอย่างงี้วนซ้ำต่อไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวพอฝึกฝนได้ชำนาญเมื่อไหร่ จะเริ่มฝึกแบบจับคู่กัน"

                   "ได้ครับ"อูจินก็พูดพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ


                   "ถ้าอย่างฉันก็ขอไปฝึกของฉันก่อนนะคะ  ถ้ามีอะไรสงสัยก็สามารถเรียกได้เสมอเลยนะคะ"


                   "ได้ครับ อูจินก็พยักหน้า และเริ่มเหวี่ยงดาบของเขาต่อไป สายตาก็หันมองดาเรียร่าที่ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ดาบจริงแล้วกำลังเริ่มเหวี่ยง เริ่มฟันซ้อมดาบของเธออยู่  ซึ่งท่วงท่าเหล่านั้นมันเลยขั้นของคำว่าพื้นฐานไปมา มันต่อเนื่อง แข็งแรงและดุดัน แต่ทว่าก็อ่อนช้อนและรื่นไหลราวกับการร่ายรำด้วย ดูท่าว่าดาเรียร่าที่ฝึกสอนเขาจะมีฝีมืออยู่พอตัวเลย  เขาจึงเริ่มเข้าใจเหตุผลว่าทำไมอาจารย์แอนตาเซียคนนั้นถึงให้เธอสอนเขาได้โดยไม่เป็นห่วงอะไร  ไม่ใช่ทำไปเพราะรำคาญ

                    หลังจากฝึกซ้อมไปเรื่อย ๆ เวลาตะวันก็ค้อยต่ำลงมา จนเมื่อแสงเริ่มหมดแล้ว ทุกคนก็เริ่มฝึกซ้อมและยกของไปเก็บกัน ซึ่งอูจินก็ยกตามไปเก็บด้วยเพราะเขาอยากเห็นด้านล่าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ได้ไปเห็นห้องที่เก็บพวกอสูรกายไว้อยู่ดี เพราะมันอยู่คนละทางกับห้องเก็บอาวุธ   แล้วหลังจากอูจินก็ออกจากโคลอสเซียมไป

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-28 23:05

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 Strength +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
VR Headset
DUEL DISC
Electric Stun Gun
Make-Up
Sport Car
Rolex 'Oyster'
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x6
x14
x15
x1
x498
x1
x1
x1
x999
โพสต์ 2020-5-2 22:01:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด

Ralph Villow [08]

Training 02 - Daytime


วันนี้ดูเหมือนว่าแสงอาทิตย์จะร้อนแรงกว่าทุกที...

ชายหนุ่มแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากระจ่างใสพลางปาดเม็ดเหงื่อที่เกาะพราวบนหน้าผาก แสงอาทิตย์ที่แยงเข้าดวงตานั้นถูกบดบังด้วยฝ่ามือ แม้บนเกาะแห่งนี้จะมีแมกไม้หนาทึบทำให้บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น ทว่าความชื้นที่ลอยตัวขึ้นเพราะความร้อนที่แผดเผาและด้วยสภาพโดยรอบรายล้อมด้วยทะเล ทำให้รับรู้ได้ถึงความร้อนนั้นโดยตรง โชคดีที่ยังมีสายลมโชยอ่อน ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดเสื้อยืดลำลองง่ายๆ จึงไม่รู้สึกว่าอากาศในวันนี้เป็นปัญหามากนัก

ราล์ฟกระชับสายเป้ ลดสายตาลงมองตรงไปเบื้องหน้า ปลายสายตาของเขาคืออาคารรูปวงกลมขนาดใหญ่ ความสูงโดดเด่นที่ตั้งตระหง่านนั้นทำให้เขารับรู้ได้ว่าสิ่งนั้นใหญ่โตเพียงใด...ขนาดว่ายังไปไม่ถึงอาคารแห่งนั้นยังมองเห็นได้ชัดขนาดนี้ ทำเอานึกถึงสถาปัตยกรรมยุคโบราณที่ใหญ่โตมโหฬารจนนึกสงสัยว่าใช้เทคนิกและแรงคนมากเพียงใดถึงจะสร้างมันออกมาได้

ขณะที่คิดเช่นนั้น สองขาของราล์ฟก็พาเขามาถึงหน้าอาคารฝึกแห่งนี้ ความสูงใหญ่นั้นทำเอาเขาต้องแหงนศีรษะจนแทบจะตั้งฉากกับพื้นถึงจะมองเห็นขอบด้านบนของโคลอสเซียมแห่งนี้

ตารางการเรียนรู้ของเขาในวันนี้คือการมาฝึกฝนร่างกาย ตอนที่รู้ว่าต้องทำการฝึกฝนร่างกายนั้น ราล์ฟอดนึกไม่ได้ว่าจะเป็นการฝึกที่เข้มข้นเพียงใดกันในเมื่อนั่นคือการฝึกฝนเพื่อเอาตัวรอดจากสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่แฝงอยู่ในสังคมภายนอก เมื่อเขามาถึงที่นี่ก็พอจะนึกคำตอบได้คร่าวๆ แล้ว...

มิผิด...เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ

ด้านในของโคลอสเซียมทำเอาราล์ฟนึกถึงหนังสารคดีที่เขาเคยดูบ่อยๆ ตามการสนับสนุนการเรียนรู้ของอันนาผู้เป็นแม่ อาคารที่สร้างเป็นรูปวงกลมล้อมลานดินขนาดใหญ่ เหนือลานนั้นคือที่นั่งของผู้ชมที่ลดหลั่นกันขึ้นไป บริเวณสนามนั้นสองฝั่งตรงข้ามมีประตูบานเล็กสำหรับเดินเข้าออก ซึ่งหากใช้จินตนาการสักนิดก็พอนึกภาพออกว่านั่นคือเส้นทางของผู้เข้าประลองทั้งสองฝ่ายไม่ผิดแน่

ทว่าเวลานี้ไม่ใช่การแข่งขันหรือการประลอง เนื่องจากเป็นเพียงแค่การฝึกฝน ทำให้ลานดินนั้นมีเหล่าชายหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเขากำลังฝึกฝนร่างกายกันอย่างขะมักเขม้น โดยมีครูฝึกคอยดูท่วงท่าการใช้ดาบอยู่เป็นระยะ...ดาบนั่นดึงความสนใจของราล์ฟในทันที

รูปทรงของดาบกลาดิอุสเพรียวยาว มีคมสองด้าน ตรงกลางถูกตีให้หนา ด้ามจับค่อนข้างเรียวทำให้ง่ายต่อการจับ มองรูปทรงคร่าวๆ แล้วชายหนุ่มก็ถึงกับลอบปาดเหงื่อในใจ...สมกับเป็นการฝึกเพื่อเอาตัวรอดจริงๆ

หลังจากที่ยืนมองสภาพแวดล้อมโดยรอบสักพักราล์ฟก็เดินตรงเข้าไปหาครูฝึกที่กำลังยืนนิ่งมองผู้ฝึกฝนในสนามเงียบๆ

"สวัสดีครับ ราล์ฟ วิลโลว์ มาขอฝึกฝนครับ"

"อ้อ" ครูฝึกเพียงแค่พยักหน้ารับส่งเสียงโต้ตอบสั้นๆ โดยที่สายตายังคงมองตรงไปยังเหล่าผู้ฝึกฝนเบื้องหน้า "ไปหยิบอาวุธมาซะ"

"....เอ่อ ครับ"

ราล์ฟหันมองซ้ายขวา จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับชั้นวางไม้ขนาดใหญ่ บนชั้นวางมีดาบขนาดต่างๆ กันวางเรียงกันอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรูปทรงของพวกมันกลับเหมือนกันทุกเล่ม ชายหนุ่มจึงเลือกหยิบจับดาบที่มีความยาวและน้ำหนักพอดีกับตนมากที่สุด เมื่อได้แล้วเขาก็วางกระเป๋าเป้ไว้ตรงมุมหนึ่ง ก่อนกลับไปรายงานตัวตรงหน้าครูฝึกอีกครั้งพร้อมดาบกลาดิอุสหนึ่งเล่ม

"ไปฝึกสร้างความคุ้นชินกับดาบตรงนั้นซะ ห้ามหยุดจนกว่าฉันจะบอกล่ะ"

"....ครับ"

ราล์ฟไม่ใช่คนที่เกลียดการออกกำลังกาย แต่เจอมาตรการฝึกฝนแบบนี้แล้วก็ใช่ว่าจะยิ้มออก

เขาเดินตรงไปยังมุมกว้างๆ ที่มีพื้นที่โล่งเป็นวงกลม เมื่อลองยืดแขนยืดขาเหวี่ยงดาบไปมาจนพบว่าการฝึกของตนไม่ไปทำให้เพื่อนร่วมสนามบาดเจ็บ ราล์ฟก็เริ่มทำการเหวี่ยงดาบกลาดิอุสไปมา สลับสับเปลี่ยนจากเหวี่ยงมือเดียวบ้าง สองมือบ้างเพื่อหาท่วงท่าที่ทำให้ตนถนัดที่สุด...และตรงจุดนี้เขาก็พบว่าร่างกายของตนไม่ไหวแล้ว

ที่บอกว่าไม่ไหวไม่ได้หมายถึงความฟิตของกล้ามเนื้อ แต่เป็นเพราะการใช้แรงในกิจกรรมที่ไม่คุ้นชินทำให้เขาพบว่าบางส่วนของร่างกายนั้นติดขัดเกินกว่าจะฝึกฝนสร้างความคุ้นชินกับดาบได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นราล์ฟจึงวางดาบลง และเริ่มทำการยืดแขน เหยียดขา วอร์มกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง

เป็นเวลากว่าสิบนาที ในที่สุดร่างกายของเขาก็พร้อมกับการฝึกเสียที!

ราล์ฟจับดาบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำแนะนำการฝึกแบบกว้างๆ ของครูฝึก เขาก็เริ่มจับดาบด้วยสองมือ เหวี่ยงดาบเป็นแนวขวางสลับกับแนวเฉียง บางครั้งก็ใช้มือเดียวพลิกแพลงการเหวี่ยงดาบด้วยข้อมือ...มาถึงตอนนี้เขาก็ค้นพบความจริงอีกครั้ง ดาบกลาดิอุสหนักเกินกว่าจะเหวี่ยงด้วยมือเดียวเป็นเวลานานๆ ได้

ชายหนุ่มใช้เวลาหลายสิบนาทีเพื่อค้นหาข้อดีข้อด้อยของตนในการใช้ดาบกลาดิอุส ในจังหวะที่เขากำลังจะตั้งสมมติฐานในหัวเพื่อลองการใช้ดาบต่อไป จู่ๆ ครูฝึกก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทำเอาราล์ฟแทบดาบลงไม่ทัน

"ไหนลองตั้งท่าเมื่อกี้อีกทีสิ"

"...?"

ราล์ฟนึกฉงน แต่ก็ยอมจัดท่าเมื่อครู่ให้ทันที ก่อนที่จะถูกทักเขากำลังลองใช้วิธีการจับดาบสองมือแล้วสลับเป็นมือเดียวเพื่อเหวี่ยงตวัดดาบดู ในเมื่อครูฝึกบอกให้ตั้งท่า เขาจึงตั้งท่าจับดาบสองมือ จังหวะที่กำลังจะใช้มือหนึ่งปล่อยดาบ ครูฝึกก็เอ่ยขึ้น

"ตรงนี้ยังไม่สมดุล"

ว่าแล้วครูฝึกก็ใช้ไม้ยาวประมาณเมตรหนึ่งดันกลางดาบขึ้นและเคาะข้อมือของราล์ฟเบาๆ

"ความแข็งแรงของข้อมือเธอไม่ได้แย่นัก แต่การจะควบคุมแรงส่งดาบให้ไวพอที่จะเปลี่ยนมือเพื่อการโจมตียังเร็วไป หากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงๆ เธออย่าใช้วิธีนี้จะดีกว่า นอกจากจะทำให้สูญเสียอาวุธในมือไปแล้ว ข้อมือของเธออาจจะบาดเจ็บจนใช้เพื่อการต่อสู้ครั้งต่อไปลำบากได้"

"ครับ" ราล์ฟพยักหน้ารับ แต่รู้สึกประหม่านิดหน่อยเพราะเขาไม่แน่ใจว่ายังจะต้องค้างอยู่ในท่านี้อีกนานเท่าไหร่...

"แล้วก็นี่"

คราวนี้ตำแหน่งของไม้ลดลงไปที่ขาของราล์ฟ มันเคาะลงที่ต้นขาและเข่า

"ตั้งศูนย์ถ่วงให้มั่นคงกว่านี้เวลาเหวี่ยงดาบ เธอจำเป็นต้องใช้แรงส่งเพื่อโจมตีก็จริง แต่ก็ต้องเหลือแรงถ่วงดุลร่างกายช่วงล่างไว้ด้วย อย่าลืมว่าการต่อสู้นั้นไม่มีส่วนไหนอยู่นิ่ง ถึงเท้าจะยังคงติดอยู่กับพื้น แต่ก็ต้องพร้อมที่จะผ่อนคลายและขยับมันเพื่อหลบหลีกด้วย ดังนั้นกำลังขาที่จะใช้เพื่อย่อหลบหรือดีดส่งตัวเองเพื่อรุกหน้าหรือถอยหลังจึงสำคัญมาก เท่าที่ดูเธอเองก็พอจะคุ้นมือกับดาบนี่แล้ว ฉะนั้นพอแค่นี้"

ราล์ฟกะพริบตาปริบ หากไม่นับช่วงเวลาที่เขากำลังวอร์มร่างกาย นี่ก็เพิ่งผ่านมาไม่ถึงชั่วโมง...หยุดฝึกเร็วขนาดนี้จะดีหรือ?

เมื่อลองเหลือบมองรอบตัว ชายหนุ่มก็พบว่าเหล่าผู้ฝึกฝนที่มาถึงก่อนก็ยังคงทำการฝึกดาบของตนต่อไป แม้ว่าจะมีบางส่วนหายไปหรือเปลี่ยนเป็นบุคคลใหม่แล้วก็ตาม

"เอ่อ...แต่ว่าให้หยุดตอนนี้มันจะ..."

"ใช่ หยุดฝึกดาบ แต่ไปฝึกกำลังขาแทน"

"...."

ชายหนุ่มนิ่งไปอีกครา สมองวิ่งวนด่วนจี๋อย่างใช้ความคิด เขาก้มมองขาตัวเองแล้วเงยหน้ามองครูฝึก

"ให้ผมไปฝึกกำลังขานี่...หมายถึงให้ไปวิ่งรอบสนามอะไรแบบนี้หรือครับ?"

"จะทำแบบนั้นก็ได้" นอกจากจะไม่ขัดแล้ว ครูฝึกยังช่วยเสนอแนะแนวทางให้อีก "หากเป็นไปได้ก็ควรฝึกความยืดหยุ่นของข้อต่อช่วงล่างด้วย จะฝึกลุกนั่งควบคู่กันไปก็ไม่มีปัญหา"

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นครูฝึกก็หมุนตัวกลับ เดินเข้าไปหาผู้ฝึกที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสนาม ปล่อยให้ราล์ฟยืนนิ่ง อ้าปากค้างอยู่นานกว่าจะเรียกสติกลับคืนมาได้

อะ...เอาจริง?

ราล์ฟลองไล่สายตามองรอบตัว กะคร่าวๆ หากจะวิ่งวนให้ครบรอบสักครั้งหนึ่ง เกรงว่าระยะทางที่เขาวิ่งคงร่วมกิโลเมตร...

แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของครูฝึก ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกนอกจากวางดาบลงแล้วเริ่มออกตัววิ่ง เดิมทีราล์ฟค่อนข้างภาคภูมิใจในกำลังขาของตัวเองเพราะปั่นจักรยานไปไหนมาไหนเป็นประจำ ทว่าพอวิ่งไปได้ครึ่งรอบ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าความภาคภูมิใจที่ผ่านมาช่างน้อยนิดจริงๆ!

ในเมื่อวิ่งไม่ไหวเขาก็ไม่ฝืน ราล์ฟหยุดวิ่งเพียงเท่านั้นแล้ววิ่งกลับไปยังจุดที่ตนใช้เป็นพื้นที่ฝึก ก่อนจะเริ่มทำการยืดเส้นให้คลายจากอาการตึงเพราะวิ่ง และผ่อนคลายข้อเข่าและข้อเท้าเพื่อทำการฝึกฝนความยืดหยุ่นและกำลังขาในขั้นถัดไป ซึ่งในตอนที่เขากำลังค่อยๆ หมุนข้อต่อเหล่านั้นก็สัมผัสได้ว่าเส้นเอ็นนั้นฝืดลงจริงๆ!

ช่วงที่เขายังอยู่ที่บ้าน ราล์ฟใช้เวลาช่วงเช้าและเย็นปั่นจักรยานไปกลับบ้านและโรงเรียนทุกวัน และเวลาที่ต้องไปทำธุระที่ไหนเขาก็มักจะเลือกปั่นจักรยานไปมากกว่านั่งรถสาธารณะ นับจากวันสุดท้ายที่ได้ปั่นจักรยานหนีสิ่งประหลาดที่สวนสาธารณะจนมาอาศัยที่เกาะแห่งนี้ ราล์ฟก็พบว่าเขาไม่ได้ปั่นจักรยานเพื่อบริหารร่ายกายทางอ้อมเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่ผ่านมาเขามัวแต่ทำความคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้หลายๆ อย่าง ทำให้กว่าจะได้มาฝึกที่โคลอสเซียมแห่งนี้เวลาก็ผ่านไปพอสมควร

แต่ความจริงที่ว่าความหย่อนยานของการบริหารร่างกายเพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ส่งผลได้มากขนาดนี้แล้ว...ทำเอาชายหนุ่มแอบช็อกเล็กๆ อยู่เหมือนกัน

ดังนั้นตลอดช่วงเช้าที่เหลือ ราล์ฟหมดเวลาไปกับการทำกายบริหารล้วนๆ

"เอ้า พอแค่นี้!"

ในจังหวะที่ราล์ฟแทบจะทิ้งตัวลงไปนั่งกองกับพื้น ครูฝึกก็ปรากฏเบื้องหน้าเขาอีกครั้ง

"การหักโหมใช้ร่างกายอย่างหนักตั้งแต่วันแรกๆ มิใช่เรื่องดี ถนอมร่างกายไว้ให้ใช้ได้นานๆ จะดีที่สุด การฝึกของเธอในวันนี้พักไว้แค่นี้ กลับไปพักผ่อนซะ แล้วอย่าชะล่าใจไม่ฝึกฝนร่างกายทุกวันเสียเล่า"

"หมาย...หมายความว่า...ผมต้องมาที่นี่...ทุกวัน?" ราล์ฟพยายามหอบให้น้อยที่สุดเพื่อทำการสนทนาไขความข้องใจ

"นั่นขึ้นอยู่กับตัวเธอ อย่างไรเสียหากยังไม่ผ่านด่านความแข็งแกร่งของร่างกายพื้นฐานเช่นนี้ก็คงไม่ได้จับดาบอีกสักพัก"

หมายความว่าจะฝึกที่ไหนอย่างไรก็ได้ให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะช่วงขาสินะ...

ราล์ฟพยักหน้ารับเบาๆ ส่วนครูฝึกที่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดต้องชี้แนะแล้วก็กลับไปเฝ้ามองผู้ฝึกฝนทั้งหมดอีกครั้ง

จังหวะนั้นชายหนุ่มจึงได้โอกาสทิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างเต็มที่ แสงอาทิตย์ร้อนระอุแผดเผาร่างจนต้องพลิกกายไปด้านข้างเพื่อไม่ให้สภาพของตนเองเหมือนเนื้อย่างบนเตา ทว่าความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ยามเที่ยงทำให้ราล์ฟไม่อาจนอนพักได้นาน เขาค่อยๆ หยัดกายขึ้นเพื่อนำดาบไปเก็บ...ในสภาพที่ขาสั่นกึกๆ

หลายนาทีกว่าราล์ฟจะลากร่างของตนเอาดาบไปเก็บไว้บนชั้นวาง และอีกหลายนาทีกว่าจะนำสัมภาระและร่ายกายของตนออกมาจากโคลอสเซียมได้ ระยะทางจากโคลอสเซียมไปถึงที่พักนั้นชายหนุ่มแทบไม่อยากนึกเลยว่าหากนับเป็นตัวเลขจะเป็นระยะทางเท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นในหัวของเขาคงเอาแต่จดจ่อกับมันจนทดท้อเป็นแน่กว่าจะเดินไปถึง

จู่ๆ ราล์ฟก็คิดได้ว่า หากเขาจะเลี้ยงม้าสักตัวเพื่อช่วยในการเดินทางบนเกาะนี้คงไม่ผิดอะไรใช่หรือไม่?

แต่พอนึกถึงความเป็นจริง เท่าที่เขาพอจะรู้มาการเลี้ยงม้าสักตัวหนึ่งให้อยู่รอดปลอดภัย จำเป็นต้องมีทรัพย์สินและโภชนาการสำหรับม้าหนึ่งตัวในปริมาณมาก ยังไม่นับเรื่องการแพทย์ที่ต้องพร้อมเสมอเพื่อตรวจร่างกายของม้าในยามที่มันป่วยจนลุกไม่ขึ้น ไม่เช่นนั้นแล้ว เพียงแค่นอนนิ่งๆ เป็นเวลานานก็ทำให้ม้าตัวหนึ่งตายได้แล้ว

ความยุ่งยากของการเลี้ยงม้าทำเอาราล์ฟพับความคิดนั้นเก็บลงกรุทันที

และนึกขึ้นมาได้อีกว่า....หรือการคบหาเพื่อนที่เป็นเซนธอร์อาจจะง่ายกว่าก็เป็นได้?

ชายหนุ่มครุ่นคิดเรื่อยเปื่อยไปตลอดทางเดินกลับที่พัก และกว่าเขาจะนึกได้ว่าเขายังไม่เคยเห็นเพื่อนร่วมค่ายที่เป็นเซนธอร์เลยก็ตอนที่ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วนั่นเอง....



@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม โพสต์ 2020-5-2 22:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +400 Strength +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 400 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-5-4 18:53:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
“ LXXII ”

         
          แปลกแฮะ….รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมปีเตอร์ ความหมาย แล้วพูดคุยถึงเรื่องตงคลับวีนัสทั้งที่ปกติแล้วอีกฝ่ายไม่ค่อยคุยเรื่องนี้กับเธอสักเท่าไหร่หรอก ถึงจะคุยอะไรมาก็ไม่มีทางจะบอกความจริงให้รู้ยกเว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะจับเองได้ บอกแล้วไงว่าจะต้องหาลู่ทางในการไปแอบแซ่บกับผู้อื่น กฎมันมีไว้แหก

          ไหนๆก็ได้ฝึกต่อสู้กับปีเตอร์ทั้งทีในลานฝึกภายใน มันคงถึงเวลาแล้วที่เธอจะออกมาเรียนรู้ ที่โคลอสเซียมบ้าง ไม่ใช่อะไรที่นี่ก็เป็นแหล่งรวมของผู้ชายชั้นดีเอาไว้พวกผู้ชายส่วนใหญ่บ้าพลังกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะบุตรแห่งมาร์ส

         "พี่ชายคะ สอนหนูใช้มีดสั้นหน่อยสิคะ" อิซึมิเดินมุ่งหน้าตรงไปทางเป้าหมาย สำรวจสอดส่องทั้งรูปร่างหน้าตาดูน่าอร่อย ทอดสะพานอ่อยอย่างตรงไหตรงมาเชิดหน้ากระพริบตาปริบๆตาจ้องตา กัดริมฝีปากแดงเชอร์รี่บ่งบอกแสดงให้ได้รับรู้ ว่าอยากชวนไปแอบแซ่บต่อหลังจากฝึกเสร็จ

          ชายหนุ่มร่างโปร่งกำยำถือดาบใหญ่หันมอง "อยากให้ช่วยสอนใช้มีดสั้น? แล้วถ้าเกิดสอนจะได้ค่าตอบแทนเป็นอะไรครับ"

          "หนูไม่มีเงินหรอกค่ะพี่ ถ้าหากว่าใช้อย่างอื่นจ่ายแทน ได้หรือเปล่า….พอดีว่าเป็นมือใหม่ไม่เคยใช้อาวุธมาก่อน อยากลองฝึกมีดสั้นแต่หาคนสอนไม่ได้เลย" ขยิบตาอย่างรู้กันและกัน ดวงตาคู่พราวเสน่ห์อ่อยกระจายความร่าxฟุ้ง "ในเมื่อสาวสวยขอทั้งที มาเถอะ ฉันจะสอนเทคนิคการต่อสู้ให้" อีกฝ่ายตอบรับคำขอแล้วพามาฝึกในลานกว้าง

          ลัคซัสซ้อนตัวจับมือบางสอนใช้มีดสั้น อิซึมิตอแห---ตีเนียนว่าตัวเองไม่เคยใช้มาก่อน แผนการลากชวนผู้แอบกินตับ โฮะๆๆๆ ต้องเล่นบทเป็นสาวน้อยนางเอกหวานใส


Strength - 2


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-4 19:22

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 Strength +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
มีดสั้นฟูจิโอ
DUEL DISC
VR Headset
Make-Up
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x13
x7
x50
x7
โพสต์ 2020-5-5 00:06:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Alexis เมื่อ 2020-5-5 00:34

VII


                อเล็กซิสเดินทางมาถึงสถานที่ที่เรียกว่าเกาะอดัมทาวน์ได้สองวันแล้ว ยอมรับว่าวันแรกที่ก้าวขาสองข้างขึ้นมาบนเกาะก็ทำเขาตื่นตาตื่นใจกับภาพของสถานที่เหนือจินตนาการที่แปลกประหลาดเกินกว่าสติสัมปชัญญะของมนุษย์ธรรมดาคนนึงจะรับได้
               ผู้คนเดินขวักไขว่กันตามจุดต่าง ๆ บ้างก็ใส่ชุดแบบเขา บ้างก็สวมผ้าสีม่วงคล้ายชุดขุนนางในสมัยโรมันทับเอาไว้ด้านนอก คนพวกนั้นเขาเดาว่าคงจะมีตำแหน่ง และอีกอย่างที่ทำอเล็กซิสประหลาดใจคือคนที่มีเขาแพะแบบคนขายตั๋วตรงท่าเรือจูปิเตอร์ คนพวกนั้นนอกจากจะมีเขาแล้วยังมีขาแพะด้วย แบบว่าขาแพะจริง ๆ เลย ทั้งขนทั้งกีบ เป็นประชากรที่พบได้ทั่วไปแบบคนที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์เหมือนอเล็กซิส นั่นทำให้เขาลมแทบจับ
               นอกจากนั้นแล้วสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ของที่นี่เหมือนหลุดออกมาจากยุคโรมันโบราณไม่มีผิด เห็นชัดที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มอาคารตรงเนินเขา นั่นน่าจะเป็นวิหารอะไรสักอย่าง มันดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามในความรู้สึก มีลานกว้างที่น่าจะเป็นแหล่งชุมนุมและทำกิจกรรม การตกแต่งอาคารบ้านเรือนสไตล์เมดิเตอเรเนียนที่สวยงามและดึงดูดเหมือนแถวอิตาลีที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ สวนสาธาณะและแม่น้ำสายหลัก สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่ากรุงโรมใหม่ คงจะสร้างขึ้นแทนกรุงโรมในประเทศอิตาลีเพราะทุกอย่างดูใหม่จริง ๆ อเล็กซิสสามารถนั่งชื่นชมที่นี่ได้แทบทั้งวัน

               แต่ไม่ทันจะได้เดินสำรวจรอบเมือง เขาก็ถูกพาตัวมายังอาคารสไตล์โรมันหลังหนึ่ง ดูจากอุปกรณ์ที่วางอยู่และติดไว้กับผนัง ธงสีม่วงที่มีใบลอเรลล้อมรอบตัวหนังสือ SPQR สีทองแล้วน่าจะเป็นศูนย์บัญชาการอะไรสักอย่าง คนที่อยู่ตรงจุดคัดกรองพาเขามา จากนั้นก็แนะนำว่าคนที่มาครั้งแรกต้องผ่านการรับรองก่อนและได้สังกัดกองร้อยที่จะอยู่จึงสามารถเดินไปไหนมาไหนในเมืองได้

                ว้าว ประหลาดชะมัด อย่างกับค่ายทหาร

                อเล็กซิสถูกทิ้งไว้ในโถงรับรองกับชายที่เรียกตัวเองว่าเป็นแม่ทัพ ดูจากลักษณะภายนอกแล้วก็ไม่น่าจะถึงสี่สิบ ต่างกับภาพจำในหัวของเขาที่จะเห็นพวกผู้บัญชาการอายุรุ่นพ่อ เขาถูกสัมภาษณ์เล็กน้อย
                แม่ทัพที่ชื่อเจสันบอกเขาว่าพ่อแท้ ๆ ของเขาคือเทพแห่งความมืดในแดนเหนือ เทพอาร์เมนนีอุส
                ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแท้ ๆ พ่อบังเกิดเกล้าที่เขาไม่เคยเจอและทิ้งเด็กชายไปตั้งแต่เกิด อเล็กซิสเข้าใจแล้วว่ามนุษย์กึ่งเทพหมายถึงอะไร
                จากนั้นก็ถูกพาไปรายงานตัวกับคนที่มีตำแหน่งเซนจูเรียนประจำกองร้อยที่ 1 น่าจะเป็นตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ใหญ่รองลงมาจากแม่ทัพ เธอคนนี้เป็นผู้หญิงและโตกว่าเขาไม่กี่ปี เธอพาเขามาเดินดูที่พักและแนะนำเรื่องต่าง ๆ คร่าว ๆ
                เอาล่ะ ถึงจุดนี้สมองของอเล็กซิสสรุปได้แล้วว่าตัวเองต้องมาเป็นทหาร ฝึกฝนอยู่ในค่ายจูปิเตอร์สังกัดกองพันที่สิบสองฟัลมินาทาร์ เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งและโตไปเป็นมนุษย์กึ่งเทพที่ดี ช่วยเหลือผู้อื่น กอบกู้ความสงบสุขบลา ๆ ๆ และคงโชคดีที่เขามีสมองแบบที่เรียกกันว่ามนุษย์กึ่งเทพ นั่นเลยไม่ทำให้หัวตัวเองระเบิดตายไปซะก่อน

                อเล็กซิสได้รับคำแนะนำว่าเขาควรจะฝึกฝนร่างกายให้พร้อม นั่นเลยทำให้วันนี้เขามาโผล่อยู่หน้าสถานที่ที่เรียกว่า ‘โคลอสเซียม’
                “โห ใหญ่ชะมัด”
                สถาปัตยกรรมที่ก่อด้วยอิฐและหินทรายจนกลายมาเป็นสนามกีฬากลางแจ้งรูปวงรีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมใหม่บริเวณแนวพอมเมอเรียนเหมือนที่เขาเคยเห็นในจอโทรทัศน์ แต่มันดูใหม่กว่า แข็งแรงกว่า และใช้งานได้จริง
                เมื่อเดินเข้ามาข้างในเขาก็พบกับความยิ่งใหญ่อีกครั้ง สมกับที่เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเมื่อหลายพันปีก่อน ข้างบนถูกจัดให้เป็นอัฒจันทร์ที่นั่งไล่ระดับสำหรับผู้เข้าชม ข้างล่างแบ่งเป็นโซนทั้งโซนฝึกฝนทั่วไป โซนกีฬา โซนต่อสู้กับสัตว์ป่าและอสุรกาย ลานต่อสู้เกลดิเอเตอร์ และทุกโซนมีคนกำลังใช้งานอยู่

                อีกครั้งที่อเล็กซิสตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องเริ่มตรงไหนก่อนดี

                “อย่าปล่อยให้การ์ดตก! ฟันเข้าไปเรื่อย ๆ!” น้ำเสียงดุดันเข้มแข็งดังมาจากโซนฝึกดาบ เรียกความสนใจจากอเล็กซิส “ตรงนั้นอย่าเพิ่งเหนื่อย ฟันไปจนกว่าฉันจะสั่งให้หยุด!”
                “ดุชะมัด แขนฉันเหมือนจะขาด”
                “เอาน่า เธอเป็นธิดาแห่งเบลโลน่าเชียวนะ”
                อเล็กซิสได้ยินเสียงสนทนาของเด็กฝึกคู่หนึ่งขณะกำลังจะเดินผ่านเขาไปยังทางออก คงกำลังพูดถึงครูฝึกผู้หญิงตัวสูง ๆ ตรงนั้นสินะ
                “หยุดก่อนครับ” อเล็กซิสคว้าแขนข้างหนึ่งของหนึ่งในสองคนนั้นเอาไว้ได้ หนึ่งคนเป็นผู้หญิงผมสั้นส่วนคนที่เขาคว้าแขนไว้เป็นผู้หญิงผมยาว คงจะเป็นแฝดเพราะหน้าเหมือนกันและกำลังหันมามองเขาด้วยสายตาคาดโทษ “ขอโทษครับ” เขาปล่อยมือ
                “มีอะไรให้เราช่วยหรือเปล่า”
                “คือว่าผมเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะต้อง---” เขาตอบไปตามความจริง
                “อ๋อออ เข้าใจแล้วล่ะ!” คนผมสั้นร่าเริงขึ้นมาทันที “นายไปตรงนั้น ตรงโซนฝึกดาบ เห็นผู้หญิงผมยาวตรงนั้นไหม ไปรายงานตัวกับเธอแล้วเธอจะช่วยฝึกกับให้คำแนะนำเอง”
                อเล็กซิสมองตามนิ้วที่ผู้หญิงคนนี้ชี้ เขาพยักหน้าหงึกหงัก
                “ขอบคุณนะครับ”
                “สู้ ๆ ล่ะ” ทั้งสองคนให้กำลังใจเขาและเดินออกไป

                เสียงการฝึกฝนชัดขึ้นเรื่อย ๆ อเล็กซิสเดินมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ ครูฝึก เธอมองเห็นเขาด้วยหางตาและคงรับรู้ได้ว่าเขามีธุระกับเธอ จึงสั่งให้ทุกคนฝึกต่อแล้วเดินมาหาเขา
                “ว่าไง” เธอยิ้มอย่างเป็นมิตร เธอคนนี้สายตาดุดันพอ ๆ กับน้ำเสียง ผมสีดำถูกรวบไว้เป็นหางม้าทรงสูง อยู่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีแดงทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงสีดำรัดรูปและรองเท้าคอมแบต อาวุธที่เหน็บอยู่ตรงเอวและท่าทางคล่องแคล่วทำให้เธอดูพร้อมรบตลอดเวลา ไหนจะบรรยากาศรอบตัวที่อันตรายนั่นอีก “ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มาใหม่หรอ”
               “ใช่… ใช่ครับ” อเล็กซิสตอบตะกุกตะกัก “อเล็กซิส มิไฮเยอร์วิช ถูกบรรจุเข้ากองร้อยที่ 1 เมื่อวานครับ”
               “คงจะมีคนแนะนำมาล่ะสิ มาหาถูกคนแล้วล่ะ ฉันแอนตาเซีย โรมานอฟ ธิดาแห่งเบลโลน่า” แอนตาเซียแนะนำตัว เธอน่าจะอายุราว ๆ สามสิบต้น ๆ “ฉันเป็นครูฝึกของที่นี่ พ่อแม่ฝั่งเทพของเธอเป็นใครล่ะ”
               อเล็กซิสเอียงคอสงสัย
               “โทษทีที่ถามนะ แต่อยากรู้เพราะจะได้ประเมินรูปแบบการฝึกฝนที่ถูกต้องเพื่อจะดึงศักยภาพของนายออกมาให้ได้มากที่สุดน่ะ เรื่องของพ่อแม่เนี่ยบางทีก็มีส่วน เพราะอย่างฉันที่มีเชื้อสายของเทพแห่งสงครามจะมีร่างกายที่พร้อมรับการต่อสู้อยู่เสมอ เราแข็งแรงและเข้าใจรูปแบบการใช้อาวุธโดยสัญชาตญาณแม้กระทั่งศิลปะการต่อสู้ ฉะนั้นการฝึกจะอยู่อีกรูปแบบหนึ่ง” แอนตาเซียอธิบายอย่างคล่องแคล่ว “ว่าไงล่ะ”
               “เหมือนจะเป็นอาร์เมนนีอุสน่ะครับ” เขามั่นใจว่าตัวเองออกเสียงถูก จากการค้นข้อมูลคร่าว ๆ พ่อของเขาลึกลับมาก ข้อมูลที่มีอยู่ก็น้อย แถมวิหารยังอยู่ลึกเข้าไปในป่าต้องห้ามที่มีอสุรกายเต็มไปหมดอีก ถ้าจะไปเยี่ยมเขาคงต้องมีทักษะการต่อสู้ติดมือไปด้วยเล็กน้อย
              “อืม.. อาร์เมนนีอุส” แอนตาเซียทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง คงจะประเมินว่าจะให้เขาอยู่ต่อหรือจับแยกชิ้นส่วนให้อสุรกายในกรงกินดีล่ะมั้ง “เคยจับดาบไหม?”
              “เอ๊ะ?” ไม่ว่าเปล่า แอนตาเซียใช้สายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็มาจับตามแขนและทุบเบา ๆ ที่หน้าท้องของเขา
              “ปกติออกกำลังกายทุกวันหรือเปล่า” เธอยังยิงคำถามไม่หยุด “หน่วยก้านดี ค่อนข้างแข็งแรงแต่ไม่เคยผ่านการต่อสู้สินะ”
              “ผมก็มีทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงวิ่งอยู่ช่วงนึงน่ะครับ” อเล็กซิสหลบสายตา นึกไปถึงชีวิตช่วงวัยฮอร์โมนที่ทำเรื่องเกเรเสี่ยงตายจนเกือบโดนตำรวจจับ “แล้วก็เคยทำงานพาร์ทไทม์หลายอย่าง บางอย่างก็ต้องใช้แรงเยอะอยู่”
              “ใช้ได้ เข้าไปเปลี่ยนชุดที่คล่องตัวกว่านี้ เดี๋ยวฉันจะเริ่มทดสอบให้”
              “ครับ”
              อเล็กซิสเข้าไปในโซนของด้านในที่มีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า ตู้เก็บของและห้องน้ำ เขาเปลี่ยนเป็นชุดกางเกงวอร์มขาสามส่วน เสื้อยืดและรองเท้ากีฬา ล็อคตู้เก็บของให้เรีบร้อยและออกมาหาแอนตาเซียที่รออยู่ด้านนอก

               “วิ่งให้ดูหน่อย สำหรับวันแรกจะไม่ให้หนักแล้วกัน เอาเป็น 5 รอบ ให้เวลา 10 นาที เริ่มได้”
               “ครับ?” อเล็กซิสคิดว่าตัวเองหูฝาด เขาหันไปมองสนามแล้วหันกลับมามองแอนตาเซียด้วยแววตางุนงง ถ้าอยู่ในการ์ตูนตอนนี้คงมีเครื่องหมายคำถามอยู่รอบหัว
              “ไม่เข้าใจตรงไหน” แอนตาเซียก็คงไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน “ฉันว่า 10 นาทีนี่ก็เยอะไปด้วยซ้ำนะ”
               “คือสนามมันใหญ่มาก ๆ เลยนะครับ ใหญ่จริง ๆ ผมว่า 10 นาทีไม่ทันแน่ ๆ” ลองคิดสภาพอัฒจันทร์มหรสพที่สามารถบรรจุคนได้ 50,000 คน แล้วลู่วิ่งวงรีก็ตีวงกว้างไปได้ขนาดนั้นเลย ใหญ่กว่าลู่วิ่งที่โรงเรียนเขาสามเท่าแหน่ะ คนคนนี้จะแกล้งเขาหรือยังไง!
               “เอาเวลาต่อรองกับฉันไปวิ่งดีกว่ามั้ง นี่ก็ผ่านไปเกือบนาทีแล้วนะ” แอนตาเซียชูนาฬิกาจับเวลามาทางเขา ดวงตาสีแดงของอเล็กซิสเบิกโพลงด้วยความตกใจ โหดเกินไปแล้ว!
               “ครับๆ ไปแล้วครับ!” อเล็กซิสวิ่งเข้าไปบริเวณลู่ วอร์มร่างกายเล็กน้อย เข้าท่า แล้วออกตัวอย่างรวดเร็ว

               ยอมรับเลยว่าแม้จะมีทักษะการวิ่งจาการวิ่งหนีตำรวจ วิ่งหนีพวกนักเลงที่เขาดันไปตกกระไดพลอยโจรแบบงง ๆ  หรือล่าสุดวันที่วิ่งหนีมิโนทอร์ เขายังไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องวิ่งให้เร็วขนาดนี้ แบบว่า 10 นาทีของชีวิต ถึงจะรู้ว่าไปถึงสายได้เพราะยังไงก็แค่การทดสอบวันแรก แต่ความคิดฝั่งชอบเอาชนะบอกว่าอย่าทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้
                ถึงอย่างนั้นพอวิ่งมาได้สองรอบกว่า ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนจะหมดแรง อเล็กซิสเกลียดอากาศร้อน เพราะฉะนั้นการวิ่งทั้งที่แดดสว่างจ้าทำให้เขาแทบไม่ไหว เขาก้มดูนาฬิกาข้อมือ ผ่านมาห้านาทีแล้ว เร็วชะมัด
                ร่างชุ่มเหงื่อก้าวขายาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หัวใจสูบฉีดอย่างหนักกับปอดที่ใกล้จะระเบิด และด้วยผิวที่ซีดขาวทำให้เห็นเลือดฝาดอย่างชัดเจน

                “ทำเวลาได้ดีนะ 10 นาทีกับอีก 2 วินาที” แอนตาเซียก้มลงมาบอกอเล็กซิสที่นอนราบไปกับพื้นพร้อมชูนาฬิกาจับเวลาให้ดู ขาของเขาเหมือนไร้ความรู้สึกไปแล้ว “สำหรับสายเลือดเทพแห่งความมืดอย่างนายที่ไม่ถูกกับแดดแรงน่ะ ฉันคิดว่าคงจะมาสายแต่ว่าเกินคาด เก่งมาก!”
               อเล็กซิสไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น เขาหอบหายใจอย่างหนักถึงขนาดได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก
               “อะนี่ รับไปแล้วอีกห้านาทีมาเจอกัน” ขวดน้ำกับขนมแครกเกอร์รสช็อคโกแลตถูกโยนมาไว้บนอก “น้ำทิพย์กับอาหารเทพจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายมนุษย์กึ่งเทพแบบเรา ๆ ให้กลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น เฮ้! ช้า ๆ หน่อยเดี๋ยวร่างก็ระเบิดหรอก”
               แอนตาเซียดันขวดน้ำออกจากปากอเล็กซิสหลังเห็นว่าเขาดื่มมันเร็วเกินไป
               “โชคดีนะเนี่ยที่ยังดื่มไปไม่มาก ไม่มีใครเตือนมาก่อนหรือไง” แอนตาเซียมองอเล็กซิสด้วยสายตาตำหนิ “ฟังนะ ถึงมันจะมีข้อดีแต่นายก็ยังมีเลือดเนื้อกึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ ถ้าร่างกายรับมันเข้าไปเร็วเกินร่างกายนายอาจจะระเบิดได้ จิบช้า ๆ แล้วก็ไม่ต้องใช้ปริมาณมาก”
               จริงอย่างที่ว่า อเล็กซิสรู้สึกเหมือนร่างกายเขาร้อนขึ้นแปลก ๆ แถมยังหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้วด้วย “เข้าใจแล้วครับ” เขามองอาหารเทพในมืออย่างครั่นคร้ามและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
               “เอาล่ะ เดินตามมานี่” แอนตาเซียเดินนำเขาไปยังโซนหนึ่งของลานฝึก ตรงนั้นมีอาวุธโรมันมากมายเรียงรายอยู่เต็มไปหมดทั้งบนโต๊ะและบนผนัง “รับนี่ไป”
               “ดาบ?” อเล็กซิสมองวัตถุในมือ มันเป็นดาบเหล็กรูปร่างกระทัดขนาดไม่ใหญ่มาก มีส่วนปลายเรียวแหลมเหมาะแก่การจ้วงแทง เขาเพิ่งได้ลองจับดาบครั้งแรกในชีวิตเลยรู้สึกว่ามันหนักหน่อย
              “ใช่แล้ว สิ่งที่อยู่ในมือของนายเรียกว่าดาบกราดิอุส เป็นดาบที่ทหารโรมันใช้กันทั่วไป เดี๋ยวนายก็จะได้มีอาวุธเป็นของตัวเองเมื่อถูกพิจารณาแล้วว่าพร้อม แต่ตอนนี้ถ้าจะฝึกก็ใช้ที่มีให้ยืมไปก่อน” แอนตาเซียอธิบาย
              อเล็กซิสลองแกว่งดาบ ไม่ค่อยพอดีมือเท่าไหร่
              “การฝึกต่อไปจะเพิ่มระดับขึ้น นายต้องทำตัวให้ชินกับการถืออาวุธไปด้วยวิ่งไปด้วยเพื่อให้พร้อมสำหรับการต่อสู้เสมอ เพราะฉะนั้น…” แอนตาเซียมองไปยังฝั่งหนึ่งของสนาม “ถือดาบเล่มนี้แล้ววิ่งหลบกับดักตรงโซนนั้น” เธอชี้ “เวลาไม่จำกัด แค่ไม่ตายก็จบแล้วสำหรับการฝึกที่สองของวันนี้ แต่ถ้าไม่ผ่านหรือถูกช่วยเหลือขึ้นมาฉันจะพิจารณาอีกที”

               อเล็กซิสกลืนน้ำลายดังเอื้อกเมื่อมาถึง พื้นที่ตรงนี้จำลองรูปแบบการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยกับดักที่ซ่อนอยู่มากมาย กับดักจะเปลี่ยนรูปแบบไปทุกวันขึ้นอยู่กับระดับของผู้ฝึกฝน บางพื้นที่อาจจะดูไม่มีอะไรแต่ถ้าพลาดเหยียบลงไปอาจจะแขนขาพิการไม่ก็กลายเป็นเนื้อเสียบไม้เอาได้ แถมยังมีกำแพงลาวาด้วย แบบว่าลาวาที่อยู่ตามภูเขาไฟนั่นเลย ของเหลวสีส้มแดงข้นคลั่กเดือดปุด ๆ ไหลลงไปในแอ่งเล็ก ๆ เขาเห็นเด็กคนหนึ่งก้าวพลาดแล้วตกลงมาด้วย แต่ยังโชคดีที่มีฮาร์ปี สิ่งมีชีวิตมีปีกและขาเหมือนนกเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในส่วนนี้คอยโฉบเข้าไปรับไม่ให้ตกลงไปตายจริง แต่ก็ยังน่าหวาดเสียวอยู่ดี
               “เป็นไง หรือจะวิ่งร้องไห้กลับไปหาแม่ก็ยังทันนะ” เสียงเย็น ๆ ของแอนตาเซียกระซิบข้างหูทำให้เขาขนลุกซู่
               “ไหว… ผมว่าไหว” เสียงของเขาเบาหวิว
               “พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเริ่มนะ ฉันจะมองจากตรงนี้” แอนตาเซียเดินไปแล้ว เธอนั่งลงตรงพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับรับชมร่วมกับคนอื่น ๆ ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้เขาซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย

               อเล็กซิสสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ จับดาบให้อยู่ในท่าที่ถนัดมือที่สุดจากนั้นก็ออกวิ่ง
              ด่านแรกที่เขาเจอหลังจากวิ่งผ่านพื้นที่ราบเรียบธรรมดามาได้คือพื้นโคลนลื่น ๆ เขาผ่านมันมาได้แบบไม่มีปัญหาถึงแม้จะเกือบโดนดูดไปได้ก็ตาม พอพ้นมาได้ก็เป็นแอ่งน้ำ ให้เดินไปบนแท่นที่โผล่ขึ้นมาซึ่งจะขยับอยู่ตลอดเวลาและข้างล่างก็มีตัวอะไรไม่รู้ว่ายอยู่ อเล็กซิสเกลียดแหล่งน้ำมืด ๆ นั่นทำให้เขาแทบบ้า
               เขาสะดุดเชือกตรงโซนวิ่งข้ามเชือกไล่ระดับด้วย เลยมีหินก้อนเกือบเท่ากำปั้นพุ่งจากไหนไม่รู้เข้ามากระแทกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจนระบมไปหมด เสียงหัวเราะแว่วมาจากฝั่งของผู้ชม
                อเล็กซิสก้าวพลาดอีกครั้งจนถูกรวบด้วยตาข่ายห้อยต่องแต่งขึ้นไปเหนือพื้นราว ๆ สี่เมตร การวิ่งหลบไปด้วยถือดาบไปด้วยพูดตามตรงว่าเกะกะมาก พอมือไม่ว่างก็เผลอติดกับดักเอาง่าย ๆ เขาใช้ดาบตัดเชือกให้เป็นรูโหว่จนกว้างพอที่จะกระโดดลงมาได้ ข้อเท้าที่ได้รับการกระแทกอย่างหนักเหมือนจะพังเอาจริง ๆ เขากระโดดข้ามหลุมตามพื้นได้อย่างหวุดหวิด มีเสียงระเบิดเล็ก ๆ ไล่หลังมาแต่ไม่ได้มีอันตรายอะไร
                จังหวะการหายใจถี่ขึ้น อเล็กซิสวิ่งผ่านด่านสุดท้ายสำหรับวันนี้ซึ่งเป็นเนินลาดลงไปและมีท่อนซุงใหญ่เหวี่ยงสลับกันพร้อมจะกระแทกโดนถ้าไม่หลบดี ๆ
                เขาสไลด์ตัวลงไปตามแนวราบหลบท่อนซุงได้ทุกท่อนจนถึงเส้นชัยในที่สุด
                           
               “เยี่ยมมากบุตรแห่งอาร์เมนนีอุส!” เสียงตะโกนด้วยความดีใจของแอนตาเซียดังขึ้นตามมาด้วยเสียงปรบมือของเธอและผู้เข้าชม “ฉันลุ้นมากเลยนะตอนที่นายติดอยู่ในตาข่ายนะ นายคงไม่สังเกตแต่ถ้าลงมาช้าอีกนิดเดียวเชือกจะขาดเองแล้วนายก็จะตู้ม! ตกลงมากระดูกหัก”

                อะไรนะ...
               แล้วแอนตาเซียพูดถึงความเป็นความตายด้วยหน้าตาชื่นบานแบบนี้ได้ยังไงกัน
               แต่เขาตอบอะไรกลับไปไม่ได้ ได้แต่นอนหอบหายใจพะงาบ ๆ อยู่กับพื้น แถมยังรู้สึกเหมือนมีสนิมอยู่ในปาก คงจะเป็นมาตั้งแต่โดนหินกระแทกใบหน้าจนเลือดออก แอนตาเซียปล่อยให้เขาโกยอากาศเข้าปอดสักพักจากนั้นก็ฉุดให้ลุกขึ้นและยื่นน้ำทิพย์กับอาหารเทพมาให้

              “เจอกันอีกทีพรุ่งนี้ เตรียมตัวมาให้พร้อม”
              หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแอนตาเซียก็บอกลาอเล็กซิสและกลับไปคุมการฝึกให้คนอื่น ๆ ต่อ
              “ขอบคุณครับ” เขากล่าวขอบคุณแล้วเดินออกมาจากโคลอสเซียมด้วยร่างกายที่ช้ำหนักจากการฝึกฝน มุ่งหน้ากลับไปยังหอพักในกองร้อยที่ 1

             วันนี้สาหัสจริง ๆ แหละ …

-----
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-5-5 00:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +10 USD +800 Strength +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 800 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
GPX G-Racer 200
REMINGTON Pistol
VR Headset
Dark Area
โพสต์ 2020-5-6 00:36:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Alexis เมื่อ 2020-5-6 13:41

IX

                   อเล็กซิสมาถึงโคลอสเซียมในตอนบ่ายโมง เขาเข้าไปเปลี่ยนชุดจากนั้นก็ออกมาเจอกับแอนตาเซียที่รออยู่ก่อนแล้ว
               “วิ่งสัก 10 รอบก่อน เอ้านี่!” แล้วก็เธอโยนดาบกราดิอุสมาทางเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
               “เหวอ! ระวังหน่อยสิครับ!” อเล็กซิสตาเหลือก เขาเบี่ยงตัวหลบและใช้สองมือคว้าด้ามดาบได้อย่างเฉียดฉิว คิ้วขมวดเป็นปมหันไปมองแอนตาเซียอย่างไม่เข้าใจ เธอจะฆ่าเขาหรือไง
               “รับได้ดีนี่ ฝึกไว้ ทั้งการจับดาบ การรับดาบที่ถูกต้อง อย่ามองข้ามพื้นฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เชียว” เธอยืนกอดอกและยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา “อะไร? โกรธหรือไง ไป ๆ เอาดาบไปแล้วไปวิ่งได้แล้ว”
              “ไม่ได้โกรธครับ” เขาก้มหน้าแล้วเดินออกมาตรงลู่วิ่ง วอร์มร่างกายเล็กน้อย วันนี้แอนตาเซียไม่ได้กำหนดเวลาแต่เขายังอยากรักษามาตรฐานที่ดีเอาไว้ อยากจะทำให้ดีขึ้นด้วย ทั้งหมดก็เพื่อตัวเขาเองนั่นล่ะ

               เมื่อพร้อมอเล็กซิสก็ออกวิ่ง  
               เขารู้สึกว่าร่างกายเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ถึงแม้จะอยู่กลางแดดก็ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อวาน พอมาถึงจุดที่เป็นเงาอันเกิดจากแสงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึงก็รู้สึกสดชื่นและวิ่งได้เร็วกว่าเดิม เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่วิ่งผ่านจุดนี้ นี่คงเป็นความพิเศษของพลังแบบเทพ ๆ ในตัวเขาล่ะมั้ง

               อเล็กซิสใช้เวลาไป 27 นาทีในการวิ่ง ตัวดาบที่เกะกะทำให้เขาค่อนข้างลำบากในการเหวี่ยงแขน แต่แอนตาเซียก็บอกว่าอยู่ในระดับที่ดี อเล็กซิสสงสัยนักว่าเธอไปเอาพลังมากมายจากไหนมาให้กำลังใจคนอื่นบ่อย ๆ แบบนี้กัน ยอมรับว่าเขาแอบดีใจลึก ๆ
               “ฝึกหลบกับดักวันนี้ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นมาหน่อยนะ” แอนตาเซียพูดขึ้นระหว่างที่เขากำลังดื่มน้ำ น้ำแบบที่เป็นน้ำเปล่าธรรมดาไม่ใช่น้ำทิพย์ คือเขากลัวตัวเองจะลืมตัวแล้วทำเอาร่างกายระเบิดน่ะ ยิ่งเหนื่อย ๆ มันจะไม่ค่อยมีสติ

               หลังจากพักได้เต็มที่แอนตาเซียก็พาอเล็กซิสมายังโซนกับดัก วันนี้มันถูกปรับให้มีสภาพทางภูมิศาสตร์เหมือนอยู่บนยอดเขาสูง นั่นคือมีต้นไม้หนาทึบสองฝั่งของทางเดิน หมอกบาง ๆ จำกัดทัศนียภาพการมองเห็น พื้นตะปุ่มตะป่ำซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหินเล็กใหญ่หาทางเรียบได้น้อย แถมยังเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไปเรื่อย ๆ  จะวิ่งได้คล่องเขาคงต้องมีขาแบบแพะภูเขาหรือแบบพวกฟอนตามลานคนเมือง และจุดเด่นที่สำคัญคืออากาศที่ถูกทำให้เบาบางลงเหมือนอยู่บนยอดเขาสูงจริง ๆ  นอกจากกับดักจะหายากขึ้นเขายังต้องกังวลเรื่องที่จะขาดอากาศหายใจตายด้วย ไหนจะกำแพงลาวาที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้นั่นอีก วันนี้เขาจะต้องปีนมันเป็นด่านสุดท้าย…
               “ช่างออกแบบกับดักของเราฝีมือเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ” แอนตาเซียยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “ฉันล่ะอยากจะแนะนำให้นายได้รู้จักจริง ๆ”
               “ครับ…” เขาตอบรับไปแบบส่ง ๆ ในหัวกำลังคำนวณความเป็นความตาย รู้สึกเหมือนโอกาสรอดจะน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ซะอีก
               “ในวันนี้นายจะได้ฝึกลับสัญชาตญาณให้คมขึ้น เปิดประสาทสัมผัสทุกส่วน แยกแยะให้เป็น การจะเป็นนักสู้ที่ดีสมาธิและการกำหนดลมหายใจเป็นสิ่งสำคัญ นายต้องหายใจให้ถูกวิธี ทุกการเคลื่อนไหวอย่าปล่อยให้มันเสียเปล่า” แอนตาเซียอธิบายยาวเหยียด อเล็กซิสเขาใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง มือที่กุมดาบกราดิอุสไว้กำลังสั่น
               “ไม่ต้องกังวลไป เราไม่ปล่อยให้นายตายหรอกน่ะ” เธอตบบ่าเขาเบา ๆ “ถ้าพร้อมแล้วก็เข้าไปได้เลย ฉันจะรอที่เดิม” แอนตาเซียเดินไปนั่งฝั่งผู้ชมข้าง ๆ

               อเล็กซิสสูดลมหายใจ แค่หาทางออกไปจนถึงกำแพงลาวาให้ได้ เอาล่ะ!
               เมื่อวิ่งเข้าไปในป่าแสงรอบตัวก็ค่อย ๆ น้อยลง ถือว่าช่วยได้มากทีเดียว อเล็กซิสระมัดระวังทุกการก้าวเดิน แต่มาถึงการทดสอบแรกเขาก็พลาดซะแล้ว เท้าเจ้ากรรมดันไปเหยียบพื้นหินที่ข้างใต้น่าจะมีปุ่มเปิดกับดักอยู่ หินก้อนขนาดเท่ากำปั้นนับร้อยพุ่งออกมาจากดงต้นไม้ทั้งสองฝั่ง โชคดีที่เขาไหวตัววิ่งหนีทัน
               ระหว่างวิ่งหนีก็ดันสะดุดเข้ากับเชือกเส้นหนึ่งที่ผูกขึงไว้กับต้นไม้สองต้นอยู่ในระดับข้อเท้า อเล็กซิสได้แต่อุทานในใจว่าซวยแล้ว หัวใจเขาเต้นแรงมากด้วยกังวลว่าจะมีอะไรหล่นลงมาอีกเลยตั้งสมาธิแล้วมองรอบตัว เมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็เริ่มออกวิ่ง สักพักเสียงหวีดหวิวของวัตถุหนักบางอย่างก็ตัดผ่านอากาศมา หันไปมองก็พบกับท่อนซุงขนาดใหญ่ที่ถูกมัดไว้กำลังพุ่งมาจากข้างหลัง
               อเล็กซิสก้มหลบได้อย่างเฉียดฉิว วิ่งออกไปด้านข้างหลีกท่อนไม้ที่สลับกันเหวี่ยงมาถึงสามท่อน
               เขาวิ่งลงเนินลื่น ๆ ที่มีหอกแหลมพุ่งมาจากด้านข้าง โชคดีที่ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้ทำให้ประสาทสัมผัสสามารถใช้ได้ดี เขาเหมือนได้ยินเสียงเบา ๆ ดังมาจากไกล ๆ ก่อนจะเห็นภาพหอกพุ่งออกมาซะอีก นั่นเลยรอดพ้นจากการเป็นมนุษย์เสียบไม้ เสียงฉึกของหอกนับสิบที่ปักเข้ากับต้นไม้ดังขึ้นตามหลังทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว
               ดาบที่ถืออยู่ไม่ค่อยเกะกะอีกต่อไป แต่ตอนนี้อเล็กซิสกำลังจะขาดอากาศหายใจ ด้วยอากาศที่เบาบางมากกับการวิ่งแบบไม่ได้หยุดพักแถมตอนนี้ยังกำลังวิ่งขึ้นเนินอีกทำให้รู้สึกหน้ามืดและตาลาย เขาอ้าปากพะงาบ ๆ โกยอากาศเข้าปอด

               ตั้งสมาธิแล้วใจเย็น ๆ

                อเล็กซิสให้กำลังใจตัวเอง เขาลดความเร็วในการวิ่งลงก่อน ปรับจังหวะในการหายใจใหม่ โกยอากาศเข้าทั้งปากและจมูกให้ได้มากที่สุดจากนั้นก็ผ่อนออกช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอ มันทำได้ยากในช่วงแรกแต่เขาก็กัดฟันแล้วทำต่อไปจนจังหวะเริ่มคงที่ เมื่อชินแล้วเขาก็รู้สึกเหนื่อยน้อยลง ถึงจะไม่แน่ใจว่านี่เป็นวิธีการหายใจที่ถูกต้องแบบที่แอนตาเซียต้องการหรือเปล่า   
                ข้างหน้าพื้นไม่ค่อยขรุขระแล้ว แต่มีสิ่งที่แตกต่างไปนั่นคือมีพื้นที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้เด่นชัดขนาดพอดีตัวเขา
                หึ กระจอก
                เขาเร่งความเร็วและกระโดดผ่านหลุมกับดักไปได้ แรงลมทำให้ใบไม้ปลิวจนเห็นข้างใต้ที่เป็นหลุมลึกลงไปสองเมตร มีไม้เหลาปลายแหลมปักอยู่นับสิบ
                แต่ก็ยังไม่พ้น เชือกที่สานกันจนมีรูปร่างเหมือนตาข่ายกางพุ่งลงมาจากฟ้า อเล็กซิสเห็นจากหางตาในตอนที่มันใกล้ถึงตัวเขา
                “จะไม่ยอมให้จับได้เป็นครั้งที่สองหรอกนะ!” เขาหลบโดยการกลิ้งขลุกขลักไปตามพื้นเข้ามาหลบหลังต้นไม้ ตาข่ายหล่นลงมาแผ่บนพื้นตรงที่เขาเคยยืนอยู่
                อเล็กซิสหอบแฮ่ก ปาดเลือดที่เกิดจากใบดาบกราดิอุสบาดเบา ๆ ตรงแก้มซ้าย เขาไม่ทันคำนวณเรื่องรากไม้ให้ดีทำให้มันกระแทกกับใบดาบบาดเข้าจนได้

                เขาออกวิ่งต่อ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจไปด้วย การทำอะไรพร้อมกันหลายอย่างด้วยขีดจำกัดทางร่างกายที่ค่อย ๆ ลดลงเป็นอะไรที่ลำบากพอสมควร เมื่อมาถึงสระน้ำลึกที่ถ้าจะผ่านไปได้ต้องกระโดดไปตามแท่นขนาดพอดีเท้าที่พุ่งขึ้นมาและหล่นลงไปเป็นจังหวะก็ทำให้เขาช่างใจอยู่นาน
                แท่นวางเท้ามีจังหวะขึ้นและลงของแต่ละแผ่นอย่างชัดเจน มันไม่ได้รวดเร็วจนมองไม่ทัน เขาคำนวณเวลาคร่าว ๆ จนกระทั่งจำเวลาของทั้งสิบแผ่นได้แล้วจึงออกวิ่ง ด้วยประสบการณ์จากเมื่อวานทำให้เขาผ่านมันมาได้แบบสบาย ๆ
                เขามาถึงด่านสุดท้ายที่เป็นกำแพงลาวาสูงประมาณตึกห้าชั้น ไอความร้อนจากแอ่งของเหลวเดือดปุด ๆ อยู่ตรงหน้า ฮาร์ปี้สองสามตัวบินวนอยู่ในอากาศ มันเหมือนการปีนผาจำลองทั่วไป จับตัวยึดที่ทำจากวัสดุพิเศษทนความร้อนสูงและออกแบบมาให้มีขนาดต่างกัน ปีนจากฝั่งนี้แล้วลงไปอีกฝั่งให้ได้ก็เป็นอันจบการทดสอบ แต่ความยากของมันอยู่ที่หน้าผาหินจำลองนี่เคลื่อนตัวอยู่ในแอ่งตลอดเวลา ทำให้ถ้าไม่ระวังอาจจะโดนลาวากระเด็นใส่เอาได้
                 อเล็กซิสสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เหงื่อที่เกิดจากความเหนื่อยและความร้อนผสมปนกันจนเปียกไปหมด เขาปัดผมหน้าม้าที่ปรกลงมาบนใบหน้าออก เช็ดหน้ากับเสื้อสกปรก ๆ ที่เกิดจากการคลุกฝุ่น เหน็บดาบกราดิอุสไว้ข้างตัว หยิบอุปกรณ์สำหรับปีนกำแพงที่มีวางเตรียมไว้ให้ขึ้นมาสวม ตั้งแต่หมวก ถุงมือ เชือกรัดตัวและรองเท้าให้เข้ากัน เชือกปีนถูกยึดไว้กับจุดสูงสุดของกำแพงแล้ว เขาแค่เอามันมาล็อคไว้กับตัวล็อคตรงหน้าท้องแค่นั้น  
                 เขาไม่เคยปีนผามาก่อน เคยแค่ปีนกำแพงบ้านกับต้นไม้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง
                 รู้สึกกลัวขึ้นมาหน่อย ๆ สายตาแน่วแน่จับจ้องไปยังบททดสอบข้างหน้า ปลอบใจตัวเองว่าอุปกรณ์ทุกอย่างทำจากวัสดุพิเศษที่จะไม่พังแน่นอน แถมยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบินอยู่รอบ ๆ อีก ถ้าผ่านมันไปได้เขาจะเก่งขึ้น

                 อเล็กซิสก้าวไปข้างหน้าแล้วเริ่มไต่กำแพง หาที่วางเท้าเหมาะ ๆ ก่อนจะเหยียบลงไป มือจับเชือกเอาไว้แน่น คานถ่วงน้ำหนักดึงเชือกขึ้นพาเขาลอยสูงจากพื้นเรื่อย ๆ ในหัวจินตนาการว่าตัวเองเป็นสไปเดอร์แมน เขาคือปีเตอร์ ปาร์คเกอร์!
                 แม้ความร้อนจะแผดเผาอยู่ข้าง ๆ แต่เขาก็สามารถทำได้ดีมาถึงครึ่งทางจนได้ จุดที่นูนออกมาจากหน้าผาทำให้อเล็กซิสต้องละมือจากเชือกไปหาที่จับบนกำแพงเอง หาที่วางมือเหมาะ ๆ แล้วจับ ไต่ จับ ปีน
                 “เฮือก!” เขาก้าวพลาดในจังหวะที่กำแพงเคลื่อน เท้าลื่นหลุดออกจากที่วาง แรงเหวี่ยงเล็ก ๆ ทำให้ของเหลวสีส้มแดงร้อนฉ่าเผาปลายแขนเสื้อข้างขวาจนไหม้เกรียม ต่างกับดาบกราดิอุสที่โดนไปด้วยแต่ไม่เป็นอะไรเลย อเล็กซิสแทบจะสติแตก เขาได้ยินเสียงแอนตาเซียตะโกนมาจากที่ไกล ๆ เธอบอกให้เขาตั้งสติ
                “ฟู่วว! ใจเย็นไว้พวก!” เขาใช้เท้าแตะ ๆ ไปตามกำแพงหาที่วางใหม่ กล้ามเนื้อแขนเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน
                เคยอ่านเจอมาว่าคนเราเวลาคับขันจนถึงแก่ชีวิต สมองจะหลั่งสารอะดรีนาลินออกมาส่งผลให้ร่างกายเรามีประสิทธิภาพสูงขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้บางคนถึงขั้นแบกของหนักเป็นกิโลได้ ไม่เจ็บแม้จะต้องตัดอวัยวะบางส่วนออกโดยไม่ต้องใช้ยาแก้ปวด หรือกระทั่งวิ่งได้เร็วขึ้น อเล็กซิสรู้สึกแบบนั้นในตอนนี้ เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองปีนขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของกำแพงได้เมื่อไหร่ แล้วปีนลงไปได้อย่างไร รับรู้แค่ว่าหัวใจสูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ในหัวมีแต่คำว่าต้องรอด ไต่ตามกำแพงไปได้อย่างเชี่ยวชาญสงสัยที่สะกดจิตตัวเองว่าเป็นสไปเดอร์แมนนั่นจะสำเร็จหรือเปล่านะ!

                 อเล็กซิสก้มมองมือสั่น ๆ ของตัวเอง ขาที่หมดแรงอ่อนยวบลงไปจนลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น
                 “ทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยเจ้าหนู!” แอนตาเซียที่ไม่รู้มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เดินเข้ามาตบหลังเขาจนต้องร้องอั่ก! เธอช่วยถอดอุปกรณ์สำหรับปีนผาไปวางไว้ให้ สำรวจเนื้อตัวของเขาแล้วเทน้ำทิพย์ลงไปตามบาดแผลที่เกิดจากการเอาตัวรอดในป่ากับดักและไฟลวก(ซึ่งเขาไม่รู้ว่าได้มาตอนไหน) จากนั้นก็จ่อน้ำทิพย์กับอาหารเทพรสช็อกโกแลตมาตรงปากเขา
                 อเล็กซิสทั้งดื่มและเคี้ยวอย่างเหม่อลอย
                 “ประยุกต์การใช้ประสาทสัมผัสได้ดีมากเลยนะสำหรับผู้เริ่มต้น ฉันนี่ร้องว้าวเลยล่ะ ตอนนายโดนไฟลวกก็ตัวซีดไปหมดเหมือนกัน เก่งดี!”
                 “ครับ…”
                 “กลับไปนั่งพักสักหน่อยเถอะ แล้วค่อยมาฝึกต่อ เหลืออีกหลายชั่วโมงก่อนเวลาอาหารเย็น”

                 อเล็กซิสกลับมาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องเก็บของ ใช้ชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ทั้งขาดและโดนไฟลวกไป ไม่มีใครตำหนิเขาที่ทำของพัง คงจะเกิดขึ้นเป็นปกติสินะ
                 เขารวบรวมสติกลับมาได้ครบแล้ว นั่งทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งจะผ่านไปได้แค่สามชั่วโมงกว่า ๆ ยังไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะรอดกลับมาได้
                 “มาฝึกต่อได้แล้ว” แอนตาเซียกลับมาตามตัวเขา เธอยื่นดาบกราดิอุสเล่มเดิมมาให้ “รอบนี้จะให้ลองใช้ดาบล่ะ”

                 อเล็กซิสออกมายืนรวมกับคนอื่น ๆ ที่มาฝึกอีกสี่ห้าคน แอนตาเซียที่ยืนอยู่ข้างหน้าให้พวกเด็กนักเรียนของเธอเว้นระยะห่างกันพอสมควร จากนั้นก็สอนวิธีการยืนและถือดาบที่ถูกต้อง
                 ทุกคนทำตามรวมถึงอเล็กซิส เธอให้ใช้มือข้างที่ถนัดถือดาบและอีกข้างสำหรับถือโล่ ทั้งสองต้องใช้คู่กัน โล่เพื่อการกระแทกและดาบกราดิอุสถูกออกแบบมาเพื่อแทงโดยเฉพาะ เนื่องจากดาบค่อนข้างสั้นไม่เหมาะแก่การโจมตีระยะไกล ท่าที่ใช้ส่วนใหญ่จึงเป็นท่าประชิดตัว
                 เมื่อเห็นว่าทุกคนวางแขน ขาและถืออุปกรณ์ถูกต้องแล้ว แอนตาเซียก็สั่งให้พวกเขาแทงอากาศ 1000 ครั้ง แม้แขนจะไร้ความรู้สึกไปแล้วก็อย่าหยุด พวกเขาทำตามอย่างว่าง่าย

                 อเล็กซิสจ้วงแทงไปเรื่อย ๆ เมื่อมาถึงครั้งที่ห้าร้อยกว่าความรู้สึกอ่อนล้าสะสมก็เข้าโจมตี
                 “อย่าปล่อยให้การ์ดตก! ยืนให้สง่า แม้จะเหนื่อยก็ห้ามแสดงออก พวกนายทุกคนเป็นพลทหารแห่งกองทัพโรมันซึ่งเป็นเกียรติแห่งการรับใช้สูงสุด เพราะฉะนั้นทุกท่วงท่าการโจมตีต้องทำอย่างภาคภูมิ!” แอนตาเซียตะโกนปลุกใจ
                 แต่กลับได้รับการตบแทนเป็นเสียงร้องโอดโอย อเล็กซิสกัดฟันจ้วงแทงไปเรื่อย ๆ เขาบ่นไม่ออกเพราะกำลังควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมออยู่

                 ‘958 959 960…’
                 ‘997 998 999…’

                 “อเล็กซิส!” แอนตาเซียเรียกเขาตอนกำลังแทงอากาศครั้งสุดท้ายพอดี
                 “ครับ?” เขาเอียงคอสงสัย เมื่อได้หยุดก็รู้สึกเหมือนแขนไร้ความรู้สึกไปแล้ว
                 “มาทางนี้” เธอกวักมือเรียกเขา
                 แอนตาเซียให้อเล็กซิสยืนรอใกล้ ๆ ลานฝึก เพื่อน ๆ ถูกสั่งให้หวดอากาศต่อไป ส่วนเธอก็หายไปกลับมาอีกทีพร้อมดาบไม้และโล่ในมือ
                 พอเห็นหน้าอเล็กซิส แอนตาเซียก็วิ่งตรงเข้ามาแล้วแทงดาบใส่เขา
                 “อะไรครับเนี่ย!” เขาใช้โล่ปัดการโจมตีแล้วก้าวถอยหลังหลบไปด้านข้าง
                 “ต่อไปตานายโจมตี!”
                 “ครับ!?”เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของแอนตาเซียเขาก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมดาบ
                แน่นอนว่าเธอหลบได้ แถมยังจ้วงดาบเข้ามาไม่หยุดอีก อเล็กซิสทำได้เพียงใช้โล่ปัดและใช้ดาบตั้งรับเท่านั้น ขนาดเขาล้มกลิ้งไม่เป็นท่าแอนตาเซียยังตามลงมาแทงดาบที่พื้น อเล็กซิสหมุนตัวหลบได้ทันพอดี ดาบของเธอปักลงบนที่ที่เขาเคยนอนอยู่
                น่ากลัว พวกสายเลือดสงครามบ้าระห่ำกันขนาดนี้เลยหรือไง แต่ก็เท่เป็นบ้า!

                ขนาดใช้แค่ดาบไม้ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ ดูเขาสิ โจมตีกลับไม่ได้สักครั้งเลย
                “จับทิศทางของคู่ต่อสู้ให้ได้ ส่วนลมหายใจก็ต้องควบคุมให้เป็นจังหวะเดิมอย่างสม่ำเสมอ” เธอพูดแบบนั้นพร้อมทิ้งดาบและโล่ในมือจับเขาทุ่มลงกับพื้นทั้งที่เพิ่งลุกยืนได้ไม่นาน
                “ลุกขึ้นมา!” เธอว่าแบบนั้นพร้อมหยิบดาบ จากนั้นก็แทงดาบลงมาตรง ๆ
                อเล็กซิสหยิบมาได้แค่ดาบตั้งรับในท่านั่งชันเข่า เกร็งแขนสุดฤทธิ์ไม่ให้แอนตาเซียแทงลงมาได้ จากนั้นก็ออกแรงทั้งหมดดันตัวเธอออกไป
                “ดีมาก!” เธอปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายโจมตีเข้าไปตรง ๆ แต่พออเล็กซิสไปประชิดตัวก็โดนดาบไม้ตีลงมาที่ไหล่ซ้าย “โง่ ถ้าฉันใช้ดาบจริงไหล่นายขาดไปแล้ว”
                “อย่าพุ่งเข้ามาหาแบบตรง ๆ เคยบอกไปแล้วว่าทุกท่วงท่าต้องผ่านการคิดมาอย่างดี!”
                “เข้าใจแล้วครับ!” เขาตอบรับ หลบและแทงสลับกันไป
                “ใบหน้าแบบนี้แหละ ใช่แล้ว!” แอนตาเซียหัวเราะ เธอดูชอบใจกับการที่เขาโกรธขึ้นมาหน่อย ๆ “โจมตีเข้ามาอย่าหยุด!”

                ดวงอาทิตย์ตกไปได้สักพักแล้ว คนเริ่มหายออกไปจากโคลอสเซียม ไฟของสนามเข้ามาแทนที่แสงจากดวงอาทิตย์ แต่ทั้งสองยังพุ่งดาบเข้าหากัน อเล็กซิสเริ่มจับทางได้แล้ว แต่เขาดีใจเกินไปหน่อยเลยโดนแอนตาเซียฟันดาบไม้เข้ามาตรง ๆ ที่เอว
                อเล็กซิสลุกขึ้น แม้จะเหนื่อยล้าแต่เขาก็สังเกตเห็นว่าการโจมตีของเธอมีรูปแบบที่แน่นอน ปล่อยให้มีจุดบอดที่เขาน่าจะโจมตีคืนได้ ต้องลองเสี่ยงดู
                เขาปล่อยให้แอนตาเซียพุ่งเข้ามา จากนั้นก็เอนตัวหลบไปด้านข้าง จังหวะที่เธอเหวี่ยงดาบกลับมาเขาก็ใช้ใบดาบตั้งรับ รีบดันออก ขยับนิดหน่อยแล้วสกัดขาจนแอนตาเซียล้มลง เขายืนเผชิญหน้ากับแอนตาเซียที่ยันตัวขึ้น
                แอนตาเซียเงยหน้าขึ้นมามองเขา ยิ้มเล็กน้อยมองปลายแหลมของดาบกราดิอุสที่ชี้ลงมาตรงหน้าพอดี
                “ทำได้ดีมาก ฉันไม่มีอะไรจะสอนแล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่กับการสังเกต การฝึกฝนให้ซึมลึกลงไปถึงเลือดเนื้อและสมองน้อย ๆ ของนายอเล็กซิส นักดาบที่ดีจะมีวิถีดาบเป็นของตัวเอง ฉันหวังว่านายจะไปได้ถึงจุดนั้นนะ” น้ำเสียงดุดันของเธอแฝงไปด้วยความอ่อนโยน
                 อเล็กซิสทรุดตัวลงกับพื้น ร่างชุ่มเหงื่อของเขาสั่นระริกไปด้วยความเจ็บปวด

                แอนตาเซียเดินออกไปแล้ว เธอตบบ่าบอกเขาและไล่ให้กลับไปที่หอ พร้อมบอกว่าถ้ามีอะไรจะถามก็สามารถเข้ามาหาได้ เธอจะแนะนำให้เท่าที่สามารถทำได้ อเล็กซิสนั่งอยู่สักพักก็ลากสังขารเข้าไปในห้องน้ำและทำความสะอาดร่างกายก่อนจะกลับที่พักในกองร้อย

เขาได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยสำหรับวันนี้
----------

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +25 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-5-6 00:53

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +10 USD +800 Strength +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 800 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
GPX G-Racer 200
REMINGTON Pistol
VR Headset
Dark Area
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต