วงล้อแสนสุขประจำวัน |ตั้งเว็บไซต์เป็นหน้าแรก |เพิ่มเข้าบุ๊คมาร์ก |ขนาดจอกว้าง

{ Seattle } Jupiter Port

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-4-12 02:54:30 |โหมดอ่าน

Jupiter Port

{ เมืองซีแอตเทิล }




ท่าเรือจูปิเตอร์
ท่าเรือใหญ่ของเมืองซีแอตเทิล ที่คนภายนอกจะคิดแค่ว่าเป็นท่าเรือท่องเที่ยว ด้วยอักษรข้อมูลต่างๆ มุ่งเน้นไปทางท่าเรือท่องเที่ยว
มีผู้คนเดินพลุกพล่านทั้งคนธรรมดาและชาวโรมันประปราย แต่ชาวโรมันจะมีโซนพิเศษที่พวกเขาเข้าได้เฉพาะเพื่อขึ้นเรือกลับเกาะอดัมทาวน์
ซึ่งสำหรับมนุษย์กึ่งเทพจะเห็นข้อความต่างๆ บริเวณท่าเรือเปลี่ยนไป จากข้อความภาษาอังกฤษ เป็น ข้อความภาษาละติน
และมีข้อมูลต่างๆ แนะนำมนุษย์กึ่งเทพทั้งคนใหม่และเก่า รวมไปถึงการช่วยเหลือมนุษย์กึ่งเทพที่มาครั้งแรก

อีกทั้งบริเวณรอบๆ ท่าเรือแห่งนี้ยังมีร้านค้า ห้างสรรพสินค้าที่เปิดโดยชาวโรมัน มีของจำหน่ายมากมาย
สำหรับมนุษย์และมนุษย์กึ่งเทพ ด้วยพื้นที่ท่าเรือเป็นเขตปลอดภัยได้รับการคุ้มครอง ทำให้อสูรกายเข้ามาไม่ได้



ผู้ดูแลท่าเรือ: ราหมัด อะคะโร


โพสต์ 2020-4-12 19:17:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่าเรือใหญ่ของเมืองซีแอตเทิล ที่คนภายนอกจะคิดแค่ว่าเป็นท่าเรือท่องเที่ยว ด้วยอักษรข้อมูลต่างๆ เป็นเรือท่องเที่ยว

แต่สำหรับมนุษย์กึ่งเทพจะเห็นข้อความเปลี่ยนไป จากอังกฤษ เป็น ภาษาละติน และมีข้อมูลต่างๆ แนะนำมนุษย์กึ่งเทพ

รวมไปถึงการช่วยเหลือมนุษย์กึ่งเทพที่เพิ่งรู้ฐานะใหม่ ย่างเข้าสู่โลกนี้ไม่นาน หรือ หนีตายจากอสูรกาย


ตนนั้นก็ได้ต่อแถวเพื่อซื้อตั๋ว เพื่อชื้อตั๋วขึ้นเรือ
"เอ่อออออ ขอโทษนะครับ ราคาตั๋วกี่บาทครับผม "

คนขายตั๋วเลยบอกว่า:ราคาXX ครับไม่ทราบว่ามากี่คน

ตนนั้นได้ตอบว่า"มาคนเดียวครับผม ตนนั้นพร้อมยื่นตังจ่ายและรับตั๋วจากอีกคน"

พร้อมทั้งมองว่าคนขายตั๋วนั้นขาเป็นเเพะ ตนเริ่มรุ้สึกว่ามันคงมีอะไรสักอย่างแน่ๆ

และก็ได้ยื่นหนังสือรับรองให้ก่อนรับหนังสือรับรองและตั๋วขึ้นเรือ

ตนนั้นก็ได้ขึ้นไป บนเรือพร้อมออกเดินทางตามที่คุณลุงได้บอกตนไว้ กับข้อมูลต่างๆ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-12 19:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +1 ย่อ เหตุผล
Admin + 1

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บารากุ
Combat Knife
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
โพสต์ 2020-4-13 04:45:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                     เมซิคินใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้มาตั้งแต่จำความได้หรืออาจจะตั้งแต่เกิด ทำให้เธอรู้จักท่าเรือใหญ่เป็นอย่างดี ส่วนมากจะเป็นท่าเรือสำหรับท่องเที่ยว เธอเคยเดินผ่านนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเข้าไป บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยอบอุ่น ทว่าภายในใจของเมซิคินกลับหนาวยะเยือก แม่ของเธอกำลังจะส่งเธอไปในที่ที่เธอไม่คุ้นเคย ไม่เคยรู้จัก และไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ
                     ป้ายชื่อและคำแนะนำต่างปิดประกาศไปทั่วบริเวร เมซิคินจ้องป้ายเหล่านั้น เพียงครู่เดียวตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้งหมดที่เธอเคยเห็นมาก่อนกลับสลับกันวุ่นวาย ตรงหน้าของเธอปรากฏตัวอักษรภาษาละติน หญิงสาวเบิกตากว้างจ้องมองภาษาละตินเหล่านั้น
                     นั่นมัน.. เพิ่งสลับสับเปลี่ยนกลายเป็นภาษาละติน ?
                     หญิงสาวหรี่ตาลง จ้องมองตัวอักษรพวกนั้นอีกรอบ.. น่าเสียดายที่มันไม่กลายเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ มันกลับเป็นภาษาละติน
                     ..เธอไม่ได้ตาฝาด?
                     "สวัสดีครับ ต้องการซื้อตั๋วแบบไหนดีครับ" พนักงานขายตั๋วเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเมซิคินจ้องมองประกาศนานเกินไป
                     "ฉันต้องการไปที่นี่ค่ะ" เมซิคินวางแผนที่ลงตรงหน้าเขาก่อนที่จะจิ้มไปตรงจุดที่แม่ของเธอขีดไว้
                     "อ้อ.." พนักงานขายตั๋วพยักหน้าก่อนที่จะทำอะไรบางอย่างกับเครื่องขายตั๋ว "เพิ่งไปเหรอครับ"
                     เมซิคินพยักหน้า เธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือพนักงานขายตั๋วมีขาเป็นแพะ ?!
                     ทว่าเธอก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่หรี่ตาลงแล้วจ้องมองขาของเขาก็เท่านั้น วันนี้เธอเจอเรื่องประหลาดมามากเกินพอแล้ว.. หญิงสาวพยายามสงบจิตสงบใจตนเอง พยายามดึงตัวเองกลับสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง.. เธอพยายามทำให้ตัวเองไม่ตื่นตระหนกไปมากกว่านี้
                     "ของหนังสือรับรองด้วยครับ" เขาหันมาพูดกับเธอ "ผมหมายถึงจดหมายฉบับนั้นแหละครับ"
                     หญิงสาวยื่นจดหมายฉบับนั้นให้เขาอย่างว่าง่าย
                     "นี่คือตั๋วกับหนังสือรับรองอีกฉบับนะครับ" เขายื่นตั๋วและจดหมายอีกฉบับให้เธอ "เดินทางปลอดภัยนะครับ"
                     เมซิคินกล่าวขอบคุณพนักงานขายตั๋วก่อนที่จะพาตัวเองขึ้นไปยังเรือโดยสาร

                     @Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-13 04:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-4-13 21:44:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด

“ XVII ”
          "อิซึมิ แน่ใจเหรอว่าจะไป?" ลูเซียนขับรถมาส่งนักศึกษาถึงท่าเรือ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังโกหก ได้ยินว่าบิดาของเธอต้องการให้ไปเข้าค่ายและก็มีหนังสือรับรองด้วย นั่นจึงทำให้เขายอมพามาส่งถึงที่นี่ แต่เรื่องค่ายก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่ามันเป็นสถานที่ใดเกี่ยวกับอะไร เลี้ยวรถขับมาจอดอยู่ริมข้างทางก่อนจะเปิดประตูลงช่วยขนของลงรถ

          กระเป๋าสัมภาระหลายอันถูกขนลงมาจากรถ อิซึมิสวมใส่แว่นกันแดดสะบัดก้น เสื้อผ้าสีสันจี๊ดจ๊าดสดใสชุดเดรสแดงมาพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีแดงเดินก้าวฉับไว แผนที่การเดินทางไปยังค่ายจูปิเตอร์ต้องนั่งเรือข้ามฟาก นัยน์ตาหวานเฉียบทรงเสน่ห์เพทายมองไปรอบๆ เห็นอักษรภาษาละตินสลับกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ กระพริบตาปริบๆถี่ราวกับเจอเรื่องลี้ลับ "หนูก็ไม่อยากไปหรอก ก็พ่อให้มานี่นา" ควงแขนเดินตามต้อยๆ

          "มาส่งได้แค่นี้ ถ้ากลับเมื่อไหร่ก็โทรบอกด้วย ดูแลสุขภาพให้ดี มีอะไรโทรหาได้ทุกเมื่อ" ศาสตราจารย์พูดจบก็เดินกลับไป

          เดินมาถึงบริเวณจุดขายตั๋ว เตรียมจะสอบถามทว่าต้องยกมือปกป้องสีหน้าตกตะลึง

          "หน่านิ๊ คุณมีขาแพะ คุณไม่ใช่คน!" แทบอยากจะกรีดร้องส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ตาฝาดแน่ๆ ใช้นิ้วขยี้ตาทันควัน แต่มันก็ยังเห็นภาพเหมือนเดิมชายขายตั๋วคนนี้มีขาเป็นแพะ ชายหนุ่มคนดังกล่าวยกมือขึ้นปิดปากหญิงสาวไว้ก่อน "ชู่วววว สาวน้อยเบาๆหน่อย เดี๋ยวคนอื่นน่าจะหาว่าเธอบ้า คนธรรมดาไม่มีทางเห็นขาของผมหรอก ดูเหมือนคุณหนูจะเป็นมนุษย์กึ่งเทพ มาที่นี่คงจะเดินทางไปค่ายจูปิเตอร์สินะ"

          "คุณรู้!!? อ๊ะไม่สิ…." ก่อนจะยื่นหนังสือรับรองที่พ่อส่งแฟกซ์มาให้

          "เรียบร้อยครับคุณหนู รับตั๋วไปขึ้นเรือได้เลย"

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-13 21:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสื้อค่ายจูปิเตอร์
มีดสั้นฟูจิโอ
DUEL DISC
VR Headset
Make-Up
Super Car
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x13
x7
x50
x7
โพสต์ 2020-4-16 16:39:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
SERENA 8
จะไปแล้วนะ


เด็กสาวนั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างรถคันหรูซึ่งแน้นนอนว่ามันไม่ใช่รถเธอ เซเรน่าเหลือบไปมองคนขับกิตติมศักดิ์ซึ่งก็คือพี่ชายต่างแม่ของเธอ เขามารอรับเธอที่คอนโดตั้งแต่เช้าตามคำสั่งของปะป๊า นอกจากรายละเอียดที่ที่เธอจะไปและข้อมูลปลีกย่อยนิดหน่อยเกี่ยวกับสายเลือดของเธอที่ได้รับมาจากแม่ ก็ไม่มีบทสทนาอื่นใด ภายในห้องโดยสารจึงมีแต่ความเงียบ จนกระทั่งมาถึงที่ท่าเรือ

“เธอต้องใช้มัน” พี่อลันพูดด้วยเสียงเรียบๆ แล้วยื่นแผนที่และเอกสารอะไรบางอย่างมาให้เธอ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

“ขอบคุณค่ะ” เซเรน่าพยักหน้าแล้วรับทั้งสองอย่างมาถือไว้ ขณะที่กำลังจะลงจากรถเสียงของพี่อลันก็ดังขึ้นมาจาดข้างหลัง

“เธอคิดดีแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงราบเรียบไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ของคนพูดได้ ถูกกล่าวออกมาโดยพี่ชายต่างแม่ของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเซเรน่าก็รับรู้ได้ว่าเขากล่าวออกมาเพราะเป็นห่วงเธอ

“อื้ม...หนูจะไป พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเซร์หรอก ฝากความคิดถึงไปให้ทุกคนด้วยนะ” เด็กสาวหันกลับมายิ้มให้กับคนหน้านิ่ง ก่อนจะลงจากรถแล้วหยิบเป้ที่เบาะหลังขึ้นมาสะพาย แล้วเดินไปยังบริเวณจุดขายตั๋ว

ระหว่างทางที่เดินไปตัวอักษรตามป้ายต่างๆในท่าเรือลอยสลับกันไปมาและกลายเป็นภาษาละตินที่เหมือจะเป็นข้อความพวกคำแนะนำคนแบบเธอ ก็ชวนให้รู้สึกทึ่งไม่น้อย เซเรน่าพยายามสะกดจิตตัวเองให้ชินกับมันกับมัน

“ หนูต้องการไปที่นี่ค่ะ ” เด็กสาวชี้ไปที่จุดหนึ่งของแผนที่ให้คนขายตั๋วดู ก่อนที่เธอจะชะงักเล็กน้อยเมื่อสังเกตไปที่ขาของอีกฝ่ายดีๆแล้วเห็นว่าเหมือนขาของแพะ

“ขาของคุณ…”

“เดี๋ยวสักพักคุณก็จะชินไปเอง...ขอเอกสารรับรองด้วยครับ” คนขายตั๋วยิ้มอย่างสุภาพเมื่อเห็นท่าทางของเธอ เซเรน่าพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจรู้สึกปวดหัวตุบๆนิดหน่อยแต่ก็พอทนได้ ก่อนจะยื่นหนังสือรับรองของเธอไปให้อีกฝ่าย

ไม่นานคนขายตั๋วก็ยื่นเอกสารรับรองและตั๋วขึ้นเรือมาให้ เด็กสาวพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณแล้วรับตั๋วกับเอกสารมาก่อนจะเดินขึ้นไปยังเรือโดยสารที่อีกฝ่ายชี้บอก




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +4 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-16 18:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Super Car
กราดิอุสสัมฤทธิ์
DUEL DISC
VR Headset
Rolex 'Oyster'
Arousing
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x1
โพสต์ 2020-4-18 22:14:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด


Ralph Villow

Daytime : 06


ท่าเรือ...ซีแอตเทิล?

เท่าที่จำได้ ตอนที่ย้ายมายังเมืองนี้อันนาก็พาเขามาทางทะเล เพียงแต่มาถึงตอนนี้ราล์ฟเริ่มเกิดคำถามกับตัวเองแล้วว่า...ในตอนที่มาถึงนั้นเขามองเห็นป้ายภาษาละตินมากถึงเพียงนี้หรือไม่?

เจ้าป้ายภาษาละตินเหล่านั้นถูกแทรกอยู่ตามป้ายภาษาอังกฤษทำให้บางครั้งหากไม่สังเกตดีๆ ก็อาจมองเลยผ่านไป ไหนจะผู้คนที่บางส่วนก็ดูปกติ แต่บางส่วนก็มีอะไรขาดๆ เกินๆ ออกมาอีก? สิ่งที่เกินก็คือรูปลักษณ์ที่ดูเหนือมนุษย์ ส่วนที่ขาดก็คือความเป็นมนุษย์...พอกวาดสายตามองไปสักพักราล์ฟเป็นต้องนวดหัวตาและหว่างคิ้วเป็นระยะ บางทีเมื่อคืนเขาอาจจะพักผ่อนน้อยเกินไป จอประสาทตาเลยแสดงภาพผิดเพี้ยนไปก็เป็นได้

หลังจากที่แยกกับเอ็ดมันที่บ้านเมื่อเช้า เขาได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าเรือแห่งนี้รวมไปถึงแผนที่ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารรับรองนั่นด้วย ระหว่างทางนั่งรถบัสมา ราล์ฟก็พยายามทำความเข้าใจแผนที่นั้นมาตลอด แต่อาจเพราะไม่เคยเห็นทิวทัศน์แห่งนั้นมาก่อน สัญลักษณ์บางอย่างที่อยู่บนแผนที่จึงอยู่เหนือความเข้าใจ ท้ายที่สุดราล์ฟจึงเก็บแผนที่นั่นไว้และลงรถมายังท่าเรือแห่งนี้

เอาล่ะ...ก่อนอื่นก็ซื้อตั๋ว

ราล์ฟเดินตรงไปยังแถวซื้อตั๋ว ระหว่างรอเคลื่อนแถว ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่าผู้ที่กำลังขายตั๋วอยู่นั้นมีสิ่งขาดๆ เกินๆ อยู่จริงๆ

'ขาด' ความเป็นมนุษย์ เพราะมีความเป็นแพะไป 'เกิน' ครึ่งตัว...

ราล์ฟมองช่วงล่างของคนขายตั๋วแล้วนิยามในใจเช่นนั้น

"ซื้อตั๋วกี่ท่านครับ?"

"เอ่อ..."

จู่ๆ ราล์ฟก็นึกได้ว่าตั๋วที่จำหน่ายอยู่นี้มีแค่ตั๋วเดินเรือธรรมดาไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นแล้วเขาควรซื้อตั๋วแบบไหนดี...

"...คือผมมาจากโครงการนี้น่ะครับ"

เอกสารรับรองถูกยื่นไปตรงหน้า ซึ่งราล์ฟหวังว่าเจ้าสิ่งนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาการซื้อตั๋ว 'นอกรอบ' นี้ได้

"อ้อ เป็นนักเรียนของโครงการนี้นี่เอง" คนขายตั๋วพยักหน้ายิ้มยิงฟันอย่างเข้าใจ ในตอนที่ยื่นตั๋วพร้อมกับคืนเอกสารรับรองให้เจ้าตัวก็ทำท่ายักคิ้วหลิ่วตา "ขอให้สนุกกับการเดินเรือนะครับ"

"ครับ" ราล์ฟยิ้มรับแม้จะรู้สึกงุนงงกับท่าทีที่อีกฝ่ายมอบให้ เขาเก็บเอกสารและถือตั๋วนั่นไว้ในมือ เดินหาเรือที่ระบุไว้บนตั๋วครู่หนึ่งก็พบกับเรือลำใหญ่ที่บนเรือแทบจะร้างไร้ผู้คน และเมื่อเดินขึ้นไปชายหนุ่มก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า...ถึงมองผ่านๆ จะดูเก่านิดหน่อยแต่ก็ดูสะดวกสบายดีนี่นา

ภายในเรือนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ครบครัน อีกทั้งยังมีอาหารจัดเตรียมไว้อย่างพรั่งพร้อม ซึ่งความหรูหราแทบจะสวนทางกับจำนวนคนที่ขึ้นมาบนเรือลำนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะหากกวาดสายตาไปรอบๆ แล้ว ราล์ฟมองเห็นผู้คนบนเรือเพียงสองสามคนเท่านั้น

อาจจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน...

คิดได้เช่นนี้แล้วความง่วงงุนก็จู่โจมเข้ามา ราล์ฟหาวหวอดก่อนจะนึกได้ว่าเขาเองก็ต้องการการพักผ่อนเช่นกัน ดังนั้นชายหนุ่มจึงกระชับสายกระเป๋าเป้ เดินตรงไปยังส่วนห้องพักของเรือทันที...หวังว่าระยะเวลาที่ต้องใช้เดินทางจะมากพอให้นอนหลับยาวๆ สักหน่อยนะ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-18 22:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-4-21 22:15:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
6.The New Beginning

                [ Jupiter Port, Seattle ]

        ‘ที่นี่สินะ..’

เขาเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่มั่นคง ความตื่นเต้นทำให้เขาลืมอาการเมารถไปจนสิ้น

เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว เขาก็เห็นป้าย..ป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่ด้านหน้าของตน
ฝั่งหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ชี้ทางไปยังท่าเรือฝั่งที่มีคนอยู่ประปราย
แต่อีกฝั่งหนึ่ง...อยู่ๆตัวหนังสือบนป้ายก็เปลี่ยนไป จากภาษาอังกฤษ แปรเปลี่ยนเป็นภาษาประหลาด ที่เขาไม่รู้จัก แต่กลับอ่านได้และแปลมันออกทันทีที่เห็น ทำให้เขารู้ได้เลยว่าต้องไปทางนั้น…

ตามสัญชาติญาณ เขาเดินไปทางที่ป้ายนั่นบอก เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก็ไปพบกับตู้ขายตั๋วพร้อมพนักงานคนหนึ่งในนั้น

        “อ่า..ขอซื้อตัวหน่อยครับ”

เขาพูดออกมาอย่างประหม่า เพราะแถวนั้นไม่มีป้ายบอกจุดหมายปลายทางเลย ว่าเขาจะต้องไปที่ไหน หรือทำอะไรต่อ

        “ขอจดหมายแนะนำด้วยครับ”

คนขายไม่ได้ถามอย่างแปลกใจถึงจุดหมายที่เขาจะไป แต่กลับเอ่ยขอจดหมายอะไรซักอย่าง…

แต่เขาก็นึกได้ว่าก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ เจ้านั่น...ฟอน? ได้ให้จดหมายฉบับหนึ่งกับเขามา เขาจึงหยิบมันออกมายื่นให้ชายตรงหน้า

        “อา..คงเป็นนี่สินะครับ”

คนขายตั๋วรับจดหมายไปจากมือเขา แล้วเพียงไม่นาน ชายผู้นั้นก็ยื่นจดหมายกลับคืนมา พร้อมด้วยตั๋วใบหนึ่งแนบมาด้วย

        “เดินไปขึ้นเรือทางด้านนั้นได้เลย ขอให้โชคดีครับ”

        “อ่ะ..ขอบคุณครับ”

เขารับของทั้งสองมาจากอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ก้มหน้าไปทำอะไรสักอย่าง โดยที่ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้น

แม็กนัสจึงตัดสินใจถอยออกมา ก่อนจะเดินตรงไยังทางที่อีกฝ่ายบอก เพื่อไปขึ้นเรือไปยังสถานที่แห่งใหม่ ที่เขาเองก็ยังไม่เคยพบ..




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-21 22:28

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +1 ย่อ เหตุผล
Admin + 1

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Electric Stun Gun
ชุดสูทลำลอง
VR Headset
Fingered
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x8
x4
โพสต์ 2020-4-24 14:52:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
page 6

          ใครจะไปเชื่อเรื่องงี่เง่างมงายพรรค์นั้นกัน ซินแคลร์อยากจะคิดแบบนั้นแต่ขาทั้งสองข้างก็พาเธอมาอยู่ที่ท่าเรือจูปิเตอร์ในซีแอตเทิลตามที่ระบุไว้ในจดหมายของแม่แล้ว อย่างน้อยอสูรกายพวกนั้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านิทานปรัมปราที่เธอเคยเชื่อครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วมันอาจจะมีอยู่จริงก็ได้
          เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง...ถ้าพวกเขามีอยู่จริงก็ขอให้ได้เห็นกับตาสักทีเถอะ
          “แล้วฉันต้องไปไหนต่อ?” ซินแคลร์บ่นพึมพัมกับตนเองอย่างตัดสินใจไม่ได้
          หลังจากร่ำลากับรีเบคก้าซินแคลร์ก็ขอออกจากบ้านมาคนเดียว ที่แห่งนี้ผู้คนเดินพลุกพล่านในท่าเรือใหญ่ ดูแล้วก็เหมือนกับท่าเทียบเรือธรรมดาไม่ได้มีอะไรพิเศษตรงไหน ซินแคลร์มองในแผนที่แต่มันบอกถึงสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก อาจจะต้องขึ้นเรือให้ได้ก่อน แล้วเธอต้องทำยังไงต่อ?
          “โอ๊ะ…” เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกแล้ว เมื่อละจากแผนที่เงยหน้ามองไปยังตัวอักษรที่เขียนระบุบนป้ายต่างๆ ในท่าเรือ จู่ๆ ตัวอักษรภาษาอังกฤษธรรมดาๆ พวกนั้นก็สลับปรับเปลี่ยนกลายเป็นภาษาละติน คิ้วขมวดเป็นปมก่อนจะเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ ที่สำคัญซินแคลร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอจะสามารถแปลข้อความเหล่านั้นได้ด้วย!?
          อะไรกัน...ดูเหมือนว่าเธอเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาหน่อยๆ
          อันดับแรกต้องไปที่ช่องขายตั๋วก่อน…
          “ขอโทษนะคะ ฉันจะไปที่นี่ได้ยังไง?” ซินแคลร์เอ่ยถามคนจำหน่ายตั๋วก่อนยื่นแผนที่ที่ปักหมุดจุดมุ่งหมายที่เธอต้องการจะไปให้กับเขา
          สถานที่ที่หญิงสาวผู้นี้จะไปคือ เกาะอดัมทาวน์ คนขายตั๋วมองปราดเดียวก็ดูเหมือนกับว่าจะรู้สถานะของอีกฝ่ายอยู่แล้ว “คุณคงจะเป็นเด็กใหม่สินะ ขอดูหนังสือรับรองหน่อยครับ”
          ซินแคลร์อธิบายไม่ถูก เขาคงอาจจะหมายถึงสิ่งที่เธอมีอยู่อีกอย่าง เธอกำลังจะก้มหน้าหยิบมันขึ้นมาแต่ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งเข้าเสียก่อนจนชะงักไปเสี้ยววินาที เมื่อมองดูดีๆ สังเกตได้ว่าชายผู้นี้เขามีขาเป็นแพะ!?
          เขาเองก็เป็นสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ แต่เขาดูเป็นมิตรกว่าเจ้าตัวที่ผ่านๆ มานะ?
          “ขา...ของคุณ?” ซินแคลร์เอ่ยถามเพื่ออย่างไม่มั่นใจ พวกมันปลอมตัวมางั้นเหรอ เธอไม่ได้กำลังถูกล่อลวงจากสัตว์ประหลาดอยู่ใช่หรือไม่ เธอต้องแน่ใจก่อน
          “อ๋อ...มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิดหรอกครับ” เขาเอ่ยอย่างสุภาพและเป็นมิตร
          ดูแล้วอาจจะไม่ใช่อย่างที่ซินแคลร์กำลังคิดก็ได้ เธอยื่นซองกระดาษขนาดเท่า A4 ให้กับเขา คนจำหน่ายตั๋วรับมันไปก่อนเปิดซองดูหนังสือรับรองด้านใน เขาเลื่อนสายตาตรวจทานอย่างละเอียดก่อนมอบซองกระดาษอีกฉบับให้ให้พร้อมกับตั๋วเรือ
          “ขึ้นเรือที่จอดเทียบท่าตามที่ระบุในตั๋วนะครับ เดินทางโดยสวัสดิภาพ”
          “ขอบคุณค่ะ”
          ซินแคลร์รับตั๋วและเอกสารอีกฉบับมาก่อนจะไปหาเรือโดยสารที่เธอจะต้องขึ้น มองหาไม่นานก็เจอเป้าหมาย เธอมอบตั๋วให้พนักงานตรวจสอบและขึ้นไปบนเรือ
          บนเรือโดยสารลำนี้มีคนประปราย พวกเขาก็จะไปที่เดียวกันด้วยหรือไม่ คนพวกนี้ก็อาจจะเป็นเหมือนกับเธอ?








แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-24 15:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +100 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 100

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
โพสต์ 2020-4-24 19:33:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด

         เจสันนั่งมองเซเรน่าที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการออกมานอกค่ายครั้งแรกนับแต่ไปถึงกรุงโรมใหม่ ก่อนลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเรือเทียบท่า
        “ถึงแล้ว เราไปรับเบทาเนียกัน”

        "....." @Tiana


        “พวกเขาจะมองเห็นเป็นตามสิ่งที่สายตาพวกเขาจะสามารถเข้าใจได้น่ะ อาจจะเห็นเป็นเครื่องบินหรือฮอ” เจสันกล่าวอธิบายเซเรน่า “ในโลกนี้นอกจากพวกเราแล้วและจอมขมังเวทย์ มนุษย์จะถูกมนต์บังตาบดบังเพื่อไม่ให้พวกเขาหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ในโลกก็มีมนุษย์บางคนที่มองทะลุมนต์บังตาได้ พวกเขาถูกเรียกว่า หมอผี คนทรงเจ้า ผู้พยากรณ์” เจสันเดินเข้าไปลูบศีรษะเบทาเนียช่วยจูงอีกฝ่ายออกมาเดินลงจากเรือไปพร้อมกับเซเรน่า

        "...." @Tiana

        “ในกรณีนั้นพวกเขาอาจจะเห็นเบทาเนียเป็นม้าหรือมอเตอร์ไซค์ ซึ่งผมจูงเธออยู่แต่พวกมนุษย์อาจจะเห็นผมกำลังเข็นมอเตอร์ไซค์….” เจสันพูดบอกอีกฝ่ายก่อนจะหันไปเจออะไรดีๆ เข้าเลยลองเอ่ยปากถามอีกฝ่าย “เซเรน่าอยากจะมองภายใต้ขีดจำกัดมนต์บังตาไหม” เจสันบอกอีกฝ่ายพลางชี้ไปยังเขตนอกท่าเรือที่ทหารโรมันกำลังสู้กับก็อบลิน



                "...." @Tiana

        “นี่เป็นแว่นของฟีรอส บุตรแห่งคาร์เมนต้า สร้างขึ้นเทคโนโลยีชิ้นเดียวที่จะมองภายใต้สายตามนุษย์ แต่พวกเรามักใช้สวมใส่น้อยครั้ง เพราะมันค่อนข้างอันตราย เราไม่รู้เลยว่าจะถูกจู่โจมเมื่อไหร่” เจสันยิ้มก่อนหยิบแว่นตาอันนึงออกมายื่นให้อีกฝ่ายยืมใส่

        "...." @Tiana

        “บางครั้งมนุษย์จะมองเห็นอสูรกายบางตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้อสูรกายจะจู่โจมเรา แต่หลายครั้งมนุษย์จะมองเห็นเราเป็นฝ่ายทำร้ายเขา โดยเฉพาะสิ่งที่น่ากลัวคือการที่อสูรกายบางตัวถูกมนุษย์มองเป็นตำรวจ แม้เขาจะจู่โจมเราแต่ทุกคนจะคิดว่าเราเป็นคนร้าย ทำให้ต้องหนีหลังจัดการอสูรกายตนนั้น”

        "...." @Tiana

        “เราต้องหนีน่ะ แต่พอเวลาผ่านไปสักพักพวกตำรวจก็จะลืมเรื่องนี้ไป ไม่รู้เป็นเพราะผลมนต์บังตาทำให้พวกเขาลืมหรือเหล่าเทพช่วยเหลือให้พวกเขาลืม” เจสันกล่าวบอกเซเรน่าก่อนจะลูบเบทาเนียขึ้นขี่บนหลัง และยื่นมือให้เซเรน่า “ไปกันครับ เราจะไปเนชั่ลแนลซิตี้ น่าจะมีความว่องไวกว่ารถหรือเครื่องบิน”

        "...." @Tiana

        “จับแน่นๆ นะ จะออกแล้ว” เจสันกล่าวแจ้งเซเรน่าก่อนจะขยับขาและมือบังเหียนคุมเบทาเนียทะยานสู่ท้องฟ้า “ไปเนชั่ลแนลซิตี้กันเบทาเนีย”

        "...." @Tiana

        เบทาเนียทะยานสู่น่านฟ้า ปีกกระพือพัดราวกับนกบินพุ่งไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าสู่ทางเนชั่ลแนลซิตี้ ก่อนพาบินเหิรฟ้าพลางหมุนเคว้งตัวทำให้ผู้ขี่บนหลังห้อยศีรษะลงชั่วครู่หนึ่งก่อนหมุนกลับมาบินปกติ

        “ฮี้ๆ” เบทาเนียส่งเสียงบอกทั้งสองก่อนบินเลียบภูเขาระหว่างเมืองมุ่งหน้าสู่เนชั่ลแนลซิตี้ พลางมีเด็กโผล่หัวจากกระจกรถโบกมือทักทาย “ป๋อ แม่ พี่ชายพี่สาวขี่ม้าเพกาซัสด้วยครับ”

        “ลูกไม่เห็นมีอะไรเลย” พ่อแม่มองตามเด็กก่อนส่ายศีรษะขับรถต่อไป คงคิดว่าลูกมีจินตนาการ

        เจสันโบกมือกลับน้องชายตัวน้อยที่ทักทายพวกเขา ก่อนพูดโต้ลมบอกเซเรน่า “ดูเหมือนเขาจะมองทะลุมนต์บังตานะ อาจจะเป็นกึ่งเทพหรือเด็กบางคนมักมีจินตนาการกว้างไกล ไม่แปลกที่พวกเขาจะเห็น จินตนาการเด็กๆ บางคนมีความพิเศษ แต่พอโตขึ้นก็จะเป็นไม่ต่างกับคนอื่น”

        "...." @Tiana

        “ฮี้ๆ” เบทาเนียส่งเสียงบอกทั้งสองในขณะกำลังบิน

        “เบทาเนียบอกว่าให้วางใจเธอได้ เธอเป็นม้าที่บินเก่งไม่แพ้เพกาซัสตัวอื่นเลย” เจสันกล่าวบอกเซเรน่าพลางกระซับบังเหียนเปลี่ยนทิศเลี้ยวตามป้าย

        
        "...." @Tiana

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2020-4-24 19:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-4-24 20:29:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
SERENA17
{ ภารกิจแม่ทัพ I }- เรียนรู้ประสบการณ์จากแม่ทัพ5




         เจสันนั่งมองเซเรน่าที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการออกมานอกค่ายครั้งแรกนับแต่ไปถึงกรุงโรมใหม่ ก่อนลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเรือเทียบท่า
        “ถึงแล้ว เราไปรับเบทาเนียกัน”

        “รับทราบค่ะ แล้วถ้าออกไปนอกเรือแล้วพวกมนุษย์ธรรมดาจะมองเห็นเบทาเนียหรือเปล่าคะเนี่ย” เซเรน่าเดินตามเจสันไปที่คอกม้าบนเรือด้วยท่าทางที่ดูร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเธอเห็นเบทาเนียที่อยู่ในคอกเซเรน่าก็รีบตรงไปไปหามันทันที ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาเป็นเสียงสองแบบที่ใช้พูดกับสัตว์  “เบทาเนียจ๋า มารับแล้วน้าา”


        “พวกเขาจะมองเห็นเป็นตามสิ่งที่สายตาพวกเขาจะสามารถเข้าใจได้น่ะ อาจจะเห็นเป็นเครื่องบินหรือฮอ” เจสันกล่าวอธิบายเซเรน่า “ในโลกนี้นอกจากพวกเราแล้วและจอมขมังเวทย์ มนุษย์จะถูกมนต์บังตาบดบังเพื่อไม่ให้พวกเขาหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ในโลกก็มีมนุษย์บางคนที่มองทะลุมนต์บังตาได้ พวกเขาถูกเรียกว่า หมอผี คนทรงเจ้า ผู้พยากรณ์” เจสันเดินเข้าไปลูบศีรษะเบทาเนียช่วยจูงอีกฝ่ายออกมาเดินลงจากเรือไปพร้อมกับเซเรน่า

        “แอบสงสัยนิดเลยล่ะค่ะว่าตอนนี้คนอื่นจะเห็นเบทาเนียเป็นอะไร” เด็กสาวกล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ และเริ่มจินตนาการภาพในหัวของเบทาเนียในสายตาของมนุษย์ธรรมดา

        “ในกรณีนั้นพวกเขาอาจจะเห็นเบทาเนียเป็นม้าหรือมอเตอร์ไซค์ ซึ่งผมจูงเธออยู่แต่พวกมนุษย์อาจจะเห็นผมกำลังเข็นมอเตอร์ไซค์….” เจสันพูดบอกอีกฝ่ายก่อนจะหันไปเจออะไรดีๆ เข้าเลยลองเอ่ยปากถามอีกฝ่าย “เซเรน่าอยากจะมองภายใต้ขีดจำกัดมนต์บังตาไหม” เจสันบอกอีกฝ่ายพลางชี้ไปยังเขตนอกท่าเรือที่ทหารโรมันกำลังสู้กับก็อบลิน

        “หืม?...ทำแบบนั้นได้ด้วยหรอคะ” เธอเริ่มรู้สึกนิดๆก่อนจะหันไปตามทิศทางที่เจสันชี้ไป ใบหน้าแสดงออกถึงความงงแบบขั้นสุด “ทหารกับตัวเอ่อ...ก็อบลิน? มันเกี่ยวกับการที่หนูจะมองภายใต้ขีดจำกัดมนต์บังตายังไง”

        “นี่เป็นแว่นของฟีรอส บุตรแห่งคาร์เมนต้า สร้างขึ้นเทคโนโลยีชิ้นเดียวที่จะมองภายใต้สายตามนุษย์ แต่พวกเรามักใช้สวมใส่น้อยครั้ง เพราะมันค่อนข้างอันตราย เราไม่รู้เลยว่าจะถูกจู่โจมเมื่อไหร่” เจสันยิ้มก่อนหยิบแว่นตาอันนึงออกมายื่นให้อีกฝ่ายยืมใส่

        “แต่ตอนนี้อยู่กับท่าแม่ทัพคงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ แต่ถึงอย่างนั้นหนูก็ใส่แค่แปปเดียวก็พอแล้วค่ะ” เซเรน่ารับแว่นมาสวมก่อนจะกระพริบตาปริบๆมองภาพตรงหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้วอดจะอุทานออกมาไม่ได้ แล้วไหงก็อบลินมันถึงกลายเป็นตำรวจได้เนี่ย??

        “บางครั้งมนุษย์จะมองเห็นอสูรกายบางตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้อสูรกายจะจู่โจมเรา แต่หลายครั้งมนุษย์จะมองเห็นเราเป็นฝ่ายทำร้ายเขา โดยเฉพาะสิ่งที่น่ากลัวคือการที่อสูรกายบางตัวถูกมนุษย์มองเป็นตำรวจ แม้เขาจะจู่โจมเราแต่ทุกคนจะคิดว่าเราเป็นคนร้าย ทำให้ต้องหนีหลังจัดการอสูรกายตนนั้น”

        “เหมือนบทบาทมันจะสลับกันหรือเปล่าคะเนี่ย” เซเรน่าเลิกคิ้วโดนจู่โจมก่อนแท้ๆแต่ดันโดนมองเป็นคนแล้วแทนเนี่ยนะ เป็นงงเลยค่ะนะจุดนี้ “แล้วแบบนี้จะไม่มีตำรวจ.. หมายถึงตำรวจจริงๆมาตามจับเราอีกก็แย่เลยสิคะเนี่ย”


        “เราต้องหนีน่ะ แต่พอเวลาผ่านไปสักพักพวกตำรวจก็จะลืมเรื่องนี้ไป ไม่รู้เป็นเพราะผลมนต์บังตาทำให้พวกเขาลืมหรือเหล่าเทพช่วยเหลือให้พวกเขาลืม” เจสันกล่าวบอกเซเรน่าก่อนจะลูบเบทาเนียขึ้นขี่บนหลัง และยื่นมือให้เซเรน่า “ไปกันครับ เราจะไปเนชั่ลแนลซิตี้ น่าจะมีความว่องไวกว่ารถหรือเครื่องบิน”

           "ค่ะ!" เซเรน่ามองมือที่ถูกยื่นมาเบื้องหน้าก่อนจะเอื้อมไปจับเพื่อขึ้นไปบนหลังของเบทาเนีย


       “จับแน่นๆ นะ จะออกแล้ว” เจสันกล่าวแจ้งเซเรน่าก่อนจะขยับขาและมือบังเหียนคุมเบทาเนียทะยานสู่ท้องฟ้า “ไปเนชั่ลแนลซิตี้กันเบทาเนีย”

        เซเรน่าที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังพอเห็นเบทาเนียที่เริ่มกางปีก เด็กสาวยกมือขึ้นไปเกาะเอวแน่นเจสันทันทีอย่างไร้ความเขินอายเพราะเธอกลัวตายมากกว่า ตกไปรับรองศพไม่สวยแน่!!



        เบทาเนียทะยานสู่น่านฟ้า ปีกกระพือพัดราวกับนกบินพุ่งไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าสู่ทางเนชั่ลแนลซิตี้ ก่อนพาบินเหิรฟ้าพลางหมุนเคว้งตัวทำให้ผู้ขี่บนหลังห้อยศีรษะลงชั่วครู่หนึ่งก่อนหมุนกลับมาบินปกติ

        “ฮี้ๆ” เบทาเนียส่งเสียงบอกทั้งสองก่อนบินเลียบภูเขาระหว่างเมืองมุ่งหน้าสู่เนชั่ลแนลซิตี้ พลางมีเด็กโผล่หัวจากกระจกรถโบกมือทักทาย “ป๋อ แม่ พี่ชายพี่สาวขี่ม้าเพกาซัสด้วยครับ”

        “ลูกไม่เห็นมีอะไรเลย” พ่อแม่มองตามเด็กก่อนส่ายศีรษะขับรถต่อไป คงคิดว่าลูกมีจินตนาการ

        เจสันโบกมือกลับน้องชายตัวน้อยที่ทักทายพวกเขา ก่อนพูดโต้ลมบอกเซเรน่า “ดูเหมือนเขาจะมองทะลุมนต์บังตานะ อาจจะเป็นกึ่งเทพหรือเด็กบางคนมักมีจินตนาการกว้างไกล ไม่แปลกที่พวกเขาจะเห็น จินตนาการเด็กๆ บางคนมีความพิเศษ แต่พอโตขึ้นก็จะเป็นไม่ต่างกับคนอื่น”

        "ง..งั้นหรอคะ" เซเรน่าที่ผมเผ้าพันกันไปหมดดึงสติหลังจากที่เบทาเบียบินหมุนเคว้งจนทำเอาใจเธอตกไปอยู่ตาตุ่ม เสียงเธอจึงสั่นอย่างที่เห็น

        "เบทาเนียอย่าพึ่งผาดโผนมากได้ไหม ฉันยังไม่ชินน " เซเรน่าเอ่ยเสียงอ่อนแกมขอร้องเพกาซัสสาวสองมือก็โอบกระชับเอวของเจสันแน่นขึ้น ส่วนลำตัวก็เบียดจนแนบชิบกับแผ่นหลังของเจสันอย่างแนบแน่นด้วยความที่จะกลัวตก แต่ถึงจะแอบกลัว กระนั้นมันก็ยังมีรู้สึกตื่นเต้นอยู่ด้วย


        “ฮี้ๆ” เบทาเนียส่งเสียงบอกทั้งสองในขณะกำลังบิน

        “เบทาเนียบอกว่าให้วางใจเธอได้ เธอเป็นม้าที่บินเก่งไม่แพ้เพกาซัสตัวอื่นเลย” เจสันกล่าวบอกเซเรน่าพลางกระซับบังเหียนเปลี่ยนทิศเลี้ยวตามป้าย

        “โอเค.. ฉันจะพยามเชื่อเธอแล้วกันนะ” เซเรน่าหัวเราะเสียงตอนนี้เธออยู่บนหลังของเบทาเนียซึ่งเธอก็ทำได้อย่างเดียวคือต้องไว้ใจมันเท่านั้น








แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-24 20:41
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-4-24 20:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Energy +5 USD +300 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Super Car
กราดิอุสสัมฤทธิ์
DUEL DISC
VR Headset
Rolex 'Oyster'
Arousing
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x4
x1
x1
x1
x2
x1
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต